ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 324 ไปฮ่องกงด้วยกัน
บทที่ 324 ไปฮ่องกงด้วยกัน
เมื่อมาส่งเครื่องจักรให้หลานไห่ เหอไฉซานก็มาด้วย
“รบกวนคุณเหอแล้วค่ะ” ลี่หรงลงมารับเครื่องจักร เธอเห็นเหอไฉซานแล้วรู้สึกแปลกใจ
เหอไฉซานหมุนนาฬิกาทองคำบนข้อมือ แล้วหัวเราะอย่างสดใส “กลัวว่าพวกลูกน้องจะทำอะไรผิดพลาดน่ะสิครับ แล้วก็เรื่องชุดนักเรียน เราอาจจะต้องมาปรึกษากันอีกสักหน่อย”
ลี่หรงยิ้มแย้ม พลางเรียกผู้จัดการฝ่ายผลิตมาดูแลการติดตั้งเครื่องจักร ส่วนตัวเธอเองพาเหอไฉซานกลับไปคุยที่สำนักงาน
ครั้งนี้สวีจิ้งตานอยู่ในสำนักงานด้วย เมื่อเหอไฉซานเข้ามานั่งในพื้นที่ห้องรับแขก เขาจึงพูดขึ้นว่า “สิบสองเปอร์เซ็นต์ที่พูดไว้ก่อนหน้านี้ยังใช้ได้อยู่ใช่ไหมครับ?” มาถึงสำนักงานไม่มีคนนอกแล้ว เหอไฉซานจึงถามตรง ๆ
ลี่หรงและสวีจิ้งตานมองหน้ากันแล้วพยักหน้า “แน่นอนค่ะ ดังนั้นฝ่ายคุณเหอมีวิธีคว้าใบสั่งซื้อไว้ได้ไหมคะ?”
“วิธีนั้นมีครับ แต่ยุ่งยากหน่อย แล้วก็ต้องรีบด้วย เพราะตอนนี้เปิดเทอมแล้ว ชุดนักเรียนยังไม่ได้สั่ง อีกสองสามวันผมจะกลับฮ่องกงแล้ว ถ้าคุณออกแบบเลยได้ไหม?” เหอไฉซานหยุดเล็กน้อย “เพราะถ้ามีตัวอย่างเสื้อผ้า ผลลัพธ์น่าจะดีกว่า”
แม้ว่าเขามีความมั่นใจแต่ไม่กล้าพูดเต็มปาก นักธุรกิจรังเกียจเรื่องนี้ที่สุด เพราะนี่ไม่ใช่เวลาวาดฝันหวาน เลยต้องพูดเผื่อไว้ก่อน
พูดถึงการออกแบบ คงต้องดูที่ลี่หรงแล้ว สวีจิ้งตานไม่พูดอะไร เพียงแต่มองไปทางลี่หรง
การออกแบบชุดนักเรียนเป็นเรื่องง่ายที่สุด โดยเฉพาะลี่หรงที่มาจากโลกอนาคต เธอสามารถวาดแบบชุดนักเรียนได้หลากหลายแบบอย่างง่ายดาย
อย่างชุดผู้หญิงจะมีชุดกะลาสี ชุดกระโปรงยาว…
สุดท้ายลี่หรงเลือกทำเสื้อสีน้ำเงินและกระโปรงสีขาวยาวถึงเข่า เป็นชุดนักเรียนหญิงระดับมัธยม
ชุดผู้ชายเป็นเสื้อเชิ้ตและกางเกงสแล็ค มีหูกระต่ายสีน้ำเงิน
เหอไฉซานพอได้เห็นก็อุทานว่าเยี่ยมเลย! เขาพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจมากขึ้นอีกหลายส่วน “ผมจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อคว้ามันมาให้ได้ ใช่แล้ว! ใครจะไปฮ่องกงกับผมครับ?”
เสื้อผ้าฤดูใบไม้ผลิกำลังผลิตอยู่ ลี่หรงจึงว่างกว่าสวีจิ้งตาน อีกอย่างสวีจิ้งตานกับซ่งอี้เฉิงเพิ่งจดทะเบียนสมรส ช่วงนี้กำลังวุ่นวายกับเรื่องงานแต่งงาน
สุดท้ายจึงตัดสินใจให้ลี่หรงไป
“อะไรนะ? คุณจะไปฮ่องกงเหรอครับ?” จ้าวชิงซงเพิ่งกลับมาจากการฝึกขับรถ ช่วงนี้ทางใต้ยังไม่ใช่ฤดูผลไม้ เขาจึงวางแผนว่าหลังจากสอบใบขับขี่แล้ว ค่อยไปดูสวนผลไม้ในเขตปกครองข้าง ๆ
แต่ไม่คิดว่าลี่หรงจะยุ่งขนาดนี้ ตอนนี้เธอกำลังเก็บของจะไปฮ่องกงแล้ว!
