ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 379 ชื่อ
บทที่ 379 ชื่อ
จ้าวชิงซงจับมือแล้วมองลี่หรงด้วยสายตาเปี่ยมด้วยความรัก “ภรรยาครับ”
ลี่หรงลืมตามองเขา เธอไม่มีแรงตอบ แต่นิ้วมือของเธอขยับเล็กน้อย ทำให้จ้าวชิงซงกำมือเธอแน่นขึ้น “คงเหนื่อยมากเลยนะครับ”
ในห้องผู้ป่วย
เมื่อลี่หรงฟื้นตัวขึ้นแล้ว จ้าวชิงซงก็ตื่นเต้นจนแทบจะเต้นระบำ “เป็นลูกสาว! ผมมีลูกสาวแล้ว!”
ลี่หรงยังคงรู้สึกเจ็บอยู่ แต่เมื่อได้ยินว่าเป็นลูกสาว เธอก็ยิ้มด้วยความดีใจและถามจ้าวชิงซงว่า “คุณบอกแม่หรือยังคะ?”
เดิมทีพูดกันไว้ว่าวันที่รอคลอดลูกแล้วจะให้คุณแม่จ้าวพาอันอันมา แต่ลี่หรงเจ็บท้องตอนกลางดึก จ้าวชิงซงจึงไม่ได้โทรไปบอกคุณแม่จ้าว
เมื่อลี่หรงพูดเช่นนี้ จ้าวชิงซงก็ตบหัวตัวเองหนึ่งทีแล้วพูดว่า “ผมจะรีบไปบอกตอนนี้เลยครับ”
เสี่ยวเป่าคลอดครบกำหนด สุขภาพแข็งแรงมาก แต่เพราะเพิ่งคลอดออกมาจึงยังไม่ลืมตา ผมดำ ๆ เกาะติดศีรษะ ใบหน้าเล็ก ผิวสีแดง
อันอันจ้องมองอยู่พักใหญ่ด้วยท่าทางผิดหวัง แล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
จ้าวชิงซงรักลูกสาวมาก พอเห็นอันอันเป็นแบบนี้ เขาจึงลูบหัวอันอันแล้วพูดว่า “ถอนหายใจทำไม?”
อันอันกลั้นหายใจจนแก้มป่องเหมือนปลาปักเป้า “น้องสาวน่าเกลียด ตัวย่นยู่ยี่เหมือนคนแก่ตัวเล็ก ๆ เลย!”
คุณแม่จ้าวได้ยินเข้าจึงมองอันอันอย่างไม่พอใจนัก “อย่าพูดเหลวไหล! น้องสาวตัวน้อยน่ารักมากนะ! ขนตายาว จมูกโด่ง ปากแดง ตาโต ๆ…”
ช่วงแรกยังพอไหว แต่พอพูดถึงตาโต ๆ ลี่หรงอดหัวเราะออกมาไม่ได้ “ยังไม่ได้ลืมตาเลย จะรู้ได้อย่างไรว่าตาโตคะ?”
“ดูจมูกนี่สิ สืบทอดมาจากลูกชายคนที่สองของบ้านเรา คิ้วก็สวย ตาต้องโตแน่ ๆ” คุณแม่จ้าวพูดกับอันอัน “รอสักพัก น้องสาวก็จะสวยขึ้น ใครกันที่เกิดมาแล้วไม่เหมือนคนแก่ตัวเล็ก ๆ บ้าง?”
อันอันจ้องมองน้องสาวตัวน้อยที่หลับตาหลับสนิท ปากบ่นว่าน้องสาวน่าเกลียด แต่ดวงตากลับไม่ยอมละไปจากน้องแม้แต่วินาทีเดียว
เขาพูดเบา ๆ กับน้องสาวตัวน้อยว่า “พี่คือพี่ชายขอน้องนะ รอให้น้องโตและสวยขึ้นแล้ว พี่จะพาน้องออกไปเล่นเอง”
ลี่หรงหัวเราะกับคำพูดของเขา “ถ้าน้องสาวไม่สวย ลูกก็จะไม่พาเธอไปเที่ยวเหรอ?”
“ไปสิครับ” อันอันยิ้มกว้าง “น้องสาวตัวน้อยชื่ออะไรเหรอครับ?”
“ยังไม่ได้ตั้งชื่อเลย” ลี่หรงมองไปที่จ้าวชิงซง
เขาไอออกมาเบา ๆ แล้วพูดว่า “คุณตั้งชื่อให้เถอะครับ ผมไม่ค่อยมีความรู้”
ลี่หรงเบ้ปาก “ฉันก็ไม่ค่อยมีความรู้เหมือนกัน แต่เนื่องจากเธอเกิดตอนเช้า งั้นชื่อจ้าวซีดีไหม? แล้วชื่อเล่นเรียกว่าเสี่ยวเป่า”
จ้าวชิงซงพยักหน้า “ครับ เอาตามที่คุณบอกเลย”
อันอันร้องขึ้นมา เมื่อจ้าวชิงซงและลี่หรงหันมามอง อันอันก็ชี้ที่ตัวเองแล้วพูดว่า “แม่เรียกผมว่าเป่าเป้ย แล้วทำไมต้องเรียกน้องสาวว่าเสี่ยวเป่าด้วยล่ะครับ?”
