ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 476 งานแต่งงาน
บทที่ 476 งานแต่งงาน
เหอไฉซานถือเป็นเศรษฐีผู้มั่งคั่งในฮ่องกง ซึ่งเป็นว่าที่ลูกเขยในอนาคต ทำให้หลิวหงเป็นอนุภรรยาที่โดดเด่นที่สุดในบรรดาอนุภรรยาทั้งหมด
แต่หวงเซิ่งหนานกับเหอไฉซานยังไม่ได้จัดงานแต่งงาน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั้นว่ากันว่าเป็นของเหอไฉซาน แล้วหวงเซิ่งหนานมีส่วนร่วมในนั้นบ้างหรือเปล่า?
หลิวหงไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่จากประสบการณ์ของเธอ สิ่งที่เธอกังวลคือ ถ้าเหอไฉซานไม่แต่งงานกับหวงเซิ่งหนานเร็ว ๆ นี้ ต่อไปอาจถูกผู้หญิงคนอื่นแย่งชิงไปก่อน ซึ่งจะเป็นการขาดทุนอย่างใหญ่หลวง
ท้ายที่สุดแล้วตัวเธอเองก็เป็นอนุภรรยา เธอจึงเข้าใจดีกว่าใครว่าการเป็นเมียน้อยนั้นเสียเปรียบมากแค่ไหน
หลิวหงจึงโทรศัพท์ไปเร่งเรื่องงานแต่งกับหวงเซิ่งหนาน
หวงเซิ่งหนานพูดแก้ตัวกับหลิวหงว่า “ฉันเข้าใจแล้วค่ะ เหอไฉซานบอกว่าจะจัดงานทีหลัง”
“ทีหลัง?” หลิวหงรีบถาม “ไม่ใช่ว่าจะรอให้สร้างบ้านเสร็จก่อนใช่ไหม? กว่าจะสร้างเสร็จต้องใช้เวลาหลายปี แล้วพอสร้างเสร็จจะต้องรอให้ขายหมดก่อนหรือเปล่า? ธุรกิจมันไม่มีวันจบสิ้นหรอกนะ”
หวงเซิ่งหนานแคะหูอย่างรำคาญ แต่ยังต้องอดทนฟังต่อไป
หลิวหงลดเสียงลงและถามเธอว่า “ตอนนี้เสี่ยวเหออยู่ข้าง ๆ เธอหรือเปล่า?”
“ไม่อยู่ค่ะ”
หลิวหงพูดอย่างจริงจัง “ตอนนี้เธอไม่ใช่เด็กแล้วนะ อายุเกือบสี่สิบแล้ว รีบแต่งงานมีลูกเร็ว ๆ หน่อย อย่าหาว่าแม่พูดมากเลย ข้างนอกยังมีสาวสวยอีกเยอะแยะ ถ้าไม่รีบแต่งงานสักที ไม่กลัวว่าเสี่ยวเหอจะไปมีชู้เหรอ?”
“เขาจะกล้าเหรอคะ!” หวงเซิ่งหนานพูด “ถ้าผู้ชายอยากมีชู้ ใครจะห้ามได้?”
“เธอนี่นะ พูดอะไรก็ไม่ฟัง! แม่เคยเป็นมาก่อน รู้ว่าเรื่องพวกนี้มันยุ่งยากแค่ไหน แม่ไม่อยากให้เธอต้องเดินตามรอยแม่หรอกนะ!”
“รู้แล้วค่ะ ๆ”
หวงเซิ่งหนานอยากจะวางสายแล้ว แต่หลิวหงก็ถามอีก “พวกเธอจะกลับฮ่องกงเมื่อไหร่? พอกลับมาก็จัดงานแต่งงานเลยนะ”
“ค่อยว่ากันอีกทีนะคะ”
หวงเซิ่งหนานตอบแบบขอไปทีอีกสองสามประโยค แล้ววางสาย ก่อนจะถูกใครบางคนกดลงบนโซฟา
เหอไฉซานจูบหวงเซิ่งหนานพลางพูดว่า “ผมว่าแม่ยายพูดถูกนะ พวกเราควรจัดงานแต่งงานได้แล้ว” เขาถอนหายใจ “ถ้าคุณตอบรับคำขอแต่งงานของผมตั้งแต่แรก คงไม่ต้องลากยาวมาจนถึงตอนนี้หรอก”
หวงเซิ่งหนาน “คุณจะรีบร้อนไปทำไม? นอกจากจัดงานแต่งงานกับจดทะเบียน พวกเราก็อยู่ด้วยกันมานานแล้ว กระดาษแผ่นเดียวนั่นมันสำคัญอะไรนักหนา”
เหอไฉซาน “ผมแค่อยากให้คุณมีสถานะที่ถูกต้อง ต่อไปทรัพย์สินของผมจะได้เป็นของคุณตามกฎหมาย”
หวงเซิ่งหนานยกมือให้เขาดูแหวนบนนิ้ว “สวมแหวนแล้ว ก็เหมือนเราแต่งงานกันแล้วไม่ใช่เหรอ?”
