ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 308 งานแสดงสินค้า
บทที่ 308 งานแสดงสินค้า
งานแสดงสินค้าที่กำหนดไว้ในช่วงปลายเดือนตุลาคม ถูกเลื่อนไปเป็นกลางเดือนพฤศจิกายนด้วยเหตุผลบางประการ
โชคดีที่ตอนนี้เมืองหยางยังไม่หนาว ใส่เสื้อผ้าบาง ๆ ก็เพียงพอแล้ว
“พวกเราจะใส่เสื้อผ้าของตัวเองไปเหรอ?” ไม่ใช่ครั้งแรกที่สวีจิ้งตานเข้าร่วมงานแลกเปลี่ยนประเภทนี้ แต่ก่อนหน้านี้เธอไปในฐานะแม่ค้า ที่จริงแล้วก็คือผู้ค้าส่งรายใหญ่ แต่ครั้งนี้เป็นตัวแทนของโรงงานหลานไห่
ไม่ต้องพูดถึงการแข่งขันความงามกัน ผู้คนในงานต้องแต่งตัวกันอย่างพิถีพิถันแน่นอน พวกเธอที่ทำเสื้อผ้าย่อมไม่ควรแพ้
“ไม่ต้องห่วง ฉันคิดไว้นานแล้วค่ะ รอสักสองวัน ฉันจะเอาเสื้อผ้าจากโรงงานของเรามาแก้ไขนิดหน่อย เมื่อถึงตอนนั้นแล้ว คุณก็จะได้เห็น” ลี่หรงวางแผนไว้แล้ว เธอจะเลือกเสื้อผ้าสำเร็จรูปจากโรงงานมาปรับแต่งให้เหมาะสม
ทั้งจะไม่ซ้ำกับคนอื่น และยังได้ประชาสัมพันธ์โรงงานตัวเองอีกได้ด้วย
ได้ยินเธอพูดแบบนั้น สวีจิ้งตานก็วางใจได้ ลี่หรงเป็นมืออาชีพ เธอไม่ต้องกังวลเลยว่าจะใส่อะไรดี
ผู้ที่ได้รับเชิญในครั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้ค้าท้องถิ่นที่มีชื่อเสียง ซึ่งอาจมีคนที่สามารถร่วมมือกันได้ ลี่หรงไม่กล้าปล่อยปละละเลย ส่วนเสื้อผ้าที่ทำนั้นจะเน้นไปทางชุดราตรี
โรงงานมีชุดเดรสยาวกำมะหยี่สีดำ เป็นแบบใหม่ของฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวในไตรมาสนี้
ลี่หรงใช้ผ้ากำมะหยี่สีดำ ตัดเย็บชุดราตรีเกาะอก ทรงเข้ารูปยาวถึงข้อเท้า ตรงกลางใช้ไข่มุกทำเป็นเข็มขัด ถ้ากลัวหนาวยังสามารถสวมเสื้อสูทสีแดงด้านนอกได้
นี่คือชุดราตรีที่ทำให้สวีจิ้งตาน ตอนนั้นเธอเห็นอีกฝ่ายทาลิปสติกสีแดงเข้ม ราวกับสาวนักธุรกิจในวงการชัด ๆ
ลี่หรงใส่ชุดกี่เพ้าที่เก็บไว้ในหีบ จับคู่กับเสื้อถักจากโรงงาน เสื้อถักสีขาว และถักรูปดอกไม้ทำเป็นเข็มกลัดเอง
สวีจิ้งตานใส่รองเท้าส้นสูงสีดำพื้นแดง ลี่หรงจับคู่กับรองเท้าผ้ากำมะหยี่
ทั้งคู่ใส่เสื้อผ้าของหลานไห่ เมื่อแต่งหน้าเสร็จแล้วก็ออกเดินทางไปยังสถานที่จัดงานแสดงสินค้า
“วันนี้จะได้เจอลุงซ่งหรือเปล่าคะ?”
สวีจิ้งตาน “น่าจะเจอนะ เขาเป็นรองผู้อำนวยการของสำนักงานอุตสาหกรรมและพาณิชย์”
“ตอนที่พวกคุณเจอกัน ไม่ได้คุยเรื่องนี้เหรอคะ?” ลี่หรงนึกถึงคำถามหนึ่งขึ้นมาได้ “น้าตาน คุณว่าที่พวกเราได้รับคำเชิญ จะเป็นเพราะลุงซ่งหรือเปล่าคะ?”
