ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 455 ได้รับเชิญให้เข้าร่วมสัปดาห์แฟชั่นมิลาน
- Home
- ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70
- บทที่ 455 ได้รับเชิญให้เข้าร่วมสัปดาห์แฟชั่นมิลาน
บทที่ 455 ได้รับเชิญให้เข้าร่วมสัปดาห์แฟชั่นมิลาน
เหอไฉซานไม่ใช่มือใหม่ในวงการอสังหาริมทรัพย์เสียทีเดียว เพราะธุรกิจของตระกูลเหอก็มีธุรกิจโรงแรมเช่นกัน ปัจจุบันเขายังคงอยู่ในตำแหน่งบริหารด้วย สำหรับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เขามีทิศทางที่ชัดเจนพอสมควร
จ้าวชิงซงและหวงเซิ่งหนานเป็นมือใหม่อย่างแท้จริง แต่พวกเขาฉลาด เรียนรู้ได้เร็ว แม้จะไม่เข้าใจอยู่หลายอย่าง แต่หลังจากที่เหอไฉซานชี้แนะก็ไม่มีอะไรที่พวกเขาเรียนรู้ไม่ได้
เตียวฉีหู่ที่เป็นเพียงคนหยาบกร้าน แทบไม่รู้จักตัวอักษร กลับเรียนรู้ได้มากมาย ยิ่งทำให้เขามุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับเหอไฉซานและคนอื่น ๆ
แต่จนถึงตอนนี้ เหอไฉซานก็ยังไม่ยอมรับปาก เตียวฉีหู่รู้สึกอึดอัดใจมาก จึงคิดหาทางลัด โดยให้หรานชิงชิงไปหาลี่หรงบ่อย ๆ หวังว่าจะได้สานสัมพันธ์กับหวงเซิ่งหนานด้วย
หรานชิงชิงบ่น “ฉันก็อยากไปหานะ แต่ลี่หรงยุ่งมาก ไม่มีเวลามาคุยกับฉันหรอก”
“งั้นไปให้ลี่หรงตัดชุดให้สักตัวสิ” เตียวฉีหู่ลูบหัวล้านของตัวเอง “ยังไงการสร้างความประทับใจบ่อย ๆ ย่อมดีเสมอ ถ้าคราวนี้ฉันได้ร่วมงานกับพวกเขา ต่อไปเราจะรวยเละ!”
หรานชิงชิงไม่เคยไปหาเงินกับเตียวฉีหู่ แม้จะไม่รู้ว่าเตียวฉีหู่มีเงินเท่าไหร่ แต่ตอนนี้เธอรู้สึกว่าตัวเองไม่ต้องกังวลเรื่องเงินเลย
เมื่อเตียวฉีหู่พูดว่าจะรวย หรานชิงชิงจึงรู้สึกงุนงง “ตอนนี้ยังไม่ถือว่ารวยเหรอ?”
เตียวฉีหู่มองภรรยาที่ไร้เดียงสาของเขา “เงินที่หาได้ตอนนี้นับว่าเป็นอะไรล่ะ? จ้าวชิงซงทำงานกับนักธุรกิจฮ่องกงที่รวยมาก นักธุรกิจคนนั้นมีทรัพย์สินเป็นพันล้านเชียวนะ!”
หรานชิงชิงตกใจ! “โอ้! เงินเยอะขนาดนั้น! ใช้หลายชาติก็ไม่หมด!”
หรานชิงชิงไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่เธอเต็มใจช่วยเตียวฉีหู่ เพราะเขาเป็นสามีของเธอ วันรุ่งขึ้นเธอจึงรีบไปที่ฝูหรงเพื่อสั่งตัดเสื้อผ้า เธอเป็นลูกค้าประจำและถือว่าเป็นเพื่อนของลี่หรงด้วย เลยให้ลี่หรงช่วยทำได้
แต่เวลาจะขึ้นอยู่กับว่าลี่หรงมีงานในมือมากแค่ไหน โดยทั่วไปแล้วไม่สามารถแซงคิวได้
เธอไปที่ร้านฝูหรงหลายครั้งติดต่อกัน แต่ไม่สามารถนัดลี่หรงออกไปทานข้าวได้ จึงให้พ่อครัวที่บ้านทำขนมอร่อย ๆ ไปให้อีกฝ่ายแทน โชคไม่ดีที่เธอไปหลายครั้งแต่ไม่ได้พบกับภรรยาของเหอไฉซานเสียที
หรานชิงชิงมาบ่อยมาก จนลี่หรงอดไม่ได้ต้องถามว่า “เธอมีธุระอะไรหรือเปล่า?”
