ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 325 ค่ำคืนที่ท่าเรือเหวยตัวลี่
บทที่ 325 ค่ำคืนที่ท่าเรือเหวยตัวลี่
ตอนเช็คอินที่โรงแรมเหม่ยลี่หัว จ้าวชิงซงเป็นคนติดต่อประสานงานตลอด
ถ้าลี่หรงจำไม่ผิด เหม่ยลี่หัวเป็นโรงแรมเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์ ว่ากันว่าเป็นโรงแรมที่นายทุนฮ่องกงบริหาร…
ไม่ว่าจะภายนอกหรือภายใน ต่างถูกออกแบบมาอย่างหรูหรา
ลี่หรงเห็นค่าห้องพักคืนละร้อยแปดสิบหยวน หากคิดเป็นค่าเงินหยวนในอนาคตก็ประมาณสามพันหยวน!
เมื่อมาถึงห้องพัก ลี่หรงอดไม่ได้ที่จะถามว่า “ห้องนี้คุณจองเองใช่ไหมคะ?”
ก่อนหน้านี้จ้าวชิงซงบอกกับเหอไฉซานว่ามีเพื่อนช่วยจองให้ แต่เมื่อเห็นจ้าวชิงซงจ่ายค่าห้องพักไปถึงสามคืน ลี่หรงถึงรู้ว่าต้องเป็นเขาที่จองเอง
ลี่หรงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสามีของเธอเป็นคนพูดโกหกเก่งแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?
จ้าวชิงซงวางกระเป๋าเดินทางเรียบร้อยแล้ว หันมาหาลี่หรงแล้วจูบเธอเบา ๆ สักพักจึงยอมรับว่า “ใช่ครับ พวกเราไม่ค่อยสนิทกับคุณเหอ ไม่ต้องให้เขาจัดการหรอกครับ ถึงยังไงพวกเราก็มีเงินจ่ายค่าที่พักเองได้”
พอพูดถึงเรื่องเงิน ลี่หรงพลันรู้สึกเจ็บใจกับค่าห้องพักที่จ่ายไปถึงห้าหกร้อยหยวน เธอพูดอย่างเจ็บปวดว่า “ความจริงแล้วไม่จำเป็นต้องพักโรงแรมดีขนาดนี้ก็ได้นะคะ ฉันยังไม่รู้เลยว่าจะเจรจาธุรกิจสำเร็จหรือเปล่า แต่ตอนนี้กลับจ่ายไปห้าหกร้อยแล้ว”
จ้าวชิงซงบีบไหล่ลี่หรง แล้วผลักเธอเข้าไปในห้องน้ำ “ไปอาบน้ำให้สบายตัวแล้วนอนสักหน่อยเถอะครับ ตอนเย็นเราจะไปเที่ยวท่าเรือเหวยตัวลี่กัน อย่าเพิ่งคิดถึงเรื่องงานเลยครับ ส่วนเงินนี่ผมออกให้ ถือว่ามาเที่ยวแล้วกันครับ”
ลี่หรงกลอกตา “เงินคุณก็คือเงินฉันไม่ใช่เหรอคะ?”
ลี่หรงอาบน้ำเสร็จ เธอเดินออกมาแล้วเห็นจ้าวชิงซงไม่รู้ไปหาขนมขบเคี้ยวฮ่องกงมาจากที่ไหนเต็มไปหมด เขาชี้ไปที่ขนมเหล่านั้นแล้วบอกลี่หรงว่า “คุณรีบมากินเร็ว ตื่นมาตอนเย็นแล้วผมจะพาไปกินอาหารญี่ปุ่นกันนะครับ”
ลี่หรงเลิกคิ้ว “ยังจะมีอาหารญี่ปุ่นอีกเหรอคะ?”
พอกินอิ่มแล้วก็ง่วงนอนจริง ๆ ก่อนขึ้นเตียง ลี่หรงไม่ลืมเตือนจ้าวชิงซงให้อาบน้ำก่อนนอน
ลี่หรงนอนหลับสนิท เมื่อตื่นขึ้นมาอีกทีฟ้าก็มืดแล้ว
ในห้องเปิดแอร์เย็นฉ่ำ ลี่หรงถูกกอดไว้ พอเปิดปากพูดก็พบว่าเสียงแหบแห้ง เธอจึงดันจ้าวชิงซงเบา ๆ
อีกฝ่ายตื่นขึ้นมาทันที แล้วดึงลี่หรงเข้ามากอดไว้ในอ้อมแขน “หืม?”
“หิวแล้วค่ะ…”
จ้าวชิงซงเปิดไฟลุกขึ้น “น้ำแร่ ชาเลมอน น้ำอัดลม คุณจะดื่มอะไรดีครับ?”
