ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 330 เกี๊ยวกุ้งรสเปรี้ยว
บทที่ 330 เกี๊ยวกุ้งรสเปรี้ยว
หวงเซิ่งหนานโอบลี่หรงเดินออกไป “เธออยากกินอะไร?”
“กินของอร่อย ๆ” ลี่หรงหันไปเห็นจ้าวชิงซงที่กำลังเหม่อลอย เธอจึงยิ้มแล้วพูดกับเขาว่า “ตามมาสิคะ คุณจะยืนเหม่ออยู่ทำไม?”
จ้าวชิงซงมองภรรยาถูกคนอื่นพาไป แต่ตัวเองกลับเหมือนจะจัดการไม่ได้ พอได้ยินคำพูดของลี่หรง เขาจึงรีบตอบกลับไป “มาแล้วครับ ๆ”
ลี่หรงไม่ต้องลังเลเลยว่าจะนั่งข้างหน้าหรือข้างหลัง เพราะหวงเซิ่งหนานเปิดประตูข้างคนขับแล้วดันลี่หรงเข้าไปทันที
จ้าวชิงซงยักไหล่ แล้วเปิดประตูหลังเข้าไปนั่งเบาะหลังเอง
หวงเซิ่งหนานมองจ้าวชิงซงผ่านกระจกมองหลัง แล้วพูดขึ้นมา “คุณจ้าวขับรถเป็นไหมคะ?”
ถึงแม้ลี่หรงจะดูมีความสุข แต่หวงเซิ่งหนานกลับรู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก เธอได้เจอเพื่อนที่ตายไปแล้วอีกโลกหนึ่ง แต่กลับพบว่าอีกฝ่ายแต่งงานมีลูกแล้วด้วย และคู่ของลี่หรงก็ไม่ได้ดีอย่างที่เธอคิด แถมยังเป็นคนขาพิการอีก
ถ้าให้หวงเซิ่งหนานพูด อีกฝ่ายนั้นไม่คู่ควรกับลี่หรงเลยแม้แต่น้อย
อย่ามาบอกว่าจ้าวชิงซงหน้าตาดี เพราะหวงเซิ่งหนานอยู่ฮ่องกงมาหลายปี จะมีผู้ชายแบบไหนบ้างที่เธอไม่เคยเห็น
ถึงยังไงเธอก็รู้สึกไม่สบายใจอยู่ดี
เธอจงใจทิ้งจ้าวชิงซงไว้ที่เบาะหลังคนเดียว ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย เขานั่งอยู่ด้านหลังราวกับคนไร้อารมณ์ความรู้สึก
หวงเซิ่งหนานมองแล้วรู้สึกรำคาญ เลยอยากหาเรื่องคุยให้อีกฝ่ายไม่สบายใจ
“กำลังเรียนขับรถอยู่ครับ” จ้าวชิงซงตอบอย่างสุภาพ
“เรียนขับรถเหรอ?” ภายในรถไม่มีแสงไฟ มีแต่แสงสลัว ๆ จากข้างทาง จึงมองไม่เห็นรอยยิ้มเยาะบนใบหน้าของหวงเซิ่งหนาน เธอจึงถามอีกว่า “แล้วตั้งใจจะซื้อรถเมื่อไหร่ล่ะคะ?”
“ปีหน้าครับ” จ้าวชิงซงยังคงใจเย็นเหมือนเดิม
หวงเซิ่งหนานยิ่งไม่พอใจมากขึ้น “ยังไม่ได้ซื้อรถอีกเหรอคะ? ลี่หรง เธอมีสายตาแบบไหนกันเนี่ย? ถ้าให้ฉันสุ่มหนุ่ม ๆ ในฮ่องกงให้ เธอจะมีทั้งรถหรูและบ้านหรูแล้ว”
ลี่หรงจะมองไม่ออกได้อย่างไรว่าหวงเซิ่งหนานไม่ชอบจ้าวชิงซง
ก่อนที่จ้าวชิงซงจะเปิดปาก ลี่หรงจึงพูดอย่างหมดหนทางขึ้นอย่างจนใจ “เงินที่เก็บไว้ก่อนหน้านี้เอาไปซื้ออสังหาริมทรัพย์หมดแล้ว ตอนนี้พวกเรามีบ้านล้อมลานสามหลังที่เมืองหลวง”
หวงเซิ่งหนานไม่พูดอะไร เพราะบ้านล้อมลานที่เมืองหลวงนั้นมีมูลค่าจริง ๆ
“เธอก็รู้ว่านอกจากการออกแบบและทำอาหารแล้ว ฉันไม่ค่อยเข้าใจเรื่องการเงินอะไรพวกนั้นเท่าไหร่ แต่ฉันก็จะไม่ลงทุนอย่างไร้สาระหรอก เงินที่หามาได้ในช่วงหลายปีนี้ ฉันเลยเอาไปซื้อบ้านล้อมลานหมดแล้ว”
ลี่หรงพูดอย่างตื่นเต้น “ในอนาคตราคาบ้านล้อมลานต้องขึ้นอย่างแน่นอน จริงสิ! ตอนนี้เธอมีเงินเยอะไหม? เธอก็ไปซื้อบ้านล้อมลานที่เมืองหลวงสักหลังมาลงทุนสิ แค่สองแสนก็ซื้อบ้านล้อมลานได้แล้วนะ!”
