ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 56 กลับบ้านแม่
ตอนที่ 56 กลับบ้านแม่
เหอฮวากับเถี่ยจู้สวมเสื้อผ้าใหม่สะอาดเอี่ยม ใบหน้าเกลี้ยงเกลา แก้มใสสองข้างไม่มีรอยแดงจากความหนาวเย็นเหมือนเด็กคนอื่น ๆ ในหมู่บ้าน
เหอฮวามองลี่หรง จากนั้นวิ่งมาลูบท้องที่โตของหญิงสาว “อาสะใภ้รอง สวัสดีปีใหม่ค่ะ วันนี้หนูมาสวัสดีปีใหม่น้องสาวด้วยค่ะ”
คนอื่นต่างคิดว่าเป็นลูกชาย แม้แต่พวกต้าหนิวเองก็เช่นกัน ต่างเรียกเด็กน้อยในครรภ์ว่าน้องชายตลอดทั้งวัน
นี่เป็นครั้งแรกที่ลี่หรงได้ยินคนบอกว่าลูกของเธอเป็นเด็กผู้หญิง เธอลูบหัวเหอฮวา “หืม! เธออยากมีน้องสาวเหรอ?”
เหอฮวาพยักหน้าอย่างแรง
จ้าวชิงหลิ่วจ้องมองเหอฮวา “ลูกพูดจาเหลวไหลอะไรกันน่ะ เด็กในท้องของอาสะใภ้รองต้องเป็นน้องชายสิ”
เธอพูดกับลี่หรงด้วยสีหน้าอับอายแทนลูกสาว “น้องสะใภ้ อย่าถือสาเธอเลย แค่เด็กพูดเรื่องไร้สาระน่ะ”
อาจเป็นเพราะค่านิยมทางสังคม คนที่นี่จึงมักจะให้ลูกคนแรกหรือแม้แต่ลูกคนต่อมาอีกหลายคนเป็นผู้ชาย
ลี่หรงยิ้ม “ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ ฉันเองก็หวังว่าจะเป็นลูกสาวเหมือนกัน”
เธอลูบเหอฮวาด้วยความเอ็นดู แล้วถามว่า “ทำไมเหอฮวาถึงอยากได้น้องสาวล่ะ?”
“เพราะว่าหนูมีลูกพี่ลูกน้องเป็นผู้ชายอยู่แล้ว ก็เลยอยากมีน้องสาวบ้างค่ะ”
เถี่ยจู้เข้ามาขอให้ลี่หรงอุ้มเขา เด็กชายชอบอาสะใภ้คนสวยคนนี้มาก
เหอฮวาคว้าตัวเขาไว้ แล้วพูดว่า “ไม่ได้! นายดูสิว่าอาสะใภ้รองของฉันกำลังท้องอยู่นะ!”
ลี่หรงรู้สึกขบขันเพราะเด็กน้อย แล้วพูดกับเถี่ยจู้ว่า “รออาคลอดน้องก่อน แล้วค่อยมาอุ้มเถี่ยจู้ดีไหม?”
จ้าวชิงซงยืนอยู่ข้างหลังเถี่ยจู้ จึงเอื้อมแขนยาวออกไปจับใต้รักแร้ของเถี่ยจู้ แล้วยกเขาขึ้นมา “อารองอุ้มแทนได้ไหม เอาสูงแบบนี้เลยไหมเด็กน้อย?”
