ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 31 คืนเข้าหอที่มาถึงช้า
บทที่ 31 คืนเข้าหอที่มาถึงช้า
“สร้างบ้าน?” แม่จ้าวขึ้นเสียง “จะเอาเงินมาจากไหน จะสร้างบ้านอย่างน้อยก็คงต้องใช้เงินหลายร้อยหยวนเลยนะ”
เงินไม่กี่ร้อยหยวนสร้างบ้านได้แค่ห้องเดียว ถ้าจะสร้างหลายห้องอย่างน้อยก็ต้องใช้เป็นพันหยวน จะอย่างไหนก็เป็นเงินมากมายทั้งนั้น
จ้าวชิงหลิ่วกับสามีทำงานในโรงงาน หลายปีมานี้ยังถูกบ้านตระกูลหลี่อุบเงินไว้อีก ในกระเป๋าคงเหลือเงินอยู่ไม่เท่าไหร่
“หนูรู้ว่ามันยาก แต่หนูทนไม่ไหวแล้ว แม่ดูเหอฮวาสิ เด็กห้าหกขวบบ้านอื่นร่าเริงสดใส แต่หลานสาวแม่กลับถูกคนเป็นแม่สามีดุด่าทุบตีจนกลายเป็นเด็กเงียบขรึม เจอใครก็ไม่พูดไม่จา…” จ้าวชิงหลิ่วเว้นไปเล็กน้อยแล้วพูดต่อว่า “ต่อให้หนูต้องยืมเงินคนอื่นก็จะไม่ยอมทนกับคนพวกนั้นอีกต่อไปแล้ว”
เหอฮวาคือลูกสาวของจ้าวชิงหลิ่ว ส่วนลูกชายคนเล็กชื่อเถี่ยจู้
…
“กินข้าวก่อนเถอะ” แม่จ้าวไม่ได้พูดอะไรอีก
ลี่หรงเดาว่าแม่จ้าวคงกังวลว่าเธออยู่ตรงนี้ด้วย ถ้าพูดเรื่องยืมเงินก็อาจทำให้ลูกสะใภ้อย่างเธอไม่พอใจถึงได้หยุดพูด
หลังกินข้าวเสร็จ แม่จ้าวก็จูงมือจ้าวชิงหลิ่วเข้าไปคุยในห้อง ลี่หรงเดาว่าคงจะให้จ้าวชิงหลิ่วยืมเงินเป็นแน่ แต่นั่นเป็นเรื่องของแม่จ้าว นางจะให้เงินลูกสาวตัวเองก็เป็นเรื่องชอบด้วยเหตุผล ลี่หรงย่อมไม่พูดมาก
ลี่หรงคิดว่าถ้าลูกสะใภ้อยากอยู่ร่วมกับแม่สามีด้วยดี เวลาแม่สามีให้เงินช่วยเหลือลูกสาวตัวเอง ดีที่สุดคือเปิดตาข้างหนึ่งปิดตาข้างหนึ่ง จะได้ไม่กระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่าย
จ้าวชิงหลิ่วอยู่ในนั้นไม่นานก็เดินออกมาจากห้องของแม่จ้าว เรียกสามีกับลูก ๆ บอกว่าจะกลับแล้ว
ลี่หรงยัดอั่งเปาให้เด็กสองคนนั้น
เถี่ยจู้อายุยังน้อย กลับชอบสิ่งสวย ๆ งาม ๆ ยิ่งน้าสะใภ้ยังสาวยังสวยเช่นนี้ เขายิ่งชอบ พอน้าสะใภ้ให้ซองสีแดงสดใสมาจึงถือไว้ไม่ยอมวางมือ
เหอฮวาอายุมากกว่าหน่อย รู้ว่าไม่อาจรับของจากคนอื่นส่งเดช จึงไพล่มือไว้ข้างหลังวิ่งไปหลบอยู่หลังจ้าวชิงหลิ่ว พลางชะเง้อคอออกมามองลี่หรง ไม่ยอมรับอั่งเปาจากอีกฝ่าย
“ไม่ต้องให้พวกเขา พวกเขายังเด็กอยู่ อย่าสิ้นเปลืองเงินทองเลย” จ้าวชิงหลิ่วพูด
ลี่หรงแย้ง “ไม่ได้หรอก ปีใหม่ทั้งที อั่งเปาคือจุดเริ่มต้นที่ดี เป็นสิริมงคล ฉันจะให้หลาน ๆ พี่ห้ามฉันไม่ได้หรอกนะ”
ลี่หรงล้วงขนมออกมากำหนึ่ง ยัดใส่ในกระเป๋าเสื้อของเหอฮวาพร้อมซองแดง บอกว่า “เหอฮวาของพวกเราร่าเริงเข้าไว้นะ น้าให้ขนม”
