ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 32 แย่งเงิน แยกบ้าน กลับไปอยู่บ้านแม่
- Home
- ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70
- บทที่ 32 แย่งเงิน แยกบ้าน กลับไปอยู่บ้านแม่
บทที่ 32 แย่งเงิน แยกบ้าน กลับไปอยู่บ้านแม่
จ้าวชิงซงเพิ่งมีประสบการณ์ครั้งแรกจึงยังควบคุมตัวเองไม่ได้ ชายหนุ่มวัยยี่สิบต้น ๆ รู้สึกมีกำลังวังชาเปี่ยมล้น
ตอนท้ายลี่หรงผล็อยหลับไปเพราะทนไม่ไหว
เมื่อเธอตื่นขึ้นมาอีกครั้ง แสงอาทิตย์เจิดจ้ากระทบหน้าต่างส่งความอบอุ่นเข้ามาปลุกสติที่ยังสะลึมสะลือ พอลองขยับตัวดูก็พบว่าร่างกายหนักอึ้งราวกับว่าเมื่อวานเพิ่งถูกเคี่ยวกรำงานหนักมาทั้งวัน
คิดถึงเรื่องเมื่อคืน ลี่หรงพลันรู้สึกหัวใจพองโต สัมผัสได้ถึงความเป็นหนึ่งเดียวกับโลกใบนี้เป็นครั้งแรกในชั่วขณะนี้เอง เสมือนว่าเดิมทีเธอก็เป็นส่วนหนึ่งของโลกใบนี้อยู่แล้ว
เธอพยายามลุกขึ้นนั่ง จ้าวชิงซงไม่อยู่ในห้อง ไม่รู้ว่าเขาไปไหนแล้ว
หลังอาบน้ำเสร็จ จึงเข้าครัวทำมื้อเช้าสักหน่อย ก่อนพบว่าในหม้อมีอาหารที่ยังร้อนอยู่
เมื่อกินข้าวเสร็จ ลี่หรงถึงเพิ่งรู้สึกตัวว่าในบ้านเงียบกว่าที่ควร นอกจากเธอแล้วก็ไม่มีใครอีก
น่าแปลก ทุกคนหายไปไหนกันหมด?
เธอกินข้าวเสร็จก็เกิดง่วงขึ้นมาอีก จึงปีนขึ้นเตียงที่ยังอุ่นอยู่แล้วผล็อยหลับไปอย่างรวดเร็ว
ถึงตอนพลบค่ำ ปล่องไฟในหมู่บ้านก็ปล่อยควันออกมาอย่างต่อเนื่อง
ลี่หรงถูกเสียงทะเลาะกันข้างนอกปลุกขึ้นมาในสภาพกึ่งหลับกึ่งตื่น ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงร้องไห้ เธอลืมตาขึ้นทันที
พอตั้งใจฟังก็ได้ยินชัดเจน มีคนร้องไห้อยู่จริง ๆ ด้วย
เธอตัดสินใจไม่นอนต่อ สะบัดศีรษะเบา ๆ ลุกขึ้นมาจากเตียงเตา เดินออกไปข้างนอก เสียงร้องไห้นั้นดังมาจากในห้องโถงนี่เอง
ลี่หรงเดินเข้าไป สมาชิกตระกูลจ้าวทุกคนล้วนอยู่ที่นั่น จ้าวชิงหลิ่ว สามีและลูก ๆ ที่เพิ่งกลับมาเยี่ยมบ้านเมื่อวานนี้ก็อยู่ด้วยเช่นกัน
เถี่ยจู้กำลังร้องไห้ จ้าวชิงหลิ่วเช็ดน้ำตาพลางกอดปลอบลูกชาย
บนหัวเถี่ยจู้มีผ้าพันแผลพันอยู่ บนหน้าผากมีสีแดงสดผุดซึมรำไร ขนาดไม่กว้างมาก แต่ก็น่าตกใจอยู่ดี
สีหน้าของจ้าวชิงซงไม่ดีนัก เขาขบกรามแน่น มือกำเป็นหมัด คนอื่น ๆ ก็มีสีหน้าโกรธเกรี้ยวขุ่นเคืองเช่นกัน