เถี่ยจู้ถูกยกตัวขึ้นและถูกแกว่งไปแกว่งมา เขาร้อง วู้ว ๆ ขณะถูกเหวี่ยงตัวไปมา
จ้าวชิงซงยิ้มแล้วเหวี่ยงเขาไปมาต่ออีกหลายครั้ง จนเถี่ยจู้เริ่มงอแงเตะขาไปมา พลางตะโกน “ฮือ ฮือ… พ่อแม่ช่วยผมด้วย”
ไม่มีใครช่วยเขาเลย เพียงแค่ยืนดูและหัวเราะให้กับความไร้เดียงสาของเด็กชายเท่านั้น
หลังอาหารกลางวัน พวกเหอซิ่งก็กลับมา
คุณแม่จ้าวถามเธอว่า ทำไมวันนี้ถึงกลับมาเร็วขนาดนี้ได้
เหอซิ่งส่ายหน้า สีหน้าดูไม่ค่อยพอใจนัก “น้องชายกับน้องสะใภ้ของหนูน่ารำคาญมากค่ะ หนูหงุดหงิด ก็เลยไม่อยากพูดกับพวกเขาอีกต่อไป ยังไงหนูก็ไม่ได้อยู่ที่นั่นทุกวันอยู่แล้ว”
“แล้วที่บ้านญาติเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า?” คุณแม่จ้าวถาม
“ไม่มีอะไรค่ะ แม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ”
พวกผู้ใหญ่กำลังคุยกันอยู่ในบ้าน ส่วนต้าหนิวก็พาเด็กสองสามคนมาปั้นตุ๊กตาหิมะกันที่ลานโล่ง
หลังจากปั้นตุ๊กตาหิมะเสร็จแล้ว ต้าหนิวก็บอกให้เหอฮวาและคนอื่น ๆ ไปเอาแครอทในห้องครัวมา โดยบอกว่าอยากจะเอามาทำเป็นจมูก
เหอฮวาถามว่า “ทำไมเราไม่ปั้นขึ้นมาเองล่ะ”
ต้าหนิวหัวเราะเบา ๆ “เอาเถอะ แล้วฉันจะบอกวิธีให้”
เหอฮวาไม่จำเป็นต้องไปโรงเรียน เมื่อเธอได้ยินดังนั้น ก็รีบพาเถี่ยจู้ไปด้วยอย่างตื่นเต้น ก่อนย่องเข้าไปในครัว เพื่อหยิบแครอทมาตกแต่งตุ๊กตาหิมะ ในขณะที่ผู้ใหญ่กำลังสนทนากันอยู่
ต้าหนิวเป็นคนฉลาด ไม่กล้าไปเอาของกินในครัวเอง เพราะกลัวโดนผู้ใหญ่ที่บ้านดุ
แต่พวกเหอฮวาเป็นแขกที่กลับมาเยี่ยมญาติ ต้าหนิวรู้ว่าพวกแม่จ้าวจะไม่โกรธ จึงบอกให้เธอไปแทน
เหอฮวาผู้น่าสงสารไม่รู้ว่าต้าหนิวคิดอะไรอยู่
ถ้าเธอรู้คงจะโกรธมาก จนไม่กลับมาเล่นกับเขาอีกแล้ว
ก่อนแยกย้ายกันกลับบ้าน ลูกพี่ลูกน้องหลายคนไม่ค่อยเต็มใจกลับนัก เพราะต่างฝ่ายต่างติดลมบน อยากอยู่เล่นกันต่อ
เหอซิ่งยิ้ม แล้วพูดว่า “ทำไมไม่มานอนบ้านยายสักสองสามวันก่อนล่ะ แล้วจะขอให้ลุงพากลับไปส่ง”
จ้าวชิงหลิ่วยังกล่าวอีกว่า “ถ้าอย่างนั้นแม่จะกลับไปพร้อมกับพ่อของลูกก่อน อีกไม่กี่วันลุงก็จะพาพวกลูกกลับไปส่ง ดีไหม?”
