ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 454 อสังหาริมทรัพย์
บทที่ 454 อสังหาริมทรัพย์
หวงเซิ่งหนานพูดกับลี่หรงอีกสองสามประโยค แต่ไม่สามารถเปลี่ยนความคิดของอีกฝ่ายได้ เธอเลยไม่พูดอะไรอีก
ติงลี่เหรินรู้ว่าจ้าวชิงซงทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แต่ไม่อาจโทษจ้าวชิงซงที่ไม่ชวนเขา เพราะการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ต้องใช้เงินหลายล้านใช่ไหม?
แต่ติงลี่เหรินไม่มี!
ดังนั้นเขาจึงได้แต่เสียดายและอิจฉา ในใจรู้ดีว่าอสังหาริมทรัพย์จะทำเงินได้ แต่ต้องรออีกสิบกว่าปีเขาถึงจะรู้ว่ามันทำเงินได้มากแค่ไหน!
สิบกว่าปีต่อมา ติงลี่เหรินยังคงเป็นเจ้าของร้านผลไม้และผู้ถือหุ้นของจงเหอ แม้ว่าจะทำเงินได้ไม่น้อยในแต่ละปี แต่ไม่สามารถตามทันธุรกิจหลายร้อยล้านของจ้าวชิงซงได้แล้ว
ถ้าตอนนั้นเขายอมขายทุกอย่าง เพื่อไปลงทุนกับจ้าวชิงซง เขาคงไม่ต้องนั่งเสียใจแบบนี้
การที่เขาไม่มีเงินเก็บเป็นล้านถือเป็นเรื่องปกติ จ้าวชิงซงกับลี่หรงทำธุรกิจด้วยกันสองคน ต้องมีธุรกิจและมีเงินเก็บมากกว่าเขาอยู่แล้ว แถมยังมีสตูดิโอฝูหรงที่ร่วมมือกับนิตยสารแฟชั่นด้วย
ติงลี่เหรินเคยถามจ้าวชิงซงว่า ลี่หรงได้ส่วนแบ่งจากนิตยสารปีละสองสามล้านใช่ไหม? จ้าวชิงซงบอกว่าไม่รู้ หลังจากนั้นติงลี่เหรินก็ไม่ได้ถามอีก เขาไม่ใช่คนโง่ เพราะยอดขายนิตยสารที่ประกาศออกมาก็พอจะคำนวณได้แล้ว
ติงลี่เหรินไม่มีเงินมากขนาดนั้น คนอื่น ๆ ก็เช่นกัน
ในวงสังคมของจ้าวชิงซงและลี่หรงตอนนี้ ถ้าถามว่าบ้านใครมีเงินฝากเป็นล้าน คงไม่มีใครมี อ้อ! มีคนหนึ่งมีนะ สามีของหรานชิงชิง!
เพราะสามีของเธอทำธุรกิจวัสดุก่อสร้างนี่นา!
ลี่หรงนึกขึ้นได้ก็รีบแนะนำให้จ้าวชิงซงและคนอื่น ๆ ทันทีว่า ถ้าจะทำอสังหาริมทรัพย์สามารถร่วมมือกับเตียวฉีหู่ได้
จ้าวชิงซงจึงหาเวลาไปเยี่ยมเตียวฉีหู่
เตียวฉีหู่เป็นคนตรงไปตรงมา เมื่อพบจ้าวชิงซงอีกครั้ง เขาเลยสงสัยและถามออกไปตรง ๆ ว่าตอนนี้จ้าวชิงซงแค่บริหารมีแค่จงเหอรื่อฮว่า จะมีเงินทำอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างไร?
จ้าวชิงซงยิ้มแล้วตอบว่า “เพราะมีคนใหญ่คนโตมาร่วมมือด้วย ไม่อย่างนั้นผมทำคนเดียวไม่ได้หรอกครับ”
เตียวฉีหู่ถามว่า “คนใหญ่คนโตเหรอ?”
จ้าวชิงซงจึงพาเหอไฉซานมาพบเตียวฉีหู่
เตียวฉีหู่ถือเป็นเจ้าของธุรกิจใหญ่ในวงการก่อสร้างของประเทศ มีเงินมากพอสมควร แต่พอได้เจอเหอไฉซาน มหาเศรษฐีฮ่องกงที่มีทรัพย์สินหลายพันล้าน เตียวฉีหู่กลับรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่าอะไรเลย
เตียวฉีหู่จึงไม่แปลกใจที่จ้าวชิงซงสามารถทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้ แต่เขายังสงสัยว่า “เขาเป็นมหาเศรษฐีฮ่องกง มีทรัพย์สินหลายพันล้าน ทำไมถึงมาหาคุณล่ะ?”