เหอไฉซานบ่นอย่างหงุดหงิด “คำพูดของคุณฟังดูเหมือนผู้หญิงเจ้าชู้เลย”
“โอ้! คุณรู้จักคำว่าผู้หญิงเจ้าชู้ด้วยเหรอ?”
“ก็คุณสอนเองไม่ใช่เหรอ? คุณชอบบอกว่าผมเป็นผู้ชายเจ้าชู้”
หวงเซิ่งหนานหัวเราะขึ้นมาทันที “ก็ได้ ๆ”
หวงเซิ่งหนานนึกถึงคำพูดของหลิวหง เธอถามเหอไฉซานด้วยสีหน้าจริงจัง “คุณอยากมีลูกแล้วเหรอ?”
“ไม่ใช่แบบนั้นหรอก” เหอไฉซานจูบเธอเบา ๆ “พวกเราอยู่ด้วยกันมาหลายปีแล้ว คุณไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้ ผมคิดว่าคุณคงไม่อยากมี เลยไม่ได้พูดอะไร ตอนนี้ถ้าจะมีลูกก็อาจจะส่งผลเสียต่อร่างกายคุณด้วย แต่ถ้าคุณอยากมีจริง ๆ พวกเราอาจจะต้องเสียเงินหาคนมาช่วย”
หวงเซิ่งหนานขมวดคิ้ว “อะไรกัน! คิดว่าฉันแก่เกินไปแล้วเหรอ?”
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะ!”
หวงเซิ่งหนานเอนตัวพิงเขา ตัวเธอเองก็ใกล้จะสี่สิบแล้ว ถ้าไม่มีลูกตอนนี้ ต่อไปคงจะมีไม่ได้แล้วจริง ๆ
แต่เธอกลัวว่าตัวเองจะเป็นแม่ที่ดีไม่ได้ ชาติที่แล้วไม่มีพ่อแม่ ชาตินี้พ่อเป็นเศรษฐี แม่เป็นชู้ ใช่แล้ว! ก็คือชู้นั่นแหละ ที่ภายหลังกลายมาเป็นอนุภรรยาเพราะเห็นแก่หวงเซิ่งหนาน
ลองคิดดูสิ หวงเซิ่งหนานมีประสบการณ์ชีวิตแบบนี้ จะไม่ให้เกิดสงสัยในตัวเองได้อย่างไร?
แต่พอนึกถึงว่าเธอกับเหอไฉซานยังมีเงินอยู่มาก อนาคตคงต้องมีคนสืบทอดสินะ?
หวงเซิ่งหนานจึงรู้สึกว่าเธอน่าจะมีลูกให้เขาได้ ไม่ว่าจะเป็นเด็กผู้ชายหรือผู้หญิงก็ได้ทั้งนั้น
หวงเซิ่งหนานพูดขึ้นว่า “พวกเราเตรียมตัวมีลูกสักคนกันเถอะ”
“หา?” เหอไฉซานเป็นห่วงสุขภาพของเธอจริง ๆ “หรือว่าพวกเราจะหาคนอุ้มบุญดีกว่า?”
“ไม่เอา!” หวงเซิ่งหนานพูด “ไม่ใช่ว่าจะมีลูกไม่ได้สักหน่อย ถ้าให้คนนอกมาคลอดให้ แล้วถ้าฉันไม่มีความรู้สึกผูกพันจะทำยังไง? อีกอย่าง ตอนแม่คลอดน้องชายฉันก็เกือบห้าสิบแล้วนะ!”
เหอไฉซานถึงได้ตอบตกลง
“เดี๋ยวก่อน” หวงเซิ่งหนานคิดสักครู่ “รออีกสักสองสามเดือนแล้วกัน รอให้ฉันพาเสี่ยวหรงไปร่วมสัปดาห์แฟชั่นที่มิลานกลับมาก่อน แล้วค่อยเตรียมตัว”
เหอไฉซานยิ่งหงุดหงิดขึ้น “ดูเหมือนคุณจะชอบเธอมากนะ!”
“หึง?” หวงเซิ่งหนานยิ้ม เธอคิดหลายครั้งแล้วว่าจะบอกเหอไฉซานเกี่ยวกับเรื่องที่เธอข้ามเวลามา และตอนนี้ความรู้สึกนั้นก็เกิดขึ้นอีกครั้ง
แต่สุดท้ายเธอกลับไม่ได้พูดออกไป
ขอให้มันถูกเก็บไว้เหมือนเดิมคงดีกว่า
“ถ้างั้นเราจัดงานแต่งกันก่อนไหม?” เหอไฉซานถามเธอ “คุณอยากจัดที่ไหน? ยุโรป? ออสเตรเลีย? ตุรกี? หรือกลับไปฮ่องกง?”
