ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 62 ถ้ารวบรวมไข่ไม่ได้ ก็เลิกทำธุรกิจไหม?
- Home
- ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70
- บทที่ 62 ถ้ารวบรวมไข่ไม่ได้ ก็เลิกทำธุรกิจไหม?
ตอนที่ 62 ถ้ารวบรวมไข่ไม่ได้ ก็เลิกทำธุรกิจไหม?
“มู่… มา…”
“อ๊ะ! ใช่ แม่ แม่…” ลี่หรงจับแขนอันอัน
ลี่หรงไม่อยากให้อันอันเรียกเธอว่า “แม่” ห้วน ๆ เหมือนที่ต้าหนิวกับน้องชายเรียกเหอซิ่ง
ในอนาคตเธอจะพาอันอันเข้าเมือง เธอต้องป้องกันไม่ให้อันอันติดภาษาที่บ้านไปตั้งแต่อายุยังน้อย
ดังนั้นเวลาสอนให้เขาพูด เธอจะพูดเป็นสำเนียงภาษาจีนกลางเสมอ
“มา… มู่แม่ ฟู่…” เด็กน้อยออกเสียงไม่ชัดเจน แถมยังพ่นน้ำลายเล่นด้วย
แต่เพียงพยางค์เดียวก็ทำให้ลี่หรงมีความสุขมากแล้ว
“อาสะใภ้รองครับ!”
เสียงต้าหนิวดังมาจากลานบ้าน
“หืม” ลี่หรงอุ้มลูกน้อย แล้วเดินออกไป
“ขอผมอุ้มน้องชายหน่อยสิครับ” ต้าหนิวโยนกระเป๋านักเรียนไว้ในห้องโถง แล้วรีบเข้ามาขออุ้มอันอัน
“ถ้าอย่างนั้นก็ระวังหน่อยนะจ๊ะ อันอันกำลังซน ระวังล้มล่ะ” ลี่หรงพูดด้วยรอยยิ้ม
ต้าหนิวลูบขาของอันอัน แล้วอุ้มเขาแน่น พาเดินออกไป
ในที่สุดเอ้อร์หนิวน้องชายของต้าหนิวก็กลายเป็นพี่ชายแล้ว เขาอยากเล่นกับน้องชายตัวน้อยบ้าง แต่เขาวิ่งไม่เร็วเท่าต้าหนิวจึงได้แต่เดินตามไปเฝ้าดูอย่างกระตือรือร้น
ลี่หรงทำอาหารสะดวกขึ้น เพราะไม่มีเจ้าตัวเล็กอยู่ข้าง ๆ
ขั้นแรกเธอเตรียมอาหารเสริมให้ลูกน้อยก่อน ซึ่งก็คือแครอทบดและไข่แดงบดผสมกับโจ๊ก
แครอทซื้อมาให้อันอันกินโดยเฉพาะ
ลี่หรงไม่ใช่คนเลือกกิน แต่เธอแค่ไม่กินแครอท
หลังจากเป็นแม่คนแล้ว เนื่องจากต้องใส่ใจเรื่องสมดุลทางโภชนาการของลูกน้อย เธอจึงต้องหาแครอทมาให้เขากิน
บางครั้งจ้าวชิงซงก็ล้อเลียนเธอ ด้วยการบอกว่า ‘อันอันไม่เห็นเลือกกินเลย’
หลังจากทำอาหารเสริมเสร็จแล้ว ลี่หรงก็หยิบแป้งฟู่เฉียงที่เหลือ ออกมาผสมน้ำแล้วนวดพักไว้
สับหมูแล้วนำไปผัด เพื่อเอาไว้ใช้ราดลงบนเส้นบะหมี่
จ้าวชิงซงกลับมาในตอนเย็น พร้อมนำแอปเปิลกลับมาด้วยหนึ่งกล่อง
แอปเปิลสีแดงลูกกลมใหญ่
ลี่หรงหยิบบางส่วนไปมอบให้แม่จ้าว
ส่วนที่เหลือเก็บไว้เอง
ลี่หรงเป็นคนภาคใต้ ซึ่งภาคใต้นั้นมีผลไม้มากมายตลอดทั้งปี จึงไม่ต้องกังวลเรื่องขาดแคลนผลไม้เลย
หลังจากย้ายมาที่นี่ ผลไม้ก็กลายเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย
เธอไม่เห็นว่ามีผลไม้ขายในร้านสหกรณ์ เนื่องจากหมู่บ้านต้าเจียงตั้งอยู่ทางภาคเหนือ หลังจากอยู่ที่นี่มานานก็รู้ว่าผลไม้เป็นของหายาก
ถ้าเธอไม่พูดถึง จ้าวชิงซงก็ไม่รู้ว่าเธออยากกิน