“พวกเราก็ไม่ได้เจอกันบ่อยนักหรอก” สวีจิ้งตานอธิบาย เธอออกไปกับซ่งอี้เฉิงตามลำพังแค่ไม่กี่ครั้ง กินข้าวเสร็จ อย่างมากก็ดูหนังแล้วกลับบ้าน จะมีเวลาว่างไปคุยเรื่องอื่นที่ไหนกัน
สำหรับคำถามหลังของลี่หรง สวีจิ้งตานเคยคิดเหมือนกัน แต่ไม่เคยถามซ่งอี้เฉิง เธอเม้มปากเล็กน้อย “น่าจะไม่ใช่นะ เขาเป็นคนค่อนข้างซื่อตรง แล้วก็…” เธอมองไปที่ลี่หรง “เธอไม่มีความมั่นใจในโรงงานเสื้อผ้าของพวกเราเลยเหรอ? ช่วงนี้แบรนด์หลานไห่ของพวกเราขายดีเป็นเทน้ำเทท่า มีโรงงานอีกเยอะแยะที่ตามเลียนแบบงานพวกเรา”
“ก็จริงค่ะ” ลี่หรงยิ้มเล็กน้อย “แต่ถึงแม้จะได้เข้ามาทางหลังบ้านก็ไม่เป็นไร อ้อใช่! ปีหน้าต้องขยายโรงงานแล้ว พอหลังปีใหม่ น่าจะมีคนลาออกไปบ้าง ตอนนั้นก็รับคนเพิ่มเข้ามาอีกหน่อย เดี๋ยวชั้นสองของโซนที่สองปีหน้าก็จะใช้ได้แล้ว”
“ฉันก็วางแผนไว้เหมือนกัน คุณออกแบบไปเถอะ เรื่องโรงงานของพวกเรานี่ ฉันต้องฝากความหวังไว้กับเธอแล้วนะ”
สวีจิ้งตานหัวเราะ หลังจากที่โรงงานรับเจ้าหน้าที่ธุรการที่จำเป็นเข้ามา งานของพวกเธอทั้งสองจึงเบาลงไปเยอะ ตอนนี้ลี่หรงรับผิดชอบหลักในการออกแบบ บวกกับไปดูโรงงานเป็นครั้งคราว
สวีจิ้งตานรับผิดชอบหลักในการจัดการผลิตและงานขาย พนักงานขายของโรงงานแทบทั้งหมด สวีจิ้งตานเป็นคนฝึกมาเอง
พวกพนักงานขายไม่ได้แค่จับตาดูพ่อค้าส่งในท้องถิ่น แต่ยังจะหาบริษัทค้าเสื้อผ้าตามโฆษณาในหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ด้วย
แต่เดิมครั้งนี้ที่มาเข้าร่วมสภาการค้า พวกเธอยังคิดจะพาพนักงานขายมาสักหนึ่งหรือสองคน แต่สุดท้ายก็คิดได้ว่านี่เป็นงานที่จัดโดยเทศบาล ไม่ใช่งานที่จัดขึ้นเพื่อเป็นสะพานเชื่อมทางการค้าให้กับบริษัทโดยเฉพาะ
ถ้าพวกเธอไปเองก็ไม่เป็นไร ถึงแม้ตอนนั้นจะได้คุยกับพ่อค้าคนไหน ย่อมถือเป็นเรื่องน่ายินดี แต่ถ้าพาลูกน้องไปด้วย ใคร ๆ จะต้องรู้ว่าพวกเธอไปที่นั่นเพื่อหาธุรกิจ และมันจะส่งผลไม่ดีได้
สถานที่จัดงานสภาการค้าอยู่ที่โรงแรมตงฟาง
นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่ลี่หรงมาโรงแรมนี้
บรรยากาศด้านในคึกคัก มีคนจับกลุ่มกันคุย หัวเราะกันอย่างสนุกสนาน
งานเลี้ยงค็อกเทลจัดในรูปแบบบุฟเฟ่ต์ มีโต๊ะปูผ้าขาววางเรียงกันอยู่ด้านข้าง บนโต๊ะมีอาหารและเครื่องดื่ม
มีทั้งแชมเปญและไวน์แดง ดูหรูหรามาก งานเลี้ยงค็อกเทลครั้งนี้ คงใช้งบประมาณสูงมากจริง ๆ
ถ้าเป็นยุคหลัง กิจกรรมของรัฐแบบนี้ต้องมีแบรนด์เครื่องดื่มชื่อดังมาสนับสนุนแน่ ๆ แต่ไม่รู้ว่าตอนนี้จะเป็นอย่างนั้นหรือเปล่า?