ลี่หรงหัวเราะ “งั้นลูกคิดว่าเราควรเรียกน้องสาวคนนี้ว่าอะไรดีจ๊ะ?”
“ผมชื่อเป่าเป้ย น้องสาวก็ควรเรียกว่าเป่าเป้ยเหมือนกันสิครับ”
“ได้ งั้นเราจะเรียกน้องสาวว่าเป่าเป้ย”
เสี่ยวจ้าวซีที่ถูกครอบครัวเรียกว่าเป่าเป้ยจนกระทั่งโตเป็นผู้ใหญ่ หลังจากรู้ว่าเป็นพี่ชายแท้ ๆ ที่ตั้งชื่อให้ เธอเกือบจะทะเลาะกับอันอัน แน่นอนว่านี่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในภายหลัง
หลังจากอยู่โรงพยาบาลเจ็ดแปดวัน ลี่หรงกลับบ้านล้อมลานเพื่อพักฟื้นหลังคลอด คุณพ่อลี่เคยไปเยี่ยมหลานสาวตัวน้อยที่โรงพยาบาลมาก่อน เขารักและเอ็นดูเธอมาก หลังจากลี่หรงออกจากโรงพยาบาล เลยมีเพียงคุณแม่ลี่เท่านั้นที่มาเยี่ยม
ครั้งแรกที่ลี่หรงพักฟื้นหลังคลอดอยู่ที่หมู่บ้านต้าเจียง คุณแม่ลี่ไม่สามารถดูแลเธอได้ ครั้งนี้เธอจึงบอกว่าอีกฝ่ายจะต้องมาให้ได้ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม
จ้าวชิงซงจึงรีบจัดห้องให้แม่ยายอย่างคล่องแคล่ว
เฉาเหลียงอวี้ออกแบบชุดวันเกิดของติงหลานเสร็จแล้ว ในที่สุดก็รอจนลี่หรงกลับมา เมื่อรู้ว่าลี่หรงคลอดลูกแล้ว เธอเลยไม่กล้าเข้าไปโดยพลการ จึงขอให้คุณแม่จ้าวช่วยถามให้
ลี่หรงไม่มีความเชื่อเรื่องการอยู่ไฟที่ห้ามพบผู้คน เธอจึงให้เฉาเหลียงอวี้นำต้นฉบับเข้ามาให้เธอดู
ลี่หรงดูการออกแบบเสร็จแล้วพูดว่า “ไม่มีปัญหาอะไร เธอสามารถนัดคุณติงมาดูได้แล้ว เมื่อตกลงกันเรียบร้อยก็สามารถเริ่มผลิตได้เลย”
เฉาเหลียงอวี้ได้รับคำยืนยันเช่นนั้น จึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก แล้วมองไปที่เด็กน้อยบนเตียงเล็ก “นี่เป็นเด็กผู้ชายหรือเด็กผู้หญิงคะ ดูตัวเล็กจังเลย น่ารักจริง ๆ”
“เป็นเด็กผู้หญิงค่ะ”
ทารกน้อยส่งเสียงร้องออกมาสองครั้ง เฉาเหลียงอวี้ตกใจ “ทำไมร้องไห้ล่ะ?!”
“ไม่เป็นไร เธอคงจะฉี่น่ะ” เมื่อลี่หรงลองลูบดู “ฉี่จริง ๆ ด้วย”
เสียงร้องของเสี่ยวเป่าดังขึ้นเรื่อย ๆ คุณแม่ลี่ได้ยินจากข้างนอกจึงเดินเข้ามา เห็นลี่หรงกำลังจะลงมือเอง เธอจึงรีบห้ามไว้ “หรงหรงอย่าขยับ เดี๋ยวแม่จัดการเอง”
ลี่หรงมองคุณแม่ลี่เปลี่ยนผ้าอ้อมเสร็จ เธออดไม่ได้ที่จะพูดว่า “แม่คะ แม่เหนื่อยเกินไปแล้ว เพิ่งเลี้ยงหลานชายเสร็จก็ต้องมาเลี้ยงหลานสาวอีกคน”
คุณแม่ลี่เปลี่ยนผ้าอ้อมอย่างคล่องแคล่ว ไม่เงยหน้าขึ้นมอง เพียงแต่พูดกับลี่หรงว่า “แม่เต็มใจน่า แม่ไม่เหนื่อยหรอก การคลอดลูกเป็นช่วงยากลำบากของผู้หญิง ถ้าอยู่ไฟไม่ดี ต่อไปเธอจะต้องทรมานแน่”
ลี่หรงมองลูกสาวที่เปลี่ยนผ้าอ้อมเสร็จแล้วกำลังกัดมือตัวเอง เธอจึงพูดว่า “ต่อไปฉันก็ต้องเรียนรู้ที่จะดูแลเจ้าตัวน้อยนี่เหมือนแม่ใช่ไหมคะ?”
