ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 318 เครื่องใช้ไฟฟ้า
บทที่ 318 เครื่องใช้ไฟฟ้า
“อยู่ห่างกันตั้งหนึ่งห้อง” จ้าวชิงซงตอบอย่างไม่ใส่ใจ “ตอนนี้พวกเขาดูโทรทัศน์กันอยู่ จะมีเวลามาสนใจพวกเราได้ยังไง?”
แต่ว่ากลางวันแสก ๆ แบบนี้…
ลี่หรงหายใจเข้าลึก ๆ พลางยื่นมือไปผลักจ้าวชิงซง “รอตอนกลางคืนเถอะค่ะ ฉันยังต้องจัดการบัญชี…”
จ้าวชิงซงยื่นมือไปเก็บถุงผ้า เขาบีบคางของลี่หรง แล้วดึงเธอเข้าไปจูบอยู่นาน
จ้าวชิงซงปลอบโยน “เดี๋ยวผมช่วยคุณจัดการบัญชีเองครับ ส่วนเงินที่ผมขายลูกแพร์ได้ ผมจะยกให้คุณทั้งหมดเลย”
เมื่อลี่หรงถูกปล่อยให้เป็นอิสระแล้ว เธอหายใจแรงขึ้นเล็กน้อย พลางจ้องมองไปที่จ้าวชิงซงอย่างอ่อนโยน “ฉันบอกแล้ว… อื้อ!”
…
ลี่หรงนอนตะแคงอยู่บนเตียงมองดูจ้าวชิงซงช่วยเธอคิดบัญชี แล้วถามขึ้นมาลอย ๆ ว่า “ปีนี้หาเงินได้เท่าไหร่เหรอคะ?”
“สวนแพร์ปล่อยผึ้งออกมา ปีนี้ก็มีเงินจากน้ำผึ้งเพิ่มขึ้นอีกหน่อย รวมกับฟาร์มหมูได้ประมาณหนึ่งแสนหยวน ตอนนั้นไปฝากเงินเก็บไว้ในสมุดบัญชีให้คุณเรียบร้อยแล้วนะครับ” จ้าวชิงซงพับเงินในถุงผ้าให้เรียบร้อยเป็นระเบียบ “ผมคิดบัญชีให้เสร็จแล้วครับ”
“หาเงินได้เยอะขนาดนั้นเลยเหรอคะ?” โรงงานของลี่หรงแทบจะเปิดทำงานทุกวัน วุ่นวายตลอดทั้งปี
เธอแบ่งปันให้จ้าวชิงซงฟัง “ธุรกิจเสื้อผ้าที่เมืองหยางดีมาก นอกจากเงินทุนเริ่มต้นของพวกเราแล้ว ต่อมาพวกเรายังกู้เงินจากธนาคารอีกสามแสนหยวน แต่ยังไม่ได้คืน ตอนสิ้นปีแบ่งเงินปันผล ฉันได้มาเกือบหนึ่งแสนสองหมื่นหยวน”
จ้าวชิงซงยกคิ้ว ก้มลงไปจูบลี่หรงเบา ๆ “เก่งมากครับ ถ้านับรวมฝูหรงกับค่าเช่าบ้านด้วย ปีนี้ภรรยาก็หาเงินได้มากมาย ต่อไปผมแค่ตามคุณไปด้วยก็พอแล้ว”
จ้าวชิงซงไม่ใช่ผู้ชายประเภทที่นั่งกินแน่นอน ลี่หรงคิดว่าเขาคงพูดเล่นแน่ ๆ เธอยิ้มจนตาหยีแล้วพูดว่า “ดีเลยค่ะ!”
ลี่หรงปรึกษากับจ้าวชิงซง “ฉันอยากซื้อบ้านล้อมลานอีกหลังหนึ่ง ซื้อหลังที่แพงหน่อย ถึงจะต้องเอาเงินที่มีอยู่ในมือออกมาทั้งหมดก็ได้ คุณว่ายังไงคะ?”
นอกจากตัดเย็บเสื้อผ้าแล้ว ในตอนนี้ลี่หรงไม่มีความคิดที่จะเข้าร่วมธุรกิจอื่น ส่วนใหญ่ก็เพราะไม่ใช่คนที่มีความสามารถในด้านนั้น
ในสายตาของเธอ สิ่งเดียวที่ได้กำไรแน่นอนคืออสังหาริมทรัพย์ในเมืองหลวง!
