ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 317 คิดบัญชี
บทที่ 317 คิดบัญชี
เสื้อกันหนาวที่ลี่หรงให้ มีลวดลายดอกไม้ด้วย เหอฮวาพลันลูบเสื้อตัวนั้นแล้วพูดว่า “นี่ให้ฉันจริง ๆ เหรอคะ?”
“ใช่แล้ว แต่กางเกงตอนนี้ใส่ที่เมืองหลวงไม่ได้หรอก เพราะอากาศหนาวเกินไป รอไปใส่ตอนไปเรียนนะ แล้วก็มีกระโปรงด้วย ตอนนี้เธออายุพอดีที่จะใส่แล้ว เป็นแบบที่พวกสาวน้อยชอบใส่ทั้งนั้นเลย”
ตอนนี้เหอฮวาสูงพอ ๆ กับลี่หรงแล้ว กระโปรงลายดอกที่ลี่หรงเอามาให้นั้น เหอฮวาน่าจะใส่ได้พอดี
แม่จ้าวมองสักพัก เธอกลัวเหอฮวาจะหนาว เลยบอกให้รีบไปเปลี่ยนชุด
เหอฮวาเปลี่ยนเสื้อผ้ากลับมาอย่างอาลัยอาวรณ์
นอกจากนี้ลี่หรงยังมีเสื้อผ้าให้เหอซิ่งด้วย เธอเอาเสื้อสูทสีน้ำเงินเข้มและเสื้อโค้ตขนสัตว์สีแดงมาให้เธอ
เหอซิ่งหัวเราะ “ฉันก็มีเสื้อผ้าอยู่แล้ว แต่เสื้อโค้ตขนสัตว์ฉันรับไว้แล้วกัน ส่วนเสื้อสูทตัวนี้สีมันโดดเด่นเกินไป ถ้าเป็นสีดำยังพอใส่ได้ แต่สีนี้ฉันไม่มีที่ไหนจะให้ใส่ไปหรอก”
“จะแบ่งแยกหมู่บ้านกับในเมืองอะไรอีก” ลี่หรงไม่ค่อยเห็นด้วยนัก เธอบอกว่า “ที่เมืองหยางเขาใส่เสื้อผ้าแบบนี้กัน เรียกว่าสไตล์ฮ่องกง คนที่ฮ่องกงใส่แบบนี้กันทั้งนั้น เธอเอากลับไปใส่เถอะน่า”
ลี่หรงมองไปรอบ ๆ แล้วพูดว่า “แต่ไม่มีให้ผู้ชายคนอื่นหรอกนะ เพราะพวกเราทำแต่เสื้อผู้หญิงน่ะ”
ก่อนที่เหอซิ่งจะมาเมืองหลวง เธอไม่รู้เลยว่าลี่หรงไม่ได้อยู่เมืองหลวงมาตลอดปีนี้
เมื่อคืนแม่จ้าวพูดแค่ว่าลี่หรงทำธุรกิจเสื้อผ้าที่เมืองหยาง ในบ้านตระกูลจ้าวนอกจากจ้าวชิงซงแล้ว ไม่มีใครรู้เลยว่าลี่หรงเปิดโรงงานที่เมืองหยาง จนถึงตอนนี้เหอซิ่งยังคิดว่าลี่หรงขายส่งเสื้อผ้าที่เมืองหยาง มีร้านขายเสื้อผ้าอยู่ที่นั่น แต่ไม่ได้คิดไปถึงว่าเธอมีโรงงานเป็นของตัวเอง
ในบ้านคนเยอะ คนทำอาหารเก่งก็เยอะ โดยมีเหอซิ่งเป็นหัวหน้าแม่ครัว เหอฮวาเป็นผู้ช่วย แม่จ้าวเลยไล่ให้ลี่หรงไปอาบน้ำ คืนนี้ต้องไม่ให้ลี่หรงทำอาหารอย่างแน่นอน!
