ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 425 ไก่พื้นเมือง
บทที่ 425 ไก่พื้นเมือง
ลี่หรงและจ้าวชิงซงต่างเป็นเจ้าของกิจการ ช่วงก่อนปีใหม่จึงยุ่งมาก
จ้าวชิงซงกลับมาหลายวันแล้วแต่ไม่มีเวลาพูดคุยกับลี่หรงเลย หลังจากรวมตัวกับติงลี่เหรินและคนอื่น ๆ แล้ว เขาก็กลับบ้านนอน พอตื่นขึ้นมาอีกที ลี่หรงก็ออกไปข้างนอกแล้ว
อันอันและจ้าวซีนั่งเรียงกันดูโทรทัศน์ เมื่อเห็นจ้าวชิงซงตื่น จ้าวซีพลันกระโดดลงจากโซฟาวิ่งไปหาจ้าวชิงซงทันที
อันอันหันมาเรียกพ่อหนึ่งครั้ง พอได้รับการตอบสนองก็หันกลับไปดูโทรทัศน์ต่อ จ้าวชิงซงยังคงสงสัยว่าทำไมลูกชายโตแล้วถึงไม่ติดพ่อ
จ้าวชิงซงอุ้มจ้าวซีขึ้นมา ลูกสาวตัวน้อยเอามือแตะคางเขาพลางพูดว่า “พ่อจ๋า หนวดแข็ง”
“ฮ่า ๆ พ่อยุ่งจนลืมโกนหนวดไปเลย แล้วแม่ของลูกล่ะ?”
“แม่ไป…” จ้าวซีน้อยนึกไม่ออกว่าไปไหน จึงเรียก “พี่ชาย แม่ไปไหนคะ?”
อันอันทำตัวเหมือนผู้ใหญ่ตัวน้อย ตอบอย่างจริงจังว่า “แม่ไปเมืองฝูเจี้ยนครับ”
จ้าวชิงซงมองนาฬิกาแขวนเห็นว่าเกือบเที่ยงแล้ว จึงวางลูกสาวลง “ลูกรักเป็นเด็กดีนั่งตรงนั้นนะ รอพ่อกินข้าวเสร็จแล้วจะมาเล่นกับลูก ตกลงไหม?”
จ้าวซีพยักหน้า เมื่อถูกจ้าวชิงซงวางลงบนโซฟา เธอก็ไปนั่งดูโทรทัศน์กับพี่ชายต่อ
ต้าหนิวไม่ได้กลับบ้านในช่วงปิดเทอมฤดูหนาว และไม่ได้มาบ้านล้อมลานด้วย เห็นบอกว่าอาจารย์พาไปทำอะไรสักอย่าง
ตอนปิดเทอมฤดูร้อนก็ไม่ได้กลับบ้าน เท่ากับเขาอยู่ในเมืองหลวงทั้งปี เหอซิ่งทำงานหนักมากมายขนาดนั้นก็เพื่อลูกชายของตัวเอง เธอคิดถึงลูกชายคนโตที่ไปเรียนต่างเมืองมาก เมื่อรู้ว่าลูกชายไม่สามารถกลับมาได้ เธอจึงตัดสินใจไปฉลองปีใหม่ที่เมืองหลวงเสียเลย
ปีที่แล้วพวกเขาไม่ได้ไปเมืองหลวง คุณแม่จ้าวก็ไม่ได้กลับไป เกือบสองปีแล้วที่ไม่ได้เจอกัน จ้าวชิงหยางจึงยอมทำตามคำภรรยา
ลี่หรงรู้ว่าพวกเขาจะมา จึงโทรศัพท์ให้ครอบครัวจ้าวชิงหลิ่วไปด้วย เพระาจ้าวชิงหลิ่วยังไม่เคยไปเมืองหลวงเลย
ลี่หรงรู้ว่าคุณแม่จ้าวคงคิดถึงลูกสาวและหลานแน่ ๆ จึงอาสาให้จ้าวชิงหลิ่วช่วยซื้อบัตรปันส่วนให้พวกเขา ถึงอย่างไรก็ไม่กี่หยวน ทั้งปีได้เจอกันแค่ไม่กี่วัน หากพาทุกคนไปด้วยคงจะมีความสุขมาก
ก่อนหน้านี้จ้าวชิงหลิ่วไม่อยากมา ทั้งค่ารถ บัตรปันส่วน อะไรต่อมิอะไรก็ต้องเสียเงินไม่น้อย แถมเธอยังเลี้ยงสัตว์เลี้ยงที่บ้านไว้ด้วย ถ้าออกเดินทางไกลก็ไม่รู้จะทำกับมันอย่างไร…
