ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 67 ปีใหม่ สมาชิกหน้าใหม่
บทที่ 67 ปีใหม่ สมาชิกหน้าใหม่
ทั้งสองคิดตรงกัน ด้วยเหตุนี้ลี่หรงจึงรู้สึกดีใจ และมีแรงใจพรั่งพรูไม่ขาดสาย
จากนี้ไปทั้งสองจะพยายามด้วยกันให้มีชีวิตที่ดีขึ้น เพียงวาดฝันก็รู้สึกราวเปี่ยมไปด้วยความหวัง
“รีบนอนเร็วเข้าเถอะครับ พรุ่งนี้ตื่นมามีงานยุ่งอีก” จ้าวชิงซงวางเจ้าตัวเล็กลง แล้วพูดเร่งลี่หรง
วันส่งท้ายปีกลับมาอีกครั้ง วันนี้ลี่หรงยุ่งอยู่กับงาน จึงให้เอ้อร์หนิวพาเจ้าตัวน้อยไปเล่นระหว่างเธอทำงาน
ลี่หรงเตรียมผักกับพวกแม่จ้าวและเหอซิ่ง ทำไปได้ครึ่งหนึ่ง จ้าวชิงซงก็กลับมาจากข้างนอกพร้อมกับปลาสองสามตัวในมือ
“ตรุษจีนยังมีคนขุดน้ำแข็งเพื่อตกปลาในแม่น้ำอยู่อีกเหรอคะ” ลี่หรงถาม ขณะกำลังล้างไก่ ก่อนถอนขนที่สกปรกด้านบนออก
“อื้ม วันนี้อากาศดี แสงอาทิตย์ทำให้อากาศอบอุ่นครับ” จ้าวชิงซงเอาปลาลงในกะละมัง “เดี๋ยวผมไปช่วยพวกพี่ใหญ่ทำกำแพงล้อมก่อนนะครับ”
“ระวังตัวด้วยนะคะ อย่าตามพวกพี่ใหญ่ขึ้นไปทำด้านบนล่ะ”
“รู้แล้วครับ ผมจะช่วยส่งของอยู่ด้านล่าง”
เหตุเป็นเพราะหิมะตกหนักเมื่อปีก่อน ทำให้กำแพงดินอายุหลายปีของบ้านตระกูลจ้าวถล่ม พวกเขาจึงใช้โอกาสที่ไม่ได้ทำงานช่วงตรุษจีนมาซ่อมกำแพง จ้าวเจี้ยนกั๋วเตรียมสร้างใหม่กับลูกชายทั้งสองคน ไม่อย่างนั้นหากลมพัดเข้ามาในบ้าน อากาศภายในจะหนาวเย็นยิ่งกว่าเดิม
ลี่หรงใช้มือที่มีกลิ่นคาวจากที่ทำไก่เมื่อครู่ หยิบไก่ไปต้มในหม้อให้เหอซิ่งช่วยดู ก่อนจะไปจัดการปลาในกะละมังต่อ
ปลาตัวไม่เล็กไม่ใหญ่ ตัวหนึ่งประมาณหนึ่งหรือสองจินได้
ลี่หรงขูดเกล็ดปลาออกและฝ่าเครื่องในออกมาล้าง หลังจากจัดการจนสะอาดแล้ว ก็ค่อยใช้มีดบั้งเนื้อปลา ก่อนใส่ต้นหอม กระเทียม ขิงและเหล้าขาวเข้าไปหมักปลาทั้งสองตัว
ที่เหลืออีกตัวหนึ่ง เธอเลาะเอากระดูกปลาออก ก่อนสับให้เป็นเนื้อปลาบด แล้วเติมแป้งเข้าไปทำเป็นลูกชิ้นปลา
จากนั้นก็ใช้เนื้อหมูทำด้วยวิธีการเดียวกัน ทำเป็นลูกชิ้นเนื้อหมู แล้วลวกลงในน้ำเดือดอีกรอบ
ลูกชิ้นใส่ลงในซุปกระดูกวัว กลิ่นหอมกรุ่นและรสชาติอร่อยล้ำ