จนกระทั่งครั้งหนึ่ง จ้าวชิงซงได้ลูกแพร์หนึ่งกล่องมาจากที่ไหนก็ไม่รู้ แล้วพบว่าลี่หรงชอบกินมันมาก หลังจากนั้นชายหนุ่มก็จะซื้อลูกแพร์มาให้หญิงสาวทุกครั้งที่เห็น
แอปเปิลนั้นดีสำหรับเด็ก หลังอาหารเย็น ลี่หรงกับอันอันอาบน้ำเสร็จแล้วก็มานั่งเล่นกันบนเตียงเตา
จ้าวชิงซงเดินผมเปียกเข้ามาในห้อง ลี่หรงเงยหน้าขึ้นมองเขา แล้วบอกว่า “ช่วยผ่าแอปเปิลแล้วเอาช้อนมาให้ฉันหน่อยนะคะ”
“สักครู่นะครับ” จ้าวชิงซงเช็ดผม แล้วหยิบเสื้อแขนยาวมาสวม
ที่บ้านไม่มีช้อนเหล็ก ถ้าใช้ทัพพีเหล็กขูดแอปเปิลก็น่าจะเร็วกว่า
เจ้าตัวเล็กเป็นเด็กดีมาก เขาไม่เลือกกินเลย และกินทุกอย่างที่แม่ป้อนให้
เด็กบางคนไม่กินแอปเปิล แต่อันอันกินแล้วส่งเสียง “อืม… ฮะ ๆ” พลางเล่นกับตุ๊กตาบนเตียงเตา
ช่วงนี้ที่ฟาร์มสุกรมีงานยุ่ง จ้าวชิงซงต้องคอยจับตาดูอย่างใกล้ชิด เขาออกจากบ้านไปก็ต้องยุ่งกับงานทั้งวัน
เนื่องจากไม่ได้เจอหน้าลูกชายมาตลอดทั้งวัน ตอนนี้จ้าวชิงซงจึงรู้สึกสบายใจมาก
เขาอุ้มอันอันขึ้นมานั่งตัก โยกเด็กน้อยไปมาพลางหยอกล้อ “ลูกรัก…”
ลี่หรงนั่งข้างจ้าวชิงซง สักพักเธอก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ จึงรีบเล่าให้เขาฟังด้วยความดีใจ “วันนี้อันอันเรียกแม่ได้แล้วนะคะ”
“จริงเหรอ?” จ้าวชิงซงเลิกคิ้ว แล้วจับอันอันส่ายไปมาเบา ๆ อีกครั้ง “ไหนลองเรียกแม่ได้ไหม?”
“มู่แหม…” อันอันไว้หน้าแม่มาก
“แม่…” จ้าวชิงซงยิ้มกว้าง ช่วยแก้ให้ลูกน้อย
“แม่…”
“เฮ้! ถูกต้อง!” ลี่หรงประหลาดใจ “ทำไมลูกถึงออกเสียงได้เก่งแล้วล่ะ วันนี้แม่สอนไปตั้งหลายครั้ง ก็ยังออกเสียงไม่ถูกเลย”
“คุณลืมไปแล้วเหรอครับว่าเขาเป็นลูกชายของใคร?” จ้าวชิงซงถูหน้าเข้ากับหน้าอกของเด็กน้อย จนอันอันหัวเราะร่า
ลี่หรงชี้ไปที่จ้าวชิงซง แล้วพูดกับอันอัน “เรียกพ่อสิจ๊ะ”
“พ่อ!” อันอันตะโกนเสียงดังโชว์ฟันน้ำนม
“เอ๊ะ!” จ้าวชิงซงตกใจมาก “ลูกพ่อ!”
ลี่หรงเหลือบมองอันอัน “นี่ลูกตั้งใจใช่ไหม ต้องสอนให้เรียกแม่ตั้งนาน แต่ดันเรียกพ่อได้ในรอบเดียวเลยเหรอ?”
“แอะ ๆ ฟู่…” เด็กน้อยหัวเราะตาหยี ไม่เข้าใจว่าทำไมแม่ถึงโกรธกัน
อากาศเริ่มเย็นลง
เด็กน้อยตัวใหญ่ขึ้นเร็วมาก ลี่หรงต้องรีบตัดเย็บเสื้อผ้าให้เหมาะกับอากาศหนาวให้เร็วที่สุด
อย่าปล่อยให้เขาหนาวเย็นจนเหมือนถูกแช่แข็ง
เธอป้อนข้าวให้เจ้าตัวเล็กล่วงหน้าแล้วเกลี้ยกล่อมให้เขาฉี่ จากนั้นก็แบกขึ้นหลังขี่จักรยานไปซื้อผ้าฝ้ายจากร้านสหกรณ์
เมื่อกลับมาบ้านหลังจากซื้อของแล้ว ลี่หรงก็หยิบกรรไกรออกมาเริ่มตัดผ้า เพื่อเย็บเสื้อผ้าให้เด็กน้อย
ทำไปได้ครึ่งหนึ่งก็ได้ยินเสียงคนตะโกนอยู่นอกประตูลานบ้าน
“ยุวชนลี่! ยุวชนลี่ อยู่บ้านหรือเปล่า?”
