ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 8 ลูกอมแลกกับปลาหนีชิว ขนมอบแลกกับปู
- Home
- ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70
- บทที่ 8 ลูกอมแลกกับปลาหนีชิว ขนมอบแลกกับปู
บทที่ 8 ลูกอมแลกกับปลาหนีชิว ขนมอบแลกกับปู
จ้าวชิงซงเดินออกมาจากห้องอย่างเงียบ ๆ ในยามเช้า ก่อนเห็นเกวียนวัวใต้ต้นไม้ใหญ่ ณ ทางเข้าหมู่บ้านจากระยะไกล โดยมีเสี่ยวซานกำลังงีบหลับอยู่บนนั้น
ชายหนุ่มจึงเดินไปดึงผมของซ่งเสี่ยวซานออกมาหนึ่งกำมือ ทำให้เสี่ยวซานตกใจตื่น และเมื่อเห็นว่าเป็นจ้าวชิงซง เขาก็พูดว่า “อุ๊ย พี่ชาย ในที่สุดก็มาสักที ทำไมวันนี้ถึงสายจัง ผมหลับรอนานแล้วนะ ตอนนี้ที่โรงปลาคนคงแยกย้ายกันไปหมดแล้ว”
โรงปลาที่ว่า เป็นรหัสลับคำเรียก ‘ตลาดเสรี’ แต่ปกติแล้วพวกเขาจะไม่พูดคำว่า ‘ตลาดเสรี’ และใช้ ‘โรงปลา’ แทน ทั้งนี้ก็เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ข่าวรั่วไหลออกไป
จ้าวชิงซงตีหน้านิ่ง เขาขึ้นไปบนเกวียนวัวแล้วหยิบแส้เพื่อจะขับออกไป ก่อนจะพูดว่า “ยังไม่สายมากหรอก”
เพราะก่อนหน้าเสี่ยวซานงีบหลับไปแล้ว ดังนั้นต่อให้มีลมยามเช้าอันแสนเย็นสบายพัดเข้ามา เจ้าตัวก็นอนไม่หลับอีกต่อไป เขาเปลี่ยนท่านอนเป็นยกเท้าขึ้นมาข้างหนึ่ง ขณะมองดูดวงจันทร์ราง ๆ ครึ่งดวงที่ซ่อนอยู่ในกลุ่มเมฆ ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงหยอกล้อว่า “พี่ชาย ที่พี่มาสายใช่เพราะเพิ่งทำอะไรเสร็จหรือเปล่าน่ะ? ว่าไปพี่สะใภ้ก็รูปร่างออกจะเล็กและบอบบางขนาดนั้น นี่พี่ใจร้ายขนาดทำให้เธอไม่ได้นอนทั้งคืนเลยเหรอ?”
“หมายความว่ายังไง?” ตอนแรกจ้าวชิงซงไม่เข้าใจ แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มแฝงความนัยของเสี่ยวซาน เขาก็ตระหนักว่าอีกฝ่ายหมายถึงอะไร จึงยื่นมือออกไปหยิกและดุด้วยรอยยิ้มว่า “ให้ตายเถอะ เจ้าเด็กสารเลวตัวเหม็น ขนาดแม่ฉันยังไม่ถามเรื่องแบบนี้เลย ซ่งเสี่ยวซาน นายคงว่างมากสิน่ะ งั้นหลังจากกินข้าวแล้ว ก็มาช่วยฉันสร้างเตาไฟตอนบ่ายเสียดี ๆ”
“รู้แล้วน่า! เดี๋ยวผมช่วยพี่เอง แต่ตอนนี้ได้โปรดไว้ชีวิตผมด้วยพี่ชาย!”
