ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 321 จะอยู่ที่ไหน
บทที่ 321 จะอยู่ที่ไหน
ปี้ซิ่งสือคิดว่าหลี่เสี่ยวอ้ายก็เป็นแบบนี้ ตอนอยู่โรงพยาบาล ไม่รู้ว่าหลี่เสี่ยวอ้ายฟังที่เขาพูดหรือเปล่า? บางทีคำพูดของเขาอาจจะใช้ไม่ได้ผล งั้นก็ให้ลี่หรงพูดกับเธอแทน
อย่างไรก็ตาม ต้องไม่ปล่อยให้เด็กสาวขาดสารอาหารตั้งแต่อายุยังน้อย
ลี่หรงขมวดคิ้ว ถอนหายใจ “ค่ะ วันนี้ขอบคุณมากนะคะ”
เรื่องของคุณยายโม่ต้องส่งผลกระทบต่อหลี่เสี่ยวอ้ายมากแน่ ๆ
ลี่หรงไม่ได้บอกปี้ซิ่งสือว่าคุณยายโม่ไม่อยู่แล้ว อย่างแรกเลยนี่เป็นเรื่องของหลี่เสี่ยวอ้าย และอีกอย่าง เธอไม่คิดว่าจะมีความเกี่ยวข้องอะไรกับปี้ซิ่งสืออีก
เธอส่งต่อคำพูดของปี้ซิ่งสือให้หลี่เสี่ยวอ้ายฟัง อีกฝ่ายจึงพยักหน้า “ก็ได้ค่ะ”
ลี่หรงมองหน้าหลี่เสี่ยวอ้ายแล้วพูดอย่างจริงจัง “พี่รู้ว่าเรื่องของคุณยายโม่ทำให้เธอเจ็บปวดมาก แต่คนที่ยังมีชีวิตอยู่ต้องใช้ชีวิตให้ดี คนที่อยู่บนสวรรค์ถึงจะวางใจได้ เสี่ยวอ้าย ทำไมเธอไม่ดูแลตัวเองให้ดี ๆ ล่ะ เรื่องที่ต้องเข้าโรงพยาบาล ถ้าปี้ซิ่งสือไม่บอกพี่ เธอก็ตั้งใจจะปิดบังสินะ”
หลี่เสี่ยวอ้ายก้มหน้าต่ำ “ขอโทษนะคะพี่ลี่หรง”
“เธอขอโทษพี่เหรอ?” ลี่หรงทำหน้าเข้ม แม้แต่อันอันที่อยู่ข้าง ๆ ยังไม่กล้าพูดเสียงดัง
แม่จ้าวเดินเข้ามาเห็นบรรยากาศไม่ค่อยดี เห็นหลี่เสี่ยวอ้ายกำลังเช็ดน้ำตาแล้วนึกถึงคุณยายโม่ที่จากไปแล้ว ทิ้งหลี่เสี่ยวอ้ายไว้คนเดียว แม่จ้าวจึงถาม “เกิดอะไรขึ้นเหรอ?”
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ เดี๋ยวให้เสี่ยวอ้ายอยู่กินข้าวเย็นที่บ้านด้วยนะคะ”
แม่จ้าวเพียงส่งเสียงตอบรับในลำคอ แล้วไปทำงานต่อ
ลี่หรงรอจนกระทั่งหลี่เสี่ยวอ้ายอารมณ์ดีขึ้นหน่อยจึงพูดว่า “การทำอาหารที่บ้านอาจจะกระทบเวลาเรียนได้ พี่จะจัดหาที่พักให้ แล้วกินข้าวที่โรงเรียนนะ”
หลี่เสี่ยวอ้ายส่ายหัว “ฉันไม่อยู่หอพักค่ะ”
อยู่หอพักต้องเสียเงิน…
ลี่หรง “ไม่ต้องกังวลเรื่องเงิน ฉันจะคอยสนับสนุนเธอเอง รอจนกว่าจะสามารถหาเงินได้แล้วค่อยคืนฉัน”
“ไม่ใช่เพราะเงินหรอกค่ะ…”
เห็นว่าหลี่เสี่ยวอ้ายไม่อยากอยู่หอจริง ๆ ลี่หรงจึงต้องยอมแพ้ “งั้นต่อไปเธอต้องดูแลตัวเองให้ดี ไม่งั้น… ช่างเถอะ”
ลี่หรงอยากจะบอกว่าให้หลี่เสี่ยวอ้ายมาอยู่ที่บ้านล้อมลานก็ได้ จะได้มีอันอันเป็นเพื่อน ที่บ้านเธอก็แค่เพิ่มตะเกียบอีกคู่เท่านั้นเอง
แต่พอคิดว่าตอนนี้เธอไม่ได้อยู่เมืองหลวงบ่อยนัก อีกไม่กี่วันต้องไปเมืองหยางแล้ว ที่บ้านไม่ใช่เธอทำอาหารดูแล แต่เป็นแม่จ้าว เธอจึงไม่สามารถรับเรื่องของหลี่เสี่ยวอ้ายมาดูแลเองแล้วโยนให้แม่จ้าวได้