ลี่หรงกำลังยุ่งอยู่กับงานในมือ แม้ว่าเสียงนั้นจะฟังดูคุ้นเคย แต่ก็ยังไม่อยากหยุดมือ เธอจึงตอบไปว่า “อยู่ในบ้านค่ะ เข้ามาได้เลย”
“เอ๊! ป้าสวี่เหรอคะ?” เมื่อลี่หรงเห็นว่าเป็นเธอ ก็เดาได้ว่ามาทำอะไร
เธอวางกรรไกรและไม้บรรทัดในมือลง
ป้าสวี่เข้ามาพร้อมตะกร้า แล้วเปิดผ้าที่คลุมไว้ให้ลี่หรงดู
“ไข่เยอะขนาดนี้เลยเหรอคะ?” ลี่หรงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย แม้ว่าจะคิดไว้แล้ว แต่ก็มีไข่อยู่ในตะกร้านี้ประมาณสามสิบฟอง จะเก็บไข่มาได้มากมายขนาดนี้ได้อย่างไรกัน?
“ที่บ้านไม่มีใครกิน แม่ไก่เจ็ดแปดตัววางไข่ทุกวัน ที่เก็บมานี่ประมาณสามสี่วันจ้ะ” ป้าสวี่ยิ้ม “ป้าเก็บมาได้ไม่กี่วันก็เอามาให้เลย เธอลองดูก่อนไหม?”
ลี่หรงหยิบไข่ขึ้นมาดู ทุกฟองมีขนาดค่อนข้างพอดี อาจเป็นเพราะถูกคัดเลือกมาเป็นพิเศษ
เธอไม่อยากจับผิดอีกฝ่าย จึงคิดเงินแล้วจ่ายให้ป้าสวี่อย่างง่ายดาย
ป้าสวี่ได้รับเงินแล้วจากไปด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ ก่อนออกไปเธอพูดว่า “คราวหน้าเดี๋ยวป้าเอามาให้อีกนะ”
แน่นอนว่าลี่หรงยินดีรับไว้ “ถ้าอย่างนั้นก็ขอบคุณนะคะคุณป้า”
หลังจากนั้นป้าหลายคนในหมู่บ้าน ก็เริ่มเอาไข่มาแลกเงินกัน
หลังจากนำทั้งหมดมารวมกันแล้ว ก็มีเพียงประมาณร้อยฟองเท่านั้น
น้อยเกินไป
ไม่พอต่อความต้องการของโรงงานเหล็กได้
หากเป็นเช่นนี้ต่อไป แล้วไข่เน่าเสียก่อน เธอจะมีไม่พอขายให้โรงงานเหล็ก สำหรับมื้อเดียวด้วยซ้ำ
ลี่หรงไปหาป้าที่ค่อนข้างมีอิทธิพลในหมู่บ้าน แล้วขอให้พวกเธอไปบอกคนอื่นตอนไปทำงานด้วยว่าเธอยังต้องการรวบรวมไข่เพิ่ม
แลกไข่เป็นเงิน ไข่หนึ่งฟองราคาห้าเฟิน
การรวบรวมไข่ไม่ง่ายอย่างที่ลี่หรงคิดไว้ในตอนแรก
หลังจากมีข่าวแพร่ออกไป ก็ใช้เวลาหลายวัน แต่ว่าก็ยังได้ไข่ไม่เยอะพอ
ลี่หรงรู้สึกท้อแท้ เมื่อจ้าวชิงซงกลับมาในตอนเย็น เขาก็เห็นว่าภรรยาดูซึมไป จึงถามเธอว่าเกิดอะไรขึ้น
“ผ่านมาตั้งหลายวันแล้ว แต่ฉันยังหาไข่ได้ไม่ถึงสองร้อยฟองเลยค่ะ” ลี่หรงพูดด้วยสีหน้าห่อเหี่ยว
“เอ๊ะ! เป็นเรื่องใหญ่ขนาดนั้นเลยเหรอครับ? ถ้าหาไม่ได้เราก็ไม่ต้องหาเงินวิธีนี้ก็ได้ครับ”
ลี่หรงขมวดคิ้ว จับแขนจ้าวชิงซงแล้วหยิกอย่างแรง “พูดแบบนี้หมายความว่ายังไงคะ ฉันเพิ่งเริ่มจัดการกับเรื่องนี้ ถ้าคุณไม่ช่วยฉันหาทางแก้ ก็ลืมมันไปเถอะค่ะ จะบอกฉันว่าไม่ต้องทำงั้นเหรอคะ?”
“เฮ้อ… ใจเย็น ๆ ก่อนนะครับภรรยา” จ้าวชิงซงพูดด้วยรอยยิ้ม “ความจริงแล้ว รวบรวมไข่ได้เกือบสองร้อยฟองก็เก่งมากแล้วครับ”
“นี่ยังไม่พอเลี้ยงคนงานโรงงานเหล็กเลยค่ะ” ลี่หรงกลอกตามองชายหนุ่ม ไม่สะทกสะท้านกับคำชมเมื่อครู่
ลี่หรงแค่อยากทำธุรกิจกับโรงงานเหล็กให้สำเร็จ