เธอจะไปฮ่องกงทำไม?
ไม่ใช่แค่ทำโรงงานเสื้อผ้าที่เมืองหยางหรอกเหรอ?
ก่อนหน้านี้ยังไม่มีความคืบหน้า ลี่หรงจึงไม่ได้บอกจ้าวชิงซง ตอนนี้รู้สึกมีความหวังแล้ว ลี่หรงจึงยิ้มให้เขาแล้วพูดว่า “มีเจ้าของธุรกิจคนหนึ่งบอกว่ามีโรงเรียนมัธยมในฮ่องกงต้องการสั่งทำชุดนักเรียน งานนี้เป็นออเดอร์ใหญ่ ฉันจะไปเจรจาดูค่ะ”
จ้าวชิงซงเดินไปช่วยลี่หรงเก็บของ พลางถามขึ้นมาว่า “คุณไปคนเดียวเหรอครับ?”
“ไม่ใช่ค่ะ ยังมีเจ้าของธุรกิจคนนั้นด้วย”
จ้าวชิงซงขมวดคิ้ว “เจ้าของธุรกิจอะไรกันครับ? ผู้ชายหรือผู้หญิง?”
ลี่หรงไม่ได้สังเกตความแปลกใจของเขา เธอจึงตอบไปว่า “ผู้ชายค่ะ เป็นนักธุรกิจชาวฮ่องกง”
สายตาของจ้าวชิงซงมีแสงหนึ่งวาบผ่าน เขารีบพับเสื้อผ้าของตัวเองสองชุดใส่ลงไปด้วย “ผมจะไปกับคุณครับ”
“คุณไม่ต้องไปสอบใบขับขี่เหรอคะ? แล้วคุณจะไปทำอะไรล่ะ?” ลี่หรงไม่ได้คิดมาก ถ้าจ้าวชิงซงไม่มีอะไรทำ ให้เขาไปเที่ยวด้วยกันก็ไม่เป็นไร แต่นี่เขามีธุระนะ?
เขาจะตามไปฮ่องกงทำไมกัน?
จ้าวชิงซงทำหน้าจริงจัง “เรื่องธุรกิจผลไม้ครับ ตอนที่ติงลี่เหรินพาผมไปฮ่องกง ผมได้รู้จักกับเพื่อนคนหนึ่ง ผมจะไปถามเขาว่ามีความคิดอะไรน่าสนใจบ้าง เผื่อจะได้เอาผลไม้ไปขายที่นั่นน่ะครับ”
เหตุผลนี้สมเหตุสมผลมาก
ลี่หรงพยักหน้า “แต่มันต้องมีขั้นตอนหน่อยนะคะ คุณจะทำทันไหม?”
“เดี๋ยวผมจะติดต่อเพื่อนคนนั้นก่อน ไม่น่าจะมีปัญหานะครับ”
พวกเขานัดพบกันที่ท่าเรือ เมื่อเหอไฉซานเห็นจ้าวชิงซง เขาก็ชะงักไปครู่หนึ่ง “นี่เป็นพนักงานขายของบริษัทคุณใช่ไหม? ก่อนหน้านี้คุณไม่ได้บอกไว้ ผมอาจจะพาคนไปด้วยไม่ได้มาก…”
เขารู้สึกลำบากใจเล็กน้อย
ลี่หรงจึงอธิบายให้เขาฟัง “นี่เป็นสามีของฉันเองค่ะ เขาไปฮ่องกงเพราะมีธุระต้องทำ ส่วนเอกสารก็จัดการเรียบร้อยแล้ว เขาไม่ได้ไปด้วยกันกับพวกเราหรอกค่ะ”
เหอไฉซานถอนหายใจอย่างโล่งอก ไม่อย่างนั้นจะพาคนเพิ่มไปด้วยอย่างกะทันหันได้ยังไง?
แต่พอได้ยินลี่หรงแนะนำว่าเป็นสามี เขาเลยมองดูจ้าวชิงซงอีกสองสามครั้ง มองไม่ออกเลยว่าทำอาชีพอะไร แต่ลี่หรงก็มีผลงานแบบนี้แล้ว เขาจึงเชื่อว่าจ้าวชิงซงคงไม่ธรรมดาเช่นกัน ด้วยความคิดที่ว่าเขาจะได้มีเพื่อนเพิ่มอีกคน เหอไฉซานจึงยิ้มให้จ้าวชิงซงอย่างเป็นมิตร และใช้วิธีทักทายแบบแผ่นดินใหญ่ ด้วยการยื่นมือออกไปทักทาย “สวัสดีครับ ผมเหอไฉซาน”
ตั้งแต่จ้าวชิงซงเห็นเหอไฉซาน เขาแอบสังเกตอีกฝ่ายมาตลอด อีกฝ่ายใส่นาฬิกาทองคำ คำพูดคำจาก็ยังพอใช้ได้ ดูเป็นนักธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมาย
พลันคิดในใจว่าดีแล้วที่เขาตามมาด้วย ไม่อย่างนั้นอีกฝ่ายดูเหมือนอายุสามสิบกว่า ไม่รู้ว่ามีครอบครัวหรือยัง ถ้าจะพาภารรยาของเขาหนีไปด้วย เขาคงไม่มีที่ให้ร้องไห้แล้ว!
