ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 336 ทะเลาะวิวาท
บทที่ 336 ทะเลาะวิวาท
บางทีชาวสวนอาจจะเก็บเกี่ยวผลไม้ในตอนกลางวัน เพราะตอนนี้มีคนมาเยอะมาก ชาวสวนบางคนเอาผลไม้ใส่ตะกร้าหาบมาเหมือนคุณลุงเมื่อตอนกลางวัน บางคนก็ใส่กระสอบมัดไว้บนรถจักรยาน…
เพราะจ้าวชิงซงให้ราคาสูงกว่าที่อื่น ชาวสวนหลายคนที่เดินสอบถามราคารอบ ๆ แล้วมักจะเลือกขายให้จ้าวชิงซง แบบนี้เอง รถบรรทุกของพวกเขาถึงมีคนต่อแถวยาวเหยียดโดยไม่รู้ตัว
จ้าวชิงซงยุ่งจนไม่มีเวลาพัก แม้ว่าตอนกลางคืนจะมีลมพัด แต่เพราะต้องทำงานใช้แรงงานตลอดเวลา เหงื่อของเขาเปียกชุ่มจนต้องถอดเสื้อเชิ้ตออก เหลือเพียงเสื้อกล้ามสีขาวตัวในเท่านั้น
เรื่องแบบนี้ไม่แปลกหรอก แถมบางคนยังถอดเสื้อโชว์ให้เห็นจะจะเลยด้วย
ชิวเฉิงหาวเองก็ถอดเสื้อเหลือแต่เสื้อกล้าม กล้ามแขนแข็งแรงพอ ๆ กับจ้าวชิงซงไม่มีผิด
ส่วนเย่เหลยน่าสงสารจริง ๆ เหงื่อท่วมตัว ใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวยังใส่เสื้อกล้ามไว้อีกชั้น แต่เขากลับไม่มีกล้ามเนื้อแบบที่จ้าวชิงซงกับคนอื่น ๆ มี ให้ตายยังไงเขาก็ไม่ยอมถอดเสื้อเด็ดขาด!
จ้าวชิงซงได้แต่ปล่อยเลยตามเลย ในเมื่อคนร้อนไม่ใช่เขานี่นา
เย่เหลยขนลิ้นจี่ เทลิ้นจี่ไม่หยุด บางครั้งก็เปลี่ยนไปคิดเงินให้ลูกค้าบ้าง เพราะไม่เคยทำงานหนักขนาดนี้มาก่อนเลย ทำเอาเขาเวียนหัวไปหมด
ตอนนับเงิน เขานับเงินให้คนอื่นขาดไปใบหนึ่ง เป็นตั๋วเงินใบใหญ่ พออีกฝ่ายเห็นจำนวนเงินไม่ตรงก็ไม่พอใจขึ้นมาทันที “นี่หนุ่ม เงินฉันหายไปใบหนึ่งนะ!”
จ้าวชิงซงมองมา มือยังคงจดบัญชีอยู่ เขาจึงยกเท้าเตะเย่เหลยเบา ๆ “เหม่ออะไรอยู่ รีบเอาเงินให้เขาไปสิ”
“โอ๊ย!” เย่เหลยสะดุ้ง รีบหยิบเงินที่ขาดไปให้อีกฝ่ายในทันที
“อย่างนี้สิถึงจะถูก หนุ่มน้อย พวกเราต่างหาเงินมาด้วยหยาดเหงื่อแรงกายทั้งนั้น ทำงานต้องตั้งใจหน่อยนะ”
หลังจากนั้นพวกเขาก็ยุ่งกันอีกพักใหญ่จนฟ้ามืดสนิท ร้านข้าง ๆ เริ่มเปิดไฟฟ้าแล้ว แต่จ้าวชิงซงรับซื้อลิ้นจี่ไปเกือบเต็มคันรถ
เมื่อเห็นว่าเหล่าคนงานเก็บผลไม้เหลือไม่มากแล้ว จ้าวชิงซงก็รู้ว่าวันนี้คงได้ลิ้นจี่มาเพียงเท่านี้ เขาจึงเตรียมตัวเลิกงาน
พอเย่เหลยได้ยินว่าเลิกงาน พลันถอนหายใจด้วยความโล่งอก เพราะเขาเองก็หิวมานานแล้ว
ตอนนี้ในตลาดแทบจะไม่มีคนแล้ว ในขณะที่พวกเขากำลังจะกลับก็มีชายฉกรรจ์หน้าตาไม่เป็นมิตรล้อมเข้ามา
เย่เหลยเป็นคนแรกที่สังเกตเห็น เขาจึงร้องเรียกด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกว่า “พี่เขย…”
จ้าวชิงซงได้ยินเสียงร้องจึงหันมามอง แต่สีหน้าของเขายังคงเรียบเฉย ดวงตาคมจ้องมองไปยังกลุ่มคนที่เข้ามา
ชิวเฉิงหาวกระโดดลงมาจากรถ เขามองเห็นคนกลุ่มนั้นเช่นกัน
คนกลุ่มนั้นรูปร่างไม่ได้สูงใหญ่ แต่ท่อนแขนที่เผยออกมานั้นเต็มไปด้วยมัดกล้าม ใบหน้าดุร้าย พวกมันไม่ทันสังเกตเห็นชิวเฉิงหาว คิดว่ามีเพียงจ้าวชิงซงกับชายร่างผอมอีกคน
บัดนี้กลับมีชายร่างสูงใหญ่ปรากฏขึ้นอีกคน ทำให้พวกมันชะงักไปชั่วครู่ราวกับกำลังประเมินว่าจะสู้ไหวหรือไม่?
