ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 426 การสับเปลี่ยนตำแหน่ง
บทที่ 426 การสับเปลี่ยนตำแหน่ง
จ้าวชิงหลิ่วเป็นคนซื่อสัตย์และจิตใจดี เธอไม่อาจเก็บสีหน้าของตนเองได้ ลี่หรงเคยเจอผู้คนมามาก จึงมองออกว่าอีกฝ่ายกังวล และคาดเดาสาเหตุได้เกือบทั้งหมด
อีกฝ่ายคงกลัวว่าลี่หรงจะรังเกียจไก่ไม่กี่ตัวนี้
ความจริงลี่หรงไม่ได้รังเกียจเลย ไก่พื้นเมืองที่เลี้ยงในชนบทย่อมดีกว่าข้างนอกมาก แม้ว่ายุคนี้ไก่ยังไม่ได้ถูกเลี้ยงด้วยยาเร่งการเจริญเติบโตเหมือนในอนาคต แต่เธอก็ยังรู้สึกว่าไก่ในชนบทอร่อยกว่าในเมืองอยู่ดี
อีกอย่าง ดูจากสีขนไก่น่าจะเลี้ยงมานานแล้ว ในเมื่อจ้าวชิงหลิ่วเอามาให้ ถือเป็นการแสดงความกตัญญูต่อแม่ของเธอ ส่วนลี่หรงได้กินก็เพราะได้รับความเมตตาจากคุณแม่จ้าว
ลี่หรงยิ้มพลางพูดว่า “งั้นคงฉันโชคดีแล้วค่ะ ที่ได้กินไก่พื้นเมืองแท้ ๆ!”
จ้าวชิงหลิ่วถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อเห็นว่าลี่หรงไม่มีท่าทีรังเกียจ เธอจึงคลายกังวลได้
หลังจากสตูดิโอฝูหรงย้ายไปเมืองฝูเจี้ยน สองห้องทางทิศตะวันออกของบ้านล้อมลานเลยว่าง
คุณแม่จ้าวทำความสะอาดเรียบร้อย ส่วนจ้าวชิงซงเตรียมเตียงสองเตียงไว้ล่วงหน้าแล้ว แถมยังมีผ้านวมอีกหลายผืน ห้องที่ติดเตียงเตามีแค่สามห้อง ห้องหนึ่งสำหรับลี่หรงและจ้าวชิงซง อีกห้องสำหรับคุณแม่จ้าวและพวกเธอ และอีกห้องสำหรับอันอัน
คุณแม่จ้าวบอกว่า “ถ้าหนาวเกินไป ให้เอาผ้าห่มมานอนบนเตียงเตา แล้วให้เด็ก ๆ ไปนอนกับอันอันก็ได้”
เตียงเตาถูกย้ายมาไม่กี่ปี จ้าวชิงซงได้หาคนมาปรับปรุงขนาดให้ใหญ่ขึ้นแล้ว สามารถนอนได้เจ็ดแปดคนโดยไม่มีปัญหา
เหอฮวาเริ่มเป็นสาวแล้ว ลี่หรงเลยถามเธอว่าเต็มใจจะนอนกับหลี่เสี่ยวอ้ายหรือไม่ ทั้งสองคนอายุใกล้เคียงกัน แม้ก่อนหน้านี้จะเคยเจอกันมาแล้ว แต่พอไม่ได้เจอกันนานจึงรู้สึกเหินห่างอยู่บ้าง
เมื่อได้กินข้าวมื้อหนึ่งก็เริ่มคุ้นเคย แลกเปลี่ยนเรื่องสนุก ๆ ในมหาวิทยาลัยซึ่งกันและกัน แต่เหอฮวาค่อนข้างเก็บตัว หลายเรื่องต้องรอให้หลี่เสี่ยวอ้ายถามก่อน เธอถึงจะพูด
หลี่เสี่ยวอ้ายปกติไม่ชอบนินทา แต่คราวนี้เจอคนวัยเดียวกันที่ไม่ใช่คนในมหาวิทยาลัยของตัวเอง เลยอดไม่ได้ที่จะถามเหอฮวาว่า “เธอสวยขึ้นมากเลย คงมีคนมาจีบเยอะเลยสินะ? เธอมีแฟนหรือยังล่ะ?”
หลี่เสี่ยวอ้ายถามตรงเกินไป ทำให้เหอฮวามึนงงไปชั่วขณะ ริมฝีปากของเธอสั่นเล็กน้อย สักพักจึงพูดว่า “…ไม่ ไม่มี ทำไมเธอถึงถามเรื่องนี้ล่ะ?” เหอฮวาคิดสักครู่แล้วจับมือหลี่เสี่ยวอ้าย “เธอไม่ได้มีแฟนแล้วใช่ไหม?”
หลี่เสี่ยวอ้ายยิ้มหน้าแดง เรียกได้ว่าเป็นการยอมรับโดยปริยาย
เหอฮวาตาโต “เป็นคนในมหาวิทยาลัยของเธอหรือเปล่า?”