ผักสดใหม่ช่วงตรุษจีน มีเพียงผักกาดขาวกับฟักเขียวเท่านั้น
ผัดกาดขาวเคี่ยววุ้นเส้น ฟักเขียวผัดหั่นชิ้น และนำฟักเขียวหั่นครึ่งก้อนลงไปต้มในน้ำซุปเนื้อเป็ด
ลี่หรงชอบข้าวสวย ถึงจะทำขนมแป้งทอดเนื้อนุ่มและหมั่นโถวแล้ว ก็ยังหุงข้าวครึ่งหม้อเพิ่มด้วย
ผู้ชายทั้งสามช่วยกันซ่อมกำแพงด้านนอกที่ถล่ม เพียงครึ่งวันก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว
ลี่หรงเป็นคนผัดอาหารเสียส่วนใหญ่ มีน้องสะใภ้ทำอร่อย พี่สะใภ้อย่างเหอซิ่งเพียงเป็นลูกมืออยู่ข้าง ๆ อีกฝ่าย
ลี่หรงใส่น้ำมันลงในหม้อ แล้วโรยเกลือลงไปหน่อย
เหอซิ่งมองอย่างแปลกใจ “ยังไม่ได้ใส่ปลาเลย ทำไมถึงใส่เกลือแล้วล่ะ?”
ลี่หรงอธิบาย “ใส่เกลือลงไปก่อน เวลาทอดปลาจะได้ไม่ติดหม้อค่ะ”
ทอดปลาในน้ำมันกระทั่งเป็นสีเหลืองทอง
เมื่อไม่มีมะเขือเทศสด ลี่หรงจึงใช้ซอสมะเขือเทศที่ตัวเองต้มก่อนหน้านี้ มาทำเป็นซอสผัก แล้วเทลงบนปลาที่ทอดเสร็จแล้ว
ทุกคนในบ้านนั่งล้อมกันพร้อมหน้าพร้อมตา
อันอันถูกวางลงบนเตียงเตาด้านข้าง นั่งเล่นกับตัวเองไปพลาง
เจ้าตัวน้อยมองเห็นทุกคนนั่งอยู่ด้านนั้น ก็เอื้อมมือจะคลานออกมาด้านนอก อยากเข้าไปนั่งด้วย ปากก็ร้อง ‘หม่ำ… แมะ’
แม่จ้าวอุทานอย่างเอ็นดู แล้วเดินเข้าไป “เดี๋ยวย่าอุ้มนะหลานรัก ไม่ต้องร้อง ๆ”
จ้าวชิงซงรั้งแม่จ้าวไว้ “แม่ไปนั่งกินข้าวเถอะ ผมอุ้มลูกเองครับ”
เมื่อเจ้าตัวน้อยถูกอุ้มจึงหยุดสะอื้น หากแต่น้ำยังคลออยู่บนแพขนตายาว รอยชื้นทำให้ดวงตาดำเป็นประกายยิ่งขึ้น
เด็กน้อยพลันตบมือด้วยความดีใจ ดวงตากลมโตมองอาหารบนโต๊ะ
“ฉันอุ้มเองดีกว่านะคะ” ลี่หรงเอื้อมมือไป
จ้าวชิงซงเบี่ยงตัวออก ก่อนวางอันอันลงบนต้นขา แล้วจับเขาด้วยมือเดียว “ไม่เป็นไรครับ เขากินอิ่มแล้วไม่งอแงหรอก คุณกินไปก่อนเลยครับ ปล่อยให้ลูกเล่นคนเดียวไปก่อนก็ได้”
“แมะ…” อันอันมองลี่หรง คล้ายกับกำลังรับรองว่าเขาจะไม่งอแง
ลี่หรงบีบแก้มเขา “ชอบมีส่วนร่วมด้วยสินะเจ้าลูกคนนี้”
อาหารส่งท้ายปีดีขึ้นทุกปี