คิดว่าคงเกิดเรื่องไม่ดีอะไรขึ้น ลี่หรงจึงเข้าไปยืนข้างกายจ้าวชิงซง แตะแขนชายหนุ่มเบา ๆ เขาเหลือบตามองมาที่เธอ พลิกฝ่ามือเป็นฝ่ายกุมมือภรรยาแน่น ลี่หรงส่งสายตาถามว่าเกิดอะไรขึ้นโดยไม่ส่งเสียง
จ้าวชิงซงบีบมือเธอ ความโกรธเคืองในใจทุเลาลงบ้าง เพียงส่ายหน้าไม่พูดอะไร
จ้าวชิงหลิ่วกล่อมเถี่ยจู้จนหลับไป จากนั้นอุ้มลูกน้อยเข้าไปในห้องเล็กที่ยังว่างอยู่ภายในบ้าน ข้างในมีเตียง แต่ขนาดเล็กไปบ้าง แม่จ้าวกับเหอซิ่งช่วยกันทำความสะอาดหาผ้ามาปูให้เถี่ยจู้นอน
บรรยากาศในบ้านตึงเครียด
หลังครอบครัวกินข้าวเย็นเสร็จแล้ว ทุกคนแยกย้ายกลับเข้าห้องตัวเอง ลี่หรงถึงกล้าถามจ้าวชิงซงว่าเกิดอะไรขึ้น
สีหน้าจ้าวชิงซงไม่ค่อยดีนัก “ก็เพราะบ้านตระกูลหลี่นั่นแหละ”
ลี่หรงฟังแล้วถึงรู้ว่าวันนี้จ้าวชิงซงกับแม่จ้าวเอาเงินไปให้จ้าวชิงหลิ่ว เพิ่งออกมาได้ไม่เท่าไหร่ เหอฮวาก็วิ่งร้องไห้ตามออกมา พลางร่ำไห้ว่าย่ารังแกแม่เสียงสะอึกสะอื้น
อะไรนะ?
จ้าวชิงซงกับแม่จ้าวได้ยินอย่างนั้นก็รีบกลับไปทันที ตอนเข้าไปในบ้านตระกูลหลี่พลันได้ยินเสียงร้องแหลมกับเสียงเด็กร้องไห้ระงมไปทั่ว
พอเข้าไปก็พบภาพที่น่าตกใจ เถี่ยจู้มีเลือดอาบหน้าร้องไห้จ้าเสียงดังไม่หยุด
จ้าวชิงซงไม่มีเวลาถามให้มากความ จึงอุ้มหลานชายออกไปหาหมอทันที
หมอที่สถานีอนามัยพันแผลให้อย่างง่าย ๆ ก่อนบอกให้จ้าวชิงซงพาหลานไปโรงพยาบาลในตัวอำเภอ
จ้าวชิงหลิ่วได้ยินดังนั้นก็ตกใจ จ้าวชิงซงคุยอะไรกับแม่จ้าวเล็กน้อย ไม่กล้าชักช้า แล้วพาหลานชายเข้าตัวอำเภอไปทันที
แม่จ้าวกลับบ้านไปเรียกคน พ่อจ้าวกับจ้าวชิงหยางคว้าไม้หาบตรงไปที่บ้านตระกูลหลี่
ระหว่างทางจ้าวชิงหลิ่วค่อยมีเวลาเล่าให้ฟัง ที่แท้แม่สามีได้ยินว่าที่บ้านเอาเงินมาให้เธอหลายร้อยหยวน จึงมาหาจ้าวชิงหลิ่วบอกว่าต้องการยืมเงิน
แม้จ้าวชิงหลิ่วจะเป็นคนซื่อ แต่ก็ไม่ใช่คนโง่ รู้ว่าถ้าให้เงินไปจะต้องไม่ได้คืนกลับมาแน่นอน เธอจึงปฏิเสธ
แม่หลี่โมโหก่อนถลันเข้ามาแย่ง เถี่ยจู้เห็นแม่ตัวเองถูกรังแกก็ตั้งใจวิ่งเข้ามาขวาง แต่กลับถูกย่าตนผลักกระเด็นจนศีรษะฟาดมุมโต๊ะ
หนังหน้าหนาจริง ๆ ลี่หรงฟังแล้วก็โมโห ถามต่อว่า “จากนั้นล่ะ?”