จ้าวชิงหลิ่วจนปัญญา สอนลูกสาวว่า “รีบขอบคุณน้าสะใภ้เร็วเข้า”
ก่อนหน้านี้ตอนอยู่บ้านสามีได้ยินว่าเจ้ารองแต่งสะใภ้นิสัยไม่ดีเข้าบ้าน อาละวาดเสียใหญ่โตจนต้องแยกบ้านกันอยู่ เธอจึงคิดว่าอีกฝ่ายคงเป็นน้องสะใภ้ตัวร้าย วันนี้ได้เจอเจ้าตัวกลับรู้สึกว่าเป็นคนที่ดีมาก ดูมีความรู้ คนข้างนอกคงลือกันมั่วซั่วเป็นแน่
เมื่อกลับถึงบ้าน เหอฮวาก็ยกซองแดงให้จ้าวชิงหลิ่ว
จ้าวชิงหลิ่วคิดว่าในอั่งเปาคงมีเงินอยู่ไม่เท่าไหร่ เดิมคิดจะบอกให้เหอฮวาเก็บไว้ซื้อขนมกิน คิดไม่ถึงว่าพอเปิดซองดูกลับมีเงินตั้งห้าหยวน
เธอตกใจมาก จากนั้นจึงไปตะล่อมขอซองแดงจากลูกชายคนเล็ก พบว่าในนั้นมีเงินห้าหยวนเช่นเดียวกัน
รวมเป็นสิบหยวน!
น้องสะใภ้ใจกว้างจริง ๆ!
จ้าวชิงหลิ่วกับหลี่ต้าไห่มองหน้ากันอย่างพูดไม่ออก เงินสิบหยวนถือว่าเยอะมาก คิดไม่ถึงเลยว่าน้องสะใภ้จะให้อั่งเปามือเติบขนาดนี้
เธอตื้นตันใจจนน้ำตาไหล “น้องสะใภ้ช่างเป็นคนดีจริง ๆ”
ตอนแรกลี่หรงตั้งใจว่าจะให้อั่งเปาซองละสองหยวนเท่ากันกับของพวกต้าหนิว แต่พอใคร่ครวญเรื่องครอบครัวของจ้าวชิงหลิ่วแล้วก็เปลี่ยนใจเป็นห้าหยวน
ตอนกลางคืน ลี่หรงกับสามีกอดพลางนอนคุยกันอยู่บนเตียง
จ้าวชิงซงครุ่นคิดเรื่องครอบครัวพี่สาวและพี่เขย เขาพลางบีบมือลี่หรง พูดคุยเรื่องนั้นเรื่องนี้ครู่หนึ่งก็เอ่ยขึ้นว่า “พี่สาวอาจย้ายออกมาสร้างบ้านอยู่เอง บ้านตระกูลหลี่ทำแต่เรื่องร้าย ๆ กดดันจนพี่ทนไม่ไหวแล้ว”
ลี่หรงไม่ได้พูดอะไร จ้าวชิงซงพูดต่อไปว่า “พี่อายุมากกว่าผมหกปี สมัยก่อนตอนยังเด็ก พี่มักจะแบกผมไว้บนหลัง ภายหลังผมต้องไปรับใช้กองทัพจึงมาไม่ทันดื่มเหล้ามงคลในงานแต่งพี่ ตอนพี่ถูกรังแกอยู่ข้างนอก ก็ไม่ได้ไปช่วยออกหน้าให้ ตอนนี้พี่อยากสร้างบ้าน ผมคิด …”
“คุณต้องการยืมเงินเท่าไหร่เหรอคะ?” ลี่หรงตัดบทเขา ได้ยินจ้าวชิงซงพูดถึงเรื่องในอดีตขึ้นมา ลี่หรงก็รู้แล้วว่าเขากำลังปูทาง เดาได้ว่าอีกฝ่ายคงต้องการยืมเงิน
จ้าวชิงซงคิดถึงพี่น้องในบ้าน แสดงว่าเขาเป็นคนจิตใจดีงาม ลี่หรงย่อมยินดี แต่ถ้าจ้าวชิงซงไม่พูดถึง แบบนั้นต่างหากที่ทำให้เธอผิดหวัง
“นี่คุณ? …” จ้าวชิงซงประหลาดใจ คิดไม่ถึงว่าลี่หรงจะมีท่าทีแบบนี้ ดูจากสีหน้าภรรยาก็ไม่คล้ายว่าจะไม่พอใจ ก่อนเอ่ยอย่างละอายใจว่า “สองร้อยหยวนก็เพียงพอแล้ว”
“สองร้อยจะไปพอได้ยังไง ห้าร้อยเถอะ จะสร้างบ้านไม่ใช่เหรอ? สร้างเสร็จแล้วยังมีพวกเครื่องเรือนเครื่องใช้อีก”
“งั้นก็ห้าร้อย?”