ระหว่างที่ซ่งเสี่ยวซานกำลังคร่ำครวญ คนทั้งสองก็ใกล้มาถึงที่หมายแล้ว และเป็นชายร่างผอมที่เห็นพวกเขาจากระยะไกลก่อนรีบวิ่งเข้ามาหา พูดเสียงเบา ๆ ว่า “พี่ซ่งเสี่ยวซาน ในที่สุดก็มาเสียที ถ้าคุณไม่มา เห็นทีว่านี้ก็คงไม่มีหมูไปส่งแล้ว หลี่ต้าตู่ออกมาดูหลายครั้งแล้วด้วย”
จ้าวชิงซงที่ลงจากเกวียนวัวแล้ว ได้หันไปพูดกับชายคนนั้น “วันนี้สายไปหน่อย แต่ว่ารีบเอาของขึ้นเกวียนเถอะ วันนี้ต้องรีบทำเวลาหน่อย”
ซ่งเสี่ยวซานกระโดดลงจากเกวียนวัว เขายืนเขย่งปลายเท้าพร้อมวางมือข้างหนึ่งบนไหล่ของจ้าวชิงซง ส่วนมืออีกข้างตบหน้าอกของตัวเอง “ไม่ต้องกังวล พี่เสี่ยวซานคนนี้จะรีบทำมันทันที ดังนั้นสบายใจได้เลย”
สินค้ายอดนิยมในตลาดมืด แค่ก ๆ ไม่สิ ตลาดเสรี คือหมูและไข่ ซึ่งแม้เนื้อหมูจะให้ผลกำไรสูง แต่ก็มีความเสี่ยงเช่นกัน ทว่าจ้าวชิงซงไม่ได้เป็นคนขายเนื้อโดยตรง เขาเพียงร่วมมือกับซ่งเสี่ยวซาน รับหน้าที่ขับเกวียนวัวเพื่อนำส่งเนื้อหมูจากฟาร์มสู่คนขายเนื้อในตลาดเสรี
ต้องเข้าใจเสียก่อน ว่าความเสี่ยงในการส่งหมูก็มีไม่น้อยเลย หากโดนปล้นและเนื้อถูกขโมยไปหมด คนส่งเนื้อหมูจะต้องจ่ายค่าเสียหายทั้งหมด ถ้าจ้าวชิงซงไม่ได้อยู่ด้วย ซ่งเสี่ยวซานก็คงไม่มีความกล้าที่จะทำงานนี้คนเดียว
หลังจากส่งเนื้อหมูเสร็จ ซ่งเสี่ยวซานก็คิดว่าเขาจะกลับไปนอนเช่นเคย ทว่าจู่ ๆ จ้าวชิงซงกลับจอดเกวียนวัวไว้ข้างถนน ทำให้ซ่งเสี่ยวซานต้องลุกขึ้นนั่งแล้วพูดว่า “เกิดอะไรขึ้น?”
“ฉันจะไปซื้อของ นายรออยู่ที่นี่สักครู่แล้วกัน”
ลี่หรงตื่นสายอีกครั้ง และเริ่มคุ้นเคยกับการที่ไม่เจอจ้าวชิงซงแล้ว ซึ่งหลังจากอาบน้ำ เธอก็ทำการนึ่งหมั่นโถวที่เหลือจากเมื่อคืน และกินมันคู่กับโจ๊กเป็นมื้อเช้า
หลังจากรดน้ำเมื่อวานนี้ พื้นดินที่ลี่หรงปรับหน้าดินไว้ก็ชุ่มชื้นขึ้นมาก หากโรยปุ๋ยคอกลงไป เธอเชื่อว่าผืนดินแห่งนี้จะสามารถปลูกผักได้แน่นอน
แต่มูลไก่มีกลิ่นแรงกว่าที่ลี่หรงคิดเสียอีก ทำให้เธอนึกถึงคำแนะนำของแม่จ้าวเมื่อวานนี้ที่ว่า ‘ให้จ้าวชิงซงช่วยเธอเก็บมูลไก่’ พลันให้นึกถึงพฤติกรรมนิสัยไม่ดีของชายผู้นี้ ที่หลอกเล่าเรื่องผีให้เธอกลัว ดังนั้นแล้ววันนี้นี่แหละ เขาจะต้องโดนลงโทษด้วยการไปเก็บมูลไก่!