หลี่ต้าไห่เห็นภรรยาอยากไปแต่ลังเลอยู่ เขาจึงตัดสินใจพูดว่า “หมูที่บ้านเราก็ฆ่าในอีกสองวันนี้เลย ส่วนไก่ไม่กี่ตัวก็ฝากป้าหวังข้างบ้านช่วยให้อาหารหน่อย”
ปีแรกที่เก็บเกี่ยวลูกแพร์ หลี่ต้าไห่ขยายพื้นที่เพาะปลูกเกือบสิบไร่ จึงเก็บเงินได้ไม่น้อย
ลูกชายคนเล็กทั้งสองได้ยินว่าจะได้ไปเที่ยวเมืองหลวงก็ดีใจจนตัวลอย ก่อนหน้านี้มีแต่เหอฮวาที่ได้ไป ตอนกลับมาก็เอาของอร่อยมาเยอะแยะ แถมยังมีเสื้อผ้าสวย ๆ ด้วย
เถี่ยจู้และภรรยาของจ้าวชิงหยางยังได้เสื้อผ้าที่ลี่หรงให้มาด้วย แม้ข้าวชิงหยางจะไม่ได้พูดอะไร แต่ในใจก็ยังรู้สึกอิจฉาอยู่บ้าง
คนเจ็ดแปดคนมาจากมณฑล H ต้าหนิวจึงนั่งรถเมล์ไปรับพวกเขา
จ้าวชิงหยางแบกกระสอบใหญ่ใบหนึ่ง ข้างในเต็มไปด้วยของที่เหอซิ่งเตรียมมา มีทั้งกุนเชียงและของกินอื่น ๆ อีกเจ็ดแปดอย่าง สรุปคือเป็นของที่หาได้ยากในเมือง
หลี่ต้าไห่ถือกรงไก่ ข้างในมีไก่ตอนสี่ห้าตัว ตอนขึ้นรถไฟมาก็มีคนอื่น ๆ ถือไก่เป็ดขึ้นรถไฟมาด้วยเหมือนกัน จึงไม่ได้ดูแปลกตาอะไร
พอลงจากรถไฟมาถึงเมืองหลวงที่เจริญรุ่งเรือง รู้สึกว่าทุกคนแต่งตัวเรียบร้อยเป็นคนเมืองใหญ่ จ้าวชิงหลิ่วมือหนึ่งจูงลูกชายคนเล็ก อีกมือหนึ่งจับชายเสื้อ พลางพูดว่า “นี่คือเมืองหลวงสินะ? ช่างคึกคักจริง ๆ ตึกสูงมาก รถยนต์ก็มีมากกว่าที่ฉันเคยเห็นมาทั้งชีวิตเสียอีก!”
เหอฮวาได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยครูตามที่ตั้งใจ เธอโตขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก เธอเดินเข้าไปคล้องแขนจ้าวชิงหลิ่ว แล้วพูดว่า “น้าสะใภ้รองบอกให้พวกคุณมานานแล้ว แต่พวกคุณไม่มา คราวนี้ให้น้ารองพาพวกเราไปเที่ยวเมืองหลวงอีกรอบ จะไปดูการเชิญธงด้วย!”
“ดูสิ! นั่นพี่ใหญ่ใช่ไหม!” เถี่ยจู้ชี้ไปทางหนึ่งพลางร้องอย่างตื่นเต้น
“ใช่จริง ๆ ด้วย” เหอซิ่งยิ้มตาม
ต้าหนิวเดินเข้ามาเรียกทุกคน พอเห็นหลี่ต้าไห่ถือกรงไก่มาก็รู้สึกปวดหัว “ทำไมเอาไก่เป็น ๆ มาด้วยล่ะ?”
จ้าวชิงหลิ่วงงไปชั่วขณะ “มีอะไรหรือ?”
เธอถามคำถามนี้อย่างไม่มั่นใจนัก เพราะตั้งแต่ลงจากรถจนถึงตอนนี้ เธอได้รับสายตาประหลาด ๆ มามากมาย…
ไก่ตัวนี้จ้าวชิงหลิ่วอยากจะนำมาด้วย แต่หลี่ต้าไห่ไม่อยากให้เอามา เขาจึงพูดว่า ‘ในเมืองใหญ่มีทุกอย่างที่ต้องการ ฉันได้ยินมาว่าในเมืองใหญ่ล้วนเป็นตึกที่ตกแต่งสว่างไสวและปูพื้นกระเบื้อง หากเอาไก่ไปด้วย นอกจากจะยุ่งยากแล้วยังอาจทำให้บ้านคนอื่นสกปรกอีกต่างหาก’
จ้าวชิงหลิ่วไม่สนใจ ‘ไก่ในเมืองสู้ไก่ที่พวกเราเลี้ยงในชนบทไม่ได้หรอก ที่ไหนจะอร่อยเท่าไก่ที่พวกเราเลี้ยงเองล่ะ?’
