ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 378 โกรธ
บทที่ 378 โกรธ
ลี่หรงเบ้ปาก “ไม่ใช่ว่าคุณติงจะรอไม่ไหวหรอก เธอกลัวว่าตัวเองจะทำเสื้อผ้าให้คุณติงไม่ได้ต่างหาก”
เฉาเหลียงอวี้หัวเราะเบา ๆ พลางบีบสมุดในมือ เธอยังคงรู้สึกตื่นเต้นไม่หาย “ไม่คิดว่าดาราอย่างคุณติงจะมาหาพวกเราให้ทำเสื้อผ้าด้วย!”
“เก็บเป็นความลับหน่อย อย่าพูดออกไป!” ลี่หรงทำเสียงจุ๊จุ๊สองครั้ง “เธอต้องปรับทัศนคติให้ดี ๆ ต่อไปพวกเราจะได้พบกับคนมากขึ้น ถ้าทุกครั้งที่เจอลูกค้าที่ไม่คาดคิด แล้วทำหน้าแบบนี้ คนอื่นจะสงสัยว่าพวกเราไม่ใช่มืออาชีพนะ”
เฉาเหลียงอวี้หุบปากแน่น “เข้าใจแล้วค่ะ”
“ทำงานให้ดี ๆ ต่อไปจะมีงานอีกเยอะ” ลี่หรงตบไหล่เฉาเหลียงอวี้ “พวกเราต้องทำฝูหรงให้ดี รอวันหนึ่งในอนาคต พวกเราจะพาฝูหรงออกไปต่างประเทศกัน!”
เฉาเหลียงอวี้พูดคุยกับลี่หรงสักครู่ ก่อนจะจากไปเธอก็ถามว่า “พี่ลี่หรง ฉันยังรู้สึกกังวลอยู่บ้าง กลัวว่าจะทำได้ไม่ดี ถ้าฉันทำเสร็จแล้ว คุณช่วยตรวจดูให้ฉันก่อนได้ไหมคะ?”
ในวันเปิดร้านลวี่สุ่ย เสิ่นรั่วหนิงให้คนขับรถมารับลี่หรง
วันนี้ลี่หรงพาอันอันไปด้วย เมื่อไปถึงร้าน เสิ่นรั่วหนิงกำลังพูดคุยถึงประเด็นสำคัญกับพนักงานใหม่ ส่วนเจียรั่วก็กำลังเล่นอยู่ข้างใน
อันอันวิ่งเข้าไปหาเจ้าตัวน้อย “น้องเจียรั่ว”
ตอนที่ร้านในเมืองหยางเปิด เนื่องจากร้านอยู่ริมถนน จึงสามารถจุดประทัดได้ แต่ลวี่สุ่ยในเมืองหลวงอยู่ในห้างสรรพสินค้า ไม่สามารถจุดประทัดได้ ลี่หรงจึงหาคนทำป้ายคู่ประตูและโปสเตอร์ สั่งทำกระเช้าดอกไม้จากร้านดอกไม้ เพื่อทำให้มีบรรยากาศของการเปิดร้านใหม่เช่นกัน
คนแถวนี้แทบไม่มีใครรู้จักลวี่สุ่ย แต่เมื่อเห็นร้านใหม่เปิด พวกเขาก็จะเข้ามาเดินดู
เดือนกรกฎาคม ร้านลวี่สุ่ยก็แขวนเสื้อผ้าฤดูใบไม้ร่วงแล้ว ในขณะที่ร้านข้าง ๆ กำลังลดราคาล้างสต๊อกฤดูร้อนอยู่เลย
เสื้อผ้าในลวี่สุ่ยสวยงามมาก สวยกว่าเสื้อผ้าที่ซื้อมาขายส่งจากตลาดเสื้อผ้าสำเร็จรูปหลายเท่า แม้ลวี่สุ่ยไม่มีการลดราคา แต่จะแจกผ้าพันคอฟรีในช่วงสามวันแรกของการเปิดร้าน
ลูกค้าหลายคนเมื่อถามราคาและรู้ว่าไม่มีส่วนลดเลยรู้สึกลังเล แบรนด์ที่ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน ทำไมถึงขายแพงขนาดนี้กัน?
แน่นอนว่าบางคนไม่ใช่ว่าซื้อไม่ได้ เพียงแค่รู้สึกว่าไม่คุ้มค่า ทั้งไม่ใช่แบรนด์ดัง แล้วยังขายแพงขนาดนั้น… ตลอดทั้งวัน ร้านลวี่สุ่ยเลยขายได้แค่ไม่กี่ชิ้น
เสิ่นรั่วหนิงรู้สึกท้อใจเล็กน้อย “พวกเราทำผิดวิธีหรือเปล่า? ทำไมมีคนซื้อแค่ไม่กี่คนเอง?”
