ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 366 การกล่าวสุนทรพจน์
บทที่ 366 การกล่าวสุนทรพจน์
เฉาเหลียงอวี้มองอีกฝ่ายด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะไปสั่งอาหาร เธอสั่งอาหาร พร้อมถามพนักงานบริการว่า “อาหารจานนี้ผู้หญิงตั้งครรภ์กินได้ไหมคะ?”
หลังจากสั่งอาหารเสร็จ เฉาเหลียงอวี้ก็ถามคำถามที่สงสัยในใจออกมา “พี่ลี่หรงมาเดินเที่ยวนานขนาดนี้ ไม่มีอะไรที่อยากซื้อเลยเหรอคะ?”
เฉาเหลียงอวี้คิดว่าลี่หรงมาเที่ยวและซื้อของ แต่ผลคือเธอเที่ยวจริง แต่ไม่ได้ซื้ออะไรเลย
ลี่หรงจึงตอบอย่างตรงไปตรงมา “ฉันไม่ได้มาซื้อของ”
“หา?” เฉาเหลียงอวี้ไม่เข้าใจ จึงถามว่า “แล้วมาทำอะไรล่ะคะ?”
คนต่างถิ่นบางคนยังตั้งใจมาที่นี่เพื่อถ่ายรูปและซื้อขนมกลับไปด้วย เฉาเหลียงอวี้คิดว่าลี่หรงมาเดินเที่ยว อย่างน้อยก็คงจะซื้อของบ้าง
“ฉันมาสำรวจพื้นที่ ดูว่ามีร้านค้าที่เหมาะสมสำหรับเปิดร้านใหม่หรือเปล่า”
“ร้านใหม่ของฝูหรงเหรอคะ?” ดวงตาของเฉาเหลียงอวี้เป็นประกาย ก่อนหน้านี้ลี่หรงเคยพูดถึงเรื่องร้านใหม่ แต่เวลาผ่านไปนาน เฉาเหลียงอวี้เลยเลิกหวังไปแล้ว
“ก็นับว่าใช่ แต่ยังมีลวี่สุ่ยด้วย” ลี่หรงเล่าเรื่องแบรนด์ลวี่สุ่ยให้ฟัง
“พี่ลี่หรงเก่งมาก!” เฉาเหลียงอวี้ชูนิ้วโป้งขึ้น “ฉันคิดว่าพี่ทำแต่โรงงานเสื้อผ้า ไม่คิดว่าจะทำแบรนด์ด้วย งั้นพี่ต้องกลับไปเมืองหยางหลังคลอดลูกใช่ไหมคะ?”
“พูดยากนะ” ลี่หรงยิ้มเล็กน้อย “แม้จะไม่ได้อยู่เมืองหยางเป็นประจำ แต่คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเดินทางไปมาระหว่างสองเมือง อ้อใช่! เธอคิดว่าการเปิดร้านฝูหรงและลวี่สุ่ยในห้างสรรพสินค้าที่เมืองฝูเจี้ยนจะเป็นอย่างไรบ้าง?”
เฉาเหลียงอวี้แค่เข้าไปเดินเที่ยวในห้างสรรพสินค้าเท่านั้น พอลี่หรงถามแบบนี้ขึ้นมาก็เหมือนกับครูที่ไม่ได้บอกว่าจะให้ท่องบทเรียน แล้วสุ่มเรียกให้ลุกขึ้นท่อง เธอเลยกระวนกระวายไม่รู้จะพูดอะไรดี
ลี่หรงเห็นแบบนั้นก็ยิ้มออกมา
เฉาเหลียงอวี้พูดเสียงเบา “น่าจะได้นะคะ หวังอ้ายเจินยังเปิดได้เลย ถ้าพวกเราเปิด แน่นอนว่าต้องได้รับความนิยมมากกว่า อีกอย่างที่นี่มีแบรนด์ดัง ๆ เยอะ ราคาค่อนข้างสูง ถ้าร้านฝูหรงของพวกเราเปิดที่นี่ ลูกค้าที่มาส่วนใหญ่มักเป็นพวกคนมีเงินอยู่แล้วด้วย…”
เฉาเหลียงอวี้พูดไปเสียงก็ดังขึ้นด้วยความมั่นใจ
“อืม” ความคิดของอีกฝ่ายใกล้เคียงกับที่ลี่หรงคิดไว้ เธอจึงชมเฉาเหลียงอวี้ไปสองสามประโยค แล้วพูดต่อ “ที่นี่เหมาะสำหรับเปิดร้านเสื้อผ้าลวี่สุ่ย แต่สำหรับฝูหรงคงต้องพิจารณาให้ดีอีกที”
“หา? พิจารณาอะไรหรือคะ?”
