ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 475 การเตรียมตัว
บทที่ 475 การเตรียมตัว
การได้รับเชิญให้เข้าร่วมสัปดาห์แฟชั่นมิลาน ในชาติก่อนลี่หรงยังไม่เคยมีหน้ามีตาขนาดนี้เลย แน่นอนว่าชาติก่อนเธอก็เคยไป แต่เธอไม่มีสตูดิโอของตัวเอง เป็นแค่ลูกจ้างและได้ไปในนามของสตูดิโอหรือแบรนด์อื่น
ตอนนี้เธออยากจะตะโกนดัง ๆ สักหลาย ๆ ครั้ง
นี่ไม่ใช่เรื่องที่ควรฉลองอย่างยิ่งใหญ่หรอกหรือ?
ลี่หรงจัดโต๊ะหลายโต๊ะไว้ที่บ้านล้อมลาน เชิญทุกคนในตระกูลลี่มาร่วมงาน รวมถึงหวงเซิ่งหนานและคนอื่น ๆ ด้วย
เมื่อคนในตระกูลลี่ได้ยินว่าลี่หรงได้รับเชิญไปสัปดาห์แฟชั่นมิลาน พวกเขาไม่รู้จริง ๆ ว่ามันมีความหมาย และไม่รู้ว่ามันหมายถึงอะไรด้วย
แต่เมื่อลี่หรงเชิญไปกินข้าว และพวกเขาไม่ได้รวมตัวกันมานาน อีกทั้งยังตรงกับช่วงวันหยุด ดังนั้นใครที่ไปได้ก็ไปกันหมด
หลังจากกินดื่มกันอิ่มหนำสำราญแล้ว ผู้ชายก็คุยกันอยู่ด้านหนึ่ง ส่วนผู้หญิงก็คุยกันเอง
ลี่สวนจือถามจ้าวชิงซง “น้องเขย บ้านของพวกนายสร้างไปถึงไหนแล้ว?”
จ้าวชิงซง “ฐานบ้านเสร็จเกือบหมดแล้วครับ ส่วนด้านบนยังไม่ได้เริ่มสร้าง แต่คงใช้เวลาไม่นานนัก” เขาหยุดชั่วครู่ “พี่อยากซื้อเหรอครับ?”
หลังจากโรงงานอาหารของลี่สวนจือพัฒนามาหลายปี จนมีขนาดใหญ่โตในเมืองหลวง เขาเป็นเจ้าของธุรกิจอาหารที่เป็นที่รู้จักกันดีในวงการและมีเงินอยู่ในมือ
ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ เขาซื้อแค่บ้านล้อมลานหลังเล็ก ๆ มีแค่สี่ห้าห้องเท่านั้นตามคำแนะนำของลี่หรง แต่ก็ซื้อมาเพื่อปล่อยเช่า ครอบครัวของพวกเขายังคงอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดิม
ลี่สวนจือหัวเราะฮ่า ๆ สองสามที “มีความคิดอย่างนั้นอยู่เหมือนกัน แต่ต้องดูราคาก่อน ถ้าแพงเกินไปคงซื้อไม่ไหว ได้ยินว่าพวกนายสร้างเป็นบ้านเดี่ยวใช่ไหมล่ะ?”
“ใช่ครับ” จ้าวชิงซงแนะนำให้เขารู้จัก “นี่คือเหอไฉซาน พวกเราทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ด้วยกันครับ ส่วนราคายังไม่ได้กำหนดแน่นอน”
“คุณเหอเป็นมหาเศรษฐีจากฮ่องกงคนนั้นใช่ไหม?” ลี่สวนจือพอได้ยินชื่อก็นึกขึ้นได้ว่าเคยอ่านเจอในรายงานข่าวเศรษฐกิจบ่อย ๆ
“มหาเศรษฐีอะไรกันครับ พวกนักข่าวเขียนมั่วกันไปเอง” เหอไฉซานคาบซิการ์ไว้ แต่ไม่ได้จุด
ลี่สวนจือแปลกใจ “พวกคุณรู้จักกันได้ยังไง?”
“พวกเรารู้จักกันผ่านภรรยาครับ” เหอไฉซานตอบ
จ้าวชิงซงยิ้ม “จริง ๆ แล้วก็อาศัยบารมีภรรยานี่แหละครับ” เขาชี้ไปทางลี่หรงและหวงเซิ่งหนาน ๆ ที่กำลังคุยกันอย่างสนุกสนานอยู่อีกด้าน
ลี่หรงกำลังเล่าเรื่องสัปดาห์แฟชั่นให้หวงเซิ่งหนานฟังอย่างตื่นเต้น เจียงซิ่วอวี้และคนอื่น ๆ ก็อยู่ด้วย หลังจากลี่หรงอธิบาย พวกเขาถึงเข้าใจความหมายของสัปดาห์แฟชั่น และรู้สึกดีใจกับลี่หรงเช่นกัน
เจียงซิ่วอวี้พูด “น้องสาวเก่งจริง ๆ ทุกครั้งที่ฉันใส่เสื้อผ้าที่เธอทำให้ออกไปข้างนอกก็มีคนชมตลอดเลย!”