“ดูคุณทำเข้าสิ คุณยังไม่รู้จักฉันอีกเหรอ ต่อไปหากมีอะไรก็บอกฉันมาตรง ๆ ถ้าไม่ได้จริง ๆ ฉันจะปฏิเสธเอง” ลี่หรงเห็นหัวคิ้วสามีคลายออกก็รู้ว่าตอนแรกเขาคงอยากบอกว่าห้าร้อยหยวน
“คุณไม่กลัวว่าพี่สาวผมจะหาเงินไม่ได้เหรอ”
ลี่หรงตอบ “ไม่กลัว หากวันหน้าพวกเราค้าขายก็พาพวกเขามาทำด้วยกัน ยังต้องกลัวว่าพวกเขาจะหาเงินไม่ได้อีกเหรอคะ”
ลี่หรงรู้ว่าจ้าวชิงซงเป็นคนอย่างไร เมื่อก่อนเขาพาซ่งเสี่ยวซานออกไปทำงาน เมื่อภายหลังไม่ทำต่อแล้วก็แนะนำงานให้พี่น้องคนอื่น ดูจากจุดนี้ก็รู้ว่าจ้าวชิงซงเป็นคนมีน้ำใจ หากเขาประสบความสำเร็จแล้ว ก็จะพาพี่น้องคนอื่นประสบความสำเร็จไปด้วยกัน
ในนิยายต้นฉบับ ระหว่างที่จ้าวชิงซงกำลังสร้างเนื้อสร้างตัว มีคนมากมายได้รับความช่วยเหลือจากเขา ต่อมาภายหลังก็ยังกลับมาช่วยเหลือ เหตุที่จ้าวชิงซงสามารถสร้างตัวได้ก็มาจากจิตใจที่มีเอื้อเฟื้อของเขานั่นเอง
จ้าวชิงซงพลันรู้สึกอุ่นวาบในใจ คิดไม่ถึงว่าลี่หรงจะเข้าอกเข้าใจเขา แล้วยังใจตรงกันถึงขนาดนี้ เขาจึงจุมพิตลี่หรงเบา ๆ “คุณช่างดีจริง ๆ”
“อืม”
ทั้งสองเงียบไปสักพัก ลี่หรงก็ได้ยินจ้าวชิงซงถามมาว่า “…รอบเดือนของคุณหมดไปแล้วใช่ไหม?”
ลี่หรงพลันหน้าร้อนผ่าว เธอรู้ว่าถ้าตัวเองพยักหน้าจะหมายความว่าเช่นไร ก่อนตอบเสียงเบาหวิว “อืม”
ความเงียบในห้องนอนทำให้จ้าวชิงซงได้ยินชัดเจน ในหัวเขาเหมือนมีดอกไม้ไฟระเบิดจ้า ดีใจจนไม่รู้จะบรรยายออกมาเป็นคำพูดอย่างไร
ลี่หรงกำลังจะพูดอะไร สามีก็พลิกมาเป็นฝ่ายคร่อมอยู่บนร่าง
หญิงสาวไม่ทันตั้งตัวจึงใจหายวาบ ปิดปากร้องอุทานอย่างตกใจ ตอนกอดกันในยามปกติยังไม่อาจทำให้เธอประหม่าได้เท่านี้
ร่างกายของเธอแข็งทื่อ ไม่รู้ว่าควรตอบสนองอย่างไร ชายหนุ่มที่คร่อมอยู่เหนือร่างทำให้หัวสมองของเธอพลันขาวโพลน แม้การกอดกันในยามปกติก็นับเป็นความใกล้ชิดที่ไร้ช่องว่างแล้ว แต่เธอสัมผัสได้ว่าคราวนี้ต่างจากที่ผ่านมา
หรือเป็นเพราะรู้ว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น?