“น้ำแร่ค่ะ”
จ้าวชิงซงหยิบน้ำแร่ขึ้นมา มองฝาขวดแล้วไม่เห็นร่องรอยว่ามีใครแกะมาก่อน จึงบิดเปิดส่งให้ถึงปากของลี่หรง
ลี่หรงดื่มน้ำแล้วมองไปที่หน้าต่าง “กี่โมงแล้วคะ?”
จ้าวชิงซงหยิบนาฬิกาข้างตัวขึ้นมาดู “ใกล้หกโมงแล้วครับ คุณหิวหรือยัง? ลุกไปกินอาหารญี่ปุ่นกันเถอะครับ”
เขาไปหยิบเสื้อผ้าของตัวเองจากกระเป๋าเดินทางแล้วพูดว่า “ครั้งก่อนติงลี่เหรินบอกว่าจะไปลองกินอาหารญี่ปุ่น ไปดูซิว่าพวกญี่ปุ่นกินอะไรกัน ได้ยินว่าขายแพงมากเลย”
“หลังจากนั้นได้ไปกินหรือเปล่าคะ?”
“ไม่ได้กินครับ” จ้าวชิงซงไม่ได้ใส่ใจ “ใครจะไปสนใจว่าพวกญี่ปุ่นกินอะไรกันล่ะ?”
ลี่หรงหัวเราะ “งั้นตอนนี้ทำไมถึงไปล่ะคะ?”
จ้าวชิงซง “เพราะอยากพาคุณภรรยาไปลองชิมน่ะสิครับ”
ถ้ากินกับคนอื่น เขาไม่สนใจหรอก…
แต่ถ้าไปกินกับลี่หรงจะถือว่าเป็นสิ่งแปลกใหม่ที่น่าสนใจขึ้นมาทันที……
แน่นอนว่าประเด็นสำคัญของการกินข้าวไม่ใช่ว่าจะไปกินอะไร แต่เป็นการไปกินกับใครมากกว่า
ลี่หรงเปลี่ยนเสื้อผ้าและแต่งหน้าเบา ๆ ที่นี่ไม่เหมือนแผ่นดินใหญ่ พวกผู้หญิงดูทันสมัยมาก ลี่หรงไม่อยากออกไปข้างนอกทั้งที่ใบหน้ายังไม่ถูกแต่งแต้ม เดี๋ยวจะถูกมองว่าเป็นคนบ้านนอกเอา!
ย่านเจียนซาจวี่เป็นย่านที่คึกคัก ทิวทัศน์ยามค่ำคืนสวยงามมาก
จ้าวชิงซงพาลี่หรงออกจากโรงแรม ท้องฟ้ายามค่ำคืนมืดครึ้ม มีแสงไฟส่องประกายระยิบระยับ
ได้ยินว่าตอนนี้ฮ่องกงได้รับการขนานนามว่า ‘เมืองที่ไม่เคยหลับใหล’
เมื่อลี่หรงได้มาสัมผัสด้วยตัวเอง เธอจึงรู้สึกถึงความเจริญรุ่งเรืองของฮ่องกงในยุคนี้ ทั้งยังมีคำบอกเล่าว่าฮ่องกงในยุค 80 ไม่แพ้เมืองหนึ่งของประเทศเอเลย!
หากมีโอกาส ลี่หรงอยากจะไปดูประเทศเอในยุคนี้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง
เมื่อลมพัดมา ร่างกายของลี่หรงพลันสั่นไหว จ้าวชิงซงจึงดึงตัวเธอเข้ามากอดแล้วถาม “คุณหนาวเหรอครับ?”
“เปล่าค่ะ” ลี่หรงส่ายหัวมองจ้าวชิงซง “ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวเดือนนี้ก็ใกล้จะผ่านไปแล้ว”
จ้าวชิงซงไม่พูดอะไร เมื่อมาถึงฮ่องกง เขารู้สึกได้ชัดเจนว่าสภาพแวดล้อมแตกต่างกัน จ้าวชิงซงไม่สนใจสายตาของคนทั่วไปเท่าไหร่นัก เขาแค่อยากกอดและอยากจูบภรรยาในที่สาธารณะเพียงเท่านั้น
ก็เขาเพิ่งเห็นคนจูบกันบนถนนเมื่อครู่นี้เอง!
ถ้าเป็นที่แผ่นดินใหญ่คงจะโดนคนนินทาแล้ว แม้แต่คู่สามีภรรยาที่มีใบสำคัญการสมรสก็ทำไม่ได้
ตอนที่ลี่หรงผลักเขาออกไป จ้าวชิงซงอดถอนหายใจในใจไม่ได้ แต่สุดท้ายลี่หรงก็จับมืออีกฝ่ายไว้ จ้าวชิงซงจึงยิ้มออก “ไปกินอาหารญี่ปุ่นกัน”
อาหารญี่ปุ่นน่าจะเป็นที่นิยมมากในฮ่องกง พวกเขาเห็นร้านอาหารญี่ปุ่นหลายร้านตามท้องถนน
จ้าวชิงซงหาร้านที่ดูดีร้านหนึ่ง แล้วพาลี่หรงเข้าไป
เมื่อเห็นราคาในเมนู ลี่หรงอดถอนหายใจไม่ได้ อาหารญี่ปุ่นนี่… ไม่ว่ายุคไหนก็ไม่ใช่ของถูกเลย ราคานี้กินมื้อเดียวก็พอ ๆ กับค่าห้องที่เหม่ยลี่หัวแล้ว!