“ไม่ใช่” หลี่เสี่ยวอ้ายส่ายหน้า “เขาอายุมากกว่าฉันน่ะ”
“อายุมากกว่าก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอ? พ่อของฉันก็อายุมากกว่าแม่นะ”
“จะให้ฉันอธิบายยังไงดีล่ะ?” หลี่เสี่ยวอ้ายเบ้ปากเล็กน้อย “เขาอายุมากกว่าฉันตั้งสิบปี!”
“อะไรนะ?” เหอฮวากะพริบตา “สิบปี? ในหมู่บ้านของเรา คนที่อายุต่างกันตั้งสิบปีไม่น่าไว้ใจเลยนะ เธอถูกหลอกหรือเปล่า? จะไปเป็นเมียน้อยของเขาเหรอ? หรือเป็นแม่เลี้ยง? ไม่ได้นะ ฉันต้องไปบอกน้าสะใภ้รองแล้ว!”
เหอฮวารู้ว่าทำไมหลี่เสี่ยวอ้ายถึงอาศัยอยู่ที่บ้านล้อมลานตลอด และด้วยรู้ว่าหลี่เสี่ยวอ้ายฟังคำพูดของลี่หรง
เมื่อได้ยินว่าอายุต่างกันตั้งสิบปี เธอก็คิดว่าหลี่เสี่ยวอ้ายคงถูกหลอก เธอเลยรู้สึกกังวลเล็กน้อย
เห็นว่าเหอฮวาจะไปบอกจริง ๆ หลี่เสี่ยวอ้ายจึงรีบดึงเธอไว้ “นี่! ฉันไม่ได้ถูกหลอกนะ เขาดีกับฉันมาก แล้วเขาก็ยังไม่ได้แต่งงาน ฉันไม่ได้จะไปเป็นเมียน้อยหรือแม่เลี้ยงอะไรนั่นหรอก… พี่ลี่หรงก็รู้จักเขา แต่อย่าเพิ่งบอกพี่ลี่หรงนะ พอหลังปีใหม่แล้วฉันจะบอกเอง”
เหอฮวาไม่มั่นใจในคำพูดอีกฝ่ายนัก “จริงเหรอ?”
“จริงยิ่งกว่าทองคำอีก!” หลี่เสี่ยวอ้ายสาบานต่อฟ้า ส่วนเหอฮวาก็ไม่อยากทำให้ใครไม่พอใจ เมื่อเห็นท่าทางของอีกฝ่ายแล้ว เธอเลยไม่ได้ไปบอกลี่หรง
สองสาวคุยเรื่องความรักเสร็จแล้วก็คุยเรื่องอื่น ๆ อีกสารพัด
ในวันส่งท้ายปีเก่า พวกเขาเชิญอาจารย์หยวนฮุยเหวินมาด้วย และจัดโต๊ะอาหารใหญ่สองโต๊ะ
เมื่อเทศกาลปีใหม่อันคึกคักผ่านพ้นไปแล้ว
จ้าวชิงซงจึงไปหมุนเวียนตำแหน่งทำงานที่โรงงานน้ำยาล้างจาน ซึ่งเป็นความคิดของเขาเอง
แต่เดิมเฟยหนิงไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ เขาจึงถามจ้าวชิงซงว่า “ทำไมคุณไม่เป็นผู้จัดการไปเลยล่ะ? แล้วทำไมต้องไปทำงานหนักอยู่ข้างล่างด้วย?”
จ้าวชิงซงตอบว่า “ผมไม่เคยทำงานในโรงงานที่เป็นระบบแบบนี้มาก่อน ถ้าให้ผมเป็นผู้จัดการเลย ผมคงทำอะไรไม่ถูก เหมือนในกองทัพ ถ้าสั่งการแบบไม่รู้เรื่อง ทหารผู้น้อยก็คงต่อต้าน จะทำให้คนเชื่อถือได้ยังไง?”