เขาคิดไม่ออกจริง ๆ ว่าจ้าวชิงซงที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับเคมีภัณฑ์จะได้เงินสักเท่าไหร่เชียว?
เตียวฉีหู่ไม่เห็นด้วย ทำไมเหอไฉซานไม่มาหาเขาล่ะ?
จ้าวชิงซงไม่ได้พูดอะไรมาก แค่บอกสั้น ๆ ว่า “ทั้งหมดเป็นเพราะภรรยาของผมครับ คงเป็นเพราะภรรยาผมสนิทกับแฟนของคุณเหอมั้ง?”
เตียวฉีหู่นึกขึ้นได้ว่าภรรยาของตัวเองก็สนิทกับลี่หรงเหมือนกัน จึงอดเป็นห่วงจ้าวชิงซงไม่ได้ “จะไม่ใช่พวกต้มตุ๋นหรอกนะ? ฉันว่าพ่อค้าฮ่องกงนี่เก่งเรื่องหลอกลวงที่สุด ทั้งเจ้าเล่ห์เจ้าแผนการ อย่าให้เขาหลอกเอาเงินหลายล้านไปแล้วไม่ได้อะไรกลับมาเลย”
“ไม่หรอกครับ” จู่ ๆ จ้าวชิงซงนึกอะไรขึ้นมาได้ เขาจึงยิ้มออกมา “ไม่มีทางโดนหลอกหรอกครับ ภรรยาผมบอกว่าหวงเซิ่งหนานไม่มีทางหลอกเธอแน่นอน ถ้าโดนหลอกจริง ๆ ค่อยหาเงินกลับมาทีหลังก็ได้”
เมื่อจ้าวชิงซงนึกถึงลี่หรง แววตาของเขากลับอ่อนโยนขึ้นมา เขาไม่เข้าใจว่าลี่หรงมีความมั่นใจมาจากไหน แต่ความมั่นใจนั้นกลับส่งผลถึงตัวเขาด้วย เขาจึงเชื่อว่าเหอไฉซานจะไม่หลอกเขา
ลี่หรงพูดว่า แค่ไม่กี่ล้านเอง ถ้าโดนหลอกค่อยหาใหม่ทีหลังได้ แม้เธอพูดด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ แต่สีหน้ากลับเคร่งเครียด
จ้าวชิงซงรู้สึกโดยสัญชาตญาณว่าความเคร่งเครียดของเธอไม่ได้เป็นเพราะเงินไม่กี่ล้าน แต่เป็นเพราะคนที่อาจจะหลอกเธอต่างหาก
ตอนนี้หวงเซิ่งหนานมาเมืองหลวงแล้ว ลี่หรงมักจะถูกอีกฝ่ายแย่งเวลาไปบ่อย ๆ ส่วนจ้าวชิงซงยังยุ่งอยู่กับจงเหอและวิ่งไปมาระหว่างธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
“ได้” เตียวฉีหู่ไม่พูดอะไรอีก ยังไงก็ไม่ใช่เงินของเขาสักหน่อย
เตียวฉีหู่ค่อนข้างอิจฉาจ้าวชิงซงที่มีคนพาทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แถมอีกฝ่ายยังเป็นมหาเศรษฐีที่มีทรัพย์สินหลายพันล้าน ขนาดเขายังไม่เคยได้ติดต่อกับมหาเศรษฐีระดับนี้มาก่อนด้วยซ้ำ
เตียวฉีหู่ทำธุรกิจวัสดุก่อสร้าง เขารู้ว่าอสังหาริมทรัพย์สามารถทำเงินได้ในอนาคต แต่เขาไม่มีลู่ทางที่จะทำ เพราะเขาเป็นคนที่ลุกขึ้นมาจากระดับล่างสุดจนกลายเป็นเศรษฐีใหม่ด้วยตัวเอง สมองของเขาคงสู้คนที่ทำธุรกิจมาหลายรุ่นไม่ได้ อีกทั้งยังไม่มีใครพาเขาทำด้วย
การที่เหอไฉซานและจ้าวชิงซงทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ สำหรับเตียวฉีหู่แล้ว มันถือเป็นโอกาสไม่ใช่หรือ?
ทั้งสามคนได้พบหน้ากัน แต่ยังไม่ได้เริ่มคุยทันที
เตียวฉีหู่ชงชาให้ทั้งสอง พูดคุยกันสองสามประโยค แล้วถามเหอไฉซานว่าพวกเขาต้องการหุ้นส่วนเพิ่มหรือไม่?