“ปกติร้านฝูหรงตัดเย็บเสื้อผ้าสั่งทำรายบุคคล ฉันคิดว่าเราควรหาสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับทำธุรกิจนี้”
ลวี่สุ่ยคือแบรนด์เสื้อผ้าสำเร็จรูประดับสูง การเปิดร้านในห้างสรรพสินค้าที่เมืองฝูเจี้ยน ลี่หรงคิดว่าเหมาะสมดี
แต่สำหรับฝูหรงคือการตัดเย็บแบบสั่งทำรายบุคคล ลี่หรงต้องการทำให้มันดูหรูหราและเป็นส่วนตัวยิ่งขึ้น จะดีที่สุดถ้ามีบ้านสักหลัง ตกแต่งใหม่ แล้วทำเป็นสตูดิโอส่วนตัว
“หา? แล้วจะทำยังไงกับการดึงลูกค้าล่ะคะ?” เฉาเหลียงอวี้ถาม
การที่ฝูหรงเปิดร้านใหม่ไม่ใช่เพื่อดึงลูกค้าหรอกหรือ?
ถ้าไม่เปิดในที่ที่มีคนพลุกพล่าน แล้วจะดึงลูกค้ายังไงล่ะ?
จะอาศัยแค่ลูกค้าเก่าบอกต่อปากต่อปากจะขยายรายได้ได้หรือ?
ลี่หรงคิดไม่เหมือนกับเฉาเหลียงอวี้ เธอไม่กังวลเรื่องกระแสคนแล้ว สิ่งที่ฝูหรงทำคือการตัดเย็บระดับสูงที่อาศัยชื่อเสียง และใครบอกว่าไม่เปิดในที่ที่มีคนพลุกพล่านแล้วจะขยายรายได้ไม่ได้?
ตอนนี้มีผลกระทบจากดารา แม้ว่าผลลัพธ์จะไม่เท่ากับการรีวิวสินค้าในยุคหลัง แต่จากการที่ติงหลานสวมใส่เสื้อผ้าของลวี่สุ่ย ทำให้ลี่หรงเห็นแล้วว่าความสามารถในการประชาสัมพันธ์ของดาราก็ไม่เลวเลย
นักข่าวพบติงหลานวันก่อน วันรุ่งขึ้นก็สามารถหาลวี่สุ่ยเจอแล้ว
เมื่อถึงเวลานั้น ฝูหรงสามารถหาศิลปินหรือดารามาทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ได้ สรุปแล้ว หากต้องการทำให้ฝูหรงประสบความสำเร็จ แค่ทุ่มเงินลงไป ลี่หรงไม่คิดว่าจะทำไม่ได้ ฝูหรงสร้างกำไรมากมายขนาดนั้น ลี่หรงจะไม่ตระหนี่ในการลงทุนกับฝูหรงเลยแม้แต่น้อย
ฝูหรงคือลูกคนแรกในธุรกิจของลี่หรง พูดตามตรงแล้ว ฝูหรงสำคัญยิ่งกว่าหลานไห่เสียอีก
แม้ว่ารายได้ที่ลี่หรงได้รับจากหลานไห่จะมากกว่าฝูหรงหลายเท่าก็ตาม…
“เรื่องลูกค้าค่อยว่ากันทีหลัง” ลี่หรงไม่ได้พูดถึงเรื่องการโฆษณากับเฉาเหลียงอวี้ หัวข้อสนทนาจึงเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ
พูดถึงการขยายร้านฝูหรง ยังมีอีกปัญหาหนึ่ง นั่นคือนักออกแบบ
ลี่หรงต้องรับสมัครนักออกแบบใหม่ ซึ่งเธอจะสอนด้วยตัวเอง เหมือนกับตอนที่เธอสอนเฉาเหลียงอวี้ เพื่อสร้างนักออกแบบที่เหมาะกับฝูหรง
ไม่ต้องพูดถึงการตลาดของฝูหรง สำหรับการสร้างแบรนด์ขึ้นมา ลี่หรงคิดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดยังคงเป็นคุณภาพของเสื้อผ้า
มีคนบางกลุ่มที่ไม่รู้จักแบรนด์ แต่พวกเขาสามารถมองเห็นคุณภาพของสินค้าได้ เสื้อผ้าที่ดีเมื่อถูกสวมใส่ออกไป นั่นคือการโฆษณาเคลื่อนที่ที่ดีที่สุด
แล้วจะไปหานักออกแบบที่ไหนล่ะ?
ลงโฆษณา?
หรือไปหาบัณฑิตที่จบสาขาออกแบบเสื้อผ้าตามมหาวิทยาลัยเหมือนการรับสมัครงานในยุคหลัง?