ลี่หรงสบายใจ ไม่มีใครกดดันเธอเลย ทั้งยังมีจ้าวชิงซงคอยยกน้ำร้อนและเตาย่างมาให้อีกต่างหาก
จ้าวชิงซงและอันอันต่างคิดถึงลี่หรง พอรอจนได้เวลานอน เจ้าตัวเล็กคิดว่าจะได้คุยกับแม่ให้สบายใจ ไม่คิดว่าผู้เป็นพ่อที่เมื่อคืนยังนอนด้วยกัน กลับเอาหมอนเล็กของเขายัดให้เขาไปนอนกับปู่ย่าตายายหรือพี่ชายก็ได้ ยังไงก็อย่ามารบกวนพวกเขาแล้วกัน
อันอันมองลี่หรงด้วยสายตาน้อยใจ “แม่ครับ…”
ทั้งผู้ชายและเด็กไม่ได้เจอกันมาเกือบปี ลี่หรงไม่อยากปล่อยใครไปเลย โดยเฉพาะอันอันที่ทำท่าจะร้องไห้
ลี่หรงโบกมือเรียกอันอันให้เข้ามาแล้วกอดเขาไว้ เธอจ้องจ้าวชิงซง แล้วจูบแก้มอันอัน “ไม่ต้องเสียใจนะ ไม่ต้องสนใจพ่อ คืนนี้อันอันนอนกับแม่นะครับ”
“ที่รักครับ…” จ้าวชิงซงทำท่าน่าสงสาร พลางเรียกลี่หรงอย่างอ้อนวอน
อันอันแทรกตัวเข้ามาอยู่ระหว่างลี่หรงและจ้าวชิงซง เด็กน้อยกอดลี่หรงพร้อมบอกให้เธอเล่าเรื่องตอนอยู่เมืองหยางให้ฟัง
ลี่หรงจึงเล่าให้อันอันฟัง ส่วนจ้าวชิงซงนั้นถูกเมินอย่างสิ้นเชิง เขาคิดในใจด้วยความหงุดหงิดว่าเมื่อคืนไม่น่าตกลงให้อันอันมานอนด้วยเลย เขาเป็นเด็กผู้ชายตัวโตขนาดนี้แล้วนะ!
ทำไมไม่นอนคนเดียวล่ะ?
จ้าวชิงซงที่แต่เดิมคิดจะหวานกับภรรยา รู้สึกหมดหวังในชีวิต มองสองคนตรงหน้าแล้วนอนหงายมองเพดานห้องพลางถอนหายใจ
แต่พบว่าแม่ลูกทั้งสองไม่ได้มองเขาเลย เขาพลิกตัวมามองคู่แข่งที่กำลังคุยกับภรรยาของเขา
เด็กน้อยตื่นเต้นมากชวนคุยอยู่นาน แต่ลี่หรงอดหาวไม่ได้ เมื่อจ้าวชิงซงดูเวลาแล้วจึงรีบบอกให้พวกเขารีบนอน
วันใกล้ปีใหม่ บัญชีของร้านฝูหรงให้เหมยจีอวี้ดูแลมาตลอด สองสามวันก่อนเพราะลี่หรงติดอยู่ที่เมืองหยาง เธอเลยให้เหมยจีอวี้จ่ายเงินเดือนและซองแดงปีใหม่ให้คนอื่น ตอนนี้คนงานของฝูหรงกลับบ้านไปหมดแล้ว
ห้องที่ลี่หรงนอนมีเตาผิงอุ่น นอนแล้วอบอุ่นมาก เธอนั่งอยู่ในห้องคิดเงิน อยากจะคิดเงินที่หาได้ทั้งหมดให้ชัดเจนก่อนปีใหม่
ถึงแม้เหมยจีอวี้จะอธิบายบัญชีของฝูหรงให้เธอฟังทางโทรศัพท์แล้ว แต่ตอนนี้เธอยังต้องตรวจสอบใหม่อีกครั้งเพื่อให้สบายใจ
เหมยจีอวี้รายงานแค่ภาพรวม ลี่หรงในฐานะเจ้าของ ต้องดูรายละเอียดในแต่ละไตรมาส และดูการเปลี่ยนแปลงของร้านด้วย
เนื่องจากหวังอ้ายเจินทำของลอกเลียนแบบแล้วแย่งลูกค้าไป ในช่วงเวลาหนึ่ง ยอดเงินจึงลดลงไปบ้าง แต่หลังจากที่ลี่หรงไล่เจิ้งเยี่ยนหงออก สถานการณ์จึงกลับมาเป็นปกติแล้ว
โดยภาพรวม เงินที่ร้านฝูหรงทำได้นั้นไม่ต่างจากปีที่แล้วมากนัก อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นการตัดเย็บระดับสูง ลูกค้าจึงมีจำนวนจำกัดอยู่แล้ว
ปีนี้หลานไห่มีกำไรมากกว่าสองแสนหยวน ลี่หรงได้รับแปดหมื่นหยวน ซึ่งมากกว่าที่คิดไว้ เธอคิดไว้แต่แรกว่าปีแรกแค่ได้ทุนคืนก็ถือว่าดีมากแล้ว
ไม่คิดว่าจะได้ส่วนแบ่งมากขนาดนี้ สวีจิ้งตานได้รับเงินพอ ๆ กับเธอ ทั้งคู่ถือหุ้นในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน และต่างทำงานหนักเพื่อหลานไห่ เมื่อเทียบกันแล้ว เสิ่นรั่วหนิงได้รับไม่มากนัก เธอได้รับส่วนแบ่งประมาณห้าหมื่นหยวน
เงินถูกโอนไปโดยตรง เมื่อเสิ่นรั่วหนิงได้รับเงิน เธอก็แปลกใจมาก ‘แค่ปีแรกทำเงินได้มากขนาดนี้เลยเหรอ?’