ติงลี่เหรินหัวเราะลั่น พลางพูดกับเฟยหนิงว่า “เหล่าจ้าวนี่ใช้ได้เลยนะ เป็นคนติดดิน เหมือนนายพลที่เริ่มจากทหารธรรมดาเชียว”
“อย่า… อย่าพูดแบบนั้นสิ” จ้าวชิงซงพูดอย่างจนใจ “คุณยังไม่เลิกยกยอผมอีกนะ”
“ได้ เลิกก็เลิก” ติงลี่เหรินยกแก้วขึ้น “ผมขอลงโทษตัวเองดื่มหนึ่งแก้วแล้วกัน”
จ้าวชิงซงหมุนเวียนตำแหน่งทำงานเป็นเวลาหนึ่งเดือน เมื่อผ่านตำแหน่งสำคัญ ๆ ในโรงงานมาหมดแล้ว เขาพบว่าโรงงานน้ำยาล้างจานยังไม่ประสบความสำเร็จ ไม่ได้กำไรมาก และมีปัญหาหลายอย่าง
บางขั้นตอนสิ้นเปลืองค่าแรงสูงเกินไป บางกระบวนการทำงานล่าช้า ส่งผลกระทบต่อการส่งสินค้า และโรงงานน้ำยาล้างจานยังไม่มีแผนกขายโดยเฉพาะ แค่ให้คนจากฝ่ายผลิตสองคนมาช่วยขายเท่านั้น
สินค้าส่วนใหญ่ยังต้องพึ่งห้างสรรพสินค้าที่ติงลี่เหรินมีเครือข่าย ติงลี่เหรินทำธุรกิจขายส่งผลไม้มาหลายปี เครือข่ายที่สั่งสมมาเลยเป็นช่องทางหลักในการขายสินค้าของโรงงานน้ำยาล้างจานในตอนนี้
ติงลี่เหรินมีเครือข่ายความสัมพันธ์กว้างขวางทั่วทั้งเมืองหลวงจริง แต่เขาย่อมมีข้อจำกัด การดำเนินการให้คุ้มทุนก็ยังเป็นเรื่องยาก
จ้าวชิงซงจึงตั้งใจจะทำกำไรจากตลาดใหญ่ทั่วประเทศตั้งแต่แรก น้ำยาล้างจานต้องขายออกไปยังพื้นที่อื่น ๆ ด้วย ไม่เช่นนั้นจะทำเงินก้อนใหญ่ได้อย่างไร
ติงลี่เหรินรู้เรื่องนี้ดี แต่เขาต้องดูแลเรื่องผลไม้ นอกจากเรื่องการใช้เครือข่ายของเขาในการขายน้ำยาล้างจานแล้ว เกือบทุกอย่างในโรงงานเป็นเฟยหนิงที่จัดการเองทั้งหมด
เฟยหนิงพานักเรียนหลายคนยุ่งอยู่กับการคิดสูตร โรงงานน้ำยาล้างจานคงไม่ได้ทำแค่น้ำยาล้างจานใช่ไหม? ยังสามารถทำสบู่ได้อีกด้วย
ในการขายสินค้า จริง ๆ แล้วเฟยหนิงไม่ได้มีความสามารถมากนัก จึงทำให้เกิดสถานการณ์ที่จ้าวชิงซงเห็นอยู่
เมื่อจ้าวชิงซงหมุนเวียนทำงานในตำแหน่งต่าง ๆ เสร็จแล้ว เขาเลยขึ้นเป็นรองผู้จัดการโรงงานโดยตรง ทำเอาพนักงานหลายคนตกใจแทบแย่ โดยเฉพาะพวกที่ชอบขี้เกียจเอาแต่เล่น ตอนที่จ้าวชิงซง ทำงานในตำแหน่งเหล่านั้น พวกเขามักจะคุยโม้กับจ้าวชิงซงถึงคนไม่ดีในโรงงานด้วย…
แน่นอนว่าจ้าวชิงซงเพิ่งเข้ารับตำแหน่งใหม่ก็ไล่คนพวกนั้นออกไปทันที
นอกจากตำแหน่งด้านเทคนิคบางตำแหน่งแล้ว จ้าวชิงซงได้จัดสรรตำแหน่งอื่น ๆ ใหม่ตามที่เขาเห็นสมควร และยุบแผนกที่ไม่จำเป็นออกไปหลายแผน เขาออกคำสั่งติดต่อกันเป็นชุด ทำให้คนใต้บังคับบัญชาต่างหวาดกลัว แต่ก็มีบางคนที่จิตใจสงบ ไม่กังวลอะไรเลย
การดำเนินการครั้งนี้ของจ้าวชิงซงใช้เวลากว่าครึ่งเดือน ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในทุกตำแหน่งของโรงงาน
น่ายินดีที่หลังจากเขาจัดการไป โรงงานก็ดีขึ้นมาก ติงลี่เหรินถึงกับชมเขาว่า “ผมรู้ว่าคุณมีความคิดดี ๆ แต่ก่อนไม่ใช่ว่าไม่รู้ถึงปัญหาเหล่านี้ แต่เพราะเกี่ยวพันกับญาติพี่น้อง เลยไม่สะดวกที่จะ…” ติงลี่เหรินขมวดคิ้ว พลางถอนหายใจ “คุณก็คงรู้ดี…”
ติงลี่เหรินเริ่มต้นจากธุรกิจเล็ก ๆ แต่ก่อนเคยผ่านร้อนผ่านหนาวมาจากตลาดเสรี เขาเป็นคนรักษาคำพูด พนักงานหลายคนเป็นญาติของเฟยหนิง
เฟยหนิงพูดอะไรไม่ได้ ติงลี่เหรินก็พูดอะไรไม่ได้เช่นกัน แต่พอเปลี่ยนเป็นจ้าวชิงซง แค่สามวันก็ไล่คนพวกนั้นออกไปแล้ว
เฟยหนิงพูดว่า “ผมไม่ใช่คนที่เหมาะกับการบริหาร พอพวกนั้นมาขอร้อง ภรรยาผมก็ใจอ่อน ผมเลยปฏิเสธไม่ได้”