ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 306 เหตุการณ์ไม่คาดฝัน
บทที่ 306 เหตุการณ์ไม่คาดฝัน
ทั้งสองคนขับรถมาถึงโรงแรมตงฟาง
ซ่งอี้เฉิงยืนอยู่ที่ประตู สังเกตรถที่มาถึงตลอดเวลา เมื่อเห็นรถที่คุ้นเคย เขาก็ยิ้มเดินเข้าไปชี้ตำแหน่งที่จอดรถให้ลี่หรง
มองผ่านกระจกรถถึงเห็นได้ว่า สวีจิ้งตานนั่งอยู่ที่เบาะข้างคนขับ ซ่งอี้เฉิงจึงเดินไปเปิดประตูรถให้ สวีจิ้งตานที่ลงจากรถมาดูไม่ค่อยสบายใจนัก พูดเบา ๆ ว่า “ฉันเปิดประตูเองได้ค่ะ…”
ซ่งอี้เฉิงยิ้มแล้วพูดว่า “วันนี้เธอสวยมากเลย”
สวีจิ้งตานหันไปมองลี่หรง เธอกำลังจัดเสื้อผ้าของตัวเองอยู่ และดูเหมือนจะไม่ได้ยิน สวีจิ้งตานจึงพูดขึ้นว่า “เข้าไปข้างในกันเถอะ!”
“คุณลี่ ทางนี้ครับ”
ลี่หรงพยักหน้า
ซ่งอี้เฉิงพาพวกเขาเข้าไปในห้องน้ำชาของโรงแรมตงฟาง แล้วนั่งลงบนโต๊ะ
โต๊ะเกือบทั้งหมดเป็นโต๊ะกลม ปูด้วยผ้าขาวสะอาด
หลังจากนั่งลงแล้ว ซ่งอี้เฉิงเรียกพนักงานมาสั่งชาผู่เอ๋อร์ จากนั้นหยิบเมนูสองชุดส่งให้ลี่หรงและสวีจิ้งตาน ให้พวกเธอเลือกของว่างที่ชอบ
เมื่อของว่างมาแล้ว บนเวทีก็มีคนกำลังร้องเพลงฮิตภาษากวางตุ้งที่คุ้นหูกัน
แม้ว่าลี่หรงจะมาเพื่อผ่อนคลาย แต่นอกจากจะลิ้มรสอาหารและชื่นชมเพลงแล้ว เมื่อเห็นซ่งอี้เฉิงมองไปที่สวีจิ้งตานเป็นระยะ ๆ เธอก็รู้ว่าตัวเองเป็นส่วนเกินอยู่ดี หลังจากกินอาหารไปครึ่งหนึ่ง เธอจึงบอกว่าจะไปห้องน้ำ แต่จริง ๆ แล้วตั้งใจจะปล่อยให้พวกเขาสองคนอยู่ด้วยกัน
ตอนนี้เป็นช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วง แต่เมืองหยางยังไม่เย็นลง มีแต่ลมที่พัดมาเป็นครั้งคราวตอนกลางคืนเท่านั้นที่พัดเอาความเย็นมาด้วย
ด้านนอกมีสนามหญ้าที่จัดไว้ให้ลูกค้านั่งเล่น ลี่หรงหาที่นั่งลงแล้วยังได้ยินเสียงเพลงจากห้องน้ำชาอยู่
ไม่นานนัก ชายผมทองตาสีฟ้าคนหนึ่งก็ทักทายลี่หรงเป็นภาษาต่างประเทศ ลี่หรงพยักหน้าตอบกลับเป็นภาษาอังกฤษเช่นกัน
อีกฝ่ายไม่คิดว่าลี่หรงจะพูดภาษาอังกฤษได้ จริง ๆ แล้วเขาพูดภาษาจีนได้ แต่เพื่อแสดงความเหนือกว่าของตัวเอง เขาจึงตั้งใจใช้ภาษาอังกฤษทักทายเธอ
เมื่อได้ยินสำเนียงภาษาอังกฤษของลี่หรง ดวงตาของชายคนนั้นก็ฉายแววประหลาดใจ เห็นได้ชัดว่าเขามีความสนใจในตัวของลี่หรงมากขึ้น เขาทำท่าทางสุภาพและถามลี่หรงว่านั่งข้าง ๆ ได้ไหม?