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ลี่หรงก็ล้างมือ พร้อมหยิบเมล็ดแตงโมออกมาหนึ่งกำมือ ก่อนนั่งยอง ๆ ที่สนามหญ้าเพื่อปลูกมัน ตอนนี้นับว่าเธอเหมือนหญิงสาวที่สบายที่สุดในหมู่บ้านนี้แล้ว
“อาสะใภ้รอง” เด็กชายตัวเล็กสองคนที่ใส่เสื้อผ้าเปียก ๆ และร่างกายเต็มไปด้วยโคลนวิ่งมายืนอยู่ด้านหน้าลี่หรง โดยที่เด็กคนที่โตกว่าแบกตระกร้าไม้ไผ่ไว้บนหลัง
ลี่หรงที่เห็นแบบนั้นก็ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตระหนักได้จากความทรงจำของเจ้าของเดิมว่า เด็กน้อยสองคนนี้เป็นลูกชายของพี่ใหญ่บ้านจ้าว ดังนั้นพวกเขาจึงถือเป็นหลายชายของเธอ ‘ลี่หรงด้วย’ ดังนั้นแล้วหญิงสาวจึงฉีกยิ้มก่อนพูดว่า “มีอะไรกันหืม ต้าหนิว เอ้อร์หนิว?”
“อาสะใภ้รอง อยากกินปูไหม?
“ฮือ?”
ต้าหนิวยื่นตะกร้าไม้ไผ่ให้ลี่หรง ให้เธอดูของที่อยู่ในนั้น “นี่คือปลาหนีชิวและปูที่เราพบในทุ่งนา ผมเอามาให้อาสะใภ้รองครับ”
ลี่หรงพลันนึกถึงเมนูอาหารจำพวกปลาหนีชิวทอดและปูทอดทันที แต่เมื่อคิดว่าเด็กสองคนนี้ไม่ค่อยได้กินเนื้อ เธอจึงต้องลบความคิดนั้น พร้อมโบกมือปฏิเสธ ทำการส่งคืนให้พวกเขาเอากลับไป “เอาไปให้แม่ของพวกเธอทอดให้จนกรอบแล้วกินกันเองจะดีกว่านะ”
เมื่อได้ยินแบบนั้น เอ้อร์หนิวก็เป็นต้องกลืนล้ำลายลงคอ ก่อนสองพี่น้องจะมองหน้ากัน และเป็นต้าหนิวที่ยื่นตระกร้าให้ลี่หรงอีกรอบ “นี่สำหรับอาสะใภ้รอง แม่สอนผมอยู่เสมอว่าควรจำไว้ว่าหากมีใครมอบของให้เรา เราก็ควรตอบแทนกลับไปเช่นกัน ขอบคุณอาสะใภ้รองสำหรับเนื้อที่มอบให้ และนี่คือปลาหนีชิวกับปูที่มีไว้ตอบแทนครับ”
ปรากฏว่านี่คือการตอบแทนบุญคุณของพวกเด็ก ๆ เหอซิ่งเองก็สั่งสองลูกได้ดีจริง ๆ
ลี่หรงถอนหายใจขณะที่ในใจรู้สึกอุ่นวาบ
หลังจากนั้นหญิงสาวก็หยุดคิดเล็กน้อย ก่อนวางแผนว่าจะทอดปลาหนีชิว และแบ่งส่วนหนึ่งกลับคืนไปให้เหอซิ่ง
ว่าแล้วลี่หรงก็ปัดเศษเมล็ดแตงโมบนมือ แล้วหยิบตระกร้าไม้ไผ่ “เอาละ รออาสะใภ้รองทอดปลาหนีชิวกรอบ ๆ จากนั้นก็จะทอดปูให้ พวกเธออยู่ตรงนี้ก่อนนะ รับรองว่ามันจะต้องอร่อยจนพวกเธอกินไม่เหลือแม้แต่ก้าง”
สองพี่น้องยืนกลืนน้ำลายหลังจากได้ยินสิ่งที่เธอพูด ก่อนเป็นเอ้อร์หนิวที่รีบคว้าแขนของต้าหนิวพร้อมเหลือบมองตระกร้าไม้ไผ่อย่างไม่เต็มใจ พวกเขาคิดว่าจะหนีกลับบ้าน แต่กลับถูกลี่หรงเรียกให้หยุด ทำให้สองพี่น้องได้แต่ยืนมองลี่หรงอย่างช่วยไม่ได้