แต่ไม่นานพวกมันก็ตัดสินใจได้ แล้วพุ่งเข้ามาหาจ้าวชิงซงทันที พวกมันทุบตาชั่งของเขาจนพัง แม้แต่ตะกร้าที่ยังไม่ทันเก็บก็ถูกพวกมันเตะกระจัดกระจาย!
แววตาดุร้ายแล่นผ่านดวงตาของจ้าวชิงซง เขาพุ่งเข้าไปต่อสู้กับพวกมันทันที
ชิวเฉิงหาวกระโดดลงมาจากรถ แล้วตะโกนบอกเย่เหลยว่า “มาช่วยหน่อยสิ!”
จากนั้นเขาก็เข้าร่วมการต่อสู้
ไม่ว่าพวกเขาจะมีเหตุผลอะไร ถ้ามีคนมาทำร้าย พวกเขาก็จะสู้กลับ
ตั้งแต่ปลดประจำการ จ้าวชิงซงไม่เคยสู้กับใครแบบนี้มานานแล้ว แม้ว่าเขาจะมีปัญหาเรื่องขา แต่ไม่ถือว่าเสียเปรียบเลย
เย่เหลยยืนอยู่ด้านข้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้พบเห็นเหตุการณ์เช่นนี้ ในมือของเขาถือไม้ที่ใช้สำหรับหาบตะกร้าอยู่ก่อนหน้า เขาทำได้เพียงแค่ยกมันขึ้นมาด้วยมือสั่นเทา แต่ไม่กล้าลงมือ
ไม่นานนัก จ้าวชิงซงและชิวเฉิงหาวก็สามารถจับตัวคนสี่ห้าคนนั้นไว้ได้
จ้าวชิงซงหอบหายใจจ้องมองไปที่พวกเขา “พวกแกจะทำอะไร? อยากมีเรื่องหรือไง!?”
คนกลุ่มนั้นไม่คิดว่าทั้งสองคนฝึกฝนวิชามาก่อน หมัดมั่ว ๆ ซั่ว ๆ ของพวกเขากลับไม่สามารถทำร้ายอีกฝ่ายได้เลย แถมตัวเองยังเจ็บปวดไปทั้งตัว
คนฉลาดย่อมรู้จักปรับตัวเพื่อความอยู่รอด
พวกเขาร้องอ้อนวอนขอชีวิต ขอให้จ้าวชิงซงหยุดลงมือเสียที
จ้าวชิงซงเตะไปที่คนพูด แล้วเอ่ยว่า “เอาสิ! บอกมาว่าพวกแกมาหาเรื่องทำไม?”
“เปล่าครับ! พี่ใหญ่ พวกผมผิดไปแล้ว!”
จ้าวชิงซงไม่พูดอะไร อีกฝ่ายจึงกล่าวขึ้นว่า “คือแบบนี้ครับ ราคาที่นายรับซื้อมันสูงเกินไป พวกเราเลยรับซื้อลิ้นจี่ได้ไม่มาก ทุกคนต่างออกมาทำมาหากิน พวกผมแค่อยากจะขอร้องให้มาตกลงราคากันใหม่ ให้มันเท่า ๆ กัน อย่าให้สูงเกินไปเลย ไม่งั้นนายจะทำลายตลาดแบบนี้ไม่ดีนะครับ…”
จ้าวชิงซงเข้าใจ พวกเขาไม่พอใจที่เขารับซื้อลิ้นจี่ในราคาสูง จึงอยากมาสั่งสอนเขาสักหน่อย
พ่อค้าคนกลางพวกนี้เป็นขาประจำที่เขารู้จักดี พวกนี้ตกลงราคากันไว้แล้ว คอยแต่จะกดราคาให้ต่ำที่สุด
เรื่องแบบนี้ไม่ใช่ว่าจ้าวชิงซงไม่รู้ แต่เขาไม่สนใจ เขาทำธุรกิจเพียงขอให้ตัวเองสบายใจก็พอ
เขาหัวเราะในลำคอ “ราคาของผมไม่ได้สูงกว่าที่อื่นมากมาย ถ้าไม่พอใจก็ไปหาซื้อที่อื่นที่แพงกว่านี้สิ รวมหัวกันรังแกชาวสวนแบบนี้มันจะไปรุ่งเรืองอะไร? ราคาต่ำขนาดนี้ ปีหน้าพวกแกจะไปหาซื้อลิ้นจี่ที่ไหนกิน?”