จ้าวชิงซง เลื่อนเมนูไปตรงหน้าลี่หรง “อยากกินอะไรก็สั่งเลย ที่รัก”
ในเมนูเป็นอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม ลี่หรงเคยกินมาแล้วในโลกอนาคต
จ้าวชิงซงผู้ไม่เคยกินจริง ๆ แต่เขาไม่กังวลเลยว่าลี่หรงจะทานอิ่มไหม เพราะถ้าไม่พอก็สั่งเพิ่มอีก หรือถ้าไม่สั่งเพิ่ม พอออกไปเดินเล่นข้างนอกแล้วค่อยซื้อชานมให้ลี่หรงก็ได้
อาหารญี่ปุ่นยังได้ช้าเหมือนเดิม ลี่หรงจึงต้องมองดูการตกแต่งร้านรออาหารไปพลาง ๆ
การตกแต่งนี้ดูจริงจัง ดีกว่าร้านขายซูชิในโลกอนาคตที่อ้างว่าเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นเยอะเลย
“ปลาดิบใช่ไหมครับ?” จ้าวชิงซงจ้องมองปลาแซลมอน
“ใช่แล้วค่ะ คุณลองกินกับวาซาบิดู” ลี่หรงคีบชิ้นหนึ่งป้อนจ้าวชิงซง
จ้าวชิงซงอ้าปากกัดเนื้อปลาสด เขาเลิกคิ้ว “รสชาติไม่เลวเลยครับ”
ลี่หรงยิ้มเล็กน้อย “ฉันยังกังวลอยู่เลยว่าคุณจะกินเนื้อปลาดิบไม่ได้”
“อ้าว” จ้าวชิงซงยักไหล่ “ผมเคยกินเนื้อปลาดิบที่กว่างซีมาก่อนนะครับ”
“จริงเหรอคะ?” ลี่หรงเดาได้ว่าเขาพูดถึงปลาดิบที่ไหน เธอจึงถามว่า “อันไหนอร่อยกว่ากันคะ?”
“ก็พอ ๆ กันนะครับ” จ้าวชิงซงหยิบซูชิชิ้นหนึ่งขึ้นมา “พวกญี่ปุ่นข้าวทีละคำแบบนี้เหรอครับ?”
“นี่เรียกว่าซูชิแฮนด์โรล คุณลองกินเถอะค่ะ มันมีเครื่องเคียงอย่างอื่นผสมอยู่ในข้าวด้วย”
ลี่หรงรู้สึกเหมือนทั้งคู่กำลังออกเดตกันจึงอดหัวเราะไม่ได้ จ้าวชิงซงชะงักไปครู่หนึ่ง “คุณหัวเราะอะไรเหรอครับ?”
“หัวเราะความไร้เดียงสาของคุณไงคะ”
ตอนใกล้จะกินเสร็จแล้ว มีคนเดินเข้าแล้วเรียกว่าเหล่าจ้าว
จ้าวชิงซงจึงหันไปมอง “อ้าว! ลุงเซี่ยงคุณก็มากินข้าวที่นี่เหรอ?”
“ใช่แล้ว” คนคนนั้นมองตามโต๊ะไปเห็นผู้หญิงจีนหน้าตาสะสวยคนหนึ่ง สายตาของเขาเป็นประกาย “เหล่าจ้าวมากินอาหารญี่ปุ่นกับสาวสวยเหรอ? แปลกใจที่ตอนนั้นชวนคุณไปแล้วคุณไม่ไปด้วย”
จ้าวชิงซงทำหน้าขอความเห็นใจ “นี่ภรรยาผมเองครับ”
เซี่ยงหงทำท่าเหมือนเพิ่งเข้าใจแล้วพยักหน้า “ตอนนั้นเหล่าติงบอกว่าภรรยาของคุณสวย ตอนนี้ได้เจอตัวจริงแล้ว ผมไม่เคยเห็นใครสวยขนาดนี้มาก่อนเลย” เขาขยิบตาให้จ้าวชิงซง “เหล่าจ้าวโชคดีจริง ๆ”
ลี่หรงลุกขึ้นยืน “เขาเป็นเพื่อนคุณเหรอคะ? นั่งกินด้วยกันไหมคะ จะให้สั่งอาหารเพิ่ม?”