ตอนนี้ที่บ้านมีคนเยอะ จ้าวชิงซงตื่นแต่เช้าตรู่ออกไปซื้อโทรทัศน์กลับมา จากนั้นให้คนมาติดตั้งเสาอากาศ เพียงไม่นานก็เปิดโทรทัศน์ได้แล้ว!
ถึงแม้จะมีไม่กี่ช่อง แต่เพียงพอที่จะดึงดูดความสนใจของเด็ก ๆ ในบ้านได้!
จ้าวชิงซงมองไปรอบ ๆ ไม่เห็นลี่หรง จึงถามอันอัน อันอันจ้องโทรทัศน์แล้วพูดว่า “แม่อยู่ในห้องครับ บอกว่าอย่าเข้าไปกวน”
จ้าวชิงซงยิ้มมุมปาก ในขณะที่ทุกคนกำลังดูโทรทัศน์ เขาก็กลับไปที่ห้องเพื่ออยู่กับภรรยา
ลี่หรงเพิ่งคิดบัญชีของฝูหรงเสร็จ กำลังจะคำนวณค่าเช่าห้องของตรอกเซี่ยงฝู ค่าเช่าทั้งหมดจ่ายเป็นเงินสด ซึ่งแม่จ้าวเป็นคนเก็บทุกเดือน
เมื่อคืนนี้แม่จ้าวถือถุงผ้าใบหนึ่งมาให้ลี่หรง บอกว่าข้างในเป็นค่าเช่าของตรอกเซี่ยงฝูทั้งหมด
ลี่หรงเพิ่งจะเปิดออก จ้าวชิงซงก็เข้ามา
ลี่หรงเงยหน้าขึ้นมองเห็นเป็นเขา เธอเลยไม่ได้สนใจมากนัก แล้วก้มหน้าลงไปคัดแยกตั๋วเงินใบใหญ่ออกมา
จ้าวชิงซงเดินเข้าไปในห้อง ถอดเสื้อผ้าแล้วปีนขึ้นไปแทรกตัวในผ้าห่ม พลางกอดลี่หรง แล้ววางคางบนไหล่ของลี่หรงเหมือนหมาตัวใหญ่ “ภรรยากำลังทำอะไรอยู่ครับ…”
ลี่หรงเหลือบมองเขา “กำลังทำบัญชี คุณอย่าเพิ่งกวนนะ เดี๋ยวคิดผิด…”
คิ้วและตาของจ้าวชิงซงพลันตกลงมา ตอนแรกเขาจับผมของลี่หรงเล่น “คุณทำผมลอนตั้งตอนไหนกันครับ?”
“ทำที่เมืองหยางค่ะ”
“อ้อ…” มือของจ้าวชิงซงไม่อยู่นิ่งเลย เขาลูบหลังของภรรยา แต่อีกฝ่ายกลับจับมือของเขาที่ทำตัวไม่ดีไว้ พลางชำเลืองมองด้วยสายตาดุ ๆ “จ้าวชิงซง!”
จ้าวชิงซงถูไถคอของลี่หรงอย่างสนิทสนม “ดุจัง…”
ลี่หรงยังคิดเงินไม่เสร็จ กำลังจะพูดอะไรสักอย่าง แต่เมื่อสังเกตเห็นปฏิกิริยาของจ้าวชิงซง ตาของเธอพลันเบิกกว้าง “คุณ… คุณกำลังคิดอะไรอยู่?”
“หืม?” จ้าวชิงซงบ่นเบา ๆ “ที่รักครับ คุณต้องเข้าใจนะว่าสามีของคุณอดอยากมาหนึ่งปีแล้ว ถ้าเมื่อคืนให้เด็กบ้านั่นออกไปนอนข้างนอก ผมคงไม่ต้องอั้นมาจนถึงตอนนี้”
ลี่หรงสูดลมหายใจลึก ๆ “ข้างนอกมีคนเยอะขนาดนั้น…”