คำพูดนี้จ้าวชิงซงไม่กล้าตอบ ด้วยกำลังทรัพย์ของเหอไฉซาน เขาสามารถรับผิดชอบการเริ่มต้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้คนเดียว แต่จ้าวชิงซงพาเขามาได้ ส่วนใหญ่เป็นเพราะความสัมพันธ์ของลี่หรงและหวงเซิ่งหนาน อีกส่วนเล็ก ๆ ที่จ้าวชิงซงเดาเอาเองคือ เหอไฉซานไม่มีคนที่สนิทในแผ่นดินใหญ่ คนนอกที่ต้องการประมูลที่ดิน หากไม่มีคนในแผ่นดินใหญ่ร่วมด้วย จะไม่สามารถประมูลที่ดินได้เลย
เพราะรัฐบาลจะไม่ขายที่ดินให้กับนักธุรกิจต่างชาติง่าย ๆ หรอก!
จ้าวชิงซงเองได้รับโอกาสจากเหอไฉซานเช่นกัน จึงไม่กล้าเปิดปากตอบรับเตียวฉีหู่เอง แต่ถ้าเหอไฉซานยินดี จ้าวชิงซงก็ไม่มีปัญหา
เหอไฉซานเพิ่งเจอเตียวฉีหู่เป็นครั้งแรก ธุรกิจใหญ่อย่างอสังหาริมทรัพย์ เขาจะไม่ร่วมมือกับใครง่าย ๆ วันนี้ที่มาพบเตียวฉีหู่เป็นเพราะเขาเป็นผู้จัดจำหน่ายวัสดุก่อสร้างรายใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง แต่หากจะร่วมทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กับเตียวฉีหู่เพราะเหตุนี้ เหอไฉซานคิดว่ายังต้องพิจารณาอีกครั้ง เขาไม่ได้ตอบตกลงทันที ซึ่งเป็นไปตามที่เตียวฉีหู่คาดการณ์ไว้
เตียวฉีหู่จะไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ ตราบใดที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์ของพวกเขายังไม่ได้จดทะเบียนอย่างเป็นทางการ เตียวฉีหู่ก็ยังมีโอกาส
เขาเลื่อนการนัดหมายทางธุรกิจทั้งหมดในช่วงนี้ออกไป แล้วติดตามเหอไฉซานไปทุกที่
เหอไฉซานมักจะอ่านหนังสือพิมพ์และดูข่าว แต่ก่อนเตียวฉีหู่แทบไม่รู้จักตัวอักษร ที่เขาเริ่มทำธุรกิจได้ก็เพราะมีคนพูดในโทรทัศน์
การให้เขาอดทนอ่านตัวอักษรเล็ก ๆ ในหนังสือพิมพ์เหล่านั้น เหมือนกับเป็นการฆ่าเขาชัด ๆ!
แต่หลังจากติดตามเหอไฉซาน เตียวฉีหู่ก็เริ่มอ่านหนังสือพิมพ์ทันที ตัวอักษรที่ไม่รู้จัก เขาก็ให้เสี่ยวเป่าสอน เพราะเสี่ยวเป่ารู้จักตัวอักษรมากกว่าเขา
เมื่อเหอไฉซานและคนอื่น ๆ มาถึงเมืองหลวง พวกเขาพักอยู่ที่บ้านล้อมลานของลี่หรง หวงเซิ่งหนานรู้สึกดีใจมาก เหอไฉซานรู้สึกว่าไม่สะดวกเท่าไหร่ แต่พอเห็นว่าหวงเซิ่งหนานชอบบ้านล้อมลาน เขาจึงโบกมือสั่งซื้อบ้านข้าง ๆ ทันที พร้อมกับจ้างคนรับใช้มาสองสามคนด้วย เหอไฉซานจึงรู้สึกสบายขึ้นมาก
ช่วงนี้ลี่หรงงานยุ่ง ไม่สามารถอยู่เป็นเพื่อนหวงเซิ่งหนานได้ตลอดเวลา แต่หวงเซิ่งหนานสามารถไปที่สตูดิโอฝูหรงกับลี่หรงได้
หวงเซิ่งหนานไปแค่สองสามครั้งก็ไม่ได้ไปอีก เพราะกลัวว่าจะรบกวนลี่หรง แต่เธอมีนิสัยอยู่นิ่งไม่ได้ จึงไปดูที่ดินพร้อมกับเหอไฉซานแทน
หวงเซิ่งหนานและลี่หรงเป็นเหมือนกัน พวกเธอรู้แค่ว่าอสังหาริมทรัพย์สามารถทำเงินได้ แต่ไม่รู้ว่าที่ดินตรงไหนควรสร้างอะไรถึงจะทำกำไรได้ ชาติที่แล้วพวกเธอไม่ได้ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ดังนั้นตอนนี้เธอจึงเป็นเพียงมือใหม่