ตราบใดที่สามารถซื้อได้ ในอีกยี่สิบถึงสามสิบปีข้างหน้า นี่คือธุรกิจที่ได้กำไรแน่นอน
จ้าวชิงซงหรี่ตา เขามีบ้านพักอยู่ในมือสองหลังแล้ว เขารู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องซื้อมากขนาดนั้น แต่ถ้ามีเงินในมือก็ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้
ลี่หรงมองเขาที่ไม่พูดอะไรมาตลอด เธอเตะเขาใต้ผ้าห่ม “คิดอะไรอยู่น่ะ?”
จ้าวชิงซง “ถ้าคุณอยากซื้อก็ซื้อเถอะครับ แต่เก็บเงินไว้ให้ผมสักหมื่นกว่าหยวน”
“หืม?”
“หลังจากปีใหม่ผ่านไป ผมจะไม่กลับหมู่บ้านต้าเจียงแล้ว ผมจะให้พี่ชายดูแลต้นลูกแพร์ที่บ้าน ผมวางแผนจะไปทางใต้ ทางใต้มีผลไม้เยอะ ผมจะไปทำธุรกิจผลไม้ที่นั่น”
“จริงเหรอคะ?” ลี่หรงกะพริบตา ถ้าจ้าวชิงซงไปทางใต้ พวกเขาก็จะได้อยู่ด้วยกัน!
“คุณจะไปเมืองหยางไหมคะ?”
“ผมคงไม่ได้อยู่ประจำที่เมืองหยาง แต่จะวิ่งอยู่แถวนั้นแหละ ยังไงก็จะไม่ห่างจากคุณมากนัก”
ถึงแม้จ้าวชิงซงจะมีประสบการณ์ในการทำธุรกิจผลไม้ แต่ลี่หรงยังค่อนข้างกังวล “ตอนนั้นทุกอย่างจะต้องเริ่มต้นใหม่หมดนะคะ”
“งั้นก็เริ่มต้นใหม่สิครับ”
จ้าวชิงซงเต็มใจทำ ลี่หรงก็สนับสนุนอย่างเต็มที่
ในยุค 80 สายลมแห่งการปฏิรูปและเปิดประเทศพัดพามหาเศรษฐีในอนาคตมาเป็นระลอก
โอกาสในตอนนี้ ตราบใดที่เต็มใจทำ ย่อมสามารถทำเงินได้อย่างแน่นอน แต่ถ้าพลาด ต่อไปคงจะเจอโอกาสแบบนี้ได้ยาก
เพียงแค่ไปซื้อสินค้าจำนวนหนึ่งที่ตลาด ตั้งแผงขาย เป็นพ่อค้าคนกลางก็สามารถทำกำไรจากส่วนต่างได้ก้อนหนึ่ง แถมยังไม่ค่อยถูกจับตามองอีกด้วย นอกจากนี้ ยิ่งในอนาคตนโยบายเปิดประเทศจะยิ่งเข้มข้นมากขึ้น ถ้าอยากรวยต้องรีบคว้าโอกาสไว้
ในทางกลับกัน ถ้าพลาดลมตะวันออกนี้ไปแล้วอยากรวย คงต้องดูว่าสวรรค์จะหันหน้ามาอีกหรือไม่?
ลี่หรงนึกถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าจึงถามจ้าวชิงซงว่า “คุณจะลองทำธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าไหม? ตอนนี้เรามีเงินทุน สามารถรับสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ และกำไรจากเครื่องใช้ไฟฟ้าก็สูงด้วย”
ลี่หรงจำได้ว่าในช่วงยุค 80 ถึง 90 หลังจากเปิดประเทศ มาตรฐานการครองชีพของประชาชนสูงขึ้น เครื่องใช้ไฟฟ้าเข้าสู่ครัวเรือนนับพัน เครื่องใช้ไฟฟ้าจะมีช่วงพัฒนาระยะหนึ่ง คนที่ค้าขายเครื่องใช้ไฟฟ้าจะมั่งคั่งเป็นอย่างมาก
ยังมีบางคนขับรถบรรทุกเครื่องใช้ไฟฟ้าไปขายตามชนบทอีกด้วย
“เครื่องใช้ไฟฟ้า?” จ้าวชิงซงคิดทบทวนดู วันนี้ไปดูโทรทัศน์ที่ห้างสรรพสินค้า มีคนสนใจเยอะจริง ๆ “แต่ช่วงนี้ในเมืองใหญ่อย่างเมืองหลวง คาดว่าแทบทุกครัวเรือนน่าจะซื้อโทรทัศน์แล้ว การทำธุรกิจในชนบทอาจพิจารณาได้”