หลี่ต้าไห่ไม่อยากทำให้จ้าวชิงหลิ่วเสียใจ จึงตกลงที่จะเอามาด้วย
ตอนนี้เมื่อเห็นสีหน้าของต้าหนิว จ้าวชิงหลิ่วจึงเริ่มรู้สึกไม่มั่นใจนัก
“ไม่มีอะไรหรอกครับ” ต้าหนิวส่ายหัว “แต่ถ้ามีกรงไก่นี่ พวกเราคงขึ้นรถประจำทางไม่ได้”
“แล้วจะกลับยังไงล่ะ?” คนที่ถามคือเหอซิ่ง เธอจำได้ว่าครั้งที่แล้วที่พวกเขามา พวกเขาก็นั่งรถประจำทางกัน
ถ้าขึ้นรถไม่ได้ แล้วจะทำยังไงล่ะ?
“นั่งแท็กซี่กลับกันเถอะ”
จ้าวชิงหลิ่ว “นั่งแท็กซี่เหรอ?”
ต้าหนิวพยักหน้า แต่ในใจจริง ๆ แล้วเขาไม่แน่ใจว่าคนขับรถจะยอมให้นำกรงไก่ไปด้วยหรือไม่
เขาเรียกรถสองคันแล้ว พอเห็นกรงไก่ คนขับก็ไม่ยอมรับ จนคันที่สาม ต้าหนิวเพิ่มเงินให้อีกสองหยวน คนขับถึงยอมรับพวกเขาขึ้นรถ
เหอซิ่งมองลูกชายของตัวเองเจรจา แล้วรู้สึกซาบซึ้งใจ เธอมองจ้าวชิงหยางแวบหนึ่ง “ลูกชายของเราโตแล้วนะ สามารถจัดการเรื่องต่าง ๆ ได้เองแล้ว”
จ้าวชิงหยางพยักหน้า “อืม เขาอายุยี่สิบกว่า ถือว่าโตแล้วละ”
เหอซิ่งจ้องเขาตาขวาง ผู้ชายคนนี้ไม่เข้าใจสิ่งที่เธอจะสื่อเอาเสียเลย!
เพราะกรงไก่นี่ จ้าวชิงหลิ่วเลยรู้สึกกังวลตลอดทาง กลัวว่ากรงไก่จะทำให้บ้านของลี่หรงสกปรก
พอมาถึงบ้านล้อมลาน ถึงได้รู้ว่ากรงไก่วางไว้ในลานบ้านได้ นอกจากจะขันตอนเช้าไม่กี่ครั้ง ก็ไม่มีผลกระทบอะไรเลย ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังกังวลเพราะเป็นบ้านของคนอื่น ตอนนี้คิดดูแล้ว ไก่ไม่กี่ตัวนี้คงดูไม่เหมาะสมจริง ๆ สู้กุนเชียงกับเนื้อแห้งหนึ่งถุงของเหอซิ่งไม่ได้เลย
หลี่ต้าไห่เป็นสามีของเธอมาหลายปี แม้จะไม่สามารถเดาใจจ้าวชิงหลิ่วได้ทุกครั้ง แต่เขารับรู้อารมณ์ของอีกฝ่ายได้
เขาบีบแขนจ้าวชิงหลิ่วเบา ๆ “อย่าคิดมากไปเลย น้องสะใภ้เป็นคนดี ถ้าคุณยังกังวล เดี๋ยวบอกว่าผมเป็นคนเอามาก็ได้”
ตอนเย็นลี่หรงกลับมาจากฝูหรง เมื่อเข้าไปในลานบ้านก็ได้ยินเสียงไก่ขันกุ๊ก ๆ เธอจึงถามด้วยความประหลาดใจว่า “ไก่มาจากไหนกันคะ?”
จ้าวชิงซงเดินตามหลังเข้ามา มองดูไก่แวบหนึ่งแล้วพูดอย่างไม่ใส่ใจนัก “อาจจะเป็นไก่ที่แม่ของเราซื้อมาเก็บไว้ฆ่าตอนปีใหม่มั้งครับ?”
เสียงดังมาจากในห้อง ลี่หรงเข้าไปดูก็เห็นคนกว่าสิบคน เธอจึงรู้สึกตัวทันที “พวกคุณมาแล้วนี่เอง!”
จ้าวชิงซงตบหน้าผากตัวเอง “ดูสิ ผมลืมไปเลย พี่ใหญ่บอกว่าจะมาถึงวันนี้ ผมเลยสั่งให้ต้าหนิวไปรับ แต่ตัวเองกลับลืมไปเสียได้”
ลี่หรงไม่พูดอะไร เธอเหมือนจะนึกขึ้นได้ว่าเคยพูดเรื่องนี้กับจ้าวชิงซงไปแล้ว แต่เพราะยุ่งอยู่กับการปิดบัญชีปลายปี เธอก็เลยลืมเหมือนกัน
เธอยิ้มเล็กน้อย แล้วจู่ ๆ ก็นึกถึงไก่ข้างนอก จึงถามขึ้นว่า “แล้วไก่ข้างนอกนั่น…”
หลี่ต้าไห่กำลังจะเอ่ยปาก แต่จ้าวชิงหลิ่วกลับพูดแทรกขึ้นมาก่อน “น้องสะใภ้ขอโทษด้วยนะ นั่นเป็นไก่บ้านที่ฉันเลี้ยงเอง…”