เพราะแม่จ้าวยังต้องดูแลอันอันอยู่เลย ลี่หรงยังไม่ได้ถามความเห็นของแม่จ้าวด้วยซ้ำ การให้หลี่เสี่ยวอ้ายอยู่ต่อโดยไม่ได้ปรึกษาก่อนคงไม่ดี
สิ่งที่ทำให้ลี่หรงแปลกใจคือ ตอนกลางคืนก่อนจะเข้านอน แม่จ้าวเรียกลี่หรงไว้ “เสี่ยวหรง”
เหมือนเธอไม่รู้ว่าจะเริ่มพูดยังไง ลี่หรงรอด้วยความอดทนสักพัก แม่จ้าวจึงพูดออกมา “ตอนนี้เสี่ยวอ้ายอยู่คนเดียว ยังต้องไปโรงเรียน ที่บ้านไม่มีผู้ใหญ่ ฉันอยากจะบอกว่าให้เธอมาอยู่ที่บ้านล้อมลานไหม จะได้มีเพื่อนเป็นอันอันด้วย”
เรื่องนี้แม่จ้าวคิดมาตั้งแต่ตอนบ่ายแล้ว แม่จ้าวอยากให้หลี่เสี่ยวอ้ายอยู่ต่อ สำหรับเธอแค่ต้องทำอาหารเพิ่มอีกคนเท่านั้น แต่บ้านล้อมลานเป็นของลี่หรง ค่าใช้จ่ายในบ้านก็เป็นของลี่หรง เลยไม่รู้ว่าจะพูดกับลี่หรงยังไงดี
ช่างบังเอิญจริง ๆ ที่ทั้งสองคิดไปในทางเดียวกันพอดี
ลี่หรงยิ้ม “หนูก็คิดแบบนี้เหมือนกันค่ะ แต่รู้สึกว่าแม่ดูแลอันอันก็เหนื่อยมากแล้ว เลยไม่กล้าพูด ในเมื่อแม่คิดแบบนี้ งั้นหนูจะไปบอกเสี่ยวอ้ายนะคะ”
แม่จ้าวพยักหน้า ถูกต้องแล้ว ลูกสะใภ้คนนี้เธอไม่ได้มองผิดจริง ๆ
จ้าวชิงซงไม่รู้ว่าช่วงนี้ยุ่งอยู่กับอะไร วันนี้มื้อเย็นก็ไม่ได้อยู่บ้าน ลี่หรงขึ้นเตียงจะหลับแล้วถึงได้เห็นตัว เธอไม่ค่อยพอใจนัก “ไปยุ่งอะไรมาทั้งวันไม่เห็นหน้าเลยคะ?”
จ้าวชิงซงเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วรีบขึ้นเตียงกอดลี่หรง “ไปหาติงลี่เหรินมา คุยธุระนิดหน่อย จริงสิ! เราจะไปเมืองหยางกันเมื่อไหร่ครับ?”
“อีกไม่กี่วันนี้แหละค่ะ เดี๋ยวฉันต้องจัดการตั๋วเครื่องบินให้คุณด้วย” ลี่หรงจัดการเรื่องต่าง ๆ ในเมืองหลวงเกือบเรียบร้อยแล้วจึงออกจากบ้าน โชคดีที่เมืองหยางมีสวีจิ้งตาน ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่สามารถอยู่ที่นี่หลายวันโดยไม่ไปที่นั่นได้
อีกสองปี เฉาเหลียงอวี้ก็จะเรียนจบแล้ว ลี่หรงจึงวางแผนจะเปิดสาขาของฝูหรงในห้างสรรพสินค้า
ก่อนหน้านี้เธอไม่เคยทำ สาเหตุหลักคือราคาของฝูหรงค่อนข้างสูง กลุ่มลูกค้ามีจำกัด และทั้งหมดอาศัยการบอกต่อ หากเปิดที่บ้านล้อมลานโดยไม่โฆษณา คนรุ่นใหม่น้อยคนนักที่จะรู้จัก
ตอนนี้หลายคนสามารถหาเงินได้แล้ว สภาพแวดล้อมทางการตลาดก็ดีกว่าแต่ก่อน ลี่หรงคิดว่าการเปิดสาขาในสถานที่ที่มีผู้คนพลุกพล่านนั้นเป็นความคิดที่ดี สามารถดึงดูดลูกค้าได้