ลี่หรงรู้สึกงงนิดหน่อย ที่นี่ไม่ใช่ของเธอ ถ้าเขาอยากนั่งก็นั่งสิ
ข้างนอกไม่ค่อยมีคน เพราะทุกคนฟังเพลงอยู่ข้างใน
พอนั่งลงมาอีกฝ่ายก็เริ่มชวนลี่หรงคุย
ข้าง ๆ มีที่ว่างตั้งเยอะ แต่เขาไม่นั่ง กลับมานั่งใกล้ ๆ ลี่หรง แถมยังมองมาด้วยสายตาที่ลี่หรงเดาออกได้อย่างง่ายดายว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่
อีกฝ่ายพยายามบอกว่าตัวเองมาจากประเทศที่สวยงามมาทำการค้าต่างประเทศที่เมืองหยาง และชมลี่หรงว่าสำเนียงเธอดีมาก ทั้งยังถามว่าเธอเคยไปประเทศนั้นมาก่อนหรือเปล่า?
ชาติที่แล้ว ลี่หรงเคยไป แต่ชาตินี้ แม้แต่เกาะใกล้ ๆ เธอยังไม่เคยไปเลย
และการที่อีกฝ่ายบอกว่าตัวเองเป็นพ่อค้า เพียงเพื่อเน้นย้ำความเหนือกว่าของตัวเองเท่านั้น ตอนนี้ประเทศมีนโยบายให้สิทธิพิเศษกับชาวต่างชาติมากมาย แต่จริง ๆ แล้วคนที่มีความรู้ จะรู้ว่าไม่ใช่ว่าแค่เป็นชาวต่างชาติก็จะถูกเรียกว่าแขกต่างชาติ ต้องเป็นคนที่นำพาการพัฒนาที่ดีมาสู่เศรษฐกิจหรือด้านอื่น ๆ ของประเทศ ถึงจะได้รับการยกย่องว่าเป็นแขกต่างชาติ
ปัจจุบันมีชาวต่างชาติบางคนที่ไม่หวังดี อาศัยชื่อแขกต่างชาติ อยากทำบางอย่างที่เป็นอันตรายต่อประชาชนในประเทศก็มี
อีกฝ่ายพูดถึงประเทศของเขาที่ค่อนข้างเปิดกว้างอยู่ตลอด ทั้งยังชมลี่หรงว่าสวยไม่หยุด แม้กระทั่งถามลี่หรงว่าจะมีโอกาสไปใช้เวลาดี ๆ ด้วยกันที่โรงแรมตงฟางหรือเปล่า?
โรงแรมตงฟางในตอนนั้นถือว่าเป็นโรงแรมระดับห้าดาว รอยยิ้มบนใบหน้าของอีกฝ่ายเหมือนมั่นใจแล้วว่าลี่หรงจะตอบตกลง
เหวยเจี๋ยมีรูปร่างสูงใหญ่ ดวงตาลึกลับคู่หนึ่งดูลึกซึ้งและน่าหลงใหล เขาจีบสาวที่นี่ไม่เคยพลาดเลยสักครั้ง ครั้งนี้เขาก็คิดแบบนั้น
สำหรับลี่หรงแล้ว นี่ไม่ถือเป็นอะไรเลย เธอยังจำตอนที่ไปเห็นหนุ่มหล่อในอิตาลีและฝรั่งเศสมาก่อนได้ ถึงแม้ว่าผู้ชายตรงหน้าจะหน้าตาดี แต่ก็ไม่ได้อยู่ในระดับที่น่าสนใจ
ลี่หรงเคยเห็นหนุ่มหล่อต่างชาติมามากแล้ว อย่างมากก็แค่ชื่นชมเท่านั้น ถ้าจะให้ใช้หน้าตามาทำให้เธอหวั่นไหว คงไม่ได้ผล เพราะเธอยังชอบผู้ชายในประเทศที่ดูแข็งแกร่งกว่า เช่น จ้าวชิงซง
พอคิดถึงจ้าวชิงซง ลี่หรงก็รู้สึกว่าจ้าวชิงซงคงไม่ทำแบบนี้กับผู้หญิงคนอื่นแน่ ๆ
หลายปีมานี้ ใบหน้าของลี่หรง ทำให้เธอเจอปัญหาเป็นครั้งคราว เธอรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย จ้องไปที่เหวยเจี๋ยอย่างเย็นชา ตอบกลับไปสองประโยคที่ไม่เกี่ยวข้อง แล้วลุกขึ้นเตรียมจะจากไป
เหวยเจี๋ยไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะทำเป็นไม่สนใจเขา ดวงตาของเขาเป็นประกายวาบหนึ่ง แล้วคว้ามือของลี่หรงอย่างไร้มารยาท
เขาลุกขึ้นกอดลี่หรงไว้ และตั้งใจจะพาลี่หรงไปยังที่ที่ไม่รู้จัก
ลี่หรงแกะมือของอีกฝ่ายไม่ออก จึงอ้าปากกัดไปที่หนึ่ง อีกฝ่ายเจ็บจนต้องปล่อยมือของเธอ แล้วสบถออกมาว่า “Fxxx!”