“เอ่อ…” หวงเซิ่งหนานไม่รู้จะพูดอย่างไรดี การจัดงานแต่งในต่างประเทศต้องยิ่งใหญ่แน่นอน ถ้ากลับไปฮ่องกงก็เป็นงานแต่งงานของตระกูลใหญ่ แต่หวงเซิ่งหนานผ่านวัยที่อยากให้ทั้งโลกรู้ว่าเธอแต่งงานมานานแล้ว
เธอไม่มีเพื่อนสนิทที่ฮ่องกงมากนัก ส่วนลี่หรงก็อยู่ที่นี่ จริง ๆ แล้วเธออยากจัดงานที่เมืองหลวงมากกว่า
“ไม่ชอบที่ไหนเลยเหรอ?”
หวงเซิ่งหนานพยักหน้า “ถ้าเป็นไปได้ ฉันอยากจัดที่เมืองหลวง”
เครือข่ายความสัมพันธ์ของเหอไฉซานในเมืองหลวงไม่กว้างเท่า ฮ่องกง แต่ตำแหน่งของเขาในตอนนี้ก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งพางานแต่งหรืองานเลี้ยงเพื่อรักษาสถานะ ส่วนตระกูลเหอก็ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเขาแล้ว การจัดงานที่เมืองหลวงไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้
แต่เขาไม่ค่อยชอบสภาพแวดล้อมที่นี่เท่าไหร่นัก
เหอไฉซานไม่อยากปฏิเสธหวงเซิ่งหนาน เพราะอีกฝ่ายแทบไม่เคยขออะไรจากเขาเลย เขาจึงพูดว่า “ได้ จัดงานที่นี่หนึ่งครั้ง แล้วกลับไปจัดที่ฮ่องกงอีกครั้ง รอคุณกลับมาจากมิลานแล้วพวกเราจะไปเที่ยวต่างประเทศกันครึ่งเดือน”
…
“จริงเหรอ?” ลี่หรงตกใจ!
หวงเซิ่งหนานเตรียมจัดงานแต่งงาน เป็นข่าวที่กะทันหันมากจริง ๆ!
ลี่หรงรู้สึกตื่นเต้น เดิมทีเธอคิดว่าหวงเซิ่งหนานไม่คิดจะจัดงานแต่งงานแล้วเสียอีก
หลังจากสงบสติอารมณ์แล้ว ลี่หรงก็เริ่มร้อนใจ “กะทันหันเกินไปแล้ว! ฉันไม่มีเวลาทำชุดแต่งงานให้เธอเลย!”
“ไม่ต้องทำหรอก ชุดแต่งงานที่โชว์อยู่ในห้องแสดงของเธอก็ดีอยู่แล้ว” หวงเซิ่งหนานพูดติดตลก “เธอคงไม่เสียดายที่จะให้ฉันยืมหรอกนะ?”
“ไม่เสียดายหรอก! ต้องไม่เสียดายอยู่แล้ว! แต่ชุดแต่งงานนี้ตอนแรกออกแบบให้รั่วหนิง ถ้าเธอไม่ติดอะไรก็เอาไปได้เลย”
“ฉันไม่อะไรหรอก แต่ไม่รู้ว่าคุณเสิ่นจะว่าอะไรไหม?”
“รั่วหนิงไม่ว่าอะไรหรอก ถึงแม้ตอนแรกจะบอกว่าไม่ให้คนอื่นเช่า แต่เธอไม่ใช่คนอื่นนี่! เธอแต่งงานก็เหมือนฉันแต่งงาน!” ลี่หรงคิดในใจว่าควรจะบอกเสิ่นรั่วหนิงเป็นการส่วนตัวทีหลัง เพื่อป้องกันความขุ่นเคืองใจในภายหลัง
เธอจับมือของหวงเซิ่งหนาน ดวงตาร้อนผ่าว “ฉันไม่เคยคิดเลยว่าจะได้มาร่วมงานแต่งงานของเธอ ฉันจะไปตัดชุดกี่เพ้าสีแดงสำหรับใส่ดื่มอวยพรให้เดี๋ยวนี้เลย ฉันจำได้ว่าเธอชอบงานแต่งงานแบบจีน ไม่ต้องกังวลนะ ฉันจะตัดให้เธออย่างดีที่สุด!”
“เธอมาเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้ฉันด้วยนะ”
ลี่หรงรู้สึกตื่นเต้นมาก แต่ก็รู้สึกเสียดายเล็กน้อย “แต่ฉันแต่งงานแล้วนะ…”
“แต่งงานแล้วก็ได้ ฉันไม่สนใจหรอก!”
……………………………………………………………………………………………………………………………………….
07F8T8BU