ตัวเลือกที่สองนั้นลี่หรงรู้สึกลังเลอยู่บ้าง เฉาเหลียงอวี้บอกว่าคนมีเงินต่างอยากไปเรียนต่อต่างประเทศ ส่วนคนไม่มีเงินจำเป็นต้องเลือกงานที่รัฐจัดสรรให้ หรือไม่ก็ไปทำงานให้หวังอ้ายเจิน
พูดได้ว่า ลี่หรงกลับมาช้าไปหน่อย ตอนนี้คนที่เหลือให้เธอคงไม่มีกี่คนแล้ว
ถ้าลงโฆษณา บางทีอาจจะหาคนที่เรียนจบจากต่างประเทศกลับมาได้ แต่พวกที่เรียนจบจากต่างประเทศเหล่านั้น ไม่รู้ว่าระดับเงินเดือนของฝูหรงจะจ้างได้หรือเปล่า?
ลี่หรงจึงอยู่ในภาวะคิดไม่ตก บางทีอาจเป็นเพราะการตั้งครรภ์ด้วย เธอเลยรู้สึกหงุดหงิดอยู่บ้าง
ในช่วงเวลานั้นเอง ลี่หรงได้รับคำเชิญจากอาจารย์อาน่า ขอให้เธอกลับไปเพื่อกล่าวสุนทรพจน์ให้กับนักเรียนที่จบการศึกษา
แล้วเธอจะพูดอะไรดีล่ะ?
เมื่อนึกถึงว่าตัวเองจบจากมหาวิทยาลัยชิงหัวมานานแล้ว การกลับไปบรรยายที่มหาวิทยาลัยเป็นครั้งแรกกลับไม่ใช่ที่คณะบริหารธุรกิจที่เธอเรียนมา แต่เป็นคณะออกแบบที่อยู่ข้าง ๆ ลี่หรงจึงรู้สึกขบขันและเศร้าในเวลาเดียวกัน
ตอนนี้ลี่หรงกำลังต้องการรับนักออกแบบ และอาจารย์อาน่าเชิญเธอกลับไปพอดี มันเป็นโอกาสที่ดีมาก ถึงแม้ลี่หรงจะคิดเช่นนั้น แต่เธอก็ยังปฏิเสธไป เพราะเธอยังไม่ได้ประสบความสำเร็จในอาชีพมากนัก ถ้ากลับไปบรรยายตอนนี้ เธอไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี
หรือจะพูดว่าเธอจะขยายร้าน แล้วทำการบรรยายเพื่อรับสมัครงานในมหาวิทยาลัยหรือ?
อาจารย์อาน่าไม่คิดว่าลี่หรงจะปฏิเสธ เธอจึงถามว่า “มีอะไรกังวลหรือเปล่า? เพราะตั้งครรภ์หรือ? จริง ๆ แล้วไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวทางเราจะจัดเก้าอี้ให้เธอเอง”
ในโรงเรียนมีครูผู้หญิงบางคนที่สอนหนังสือระหว่างตั้งครรภ์ อาจารย์อาน่าจึงไม่คิดว่านี่เป็นปัญหาอะไร
ลี่หรงจึงจำใจอธิบายความคิดของตัวเองออกไป “ถ้าให้ฉันไปพูดตอนนี้ ฉันรู้สึกว่าฉันยังไม่มีคุณสมบัติเพียงพอน่ะค่ะ”
จริง ๆ แล้วถ้าให้เธอพูดถึงประสบการณ์การเริ่มต้นธุรกิจของหลานไห่ ลี่หรงคงจะพูดอะไรออกมาได้บ้าง แต่เรื่องการออกแบบ… เอาเถอะ ถ้าพูดออกไปตอนนี้ ใครจะรู้จักลี่หรงบ้าง?
แต่ถ้าพูดเรื่องประสบการณ์การเริ่มต้นธุรกิจ… ลี่หรงรู้สึกว่ายังไม่เหมาะสมอยู่ดี ถ้าจะพูดเรื่องนี้คงต้องกลับไปพูดที่คณะของตัวเองมากกว่า
“เหลียงอวี้บอกว่าคุณตั้งใจกลับมาขยายร้าน ฉันนึกว่าคุณจะฉวยโอกาสนี้กลับไปบรรยาย แล้วหาดีไซเนอร์ที่เหมาะสมเสียอีก” อาน่าได้รู้จากเฉาเหลียงอวี้ว่าลี่หรงกลับมาแล้ว เธอจึงถามเพิ่มเติมอีกสองสามประโยค ถึงได้รู้ว่าลี่หรงต้องการเปิดร้านใหม่