พ่อค้าคนกลางได้แต่เงียบกริบ
จ้าวชิงซงชี้หน้าพวกนั้น “เรื่องวันนี้ผมจะไม่เอาความ แต่ถ้ายังมีครั้งหน้าอีก… อย่าหาว่าผมไม่เตือน”
หลังจากไล่คนพวกนั้นไปแล้ว ชิวเฉิงหาวก็ชนกำปั้นกับจ้าวชิงซง “ผ่านมาหลายปีแล้ว ไม่ได้ต่อยกันสะใจแบบนี้มานานเลย”
จ้าวชิงซงหัวเราะ หันไปมองเย่เหลยที่ยืนถือกระบองตัวแข็งทื่ออยู่ข้าง ๆ สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจัง “ยังจะยืนอยู่ตรงนั้นอีกเหรอเจ้าโง่!”
เย่เหลยหัวเราะแห้ง ๆ สองสามที ก่อนจะทำตัวเป็นลูกน้องที่ดี ค้อมตัวลงแล้วพูดว่า “พวกพี่นี่เจ๋งจริง ๆ…”
จ้าวชิงซงหยิบลิ้นจี่ขึ้นมากินสองสามลูก ก่อนหน้านี้เขาบอกชิวเฉิงหาวกับคนอื่น ๆ ว่าถ้าหิวน้ำหรือหิวก็ให้กินลิ้นจี่ได้เลย เขาเห็นเย่เหลยดูไม่มีชีวิตชีวา จึงยื่นลิ้นจี่ให้สองสามลูก
เย่เหลยเงยหน้ารับ แต่ไม่ได้กิน “มันหวานเกินไป ผมกระหายน้ำ”
น้ำแร่ที่ซื้อมาหมดไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ จ้าวชิงซงจึงพูดขึ้นว่า “ไป พวกเราไปกินข้าวกันก่อน”
พวกเขาหาร้านก๋วยเตี๋ยวข้างทาง เพื่อจะได้ซดน้ำร้อน ๆ
เย่เหลยคงจะหิวมาก เขากินอย่างตะกละตะกลาม ไม่ได้สนใจท่าทีแบบเมื่อก่อน แม้แต่ขี้ไก่ที่ติดรองเท้าเขาก็โยนมันทิ้งไปไกล
เมื่อกินก๋วยเตี๋ยวจนหมดชาม เย่เหลยถึงได้รู้สึกมีชีวิตชีวาขึ้นมา เขาถามจ้าวชิงซงว่า “พี่เขย คืนนี้เราพักโรงแรมกันเหรอ?”
จ้าวชิงซงเหลือบมองเขา “ใครบอกว่าจะไปพักโรงแรม?”
“อ่า…” เย่เหลยอึ้งไปครู่หนึ่ง “ไม่พักโรงแรมแล้วจะพักที่ไหน ที่พักรับรองเหรอ?”
ที่นี่ไม่มีโรงแรม เย่เหลยจึงนึกออกแค่ที่เหล่านี้
ชิวเฉิงหาวตอบเขา “ไม่พัก คืนนี้เดินทางกลับเมืองหยางเลย นายเคยขับรถกลางคืนไหม?”
เย่เหลยส่ายหน้า แล้วถามอย่างสงสัย “เดินทางกลับคืนนี้เลยเหรอครับ?”
เขายังคิดว่าจะได้กลับไปอาบน้ำอุ่น นอนหลับสบายเสียอีก!
จ้าวชิงซงตบบ่าเย่เหลย แล้วพูดว่า “ไม่เคยขับก็ต้องขับคืนนี้แหละ! ขึ้นรถไปก่อนได้ เดี๋ยวครึ่งทางค่อยเปลี่ยนกันขับ ลิ้นจี่พวกนี้น่ะแพง ต้องรีบเอาไปส่งให้เร็วที่สุดถึงจะขายได้ราคา”
เย่เหลยตอบ “…ก็ได้ครับ”
จ้าวชิงซงไว้ใจชิวเฉิงหาวมาก ช่วงแรกที่ชิวเฉิงหาวขับรถ จ้าวชิงซงก็นอนพักกับเย่เหลย โดยวางแผนไว้ว่าตอนดึกที่เย่เหลยต้องขับรถ เขาจะไม่นอน แล้วคอยดูอยู่ข้าง ๆ เย่เหลยเอง