หลินเหม่ยฮวาพยักหน้า “ฉันด้วย ๆ ฉันยังอิจฉาที่เธอได้ไปต่างประเทศจริง ๆ ตอนที่ไปอิตาลีสนุกไหม?”
“สนุกมากค่ะ” ลี่หรงยิ้ม “อีกไม่กี่ปีพวกเราทุกคนก็จะได้ไปเที่ยวด้วยกันแล้ว!”
รอให้นโยบายดีขึ้นอีกสักหน่อย พวกเธอจะสามารถเดินทางไปต่างประเทศได้สะดวก หลินเหม่ยฮวายังพอไหว แต่เจียงซิ่วอวี้นั้นยากที่จะออกนอกประเทศได้ เพราะเธอเป็นภรรยาของนายทหารระดับสูง
ลี่สวนจือ “ฉันไม่คิดว่าน้องสาวคนเล็กของฉันจะเก่งขนาดนี้ ตอนนั้นเธอยังแนะนำเตียวฉีหู่ให้ฉันรู้จักด้วย ไม่อย่างนั้นโรงงานของฉันอาจจะล้มละลายกลางคันไปแล้ว อ้อใช่! เตียวฉีหู่ก็ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กับพวกนายด้วยใช่ไหม?”
จ้าวชิงซงชะงักไปครู่หนึ่ง ในใจคิดไม่ออกว่าทำไมลี่สวนจือถึงถามเรื่องนี้ หรือว่าไม่พอใจที่เขาไม่ได้เรียกเขา แต่กลับเรียกคนนอก?
แต่เรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่เขาคนเดียวจะตัดสินใจได้ คิดถึงตรงนี้ เขาก็รู้สึกโล่งใจ “ใช่ครับ การทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ใช้เงินเป็นหน่วยร้อยล้าน แค่ผมกับคุณเหอทำคงไม่ไหว”
“ฉันเข้าใจ ๆ” ลี่สวนจือเพิ่งรู้ตัวว่าคำพูดของตัวเองอาจจะมีความหมายคลุมเครือ เขารีบอธิบาย “ฉันไม่ได้มีความหมายอื่นนะ น้องเขยอย่าถือสาเลย เตียวฉีหู่คุยกับฉันแล้ว เขาลงทุนไปสองสามสิบล้านแล้ว ฉันไม่มีเงินขนาดนั้นหรอก โรงงานอาหารของฉันปีหนึ่งกำไรแค่ไม่กี่แสนเอง”
แม้ลี่ข่ายจือไม่ได้ทำธุรกิจ แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่เข้าใจเรื่องแบบนี้ ปกติไม่ได้เจอกันก็ช่างเถอะ แต่ตอนนี้เจอหน้ากันแล้ว เขาอดไม่ได้ที่จะถามจ้าวชิงซง “ทำไมถึงสร้างเป็นบ้านเดี่ยวล่ะ? นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์คนอื่นสร้างอะพาร์ตเมนต์หนึ่งตึกได้ตั้งหลายห้อง ขายได้หลายคน ใช้ประโยชน์จากที่ดินได้สูงสุด ถ้าพวกคุณสร้างบ้านเดี่ยว แล้วใครจะมีเงินมากพอที่จะซื้อทั้งหลังล่ะ?”
จ้าวชิงซง “คำถามของพี่ใหญ่ พวกเราเคยพิจารณามาก่อนแล้วครับ ในเมืองหลวงก็มีอะพาร์ตเมนต์อยู่แล้ว พวกเราเลยอยากสร้างบ้านเดี่ยว และไม่ได้มองแค่ตลาดในประเทศ เพราะตอนนั้นเราสามารถขายให้กับชาวต่างชาติได้ด้วย แน่นอนว่าลูกค้าในประเทศต้องยินดีต้อนรับพวกเขาแน่นอน”
ลี่ข่ายจือมองเหอไฉซาน “เป็นคำแนะนำของคุณเหอใช่ไหมครับ?”
“ใช่ครับ” จ้าวชิงซงหัวเราะ “คุณเหอมีประสบการณ์มากมายทีเดียว!”