“ตอนพ่อพาพี่ชายไปถึง พี่เขยก็กลับมาที่บ้านแล้ว พอรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ได้ยินว่าทะเลาะกับพ่อของเขายกใหญ่ ขนาดว่าไปเชิญเลขาธิการพรรคประจำหมู่บ้านกับหัวหน้ามาเป็นพยานเพื่อแยกบ้านกันอยู่แล้ว”
การแยกบ้านไม่ใช่เรื่องเล็ก ตอนนี้ยังเป็นช่วงปีใหม่ แม้บ้านตระกูลหลี่จะเลอะเลือนแค่ไหนก็น่าจะรอให้ผ่านช่วงปีใหม่ไปก่อน ลี่หรงถาม “แยกบ้านเรียบร้อยแล้วเหรอคะ?”
“นั่นแน่นอนอยู่แล้ว” จ้าวชิงซงพูด “พ่อกับพี่ชายฉันก็อยู่ด้วย ตาแก่บ้านนั้นไม่กล้าพูดอะไรสักคำ แม่เลี้ยงของพี่เขยก็เห็นด้วยเรื่องแยกบ้าน เพียงแต่เรียกร้องเงินถึงสองร้อยหยวน”
ลี่หรงโมโหจนหัวเราะออกมา “ไปเอาความมั่นใจนั้นมาจากที่ไหนกันนะ?”
“แน่นอนว่าไม่ให้อยู่แล้ว แม่สามีบ้านนั้นผลักเถี่ยจู้จนต้องไปโรงพยาบาล เสียค่ารักษาไปหลายสิบหยวน ควรเอาใบค่ารักษามาให้ฝ่ายนั้นจ่ายเสียด้วยซ้ำ เลขาฯหมู่บ้านกับหัวหน้าหมู่บ้านก็อยู่ด้วย แถมเถี่ยจู้ยังเป็นหลานชายคนโตของตระกูลหลี่ ตาแก่บ้านนั้นไม่กล้าช่วยพูดให้แม่เลี้ยงนั่นด้วยซ้ำ พวกเขาไม่มีเงินมาจ่ายก็เลยยอมแยกบ้านแต่โดยดีน่ะสิ”
“แยกบ้านก็ดีแล้ว ออกมาจากปลิงดูดเลือดพวกนั้นได้ ชีวิตพี่สาวจะต้องดีขึ้นแน่นอน”
“ที่รัก”
“หืม?”