ทั้งสองคนมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งเดียวกันในชาติก่อน หวงเซิ่งหนานได้เป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัทต่างชาติ ส่วนลี่หรงเรียนการออกแบบ ต่อมาทำงานเสริมเป็นบล็อกเกอร์อาหาร ทั้งสองจึงมีความสนิทสนมกันมาก
หลังจากลี่หรงจากไป หวงเซิ่งหนาน โอ้! ตอนนั้นเธอชื่อหยางเจียนี่…
หยางเจียไม่สามารถยอมรับได้ เธอเก็บตัวอยู่คนเดียวเป็นเวลานาน จนกระทั่งวันหนึ่งตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองข้ามมาอยู่ที่ฮ่องกงในยุค 70
ลี่หรงยังรู้ว่าตัวเองข้ามมาในนิยาย หน้าตาของเธอไม่เหมือนกับตัวละครเดิม แต่มีชื่อเหมือนกัน
แต่หยางเจียงงกว่าลี่หรง เธอไม่ได้ข้ามมาในนิยาย แต่กลับข้ามมายังโลกแปลกใหม่ โดยไม่รู้จักใครสักคน ซึ่งชื่อของตัวละครเดิมก็คือหวงเซิ่งหนาน
เธอรู้สึกว่าชื่อนี้ดูเชยมาก แต่ก็เปลี่ยนไม่ได้ นับแต่นั้นมาเธอเลยใช้ชีวิตในฐานะคนอีกคนหนึ่งที่ ฮ่องกง และไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะได้พบคนรู้จักเก่า ๆ ที่นี่ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการพบกับเพื่อนสนิทที่ตายไปแล้ว
แต่ตอนนี้พอได้พบกัน หวงเซิ่งหนานเลยดีใจมาก
หวงเซิ่งหนานยิ้มแล้วพูดว่า “อสังหาริมทรัพย์ในเมืองหลวงมีค่า ที่ดินอสังหาริมทรัพย์ในฮ่องกงก็มีค่า ฉันลงทุนในท้องถิ่นดีกว่า เพราะเมืองหลวงมันไกลเกินไป”
รอยยิ้มบนใบหน้าของลี่หรงค่อย ๆ จางหายไป หวงเซิ่งหนานอยู่ที่ฮ่องกง ต่อไปลี่หรงจะอยู่ที่เมืองหลวง ทั้งสองห่างไกลกันมาก
เมื่อเธอกลับไปที่แผ่นดินใหญ่แล้ว เมื่อไหร่เธอจะได้เจอหวงเซิ่งหนานอีกครั้งล่ะ?
เธออยากชักชวนให้อีกฝ่ายกลับไปที่แผ่นดินใหญ่กับเธอ แต่เธอไม่เข้าใจสถานการณ์ครอบครัวของหวงเซิ่งหนานในตอนนี้ ถึงแม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายยังไม่ได้แต่งงาน แต่ไม่แน่ใจว่าตอนนี้หวงเซิ่งหนานมีครอบครัวที่รักและปกป้องอยู่หรือไม่?