หลังจากนั้นลี่ข่ายจือก็ไม่ถามอะไรอีก
ก่อนจะแยกย้าย ลี่สวนจือกำชับจ้าวชิงซงซ้ำแล้วซ้ำอีกว่า “ตอนเปิดขายบอกฉันด้วยนะ”
ส่วนเรื่องที่ลี่หรงได้รับเชิญไปงานสัปดาห์แฟชั่นมิลาน มีเพียงคนในครอบครัวเท่านั้นที่รู้ ลี่หรงไม่ได้ตั้งใจจะใช้เรื่องนี้เป็นประเด็นเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ใด ๆ ให้คนในครอบครัว
เธอตั้งใจทำงาน ทั้งบริหารจัดการฝูหรง และคอยดูแลงานออกแบบไปพร้อม ๆ กัน
ตอนนี้ผู้จัดการฝ่ายขายของฝูหรงคือ หลี่เสี่ยวอ้าย ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบคือ เฉาเหลียงอวี้ แต่เดิมเธอตั้งใจจะให้ตำแหน่งนี้กับสวีเหมียน แต่สวีเหมียนปฏิเสธ บอกว่า ‘อยากเป็นอิสระ’
ลี่หรงพูดติดตลกว่า “ถ้าอยากเป็นอิสระคงไม่มาทำงานที่นี่แล้วสิ”
สวีเหมียนถอนหายใจ “ก็ต้องทำมาหากินไปวัน ๆ น่ะ ไม่มีทางเลือกมากหรอก”
คนดูแลช่างปักและช่างตัดเสื้อคือ เหมยจีอวี้ ดูเหมือนทุกฝ่ายจะมีคนดูแลอยู่แล้ว ลี่หรงจึงไม่ต้องจัดการอะไรมากนัก
เธอจึงทำงานออกแบบเป็นหลัก
แม้ว่าจะได้รับคำเชิญจากโมเด แต่ยังมีขั้นตอนบางอย่างที่จำเป็น ซึ่งลี่หรงไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
ตัวอย่างเช่น เธอต้องนำเอกสารบางอย่างออกมาเพื่อให้คณะกรรมการสัปดาห์แฟชั่นตรวจสอบคุณสมบัติ โดยทั่วไปคณะกรรมการแบบนี้จะประกอบด้วยนักออกแบบชื่อดังหลายคน และต้องผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติก่อนจึงจะสามารถเข้าร่วมได้
แต่ลี่หรงมีโอกาสเข้าร่วมสูงมาก เพียงแค่ต้องผ่านขั้นตอนเท่านั้น
เร็ว ๆ นี้รุ่ยสือได้เผยแพร่นิตยสารเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมศิลป์ทั้งหมด โดยตีพิมพ์สถาปัตยกรรมต่างประเทศบางอย่างที่มีความหมายและคนจีนแผ่นดินใหญ่ไม่ค่อยรู้จักในนิตยสาร
ตอนนี้สถาปัตยกรรมที่ตีพิมพ์มากที่สุดคือสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนที่มีหลังคากระเบื้องสีแดงและผนังสีขาว มีระเบียงทางเดิน ซึ่งเป็นสไตล์โครงการบ้านของฟู่หย่วนในปัจจุบัน
ตอนนี้หวงเซิ่งหนานกำลังสร้างกระแสสำหรับการขายของฟู่หย่วนในอนาคต
เนื่องจากเดิมทีมุ่งเน้นไปที่ชาวต่างชาติ นอกจากจะประชาสัมพันธ์กับรุ่ยสือและสื่อบางแห่งที่ให้ความสนใจด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศแล้ว เหอไฉซานยังมุ่งเน้นการประชาสัมพันธ์ในต่างประเทศเป็นหลัก
ฮ่องกงเป็นฐานที่มั่นของเขา และเขาก็มีสำนักพิมพ์ของตัวเอง การประชาสัมพันธ์จึงไม่ต้องใช้ความพยายามเลย
ดังนั้นก่อนที่ฟู่หย่วนจะเปิดจองล่วงหน้า ทางฝั่งเมืองหลวงไม่มีความเคลื่อนไหวมากนัก แต่ทางฝั่งฮ่องกงกลับคึกคักมาก
ในฮ่องกงเหอไฉซานถือว่าอยู่ในระดับมหาเศรษฐีแล้ว ไม่คิดว่าจะไปลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ด้วย
ปกติหวงเซิ่งหนานไม่เคยพูดเรื่องธุรกิจกับหลิวหง แต่ข่าวใหญ่ขนาดนี้ ย่อมปิดบังเธอไม่ได้
ตอนนี้หลิวหงภูมิใจมาก ภรรยาน้อยคนอื่น ๆ ของหวงหงคุนไม่มีใครได้รับเกียรติเท่าเธอ หวงหงคุนตอนนี้ไม่สามารถจัดการอะไรได้แล้ว ส่วนลูกชายคนโตหลายคนถูกหวงเซิ่งหนานและพวกเขาจัดการ ตอนนี้เลยไม่กล้าออกมาอวดดีอีก
ส่วนคนอื่น ๆ อายุยังน้อย หลิวหงไม่ได้สนใจ ตัวเธอเองยังอยู่ที่ฮ่องกง วัน ๆ ไปเล่นไพ่นกกระจอกกับพวกภรรยาเศรษฐี ช็อปปิง และดูแลลูกชายคนเล็ก