ลี่หรงปลอบใจ “อย่าเพิ่งร้อนใจ พวกเราเป็นร้านใหม่ ทั้งไม่ลดราคาและไม่ใช่แบรนด์ดัง แถมยังไม่ได้ทำโฆษณาด้วย คนที่มาก็แค่มาเดินห้างเล่น ๆ ไม่ได้ตั้งใจมาซื้อเสื้อผ้าโดยเฉพาะอยู่แล้ว… แบบนี้ถือเป็นเรื่องปกติมาก ไม่ต้องกังวลหรอก รอสักพัก ฉันจะวางแผนหานักแสดงมาทำโฆษณา หรือไม่ก็ซื้อพื้นที่โฆษณาในหนังสือพิมพ์…”
“ต้องทำโฆษณาแน่นอน!” เสิ่นรั่วหนิงนึกถึงความรู้ด้านการตลาดที่เคยเรียนในมหาวิทยาลัย เธอจึงถามลี่หรงว่า “แล้วทำไมตอนเปิดร้านพวกเราไม่ถือโอกาสลดราคาเป็นโปรโมชันเปิดร้านล่ะ?”
ลี่หรงยิ้มและพูดว่า “เธอลืมไปแล้วเหรอ? อาจารย์เคยสอนว่า มูลค่าของสินค้า ถ้าลดราคา คนอื่นก็จะคิดว่าตัวสินค้าเองมีมูลค่าไม่สูง และพวกเขาจะรอเวลาซื้อด้วย เช่น ถ้าจัดการลดราคาล้างสต๊อกตามฤดูกาลบ่อย ๆ คนก็จะรอซื้อตอนลดราคาล้างสต๊อกใช่ไหม? ลวี่สุ่ยไม่มีการลดราคาล้างสต๊อกตามฤดูกาล สรุปคือ การที่ลวี่สุ่ยแจกผ้าพันคอก็ถือว่าเป็นส่วนลดแล้ว ไม่จำเป็นต้องลดราคาอีก”
“ก็ได้” เสิ่นรั่วหนิงฟังแล้วรู้สึกงง ๆ เธอเรียนจบมานานแล้ว แถมยังมีลูกด้วย เลยแทบจะลืมความรู้ในวิชาชีพไปหมดแล้ว
ในช่วงเปิดร้าน ลี่หรงมาที่ร้านทุกวันเพื่อดูแลร้านกับเสิ่นรั่วหนิง
พนักงานขายสี่คนเป็นคนที่ลี่หรงและเสิ่นรั่วหนิงสัมภาษณ์ด้วยกัน แต่การฝึกอบรมนั้นเสิ่นรั่วหนิงเป็นคนจัดการเองทั้งหมด
เนื่องจากก่อนหน้านี้ยุ่งกับหลายเรื่อง ลี่หรงจึงเลื่อนการไปโรงพยาบาลจนเหลือเวลาอีกห้าวันก่อนกำหนดคลอด เมื่อจ้าวชิงซงกลับมาถึงเมืองหลวง เขาจัดของเสร็จแล้วก็พาลี่หรงไปโรงพยาบาลทันที
สีหน้าของจ้าวชิงซงดูไม่ค่อยดีนัก เหมือนกับว่าเขากำลังโกรธอยู่ “เราตกลงกันว่าจะไปก่อนสิบวันไม่ใช่เหรอครับ? ผมบอกว่าผมจะกลับมาช้าสองวัน ให้คนพาคุณไปก่อน แต่คุณกลับไม่ยอมไป ถ้าผมไม่ถามแม่ คุณคงจะไปที่ร้านอีกใช่ไหมครับ?”
“คุณอย่าโกรธสิคะ” ลี่หรงพูดเสียงเบา เรื่องนี้เธอเป็นฝ่ายผิด แต่ที่เธอไม่ไปก็มีเหตุผล “ฉันรู้สึกว่าช่วงนี้น่าจะยังไม่เป็นไร เลยอยากไปอีกสักสองสามวันน่ะ…”
จ้าวชิงซงประคองเธอขึ้นรถ พลางพูดว่า “ข้ออ้างเยอะนะครับ ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาแล้วจะไปโรงพยาบาลทันไหม?”
น้ำเสียงเขาดุมาก ลี่หรงเลยรู้สึกน้อยใจขึ้นมาทันที ที่ผ่านมาเธอจัดการงานอย่างดีตลอด เธอไม่คิดว่ามีอะไรผิดพลาด แต่พอโดนเขาพูดแบบนี้ ลี่หรงก็อัดอั้นตันใจ
พอขึ้นรถ ลี่หรงเม้มปากไม่พูดอะไร แล้วหันไปมองนอกหน้าต่าง
จ้าวชิงซงถอนหายใจแล้วขยับเข้าไปใกล้ “คุณโกรธเหรอครับ?”