ด้านเหอไฉซานนั้น ดูเหมือนจะไม่มีความคิดอื่นกับภรรยาของเขา จ้าวชิงซงจึงรับน้ำใจของอีกฝ่าย ยื่นมือไปจับตอบ “สวัสดีครับ ผมจ้าวชิงซง”
เรือเพิ่งออกไปไม่นาน เหอไฉซานก็หยิบลูกอมสะระแหน่ออกมา “เมาเรือกันไหมครับ? กินลูกอมสะระแหน่สักสองเม็ดไหม?”
ลี่หรงกำลังจะบอกว่าไม่ต้อง จ้าวชิงซงก็ปฏิเสธแทนเธอไปแล้ว ไม่รู้ว่าเขาไปหยิบถุงบ๊วยแห้งออกมาจากที่ไหน แล้วพูดว่า “เธอแพ้สะระแหน่น่ะครับ กินบ๊วยแห้งนี่ก็พอแล้ว”
ลี่หรงมองตาโตใส่จ้าวชิงซง เธอแพ้สะระแหน่ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?
จ้าวชิงซงสีหน้าไม่อึดอัดเลยแม้แต่น้อย หยิบบ๊วยแห้งส่งไปที่ปากลี่หรงทันที “อ้าปากครับ”
ลี่หรงมีเรื่องอยากพูดนับหมื่นประโยค ก่อนที่เธอจะพูด เธอยังไม่ทันสังเกตความผิดปกติของจ้าวชิงซง แต่ตอนนี้จะมองไม่ออกได้อย่างไร?
กลิ่นเปรี้ยวนั่นทำให้เธอมึนหัวไปหมดแล้ว!
จ้าวชิงซงยิ้มอย่างสบายใจ ลี่หรงลูบจมูก แล้วพิงพนักเก้าอี้ “ฉันจะงีบสักครู่ ถ้ามีอะไรก็เรียกฉันแล้วกันนะคะ”
บ้านของเหอไฉซานอยู่ที่ฮ่องกง เมื่อออกจากท่าเรือก็มีคนมารับ แม้เขาจะเติบโตที่ฮ่องกง แต่ช่วงไม่กี่ปีมานี้ทำธุรกิจอยู่แต่ในแผ่นดินใหญ่ตลอด เรียนรู้ธรรมเนียมปฏิบัติบางอย่างที่นั่นได้ราวเจ็ดแปดส่วน
อย่างเช่น เมื่อลี่หรงและคนอื่น ๆ มาถึงฮ่องกง เหอไฉซานต้องต้อนรับทำหน้าที่เจ้าบ้าน เขาจึงให้คนจองโรงแรมใกล้บ้านเขาไว้ก่อนแล้ว
ตอนแรกไม่รู้ว่าจ้าวชิงซงจะมาด้วย แต่ดีที่พวกเขาเป็นสามีภรรยากัน เหอไฉซานจึงพูดว่า “คุณจ้าวยังไม่ได้จองโรงแรมใช่ไหมครับ? พอดีผมให้คนรับใช้ที่บ้านจองไว้ให้ก่อนแล้ว…”
“ขอบคุณน้ำใจคุณเหอมากครับ แต่เพื่อนผมจองโรงแรมเหม่ยลี่หัวไว้ให้แล้ว”
เหอไฉซานพยักหน้า “ได้ครับ โรงแรมเหม่ยลี่หัวก็ไม่เลว เดี๋ยวผมให้คนขับรถไปส่งพวกคุณแล้วกัน”
เขามองไปที่ลี่หรง “พรุ่งนี้บ่ายโมง ผมจะให้คนขับรถไปรับคุณนะครับ”
“อ้อ! ใช่แล้ว” เขาหันไปถามจ้าวชิงซง “คุณจ้าวต้องการคนขับรถระหว่างอยู่ที่นี่ไหมครับ? ผมจะจัดให้คุณสักคน”
จ้าวชิงซงปฏิเสธอย่างสุภาพ “ขอบคุณมากครับ แต่ผมเคยมาฮ่องกงแล้ว พอจะนั่งรถไฟฟ้าหรือรถไฟใต้ดินได้ครับ”