พ่อจ้าวพูดความในใจไม่เก่ง ทว่าเขาก็พูดขึ้นมาประโยคหนึ่ง “ในที่สุดก็ผ่านมาได้แล้ว ทำงานปีแล้วปีเล่า ตอนนี้นานวันก็ยิ่งอิ่มท้องมากขึ้น”
แม่จ้าวพูดต่อ “นั่นสิ พริบตาเดียวลูกทั้งสามของฉันก็แต่งงานมีลูกกันหมดแล้ว เรื่องน่ายินดีที่สุดในปีนี้ก็คือมีสมาชิกหน้าใหม่มาเพิ่ม ลำบากเสี่ยวหรงแล้วล่ะนะ”
“เป็นหน้าที่ฉันอยู่แล้วค่ะ” ลี่หรงยิ้ม แล้วปรายตามองอันอันที่นั่งเล่นนิ้วมืออยู่บนต้นขาชายหนุ่ม “อันอันก็เป็นเหมือนของขวัญที่ฟ้าประทานให้ฉันค่ะ”
เหอซิ่งยิ้ม “อันอันดูเป็นเด็กเฉลียวฉลาด ต้าหนิวบ้านฉันสอบปลายภาคไม่ผ่านอีกแล้ว เฮ้อ …”
“แม่!” ต้าหนิวไม่พอใจ “ที่ห้องเรียนมีคนสอบไม่ผ่านตั้งหลายคน น้องชายก็ไม่ผ่านเหมือนกันนะครับ”
เอ้อร์หนิวแย้ง “ชั้นเรียนของพวกเรามีคนผ่านน้อยมาก คุณครูเฉินยังชมผมด้วย บอกว่าผมตั้งใจเขียนหนังสือ”
เหอซิ่ง “น้องชายเพิ่งจะเข้าเรียน แต่ลูกเรียนมาหนึ่งปีแล้วนะ”
ต้าหนิวฮึดฮัด พร้อมทำมือทำไม้ “ตอนนี้ผมสูงเท่านี้แล้ว อีกไม่กี่ปีผมก็ไปเป็นทหารได้ เหมือนกับอารองไงครับ”
จ้าวชิงหยางปรายตามองลูกชายตัวเอง “เป็นทหารก็ต้องมีความรู้ด้วย”
“ยังไงล่ะครับ คุณย่าบอกว่าสมัยก่อนอารองก็อ่านหนังสือไม่ออกสักตัว คุณย่าบอกว่าผมเก่งกว่าอารองอีก”
“จริงเหรอ?” ลี่หรงยิ้ม นึกถึงตอนนั้นที่เธอเรียกจ้าวชิงซงไปเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยด้วยกัน ท่าทางที่เหมือนกับเผชิญหน้าศัตรูตัวฉกาจ หรือสามีของเธอจะเป็นเด็กเรียนห่วยจริง ๆ เสียแล้ว?
เธอถาม “อารองของเธอก็ไม่ผ่านเหรอ?”
“แค่ก ๆ ๆ อะแฮ่ม…” จ้าวชิงซงกำลังซดซุปก็สำลักโดยไม่ระวัง แล้วปรายตามองต้าหนิว “ย่าหลอกหลานแล้วล่ะ อาสอบผ่านต่างหาก”
“คุณย่า!” ต้าหนิวกอดชามพร้อมตะโกน เด็กน้อยวัยกำลังโตไม่อยากถูกหัวเราะเยาะ จึงต้องลากคนห่วยกว่าเข้ามาเอี่ยวด้วย
“กินเนื้อเถอะ อย่าไปสนใจอารองของหลานเลย” แม่จ้าวยิ้มปลอบหลานชาย แล้วคีบเนื้อให้ต้าหนิว
จ้าวชิงซงพูด “รีบกินเถอะ ได้ยินว่าคืนนี้มีภาพยนตร์ดูด้วยนะ”
“จริงเหรอครับ?”
จ้าวชิงซงพยักหน้า “อืม เลขาประจำหมู่บ้านบอกมาน่ะ”
แม่จ้าวขมวดคิ้ว “ข้างนอกอากาศหนาวอยู่นะ เราจะนั่งดูตรงไหนดีล่ะ?”