ลี่หรงและสวีจิ้งตานมองไปรอบ ๆ ในงานมีคนมากมาย แต่พวกเธอไม่เห็นใครที่คุ้นหน้าเลยสักคน และส่วนใหญ่ผู้ร่วมงานเป็นผู้ชาย ผู้หญิงมีน้อยมาก
ดังนั้นเมื่อพวกเธอสองคนเข้ามา จึงดึงดูดสายตาจากหลายคน
บางคนที่เคยสอบถามมานั้น พอจะรู้จักลี่หรงและสวีจิ้งตานอยู่บ้าง เพราะปีนี้เมืองหยางมีแบรนด์ใหม่อย่างหลานไห่เพิ่มขึ้นมา และได้ยินมาว่าเจ้าของโรงงานเป็นผู้หญิงสองคน
สวีหยวนเฉิง เจ้าของเซิ่งต้าจื้อจวงที่เคยพยายามชักชวนลี่หรงไปทำงานด้วย เขาสังเกตเห็นพวกเธอตั้งแต่เข้ามา คิดอยู่สักพักก็เดาได้ว่าสองสาวสวยนี้เป็นใคร ไม่คิดเลยว่าเจ้าของหลานไห่จะเป็นหญิงสาวที่ดูอ่อนเยาว์ขนาดนี้
สวีหยวนเฉิงอายุสามสิบกว่า เขาคิดว่าตัวเองหน้าตาดีพอสมควร เขาเคยสังเกตสินค้าของหลานไห่มาก่อน ไม่ยากที่จะเดาว่าอีกฝ่ายต้องมีนักออกแบบโดยเฉพาะ เขาเลยไปสืบเรื่องนักออกแบบของอีกฝ่ายเพื่อพยายามชักชวนมาทำงานด้วย
ถ้าจำไม่ผิด ตอนนั้นนักออกแบบของหลานไห่บอกว่าเธอเป็นผู้ก่อตั้ง ดังนั้นหนึ่งในสองคนตรงหน้านี้ต้องเป็นเธอแน่ ๆ ถ้าเขารู้ตั้งแต่แรกว่าอีกฝ่ายเป็นคนสาวที่หน้าตาดีขนาดนี้ จะไปคิดชักชวนเธอทำไม?
แค่จีบให้ได้สักคน เซิ่งต้ากับหลานไห่ก็จะกลายเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว
สวีหยวนเฉิงเลือกที่จะละเลยความจริงที่ว่าทั้งสองคนมีแฟนแล้ว เพราะเขาเข้าใจว่าผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว ไม่น่าจะออกมาทำธุรกิจได้แบบนี้ได้
เขาคิดว่าผู้หญิงพวกนี้ออกมาทำธุรกิจ เป็นไปได้มากว่าต้องการใช้ช่องทางเหล่านี้ในการรู้จักผู้ชายที่มีระดับสูงขึ้น สุดท้ายแล้วก็เพื่อหาคู่นั่นแหละ!
สวีหยวนเฉิงคิดแบบนี้ ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองมีโอกาสมากขึ้น เขาถือแก้วแชมเปญเดินไปหาลี่หรงและสวีจิ้งตานด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม
ลี่หรงและสวีจิ้งตานเพิ่งหามุมหนึ่งยืนคุยกัน ตั้งใจจะทานของว่างก่อนแล้วค่อยสังเกตการณ์ในงาน ไม่คิดว่าจะทานของว่างได้ไม่กี่คำ ก็มีชายร่างสูงผอมผมเกรียนมายืนอยู่ตรงหน้าพวกเธอแล้ว
สิ่งที่ยากจะบรรยายยิ่งกว่านั้นคือเขาใส่สูทแบบหลวมโคร่ง ไม่มีทรง ในสายตาของนักออกแบบอย่างลี่หรง การใส่เสื้อผ้าแบบนี้ในงานสมาคมการค้าถือเป็นหายนะชัด ๆ
สูทแบบสบาย ๆ แบบนี้ไม่ค่อยเหมาะสมที่จะใส่ไปงานที่เป็นทางการพวกนี้สักเท่าไหร่
แต่ในยุคสมัยนี้ การใส่สูทหลวม ๆ แบบนี้ดูเหมือนจะเป็นการแต่งกายทั่วไปของผู้ชายในประเทศ รวมถึงฝั่งฮ่องกงด้วยเช่นกัน ในหนังก็มีนักแสดงชายหลายคนที่ใส่สูทแบบนี้
ด้วยรูปร่างผอมสูงของสวีหยวนเฉิง บวกกับหน้าตาของเขาที่จริง ๆ แล้วถือว่าไม่เลว ลี่หรงคิดว่าถ้าเขาใส่สูทที่พอดีตัว บุคลิกของเขาจะต้องดีขึ้นอีกเยอะแน่นอน
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
5FQ29EDX