“พี่สาวอาจต้องอยู่ในบ้านไปก่อนสักระยะ รอจนสร้างบ้านใหม่เสร็จค่อยย้ายเข้าไปอยู่” จ้าวชิงซงสางผมลี่หรง สีหน้าอ่อนโยนอย่างมาก
“อยู่ก็อยู่สิคะ ยังไงซะพอผ่านช่วงปีใหม่ พวกเราก็ต้องกลับบ้านตัวเองอยู่แล้ว ไม่ได้กระทบอะไร แล้วฉันก็ชอบเหอฮวามากด้วย”
ครอบครัวจ้าวชิงหลิ่วจึงมาอาศัยอยู่ในบ้านตระกูลจ้าว
เมื่อถึงวันที่หกของปีใหม่ ลี่หรงกับจ้าวชิงซงก็กลับไปทำอาหารที่ครัวเล็กของตัวเอง ไม่ได้กินข้าวร่วมกับคนตระกูลจ้าวอีก
จ้าวชิงหลิ่วค่อยรู้ว่าที่แท้พวกเขาก็แยกบ้านกันจริง ๆ แค่มากินข้าวด้วยกันในช่วงปีใหม่เท่านั้น
ฤดูหนาวที่หมู่บ้านต้าเจียงหนาวมาก เป็นช่วงว่างเว้นจากงาน รอจนถึงต้นฤดูใบไม้ผลิหิมะเริ่มละลายแล้ว หัวหน้าโรงงานถึงจะบอกให้คนงานกลับมาทำงานอีกครั้ง
จ้าวชิงหลิ่วแต่งออกไปแล้ว ไม่ถือเป็นคนในหมู่บ้านต้าเจียงอีก ต้องตามหลี่ต้าไห่กลับไปทำงานที่โรงงานของพวกเขา เช่นนี้ถึงจะได้แต้มงาน
ที่โรงงานห้ามเข้างานสาย ถ้าสายจะถูกหักแต้ม แม้หมู่บ้านตระกูลหลี่ที่อยู่ข้างเคียงกันนั้นจะไม่ใกล้ไม่ไกล แต่ถ้าไม่อยากไปสายก็ต้องยอมตื่นแต่เช้า จ้าวชิงหลิ่วสองสามีภรรยาต้องลำบากมากทีเดียว กว่าจะกลับมาถึงบ้านฟ้าก็มืดเสียแล้ว
พวกเขาไม่มีเวลาดูแลลูก ๆ แม่จ้าวเลยช่วยเลี้ยงเถี่ยจู้ เหอฮวาอายุหกเจ็ดขวบ ยังทำงานอะไรไม่ได้ พี่ชายที่เป็นญาติกันก็พาออกไปวิ่งเล่น จนตอนนี้ใจกล้าขึ้นมาก ไม่แลดูขี้กลัวเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว
ทุกคนเริ่มทำงานกันแล้ว ลี่หรงก็ไม่ได้อยู่เฉย ครุ่นคิดว่าจะทำอะไรหาเงิน
ช่วงฉลองปีใหม่ ที่บ้านถึงได้กินเนื้อสัตว์ คิดว่าคงกินกันจนเบื่อแล้ว เธอยังไม่อยากทำพะโล้ตั้งแต่ตอนนี้
แต่เธอยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะทำอะไรดี ส่วนจ้าวชิงซงก็กลับไปทำงานของตัวเอง
ตอนจ้าวชิงซงได้เห็นซ่งเสี่ยวซานเป็นครั้งแรกหลังช่วงปีใหม่ อีกฝ่ายมีสีหน้าสดใส พอถามถึงรู้ว่าช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา ซ่งเสี่ยวซานดูตัวผ่านคำแนะนำของคนอื่น ก่อนหาฤกษ์ยามเพื่อจะแต่งงานในอีกเดือนสามข้างหน้า
“ใช้ได้นี่ เสี่ยวซาน” จ้าวชิงซงรู้สึกดีใจแทนเขาอย่างแท้จริง “ถึงตอนนั้นพี่จะให้ซองแดงหนา ๆ เลย”
ซ่งเสี่ยวซานหัวเราะ “โธ่พี่ แค่พี่มาก็พอแล้ว อย่าสิ้นเปลืองเลย”
พี่น้องกันแท้ ๆ จะไม่แสดงความยินดีด้วยได้อย่างไร จ้าวชิงซงไม่โต้ตอบกลับไป แต่ตรงเข้าประเด็นทันที ก่อนบอกธุระสำคัญกับอีกฝ่าย
ซ่งเสี่ยวซานตอบตกลงกับจ้าวชิงซงโดยไม่แม้แต่จะคิด
ในที่สุดลี่หรงก็คิดได้แล้วว่าจะทำซาลาเปาและขนมโก๋
ของพวกนี้เก็บไว้ได้ไม่นาน อีกอย่างของว่างก็ไม่ใช่สินค้าจำเป็น ไม่รู้ว่าจะขายดีหรือไม่ดี