ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 473 จะเข้าร่วมสัปดาห์แฟชั่นหรือไม่?
บทที่ 473 จะเข้าร่วมสัปดาห์แฟชั่นหรือไม่?
นิตยสารร่วมแบรนด์แฟชั่นโชว์ฝูหรงที่ออกจำหน่ายโดยรุ่ยสือเพิ่งออกมาวันแรก ยอดขายยังไม่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน น่าจะเป็นเพราะตัวแทนจำหน่ายหลายรายยังไม่ทราบ
เมื่อนิตยสารแฟชั่นไม่มีความเคลื่อนไหว ตัวแทนจำหน่ายที่เคยร่วมมือกันมาก่อนเลยคิดว่าไม่มีนิตยสารร่วมแบรนด์แล้ว เพราะในวันที่สองของแฟชั่นโชว์ พวกเขากลับเห็นรายงานข่าวแฟชั่นโชว์ฝูหรงบนหน้าหนังสือพิมพ์ใหญ่ ๆ แทน
ไม่คาดคิดว่าในวันเดียวกัน รุ่ยสือกลับออกนิตยสารร่วมแบรนด์กับฝูหรง
เมื่อพวกเขารู้ตัวก็รีบติดต่อรุ่ยสือเพื่อสั่งนิตยสารทันที โดยเฉพาะตัวแทนจำหน่ายต่างจังหวัด ที่ต้องรีบโทรศัพท์มาสั่งก่อน
รุ่ยสือมีโทรศัพท์สองเครื่อง พนักงานรับโทรศัพท์ไม่มีเวลาแม้แต่จะดื่มน้ำ ส่วนตัวแทนจำหน่ายที่ต้องการซื้อนิตยสารก็ยิ่งหงุดหงิด โทรไปเรื่อย ๆ แต่สายไม่ว่าง
พวกเขาคิดว่าเป็นปัญหาของรุ่ยสือ แต่จริง ๆ แล้วเป็นเพราะตัวแทนจำหน่ายจากทุกที่ต่างรีบโทรเข้ามาต่างหาก!
ทุกคนโทรมาเพราะมีการร่วมแบรนด์กับฝูหรง และนิตยสารรุ่นแรกที่ออกสู่ตลาดยังเป็นปกของลี่หรงเองด้วย
ลี่หรงในวัยสามสิบกว่า ทำธุรกิจมาหลายปี แต่เธอวนเวียนอยู่ในหมู่ภรรยาผู้มีอำนาจ เธอดูมีความรู้ สง่างาม และมีเสน่ห์
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอถ่ายภาพอย่างพิถีพิถัน สวมชุดราตรีที่ออกแบบเอง ปรากฏตัวต่อสายตาสาธารณชน
รุ่ยสือมีช่างภาพหลายคนที่หวงเซิ่งหนานดึงตัวมาจากฮ่องกง พวกเขามีทักษะการถ่ายและแต่งภาพที่ชำนาญมาก แต่ไม่ถึงกับเปลี่ยนลี่หรงเป็นคนละคน พวกเขาเพียงนำเสนอความงามของลี่หรงให้ดีขึ้นเท่านั้น
รูปลักษณ์และบุคลิกของลี่หรงไม่ด้อยไปกว่านักแสดงหญิงในภาพยนตร์เลย และไม่รู้ว่าในอนาคตเธอจะถ่ายปกแบบนี้อีกหรือไม่ ดังนั้นกลุ่มลูกค้าในครั้งนี้มีอยู่หลายคนที่มาซื้อเพราะลี่หรง!
ในเวลาเพียงสองวัน ยอดสั่งจองเกินห้าแสนเล่ม!
นักเรียนหญิงหลายคนในเมืองหลวงชอบอ่านนิตยสารฝูหรงในปีที่ผ่านมามาก เพราะใครจะไม่รักหนังสือทั้งเล่มที่เต็มไปด้วยเสื้อผ้าสวย ๆ บ้างล่ะ?