“คนเป็นแม่ก็ต้องใช้ชีวิตแบบนี้แหละ”
เฉาเหลียงอวี้กลับมาที่ห้องสตูดิโอ หลี่เสี่ยวอ้ายและคนอื่น ๆ รีบเข้ามาหาทันที “เป็นยังไงบ้าง? เด็กผู้ชายหรือเด็กผู้หญิง?”
“เป็นน้องสาวตัวน้อย!” เฉาเหลียงอวี้พูด “ตัวเล็กมาก ๆ เลย”
หลี่เสี่ยวอ้ายไม่กล้าไปดู เมื่อก่อนเคยได้ยินย่าพูดว่าเวลาคนอื่นอยู่ไฟ คนอื่นห้ามไปรบกวน เธอจึงไม่เคยไปดูและไม่เคยถามว่าเป็นเด็กผู้ชายหรือเด็กผู้หญิง
พอรู้ว่าเป็นเด็กผู้หญิง เหมยจีอวี้จึงพูดว่า “เด็กผู้หญิงก็ดีนะ แต่พอคุณลี่อยู่ไฟเสร็จ ไม่รู้ว่าจะต้องไปเมืองหยางอีกหรือเปล่า”
ลี่หรงต้องการจัดการเรื่องร้านใหม่ของฝูหรง นอกจากเฉาเหลียงอวี้แล้ว คนอื่น ๆ ไม่มีใครรู้เรื่องนี้เลย
เฟิงหงเซี่ยมองดูเฉาเหลียงอวี้ที่มีรอยยิ้มเต็มหน้า พลันรู้สึกไม่สบายใจนัก เธออยู่มาที่นี่นานแล้ว แต่แทบไม่ได้เจอลี่หรงเลย มีอะไรก็เป็นเฉาเหลียงอวี้ที่แจ้งให้ทราบทั้งนั้น ทั้ง ๆ ที่เป็นนักเรียนรุ่นเดียวกันแท้ ๆ ทำไมเธอถึงได้มีอำนาจมากขนาดนั้น
ในที่สุดครั้งนี้เฟิงหงเซี่ยก็ทนไม่ไหว เธอพูดด้วยน้ำเสียงแปลก ๆ ว่า “เป็นงานออกแบบสำหรับดาราดังที่เอาไปให้พี่ลี่หรงดูใช่ไหม? ฉันไม่อยากจะพูดเลยนะ ถ้าไม่มีความสามารถก็อย่าไปรับงานออกแบบของคนอื่นเลย ทำเองแล้วยังต้องไปหาคนช่วยอีก! น่าอายจริง ๆ”
เฉาเหลียงอวี้ฟังน้ำเสียงประชดประชันอย่างชัดเจนของเธอแล้วรู้สึกไม่สบายใจเท่าไหร่ “เธอพูดอะไรของเธอ อิจฉาหรือ? ก็ช่วยไม่ได้นะ ใครใช้ให้เธอยังอยู่ในช่วงทดลองงานล่ะ? จะให้เธอรับงานออกแบบสำหรับดาราดังได้ยังไง เธอจะทำได้เหรอ?”
เฉาเหลียงอวี้กลอกตาใส่อย่างรำคาญ
เฟิงหงเซี่ย “อย่างน้อยฉันก็ไม่มีทางใช้เส้นสายช่วยแน่นอน!”
“ฉันวาดเสร็จแล้วถึงให้พี่ลี่หรงช่วยดูให้เท่านั้น!” เฉาเหลียงอวี้ยังอยากจะพูดต่อ แต่ถูกหลี่เสี่ยวอ้ายดึงตัวไว้ แล้วกระซิบเตือนเฉาเหลียงอวี้ว่า “เธอเป็นพนักงานที่พี่ลี่หรงรับเข้ามา อย่าทะเลาะกันเลย…”
เฉาเหลียงอวี้กัดฟันจ้องมองเฟิงหงเซี่ยด้วยความไม่พอใจ แต่สุดท้ายก็อดทนไว้ได้ เพราะเธอไม่อยากทำให้ลี่หรงลำบากใจ
แต่เฟิงหงเซี่ยคนนี้น่ารำคาญจริง ๆ เมื่อตอนสัมภาษณ์ ลี่หรงก็บอกแล้วว่าสามเดือนแรกอาจจะไม่มีโอกาสได้รับงานออกแบบจากลูกค้า