เพียงแต่ตอนนี้เธอยังไม่สามารถอยู่ในเมืองหลวงได้ตลอดเวลา และยังไม่มีนักออกแบบคนใหม่ ตอนนี้ส่วนใหญ่เป็นเฉาเหลียงอวี้และเธอ ถึงแม้จะมีออร์เดอร์ใหม่ก็ยุ่งจนทำไม่ไหว ต้องรอจนกว่าจะรับนักออกแบบใหม่ได้ และลี่หรงต้องฝึกด้วยตัวเองแล้ว เธอถึงจะกล้าไว้ใจให้คนดูแลร้าน
ดังนั้น แผนการเปิดสาขาจึงถูกระงับไว้ก่อน
“นั่งเครื่องบิน?” จ้าวชิงซงเลิกคิ้ว เขายังไม่เคยนั่งเลย
ก่อนหน้านี้ลี่หรงบอกว่าจะเอาเงินที่มีอยู่ในมือไปซื้ออสังหาริมทรัพย์อีกหลัง จ้าวชิงซงคิดว่าเธอจะซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่รัฐบาลพัฒนา แต่ไม่คิดว่าลี่หรงจะซื้อบ้านเก่าแบบจีน และยังเป็นที่เมืองฝูเจี้ยนอีกด้วย
คฤหาสน์หลังนั้นมีขนาดใกล้เคียงกับของลี่รุ่ยจือ แต่ราคาสูงกว่า ใช้เงินไปกว่าสองแสนหยวน
เรื่องนี้มีเพียงสามีภรรยาเท่านั้นที่รู้ จ้าวชิงซงไม่เสียดายเงินเลยแม้แต่น้อย เขาพูดเพียงว่า “ผมคิดว่าคุณจะไปซื้อตึกเสียอีก”
ลี่หรงยิ้ม “รอไปอีกสักพักเดี๋ยวคุณจะรู้เอง”
คฤหาสน์หลังนั้น ถ้ารออีกยี่สิบสามสิบปีแล้วขายไป ไม่รู้ว่าจะซื้อห้องชุดได้กี่ห้อง!
ณ เมืองหยาง
สวีจิ้งตานมารับลี่หรง โชคดีที่ครั้งนี้ไม่เจอโจรปล้น
เดิมทีบ้านที่อยู่ในเมืองหยางเป็นของสวีจิ้งตาน ตอนนี้จ้าวชิงซงก็มาแล้ว ต่อไปเขาจะอยู่ที่เมืองหยางตลอด ลี่หรงคิดว่าการพาจ้าวชิงซงมาอยู่บ้านของสวีจิ้งตานคงไม่ค่อยดีเท่าไหร่
เธอตั้งใจจะไปเช่าบ้านอยู่ข้างนอกกับจ้าวชิงซง
สวีจิ้งตานรู้เรื่องแล้วจึงอาสาพูดขึ้นมาเอง “จะไปหาเรื่องอะไรเปล่า ๆ เธอกับจ้าวชิงซงอยู่ที่ตึกนี้ก็ได้แล้ว”
“มีอะไรไม่สะดวกหรือ?” สวีจิ้งตานพูด “อีกสักพักฉันก็จะไปจดทะเบียนสมรสกับซ่งอี้เฉิง ตอนนั้นฉันก็จะไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว แต่ฉันจะต้องเก็บบ้านหลังนี้ไว้แน่นอน ถ้าเธอไม่อยู่ ฉันคงต้องไปหาคนอื่นมาเช่าอยู่ดี”
ลี่หรงไม่คิดว่าพวกเขาจะคืบหน้ากันเร็วขนาดนี้ จึงอดแปลกใจไม่ได้ “อาซ่งเร็วมากเลยนะคะ”
เธอแอบมองท้องของสวีจิ้งตานอีกครั้ง “อย่าบอกนะว่าท้อง?”
“พูดบ้าอะไรของเธอ!” สวีจิ้งตานมองลี่หรงด้วยสายตาตำหนิ “นี่เพิ่งผ่านไปแค่ไหนเอง จะเร็วขนาดนั้นได้ยังไง!”
ลี่หรงพยักหน้าอย่างจริงจัง “ไม่แน่นะ…”
“เธออย่ายุ่งเลย ยังไงเธออยู่ให้สบายใจก็พอแล้ว”
“ฉันจะจ่ายค่าเช่าบ้านให้คุณนะคะ” ถ้าไม่จ่ายเงิน ลี่หรงคงรู้สึกติดค้างใจ
“แล้วแต่เธอเลย อยากจ่ายก็จ่ายสิ” สวีจิ้งตานรู้ว่าถ้าไม่รับค่าเช่าบ้าน ลี่หรงคงไม่ยอมอยู่แน่
ลี่หรงถอนหายใจอย่างโล่งอก สวีจิ้งตานยินดีรับค่าเช่าบ้าน งั้นเธอก็สบายใจที่จะอยู่แล้ว ถ้าไปหาบ้านเช่าข้างนอกคงต้องหาใหม่อีก อยู่แล้วอาจจะไม่สะดวกสบายเท่าที่นี่ด้วย