สักพัก ลี่หรงจึงพูดขึ้น “จริงสิ พี่สามอยู่ที่ไห่ซื่อ ได้ยินว่าทำธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่ไม่รู้ว่าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านหรือเปล่า”
“เรื่องนี้ค่อยว่ากันทีหลัง” จ้าวชิงซงยิ้ม “ผมยังคิดว่าธุรกิจผลไม้ทำง่ายกว่า”
เมื่อเสิ่นรั่วหนิงรู้ว่าลี่หรงกลับมาแล้ว จึงพาเจียรั่วมาเยี่ยมเยียน
เจียรั่วในวัยหนึ่งขวบกว่า ๆ ผิวขาวนุ่ม ดวงตาดำกลมโต พอเห็นคนก็ยิ้มโชว์ฟันสองซี่ ไม่กลัวคนแปลกหน้าเลย
พวกเหอฮวาไม่คุ้นเคยกับเสิ่นรั่วหนิง พวกเขาเพียงมองอยู่ข้าง ๆ ไม่กล้าอุ้ม
ส่วนอันอันดีใจมาก เขาชอบน้องสาวคนนี้เป็นพิเศษ พลันยื่นมืออุ้มน้องสาวขึ้น
เสิ่นรั่วหนิงจบมหาวิทยาลัยก็มีลูก แม้จะเป็นแม่แล้ว แต่ยังไม่ผ่านการขัดเกลาจากสังคม จึงยังดูอ่อนเยาว์มาก ลี่หรงไม่ได้เจอเธอมาหนึ่งปี รู้สึกว่าเธอยังเหมือนเดิม
ลี่หรงพูดเย้าแหย่ “ดูเหมือนจะไม่ค่อยลำบากเลยนะ”
แน่นอนว่าไม่ได้ลำบากอะไร ลี่รุ่ยจือจ้างป้าคนหนึ่ง เสิ่นรั่วหนิงไม่ต้องทำงานบ้านเลย แต่เธอก็มีความกังวลใจของตัวเอง เสิ่นรั่วหนิงถอนหายใจ “ไม่มีใครอยากมาอยู่เป็นเพื่อนฉันเลย ไม่งั้นหลังปีใหม่ฉันจะไปเมืองหยางกับเธอแล้วกัน”
ก่อนหน้านี้ ลี่หรงเสนอให้เสิ่นรั่วหนิงให้ลี่รุ่ยจือไปไห่ซื่อ ลี่รุ่ยจือพิจารณาว่าไห่ซื่อนั้นใกล้ ไม่ไกลจากภรรยาและลูก เขาจึงไปทำธุรกิจที่ไห่ซื่อ
ที่ไห่ซื่อมีลุงของเสิ่นรั่วหนิงคอยดูแล ธุรกิจก็ไปได้สวย แต่สุดท้ายก็คือทำธุรกิจหนึ่งเดือนกลับมาได้แค่ครั้งเดียว บางครั้งยังกลับมาไม่ได้ด้วยซ้ำ
เสิ่นรั่วหนิงอยู่บ้าน บางครั้งก็พาลูกสาวกลับไปอยู่ที่บ้านพ่อแม่ตัวเองและพ่อแม่สามีสลับกันไป นอกจากนี้ก็ไม่มีใครมาหาแล้ว
เสิ่นรั่วหนิงเบื่อจริง ๆ ลี่หรงเล่นกับเจียรั่วสักพัก แล้วพูดว่า “พอเลย ถ้าเธอไปเมืองหยางแล้วเจียรั่วจะทำยังไง?”
“จริงด้วย…” เสิ่นรั่วหนิงถอนหายใจ “ช่างเถอะ ถึงจะไป ฉันก็ไม่รู้จะไปทำอะไรอยู่ดี”
ฝั่งจ้าวชิงซงที่กำลังจัดโต๊ะกับพวกผู้ชายคนอื่น ๆ นึกถึงคำพูดของลี่หรง จ้าวชิงซงจึงคุยกับลี่รุ่ยจือเรื่องธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไห่ซื่อ…
ลี่รุ่ยจือไม่ได้ปิดบังอะไร แล้วบอกสิ่งที่ตัวเองรู้ให้จ้าวชิงซงฟังทั้งหมด…
“น้องเขย นายจะมาทำไหม? เหนื่อยหน่อยแต่ได้เงินไม่น้อยนะ”
จ้าวชิงซงยิ้ม “ค่อยว่ากันอีกทีแล้วกันครับ”
ช่วงปีใหม่ตามธรรมเนียมก็เรียกหยวนฮุยเหวินมากินข้าวด้วยกัน อีกฝ่ายดีใจมากที่ลูกศิษย์ไม่ได้ถือว่าเขาเป็นคนนอก เพียงเพราะฝั่งพ่อแม่สามีของลี่หรงมีญาติมาด้วย