ลี่หรงยังคงไม่ตอบเขา
เมื่อมาถึงโรงพยาบาล ลี่หรงก็ยืนนิ่งอยู่กับที่
จ้าวชิงซงโอบกอดลี่หรง พลางลูบศีรษะด้านหลังของเธอ “มีคุณแม่ตั้งครรภ์คนไหนบ้างที่เป็นแบบนี้? พอเถอะครับ อย่าเสียใจไปเลย ผมผิดเอง คุณอย่าโกรธเลยนะครับ”
จ้างชิงซงเห็นดวงตาแดง ๆ ของลี่หรง หัวใจเขาพลันหล่นวูบ เขาประคองใบหน้าของลี่หรงแล้วจูบเธอไปหนึ่งที “ผมผิดไปแล้วครับ ผมใจร้อนเกินไป ตอนเธอคลอดลูกคนแรกก็น่ากลัวมากแล้ว เธออย่า… เฮ้อ! คุณอย่าร้องไห้สิครับ พี่ผิดไปแล้ว”
หลังจากปลอบกันอยู่พักใหญ่ ลี่หรงจึงสงบอารมณ์ลงได้ เมื่อเข้าไปในโรงพยาบาล ลี่หรงรู้สึกว่าตัวเองเพิ่งทำตัวอ่อนไหวเกินไป เธอจึงจับมือจ้าวชิงซงแล้วพูดว่า “เมื่อกี้ฉัน…”
“ภรรยาพูดถูกแล้วครับ ผมไม่ควรพูดเสียงดัง แต่ตอนนี้ขอแค่คุณไม่เจ็บปวดก็พอแล้ว” จ้าวชิงซงรีบพูดอย่างรวดเร็ว พลางโอบกอดลี่หรงไว้
จ้าวชิงซงวิ่งวุ่นไปมาระหว่างโรงพยาบาลกับบ้านล้อมลาน เอาอาหารที่คุณแม่จ้าวทำรวมทั้งผลไม้มาให้ลี่หรง ทำให้คุณแม่ตั้งครรภ์คนอื่น ๆ ที่อยู่ข้าง ๆ ต่างมองด้วยความอิจฉา
จ้าวชิงซงรู้สึกกังวลมาก และรู้สึกผิดในใจที่พูดจาแรงเกินไปก่อนหน้านี้ เขากลัวว่าถ้าลี่หรงอารมณ์ไม่ดีจะทำอย่างไร ช่วงนี้เขาจึงระแวดระวังตัวอย่างมาก
แน่นอนว่าลี่หรงสังเกตเห็นเรื่องนี้ได้เช่นกัน หลังจากที่จ้าวชิงซงวุ่นวายไปมา ลี่หรงจึงบอกว่าเธออยากกินแอปเปิล
จ้าวชิงซงนั่งอยู่ข้าง ๆ ปอกผลไม้ให้เธอ
ลี่หรงดึงเสื้อของเขาพลางพูดว่า “ก่อนหน้านี้ฉันแค่อารมณ์แปรปรวนไปหน่อย จริง ๆ แล้วไม่มีอะไรหรอกค่ะ คุณไม่ต้องกังวลนะคะ”
จ้าวชิงซงยิ้ม “อืม ผมเข้าใจครับ”
“คุณไม่รู้หรอก ดูสิ คุณยุ่งตลอดเวลา ไม่รู้จักมาคุยกับฉันบ้าง ไม่งั้นคุณกลับบ้านไปรับอันอันมาดีกว่า เขายังรู้จักทำให้ฉันอารมณ์ดีได้มากกว่าคุณอีกค่ะ!”
จ้าวชิงซงรีบลุกขึ้นยืนทันที “งั้นผมจะกลับไปรับอันอันมาให้คุณนะครับ”
“เฮ้อ… กลับมานี่เลยค่ะ!” ลี่หรงจ้องเขาตาเขียว “คุณแยกแยะคำพูดไม่ออกเหรอคะ? ถ้าฉันบอกว่าไม่ให้คุณมา แล้วคุณจะยังมาอีกไหมคะ?”
“ผมจะไม่มาได้ยังไงครับ!” จ้าวชิงซงนั่งลง “งั้นปล่อยให้อันอันอยู่ที่บ้านไปก่อน รอคุณคลอดเสร็จแล้วค่อยให้แม่พาเขามา”
“อืม”
“กินแอปเปิลก่อนสิครับ” จ้าวชิงซงปอกแอปเปิลเป็นชิ้นเล็ก ๆ ให้ลี่หรง
ลี่หรงเจ็บท้องคลอดตอนเที่ยงคืน เธอปลุกจ้าวชิงซงที่นอนอยู่ข้าง ๆ ให้เขาไปเรียกคนมา
เขาว่ากันว่าครั้งแรกยังไม่คุ้น ครั้งที่สองก็จะคุ้นเคย แต่ลี่หรงเข้าห่องคลอดไปนานมาก จนรุ่งเช้าเธอถึงได้ออกมา พร้อมกับศีรษะที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4BFT2I40