หากไม่มีเงินซื้อเอง พวกเธอก็รวมเงินกับเพื่อนคนอื่น ๆ ซื้อมาอ่าน
ส่วนนักเรียนบางคนที่เรียนศิลปะ หรือออกแบบเสื้อผ้า แทบจะมีนิตยสารฝูหรงคนละเล่ม
หวงเซิ่งหนานเป็นผู้บริหารมาถึงสองชาติ เรื่องการขายถือเป็นเรื่องง่ายสำหรับเธอ เธอทุ่มเงินหลายแสนหยวนลงโฆษณาในทีวีกลางเป็นเวลาหลายวัน เพื่อประชาสัมพันธ์แฟชั่นโชว์ของฝูหรง
สำนักพิมพ์นิตยสารอื่น ๆ ต่างเขียนบทความเกี่ยวกับฝูหรง จนขายดีเป็นเทน้ำเทท่า และนักเขียนเหล่านั้นก็ค้นพบตัวตนของโมเดในที่สุด
นี่เป็นครั้งแรกที่ผู้ก่อตั้งสัปดาห์แฟชั่นมิลานปรากฏตัวในที่สาธารณะในประเทศจีน และไม่คิดว่าจะมาปรากฏตัวในสัปดาห์แฟชั่นของฝูหรงด้วย
เพียงแค่มีสื่อหนึ่งรายงานออกมา สื่ออื่น ๆ ก็จะตามกระแสกันมาเป็นแถบ!
ผู้ก่อตั้งสัปดาห์แฟชั่นมิลานอย่างโมเด เดินทางมาจากแดนไกล ทั้งนักข่าวและคนในวงการแฟชั่นต่างอดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหลาดใจว่า ฝูหรงมีสถานะใหญ่โตขนาดนั้นแล้วหรือ?
นักข่าวบางคนถึงกับเขียนในบทความว่า ฝูหรงเป็นเพชรเม็ดงามที่ถูกค้นพบโดยผู้มีอิทธิพลจากต่างประเทศ และคาดเดากันว่าเธอกำลังเตรียมตัวเข้าร่วมสัปดาห์แฟชั่นหรือไม่?
แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่เขียนในแง่บวก บางคนเพื่อดึงดูดความสนใจก็จงใจเขียนในทางตรงกันข้าม เช่น ลี่หรงจะไปร่วมสัปดาห์แฟชั่นได้อย่างไร โดยเฉพาะสัปดาห์แฟชั่นมิลาน!?
มันเป็นไปไม่ได้แน่นอน นั่นเป็นหนึ่งในสี่สัปดาห์แฟชั่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกนะ
ตอนนี้ฝูหรงแค่มีชื่อเสียงในประเทศเท่านั้น และในต่างประเทศยังมีสตูดิโอที่เก่งกว่าฝูหรงอีกมากมาย!
พวกเขายังบอกอีกว่า ลี่หรงกำลังสร้างกระแส ไม่ว่าเธอจะเข้าร่วมสัปดาห์แฟชั่นในอนาคตหรือไม่ ตอนนี้เธอก็แค่อยากหาเงินเท่านั้น!
ถ้าลี่หรงรู้เรื่องนี้ เธอคงต้องโต้กลับแน่
ลี่หรงทั้งโกรธและขำ เธอเปิดธุรกิจก็เพื่อหาเงินไม่ใช่หรือไง?
ถ้าไม่ให้หาเงินแล้วจะทำอะไร? ทำการกุศลเหรอ?
อีกอย่างทั้งหมดนั้นเป็นแค่การคาดเดาของนักข่าวเอง
อย่างไรก็ตาม โมเดมีอิทธิพลมาก แม้แต่สื่อในประเทศก็ยังรายงานข่าว ไม่ต้องพูดถึงสื่อต่างประเทศบางแห่งที่กำลังพูดถึงเรื่องนี้เช่นกัน
นอกจากนี้สื่อต่างประเทศยังขุดคุ้ยข้อมูลของฝูหรงด้วย เมื่อขุดลึกลงไป พวกเขาก็พบความสัมพันธ์ระหว่างลี่หรงกับหลานไห่ ลวี่สุ่ยก็เป็นแบรนด์แรกที่เธอเสนอให้ลงโฆษณาทางโทรทัศน์ในประเทศ โดยมุ่งเน้นการทำแฟรนไชส์
เรื่องราวเหล่านี้ล้วนเป็นผลงานอันรุ่งโรจน์
แต่ก็มีคนขุดพบเหตุการณ์ลอกเลียนแบบในอดีตด้วยเช่นกัน
นั่นคือผลงานที่ลี่หรงเปิดตัวในสัปดาห์แฟชั่นเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับผลงานของนักออกแบบ J จนถูกกล่าวหาว่าลอกเลียนแบบ
ในฐานะที่หวงเซิ่งหนานทำงานในวงการนี้ ย่อมไม่ปล่อยให้ข่าวที่ทำลายชื่อเสียงลี่หรงแพร่กระจายไป เธอรีบหาข่าวที่สถานีโทรทัศน์กลางรายงานในตอนนั้น แล้วกลับมากล่าวหาว่า J เป็นฝ่ายลอกเลียนแบบ
ถ้า J ไม่ได้ลอกเลียนแบบ ทำไมตอนนั้นถึงไม่ออกมาตอบโต้ล่ะ?