ลี่หรงฉวยโอกาสดิ้นจนหลุด แล้วงอเข่าเตะเข้าที่จุดต้องห้ามของผู้ชาย
เหวยเจี๋ยไม่เคยเจอผู้หญิงแบบนี้มาก่อน เขาขบฟันกรอด แล้วร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด “Bitch…”
“ขยะอย่างนาย ไม่คู่ควรจะเป็นผู้ชายเลย มีเนื้อเพิ่มมาอีกสองตำลึงก็มาคุกคามผู้หญิงแล้วเหรอ?!” ในตอนที่อีกฝ่ายฟื้นตัวและพยายามชกหมัด ลี่หรงก็คว้าปกเสื้ออีกฝ่าย ตบหน้าฉาดหนึ่ง “ต่อไปถ้ายังคุกคามผู้หญิงอีก ให้คิดถึงตอนนี้ไว้!”
อย่ามองว่าเหวยเจี๋ยตัวใหญ่ เขาแค่ลูกคนรวยที่กินแต่ทรัพย์สินของครอบครัว ในตระกูลเขาสู้พี่น้องไม่ได้ จึงได้แต่ฉวยโอกาสตอนที่ครอบครัวจะขยายธุรกิจ ตัวเองก็วิ่งมาประเทศจีนเพื่อหาความรู้สึกเหนือกว่า แถมยังร่างกายอ่อนแอมาก คนตัวใหญ่ขนาดนี้กลับโดนลี่หรงจัดการได้ในไม่กี่ครู่
พอดีมีคนออกมาตามหาเหวยเจี๋ย เห็นสภาพอีกฝ่ายที่ดูทุกข์ทรมานจึงวิ่งเข้ามาถามอย่างร้อนรน “คุณเหวยเจี๋ย คุณเป็นอะไรไป?”
เหวยเจี๋ยชี้ไปที่ลี่หรง “ผู้หญิงคนนี้ทำร้ายผม รีบจับตัวเธอซะ!”
สมัยนี้จะไปจับใครตามใจชอบได้ยังไงกัน? คนที่เข้ามามองไปที่ลี่หรงด้วยความลังเล คิดว่าเธอก็แค่ผู้หญิงผอมบางคนหนึ่ง จะมีอันตรายอะไร?
เหวยเจี๋ย “ยืนงงอะไรอยู่ ถ้าผู้หญิงคนนี้ทำให้ผมพิการจะทำยังไง?”
ยังดีที่พูดจาฉะฉาน ไม่เหมือนว่าจะมีอะไรผิดปกติ เขาพูดภาษาจีนได้ดีมาก ลี่หรงยิ่งมั่นใจในการตัดสินใจของตัวเองเมื่อครู่ว่า เหวยเจี๋ยแค่อยากใช้เชื้อชาติตัวเองเข้าไปจีบสาวเท่านั้น
ลี่หรงกลอกตาแล้วเดินจากไป
คนที่ออกมาตามหาไม่ช่วยตัวเอง เหวยเจี๋ยไม่ยอมแพ้ที่เห็นลี่หรงหนีไป จึงพูดกับคนคนนั้นว่า “ถ้าวันนี้เรื่องไม่ได้รับการแก้ไข พวกเราก็ไม่ต้องร่วมมือกันแล้ว”
คนที่มาขมวดคิ้ว กดเสียงต่ำลงเพื่อเกลี้ยกล่อมเหวยเจี๋ย “คุณอย่าเอาแต่ใจสิ วันนี้นัดหมายคณะกรรมการเมืองออกมาได้ยากมาก…”
…
เรื่องที่เกิดขึ้นข้างนอกสวีจิ้งตานไม่รู้
หลังจากลี่หรงออกจากร้านน้ำชาไปแล้ว ซ่งอี้เฉิงถึงกล้าพูดคุยกับสวีจิ้งตาน
เขาติดตามสวีจิ้งตานมาหลายปีแล้ว รู้ว่าอีกฝ่ายเขินอายง่าย ถ้าพูดเรื่องจีบสาวต่อหน้าคนอื่นจะทำให้สวีจิ้งตานไม่มีความสุข แม้กระทั่งอาจจะได้ผลตรงกันข้าม