“ฉายที่ห้องส่วนกลางในกองครับ” จ้าวชิงซงพูด “คงจะไม่หนาวเท่าไหร่หรอกครับ เห็นว่าปีก่อนอากาศหนาวจัด ยังดูแสดงงิ้วที่ทางเข้าหมู่บ้านได้เลย”
“งั้นก็ไปเร็วหน่อยดีกว่า จะได้ไปหาที่นั่งดี ๆ กัน”
เมื่อกินอาหารส่งท้ายปีเสร็จอย่างคึกคัก ท้องฟ้าด้านนอกก็มืดลงช้า ๆ
แม่จ้าวบอกว่าทิ้งชามในบ้านไว้ให้เธอล้าง แล้วให้เหอซิ่งกับพวกลี่หรงไปดูภาพยนตร์ก่อน ด้วยกลัวว่าหากไปช้าจะไม่ได้ดู
ลี่หรงปรายตามองนาฬิกาข้อมือ “จ้าวชิงซงบอกว่าฉายตอนหนึ่งทุ่มครึ่ง ตอนนี้เพิ่งจะห้าโมงกว่า ยังไม่สายค่ะ ฉันกับพี่สะใภ้ใหญ่จะช่วยล้างชามเอง จะได้เสร็จเร็วขึ้น ทุกคนจะได้ไปดูภาพยนตร์ด้วยกันค่ะ”
ตั๋วภาพยนตร์ในตัวอำเภอต้องใช้เงินจ่าย ทว่าตอนนี้มาฉายภาพยนตร์ในหมู่บ้านโดยไม่คิดราคา ใครก็ไม่อยากพลาด
เมื่อเก็บกวาดถ้วยชามเสร็จเรียบร้อย ทั้งหมดก็เปลี่ยนไปสวมเสื้อผ้าอุ่น ๆ ก่อนจะออกจากบ้าน ก็เป็นเวลาหกโมงครึ่งแล้ว
ท้องฟ้ามืดสนิท
ตลอดทางไปที่กองก็มีคนจำนวนไม่น้อย ต่างรีบเร่งฝีเท้าคล้ายกับเพิ่งรู้ข่าวจึงรีบมา
มีลานอยู่ที่กองการผลิต ด้านในเอาไว้เก็บเครื่องมือทำนา และมีโต๊ะเก้าอี้ที่ใช้ในการประชุมอีกด้วย
มีห้องโถงขนาดใหญ่เปิดกว้างอยู่ ด้านในจัดวางด้วยม้านั่งไม้ตัวยาวจำนวนมาก หนึ่งตัวผู้ใหญ่สามคนสามารถนั่งได้สบาย ๆ
คนที่มาเร็วก็ไปนั่งข้างหน้า ถ้าให้เดาคงเข้าใจว่ายิ่งนั่งหน้ายิ่งเห็นชัดสินะ
ทว่าลี่หรงเคยดูภาพยนตร์ในตัวอำเภอกับจ้าวชิงซงก่อนหน้านี้ จึงรู้ว่าในเวลานี้จอผ้ากับคุณภาพของภาพยังไม่ได้มีความคมชัดมากนัก มีแต่ต้องออกห่างจากผืนผ้าใบสักระยะหนึ่ง ถึงจะดูได้สบาย
ลี่หรงเลือกที่นั่งแถวหลังตรงกลาง
จ้าวชิงซงอุ้มอันอันพลางพูดกับพวกพ่อจ้าว “นั่งตรงนี้ดูสบายนะครับ”
สมาชิกทั้งสามของบ้านจ้าวชิงซงนั่งเก้าอี้ตัวหนึ่ง เหอซิ่งกับจ้าวชิงหยางนั่งด้วยกัน
ต้าหนิวไม่นั่งข้างเหอซิ่ง แต่ไปอยู่ข้างจ้าวชิงซงเพื่อคอยเล่นกับอันอัน
เอ้อร์หนิวที่ตรุษจีนก็อายุเจ็ดขวบแล้ว ยังชอบตัวติดกับแม่จ้าว ให้แม่จ้าวอุ้มอยู่ตลอดเวลา