ลี่หรงพลันกลืนน้ำลาย ความคิดว้าวุ่นไปหมด
ท่ามกลางความมืด ลี่หรงมองไม่เห็นใบหน้าที่ร้อนจนแดงก่ำของชายหนุ่ม ไม่อย่างนั้นเธอก็คงได้รู้แล้วว่าไม่ได้มีเพียงตัวเองที่เขินอาย
ความคิดของลี่หรงพลันสับสนวุ่นวาย จนไม่ได้สังเกตว่าจังหวะหายใจของจ้าวชิงซงเปลี่ยนเป็นกระชั้นขึ้นกว่าเดิม ลมหายใจร้อนผ่าวรดใบหน้าของเธออยู่ใกล้ ๆ
เนื้อตัวของเธอช่างนุ่มนิ่มเสียจริง
ความคิดของจ้าวชิงซงก็สับสนวุ่นวายเช่นกัน
เขาโน้มร่างลงไปจุมพิตลี่หรงโดยไม่จำเป็นต้องให้ใครสอน
ความเคลื่อนไหวเร่งร้อน จากจุมพิตแปรเปลี่ยนเป็นการขบกัด
ลี่หรงโอนอ่อนผ่อนตาม ทั้งยังตอบโต้อีกฝ่ายกลับไป
จ้าวชิงซงที่ได้รับการตอบสนองราวกับได้รับกำลังใจอันยิ่งใหญ่
ก่อนจุมพิตไล้เรือนร่างอีกฝ่ายลงไป
จ้าวชิงซงจุมพิตจนลี่หรงงุนงงไปหมด ก่อนจับมือทั้งสองของเธอขึ้นไปไว้ข้างบน
มือของลี่หรงถูกรวบไว้เหนือศีรษะ เพียงไม่นานร่างกายก็พลันรู้สึกเย็นวาบ
จ้าวชิงซงดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมเอาไว้อย่างแน่นหนา
ร่างกายรุ่มร้อนของคนทั้งสองแนบชิดกันใต้ผ้าห่ม
นี่เป็นครั้งแรกของคนทั้งคู่ แต่อีกฝ่ายเป็นผู้ชาย จึงใช้เวลาหาเล็กน้อยก่อนพบเข้ากับตำแหน่งนั้น
ลี่หรงคล้ายเจ็บจนสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ มือที่คล้องคอสามีจิกลงบนแผ่นหลังของเขาโดยไม่รู้ตัว
ความเจ็บบนแผ่นหลังเทียบไม่ได้กับความวาบหวามตรงหน้า จ้าวชิงซงไม่สนใจความเจ็บเล็กน้อยนั้นเลยสักนิด
แต่เขารู้ว่าลี่หรงเจ็บ ในใจรู้สึกเวทนาสงสาร ก่อนก้มศีรษะลงไปจูบลี่หรง ทั้งกัดทึ้งและจุมพิตอย่างดูดดื่ม
จนกระทั่งสัมผัสได้ว่าลี่หรงผ่อนคลายลงแล้ว ไม่เจ็บเท่าเดิมอีก เขาถึงเริ่มเคลื่อนไหว
คืนเข้าหอที่มาถึงช้า มาถึงในค่ำคืนที่ถูกห่อหุ้มด้วยแสงราตรีสีเงินยวง
เสียงครวญครางที่ชวนให้คนหวามไหวดังมาจากภายในห้องน้อยที่เงียบสงบ ประหนึ่งบทเพลงอันไพเราะที่ดังต่อเนื่องจนกระทั่งสรรพสิ่งเงียบสงัด ดวงตะวันโผล่พ้นขอบฟ้า