“หา?” หรานชิงชิงชะงักไปครู่หนึ่ง “ไม่มีนะ”
ลี่หรงวางแบบร่างในมือลง “เห็นเธอมาหลายครั้งแล้ว ทั้งเอาของขวัญมาให้ เอาของกินมาฝาก มันดูผิดปกติเกินไป ฉันไม่ได้โง่นะ เธออยากช่วยสามีเธอใช่ไหมล่ะ?”
หรานชิงชิงหัวเราะ “เธอรู้ได้ยังไง?”
ตอนแรกลี่หรงไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ แต่เมื่อคืนตอนคุยกับจ้าวชิงซง เขาจึงบอกความตั้งใจของเตียวฉีหู่ ลี่หรงจึงเดาได้ว่าเตียวฉีหู่ต้องการใช้หรานชิงชิงเป็นทางอ้อม
ลี่หรงยิ้มอย่างช่วยอะไรไม่ได้ “เรื่องนี้พวกเราตัดสินใจเองไม่ได้ เรื่องของผู้ชายก็ปล่อยให้พวกเขาจัดการกันเองเถอะ อย่าไปยุ่งเลย”
มีประโยคหนึ่งที่ลี่หรงคิดอยู่ครู่หนึ่ง แต่ไม่ได้พูดกับหรานชิงชิง
ลี่หรงฟังความหมายของจ้าวชิงซงแล้วเข้าใจว่า ถ้าเหอไฉซานไม่ยอมรับเตียวฉีหู่ เขาคงไม่ปล่อยให้เตียวฉีหู่ติดตามมานานขนาดนี้ แต่เขาคงพิจารณาเตียวฉีหู่อยู่
รัฐบาลกำลังประมูลที่ดินแปลงหนึ่งในวงแหวนที่ห้า มีพื้นที่ราวสามร้อยห้าสิบหมู่
ในประเทศมีนักพัฒนาที่มีความสามารถไม่กี่คน แต่คนที่จับตามองที่ดินแปลงนี้มีไม่น้อย
นักลงทุนจากต่างประเทศบางคนได้กลิ่นแล้วก็เริ่มสนใจเช่นกัน แต่ยังคงเป็นคำพูดเดิม ชาวต่างชาติไม่มีทางซื้อที่ดินแปลงนี้ได้ด้วยตัวเอง จำต้องซื้อผ่านคนในประเทศเท่านั้น เช่นเดียวกับเหอไฉซาน
เหอไฉซานและจ้าวชิงซงปรึกษากันว่าจะจัดการเรื่องของบริษัทให้เรียบร้อยก่อน บริษัทอสังหาริมทรัพย์จะก่อตั้งขึ้นประมาณเดือนมิถุนายน ชื่อว่า ฟู่หย่วน
เตียวฉีหู่ไม่คิดว่าตัวเองจะได้รับโอกาสจากเหอไฉซาน จนได้เป็นหนึ่งในสามผู้ถือหุ้นใหญ่ของฟู่หย่วน
เหอไฉซานถือหุ้นมากที่สุด รองลงมาคือจ้าวชิงซง และสุดท้ายคือเตียวฉีหู่
หุ้นน้อยไม่เป็นไร เพราะเตียวฉีหู่รู้สึกว่าตัวเองก็รวยได้เช่นกัน
พวกเขาทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ต้องไปประมูลที่ดินด้วย ลี่หรงเกิดมาสองชาติยังไม่เคยสัมผัสกับการประมูลที่ดินเลย ในจินตนาการของเธอ การเสนอราคาคงจะเป็นหลักร้อยล้านใช่ไหม?
เธอรู้สึกสนใจ แต่น่าเสียดายที่งานของฝูหรงยุ่งมาก เมื่อถึงต้นเดือนมิถุนายน ลี่หรงได้รับเชิญให้เข้าร่วมสัปดาห์แฟชั่นมิลานในเดือนกันยายนอย่างไม่คาดคิด
ปีนี้แฟชั่นโชว์ของฝูหรงจะจัดขึ้นในเดือนสิงหาคม ฝูหรงเริ่มเตรียมการตั้งแต่เดือนพฤษภาคม แต่ตอนนี้ได้รับเชิญอย่างกะทันหัน ลี่หรงรู้สึกประหลาดใจและตื่นเต้นมาก ไม่คิดว่าสัปดาห์แฟชั่นที่ยิ่งใหญ่ขนาดนั้นจะเชิญเธอด้วย!