แม้ว่าพวกเหอฮวาอยากจะเล่นกันต่อ แต่เมื่อได้ยินว่าจะต้องนอนบ้านยาย ก็กังวลจนวิ่งไปดึงเสื้อของจ้าวชิงหลิ่ว
เด็กน้อยทั้งสองกลัวว่าจะถูกทิ้งไว้ที่บ้านยาย แต่ละคนเข้าไปยืนข้างจ้าวชิงหลิ่ว “หนูอยากกลับบ้านค่ะ”
ผู้ใหญ่หลายคนมอบอั่งเปาให้พวกเหอฮวาและคนอื่น ๆ หลังจากคุยกันพลางร่ำลาอยู่ที่ลานบ้านมาสักพัก ในที่สุดก็ปิดท้ายบทสนทนาด้วยการมอบอั่งเปา
จ้าวชิงหลิ่วกลับบ้านพร้อมสามีและลูก ๆ ของเธอ
ไม่รู้ว่าเจอกันคราวหน้า จะเจอกับการเปลี่ยนแปลงแบบไหน
ข้างนอกอากาศดี จ้าวชิงซงจึงพาลี่หรงออกไปเดินเล่น พร้อมไปส่งจ้าวชิงหลิ่วออกจากหมู่บ้านด้วย
ลี่หรงไม่คาดคิดว่าเธอจะได้พบกับหลัวปิง ที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลที่ทางเข้าหมู่บ้าน
ใบหน้าของหลัวปิงค่อนข้างซีดเซียว หากเธอแท้งจริง ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่ต้องกักตัวพักฟื้นสักพัก
เป็นที่เข้าใจได้ว่าหลัวปิงไม่มีเงินพอจะนอนโรงพยาบาล จึงต้องกลับมาพักฟื้นที่บ้านแทน แต่ลี่หรงไม่เข้าใจการกระทำของอีกฝ่ายจริง ๆ ว่าทำไมเธอถึงยังยืนเท้าสะเอว ขณะตวาดใส่คนสองสามคนที่ทางเข้าหมู่บ้าน
ที่ยืนอยู่ด้านข้างคือหัวหน้าจ้าวเจี้ยนผิง
พร้อมด้วยชายหญิงอีกสองคน
ชายคนนั้นก้มหน้าลงและยังคงนิ่งเงียบ เมื่อเผชิญกับคำพูดอันดุร้ายของหลัวปิง
ผู้หญิงคนนั้นมองหลัวปิงด้วยความรังเกียจ ด่าทอเธอว่าไร้ยางอาย
ลี่หรงนึกถึงสิ่งที่ป้าในหมู่บ้านเล่าให้ฟังในตอนนั้น และพอจะเดาได้ว่าชายหญิงสองคนนี้เป็นใคร
คงเป็นจ้าวเหนียนและภรรยาของเขา
ภรรยาของจ้าวเหนียนนั้น ไม่ใช่คนที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยจริง ๆ
ลี่หรงที่ยืนฟังอยู่ กลัวว่าจะมีการลงไม้ลงมือกัน
หลัวปิงอาจใช้ประโยชน์จากข้อเท็จจริงที่ว่า เธอเพิ่งออกมาจากโรงพยาบาล จึงกล้าอวดดีกับคนตรงหน้าได้มากขนาดนี้
พวกจ้าวชิงหลิ่วไม่ใช่คนที่ชอบฟังเรื่องซุบซิบนินทา หลังจากได้ยินคำด่าสองสามคำ ต่างก็รีบพาลูก ๆ กลับบ้าน
ชาวบ้านหลายคนที่เดินผ่านมา รีบมามุงดูพวกเขาทะเลาะกัน
ในฐานะหัวหน้าฝ่ายผลิต จ้าวเจี้ยนผิงรู้สึกอับอายขายหน้ามาก ที่ลูกชายของเขามีเรื่องอื้อฉาวเช่นนี้เกิดขึ้น