การปรากฏตัวของโมเดสร้างความฮือฮาอย่างมาก
ลี่หรงเห็นว่ากระแสแรงเกินไป กังวลว่าจะทำให้โมเดไม่พอใจ และกลัวว่าโมเดจะคิดว่าเธอเป็นคนโหมกระพือข่าว เพื่อใช้ชื่อเสียงของเขาหาผลประโยชน์ให้ตัวเอง
ไม่รู้ว่าโมเดยังอยู่ในประเทศหรือเปล่า? ลี่หรงอยากติดต่อเขาแต่ก็ติดต่อไม่สะดวก จึงต้องใช้วิธีที่เรียบง่ายที่สุด คือเขียนจดหมายส่งไปยังอีกฟากของมหาสมุทร
ถ้ามีอีเมลก็คงดี จะได้ไม่ต้องยุ่งยาก และเสียเวลามากมายขนาดนี้
แฟชั่นโชว์ของเจี่ยนเจินที่จัดขึ้นในเซี่ยงไฮ้ราบรื่นดี ตอนแรกเธอยังรู้สึกดีมาก เพราะได้เป็นหัวข้อที่หนังสือพิมพ์เซี่ยงไฮ้พูดถึงกันอย่างคึกคักในช่วงหนึ่ง
แต่แฟชั่นโชว์ของฝูหรงกลับได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามทั่วประเทศ เจี่ยนเจินจึงนั่งไม่ติด!
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเห็นข่าวที่โมเดปรากฏตัวในงานด้วย เจี่ยนเจินรู้สึกอัดอั้นตันใจมาก
โมเดเป็นคนที่กัวซืออวี่ใช้เส้นสายมากมายเพื่อเชิญมาจากมิลาน
เจี่ยนเจินคิดว่าลี่หรงหน้าด้านเชิญคนไป และไม่รู้ว่าลี่หรงรู้ได้อย่างไรว่าโมเดมาที่นี่
ลี่หรงคงอาศัยบารมีของเธอแน่ ๆ ไม่อย่างนั้นจะเชิญคนไปได้อย่างไร?
ถูกต้อง! เจี่ยนเจินเองก็เชิญคนมาผ่านกัวซืออวี่ จึงคิดว่าลี่หรงคงทำแบบเดียวกัน
เธอไม่คิดบ้างเลยว่า ถึงแม้ลี่หรงจะเป็นคนเชิญ แต่เขาก็ไปจริง ๆ ส่วนเจี่ยนเจินยังต้องพึ่งกัวซืออวี่ แต่ถ้าเป็นเธอเป็นคนเชิญเองล่ะ? จะสามารถเชิญคนมาได้หรือ?
อย่างไรก็ตาม เจี่ยนเจินยังรู้สึกดีใจอยู่บ้าง เพราะตอนนั้นโมเดได้พูดไว้แล้วว่าไม่อยากให้สื่อรายงานข่าวเกี่ยวกับเขา นั่นหมายความว่า เขาต้องการความส่วนตัว
เจี่ยนเจินและคนอื่น ๆ ต้องตกลงแน่นอน ดังนั้นจึงไม่มีใครรู้ว่าโมเดอยู่ที่สัปดาห์แฟชั่นโบตั๋นด้วย
ส่วนเรื่องของฝูหรงคือ โมเดจูบแก้มกับลี่หรง และถูกนักข่าวถ่ายภาพไว้ด้วย
เจี่ยนเจินไม่คิดอะไรมาก เธอรู้สึกสะใจด้วยซ้ำ เพราะโมเดต้องโกรธอีกฝ่ายแน่นอน!
เพราะโมเดเป็นคนชอบทำอะไรเงียบ ๆ แต่ลี่หรงทำให้เรื่องที่เขามาที่นี่กลายเป็นที่รู้กันไปทั่ว
ผ่านไปสักสัปดาห์เจี่ยนเจินไม่ได้ยินว่าโมเดพูดอะไร เธอคิดในใจว่า หรืออีกฝ่ายอาจจะยอมรับการกระทำแบบนี้ไปโดยปริยาย?
เมื่อมีข้อสงสัยนี้ เจี่ยนเจินยิ่งนั่งไม่ติด ทำไมคนอื่นทำได้แต่เธอทำไม่ได้?
เพราะเธออยากฉวยโอกาสจากกระแสนี้บ้าง
เธอคิดไปคิดมา สุดท้ายก็แอบกัวซืออวี่ไปติดต่อนักข่าวจากสื่อหลายแห่ง