ลี่หรงรู้ดีว่าฝูหรงมีชื่อเสียงในประเทศ ไม่มีอิทธิพลในต่างประเทศนัก แต่เธอก็ยังได้รับเชิญ
สัปดาห์แฟชั่นมิลานเป็นหนึ่งในสี่สัปดาห์แฟชั่นที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก ในฐานะคนในวงการเสื้อผ้า ลี่หรงรู้ดีกว่าใครถึงความหมายของสัปดาห์แฟชั่นมิลาน
สิ่งที่ทำให้ลี่หรงรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยคือ การเชิญครั้งนี้ ลี่หรงเป็นเพียงแขกรับเชิญให้ไปชม ไม่ใช่นักออกแบบที่นำผลงานและแบรนด์ของตัวเองขึ้นเวทีแฟชั่นโชว์
แต่ในขณะเดียวกัน มันทำให้ลี่หรงรู้สึกผ่อนคลายไม่น้อย เพราะเธอไม่ต้องเตรียมการออกแบบสำหรับโชว์ด้วย
ช่วงนี้เธอจึงยุ่งกับเรื่องการเดินทางไปต่างประเทศ เพราะการไปต่างประเทศไม่ง่ายเหมือนในยุคหลัง ที่ยื่นรายการบัญชีธนาคารก็สามารถไปได้แล้ว แต่ตอนนี้บัตรประชาชนเพิ่งออกมาได้ไม่กี่ปี การทำเอกสารเดินทางไปต่างประเทศยิ่งยุ่งยากกว่า
หวงเซิ่งหนานรู้ว่าลี่หรงจะไปดูโชว์ที่อิตาลี เธอก็อยากไปด้วย “ช่วงนี้ฉันยังว่าง แถมยังมีเงินเก็บอยู่ด้วย ฉันจะได้ไปเที่ยวกับเธอด้วยไง!”
เธอเต็มใจไปด้วย ลี่หรงไม่ได้ขัดข้อง เธอจะได้ไม่ต้องหาคนในฝูหรงให้ไปเป็นเพื่อนแล้ว
เธอหายไปแค่คนเดียว แต่งานแฟชั่นโชว์ของฝูหรงยังคงดำเนินต่อไปได้ โดยมอบให้สวีเหมียนและเฉาเหลียงอวี้เป็นคนจัดการ เพราะพวกเขามีประสบการณ์จากปีที่แล้ว ลี่หรงจึงสบายใจมาก
เฉาเหลียงอวี้มีประสบการณ์มาแล้ว ไม่กังวลเหมือนตอนรับงานครั้งแรก เธอพูดว่า “คุณไปอิตาลีอย่างสบายใจได้เลยค่ะ พวกเรารับรองว่าจะทำแฟชั่นโชว์ให้สำเร็จลุล่วงอย่างสมบูรณ์!” พูดจบเธอก็ถอนหายใจ “ฉันยังไม่เคยไปต่างประเทศเลย ถ้ามีโอกาสฉันยังอยากไปดูแฟชั่นโชว์ต่างประเทศบ้าง”
ลี่หรงคิดสักครู่ “งั้นตอนนี้เธออยากไปไหม?”
เธอไม่รู้ว่าความรักในการออกแบบเสื้อผ้าของเฉาเหลียงอวี้เป็นอย่างที่เธอคิดหรือไม่ และอีกฝ่ายจะสนใจสัปดาห์แฟชั่นหรือเปล่า?
ถ้าครั้งนี้เฉาเหลียงอวี้ไม่ได้ไป คงไม่รู้อีกนานเท่าไหร่ถึงจะได้ไปสักที เพราะการไปต่างประเทศนั้นง่ายกว่าการไปสัปดาห์แฟชั่นแน่นอน!
ถ้าพลาดโอกาสครั้งนี้ แม้แต่ลี่หรงเองก็ไม่กล้ารับรองว่าครั้งหน้าตัวเองจะได้รับเชิญอีกหรือไม่
“ฉันไม่ไปแล้ว” เฉาเหลียงอวี้ส่ายหัว เธอไม่ได้มีความสนใจอย่างที่ลี่หรงคิด แม้จะรู้ว่าสัปดาห์แฟชั่นมิลานเป็นสัปดาห์แฟชั่นต่างประเทศที่ยิ่งใหญ่ หรืออาจเคยฝันถึงมันในชั้นเรียน
แต่ตอนนี้เฉาเหลียงอวี้จดจ่ออยู่กับฝูหรง ถึงให้เธอไปดูสัปดาห์แฟชั่นของคนอื่นในต่างประเทศ ยังไม่ดีเท่ากับการจัดแฟชั่นโชว์ในประเทศที่จะทำให้รู้สึกประสบความสำเร็จมากกว่า!
หวงเซิ่งหนานเป็นคนฮ่องกง การไปอิตาลีจึงง่ายกว่าลี่หรง แต่ก็ยังหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องกลับไปฮ่องกง เพื่อจัดการเอกสารที่เกี่ยวข้องเสียก่อน
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
E2IHT4L9