ตอนนี้ต่อหน้าผู้คนมากมาย เขาถูกรายล้อมไปด้วยชาวบ้านที่มายืนหน้าสลอนเหมือนดูละครลิง ยิ่งทำให้จ้าวเจี้ยนผิงละอายใจไปมากกว่าเดิม ทันใดนั้นก็เห็นว่าลี่หรงยังยืนอยู่ตรงนั้นด้วย ทำให้เขาหน้าแดงด้วยความโกรธ
เขาไม่เคยลืมเหตุการณ์ที่หวงต้าหลานขโมยกุนเชียง
เพราะแม้เขาพยายามปกปิดเหตุการณ์นั้นอย่างไร ทว่าชาวบ้านก็ยังคงนินทาเขาอยู่นานหลังจากนั้น
เมื่อเหตุการณ์นั้นจบลง ลูกชายตัวดีของเขาก็ทำเรื่องน่าละอายเช่นนี้อีกครั้ง
ผู้เป็นพ่อ… แทบพูดอะไรไม่ออก
ทำไมถึงรู้สึกว่ามีเรื่องวุ่นวายหลายเรื่องเกิดขึ้นหลังจากที่ได้เจอกับลี่หรง
จ้าวเจี้ยนผิงคิดด้วยความหงุดหงิด ว่าเขาคงไม่ถูกชะตากับยุวชน
ลี่หรงรู้สึกงุนงงนิดหน่อย เมื่อเห็นสายตาไร้ความปรานีของอีกฝ่ายจ้องมองมา
จ้าวเจี้ยนผิงพูดกับหลัวปิง “เจรจาทุกอย่างกันจบแล้วไม่ใช่เหรอ หากยุวชนหลัวยังคงไม่พอใจ เราจะหารือเรื่องนี้อย่างรอบคอบเมื่อถึงเวลา ตอนนี้ผมกำลังรีบอยู่ ยุวชนก็รีบกลับไปก่อนเถอะ ที่ตรงนี้มันลมแรงเกินไป ไม่สะดวกที่จะพูดคุยกันหรอก”
หลังจากที่เขาพูดจบ ก็บอกให้ชาวบ้านที่มายืนดูถอยออกไป
ทันทีที่จ้าวเจี้ยนผิงเปิดปากพูด หลัวปิงก็เงียบ สีหน้าบ่งบอกถึงความเกลียดชังอีกฝ่ายจากใจจริง
หลัวปิงรู้ดีว่าตอนนี้ตนกำลังถูกเอาเปรียบ ด้วยที่เธอแท้งลูก ก็เป็นผลมาจากภรรยาของจ้าวเหนียน
เธอกล้าต่อล้อต่อเถียงกับจ้าวเหนียนและภรรยาของเขาเท่านั้น แต่ไม่กล้าหือกับจ้าวเจี้ยนผิง
จ้าวเจี้ยนผิงเป็นหัวหน้าฝ่ายผลิตในหมู่บ้าน ในอนาคตหลัวปิงยังคงต้องทำงานอยู่ ไม่ว่าเธอจะเสียสติแค่ไหน ก็ไม่อาจทำให้จ้าวเจี้ยนผิงขุ่นเคืองได้
ลี่หรงดูละครสนุก ๆ จบแล้ว จึงจูงมือจ้าวชิงซง บอกให้เขากลับบ้าน
ขณะที่หลัวปิงกำลังจะจากไป ก็เหลือบมาเห็นลี่หรงอยู่ในฝูงชน ใบหน้าของเธอซีดเซียว
หลัวปิงตะโกนเสียงดัง “หรงหรง!”
หัวใจของลี่หรงราวเต้นผิดจังหวะ โชคดีที่จ้าวชิงซงรีบจูงเธอออกไปก่อน ไม่เช่นนั้นหลัวปิงคงเข้ามาตะครุบเธอแน่
จ้าวชิงซงคล้ายดูหงุดหงิด “ยุวชนหลัว คุณไม่เห็นท้องโตของภรรยาผมเหรอครับ คุณตะโกนเสียงดังใส่แบบนี้ ถ้าเกิดอะไรขึ้นมากับลูกในท้องจะทำยังไงครับ?”
หลัวปิงหลั่งน้ำตา “หรงหรง พวกนั้นรวมหัวรังแกฉันกันหมด ฮือ ฮือ ฮือ…”
ลี่หรงไม่รู้จะพูดอะไร ด้วยหลัวปิงเองก็เคยใช้คำพูดรุนแรงกับเธอมาก่อน