เหมือนกับลี่หรง ตอนนี้เธอมีพ่อแม่ที่รักและเอ็นดูเธอ แถมมีพี่ชายอีกสองสามคน…
หากอีกฝ่ายเหมือนกับเธอ มีครอบครัวเดิมที่มีความสุข ลี่หรงคงไม่มีสิทธิ์ที่จะให้อีกฝ่ายทิ้งทุกอย่างไปที่แผ่นดินใหญ่กับเธอด้วย
ลี่หรงพลันรู้สึกเศร้าใจขึ้นมา
บรรยากาศในรถกลายเป็นอึมครึมทันที
หวงเซิ่งหนานหัวเราะ “ก่อนหน้านี้ยังอยากมีชื่อในทะเบียนบ้านฮ่องกง แต่ตอนนี้ก็ได้มาแล้ว อีกไม่กี่ปีข้างหน้าพวกเราคงจะถือสัญชาติเดียวกันแล้วล่ะ”
หวงเซิ่งหนานรับรู้ถึงความเศร้าโศกของลี่หรง แต่ไม่รู้ว่าลี่หรงได้บอกจ้าวชิงซงเรื่องชาติก่อนของเธอหรือไม่ จึงได้แต่พูดอ้อม ๆ แบบนี้
“ใช่…”
ทั้งสองเหมือนกำลังเล่นเกมปริศนา จ้าวชิงซงไม่กล้าถาม แล้วคิดในใจว่า รอกลับไปที่โรงแรมก่อน เขาจะต้องให้ลี่หรงอธิบายเรื่องพวกนี้ให้เขาฟังอย่างแน่นอน
ลี่หรงช่วยจ้าวชิงซงพูดอะไรดี ๆ ตั้งมากมาย หวงเซิ่งหนานเลยไม่ได้จับผิดอะไรอีก แล้วพาลี่หรงไปทานอาหารที่ร้านเหลียนเซียงโหลวซึ่งกำลังฮิตในตอนนี้
ปกติลี่หรงชอบกินอาหารอร่อย ๆ เธอต้องชอบร้านนี้แน่นอน
หวงเซิ่งหนานพาลี่หรงเข้าไป พลางกระซิบที่ข้างหูเธอว่า “พวกเราเคยมาฮ่องกงและมาที่นี่ด้วย แต่ตอนนี้รสชาติดีกว่าเดิมอีก”
ลี่หรงนึกถึงวันเก่า ๆ ที่ทั้งสองคนไปเที่ยวและลิ้มลองอาหารอร่อยด้วยกันทุกที่ เธอรู้สึกเศร้าใจเล็กน้อย จึงถามหวงเซิ่งหนานว่า “เธอมาที่นี่หลายปีแล้ว เคยกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดบ้างไหม?”
หวงเซิ่งหนานส่ายหัว “ช่างมันเถอะ บ้านเกิดน่ะเหรอ? เราจะกลับไปหาสถานที่เดิมได้ที่ไหนกัน?”
อีกอย่าง เธอจะกลับไปทำอะไรล่ะ?
สถานที่ที่ไม่ใช่ของเดิม คนก็ไม่ใช่คนเดิม จะมีอะไรน่าดูกัน?
ลี่หรงไม่ได้ถามอะไรอีก ฮ่องกงที่อีกฝ่ายว่ามานั้นวุ่นวายกว่าตอนที่เธออยู่มณฑล H มาก ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหลายปีที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง
แต่พอคิดดูก็คงไม่ดีอย่างที่คิดไว้หรอก
คงไม่พ้นการสูบบุหรี่ ดื่มเหล้า และยั่วหนุ่ม ๆ…
ลี่หรงถอนหายใจ หวงเซิ่งหนานจูงมือเธอให้นั่งลง
หวงเซิ่งหนานเป็นฝ่ายสั่งอาหาร ทั้งไก่ตุ๋นยาจีน เนื้อปลาอบและซุปหลินจือ
“มีติ่มซำด้วย ถ้าเธออยากกินอะไรก็หยิบมาเลย”
แน่นอนว่าติ่มซำเพียงสองสามอย่างคงไม่พอ ที่นี่เลยมีติ่มซำอีกเป็นรถเข็นวางบริการให้คนหยิบไป แล้วค่อยไปจ่ายตอนท้าย
แน่นอนว่าลี่หรงไม่เกรงใจแล้ว ประจวบเหมาะกับมีรถเข็นติ่มซำคันหนึ่งจอดอยู่ข้างโต๊ะพวกเธอพอดี
เธอลุกขึ้นไปดูแล้วหยิบซาลาเปาหมูแดง ขาไก่ ขนมจีบกุ้งและโจ๊กหมูมา พลางมองไปมาระหว่างจ้าวชิงซงและหวงเซิ่งหนาน “พวกคุณไม่ไปดูบ้างเหรอ?”
“เดี๋ยวไป”
“ภรรยาหยิบอะไรมาให้ ผมก็กินอันนั้นแหละครับ”
ลี่หรงยิ้ม แต่หวงเซิ่งหนานกลับทำหน้าเย็นชา “ยังต้องมีคนคอยปรนนิบัติอีก!”
จ้าวชิงซงมองลี่หรงด้วยสายตาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง จนลี่หรงต้องเข้ามาไกล่เกลี่ยอีกครั้ง เธอคีบเกี๊ยวกุ้งชิ้นหนึ่งใส่ลงในชามของหวงเซิ่งหนาน “ฉันก็ปรนนิบัติเธอเหมือนกัน รีบกินเถอะ เธอชอบกินเกี๊ยวกุ้งไม่ใช่เหรอ?”
หวงเซิ่งหนานมองจ้าวชิงซงด้วยสายตาเย่อหยิ่งเล็กน้อย พลางคิดในใจว่า ‘หรงหรงคีบเกี๊ยวกุ้งให้ฉันก่อน’
จ้าวชิงซงคีบขาไก่ชิ้นหนึ่งให้ลี่หรง “กินนี่สิครับภรรยา”
“คุณก็กินด้วยสิคะ”
เกี๊ยวกุ้งในปากของหวงเซิ่งหนานไม่อร่อยอีกต่อไปแล้ว!