ลี่หรงยิ้ม เธอพูดว่า “รออยู่ที่นี่ เข้าใจไหม” ก่อนหญิงสาวจะหันกลับไปในบ้าน และหยิบบางอย่างออกมา ของที่เธอนำออกมาคือลูกอมและขนมอบ ซึ่งคิดจะเอามาแบ่งให้กับสองพี่น้องนั่นเอง
เมื่อมองไปที่ลูกอมและขนมอบ ดวงตาของพวกเขาก็พลันกลายเป็นประกายสดใสราวกับดวงดาวบนฟากฟ้า ก่อนเป็นเอ้อร์หนิวที่รีบหยิบขนมอบยัดเข้าปาก ส่วนต้าหนิวที่แก่กว่าเล็กน้อยกำลังยืนชั่งใจ เด็กน้อยยืนเม้มริมผีปาก เอามือไพล่หลัง ราวกับต้องการจะบอกว่าตนไม่อยากได้
ลี่หรงเลยจับมือของอีกฝ่ายแบออก ก่อนจะมอบให้พลางแสร้งทำเป็นโกรธเด็กชาย “ถ้าเธอไม่ต้องการขนมของอา อาสะใภ้รองก็จะไม่รับปลากับปูของพวกเธอเช่นกัน”
เอ้อร์หนิวที่ยังเด็ก เมื่อได้ยินแบบนั้นก็เข้าใจว่าตนเองสามารถใช้ปลาและปูเพื่อแลกกับขนมได้ เขาเลยเลียริมฝีปากก่อนพูด “อาสะใภ้รอง คราวหน้าผมจะจับปลามาให้อาอีก”
ลี่หรงเช็ดครอบขนมอบที่เปรอะติดมุมปากของเด็กชาย เธอกล่าวอย่างเอ็นดูว่า “พวกเธอเป็นเด็กเป็นเล็ก อย่าไปเล่นในน้ำบ่อยเลย มันอันตรายรู้ไหม และถ้าอยากกินขนม คราวหน้าก็มาหาอาได้นะ”
ต้าหนิวที่ได้ยินแบบนั้นจึงรีบอธิบาย “เวลาพวกเราจับปลาหนีชิว พ่อกับแม่ก็มักจะทำงานอยู่แถว ๆ นั้นครับ ดังนั้นมันไม่อันตรายเลย”
“เอาล่ะ ๆ รีบกลับไปอาบน้ำล้างตัวได้แล้วไป ดูสิ พวกเธอตัวเปื้อนโคลนไปหมดแล้วเนี่ย” ลี่หรงยิ้มอย่างเอ็นดู
จ้าวชิงซงกลับมาในเวลานี้พอดี มือข้างหนึ่งของเขาถือหม้ออลูมิเนียม ส่วนมืออีกข้างถือหม้อเหล็กใบใหญ่ ทว่าลี่หรงที่เห็นเขากลับรู้สึกขัดตา ในใจก็คิดไปด้วยว่าเพราะเจ้าผู้ชายนิสัยไม่ดีคนนี้แท้ ๆ ที่ทำให้เมื่อคืนเธอต้องนอนกลัวผีทั้งคืน หญิงสาวเลยหันหน้าหนีด้วยความโกรธ แสร้งทำเป็นไม่เห็นเขา
เมื่อมองดูท่าทีเมินเฉยของหญิงสาว จ้าวชิงซงก็รู้ว่าเธอยังจำสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ได้ และขณะที่เขากำลังจะพูดอะไรบางอย่าง เขาก็บังเอิญเห็นหลานชายที่ตัวเปื้อนไปด้วยโคลนทั้งสองยืนอยู่เข้าพอดี
เขาขมวดคิ้ว “เกิดอะไรขึ้นกับพวกเธอสองคน? ล้มงั้นเหรอ?”
“เปล่าครับ พวกเราจับปลาหนีชิวมาให้อาสะใภ้รองครับ เลยตัวเปื้อน”
จ้าวชิงซงมองไปที่ลี่หรงด้วยความประหลาดใจ ทว่าอีกฝ่ายไม่ได้มองเขาด้วยซ้ำ เธอถือกรงไม้ไผ่ไว้ในอ้อมแขนแล้วหันหลังกลับ เตรียมจะเข้าบ้านไป
จู่ ๆ ก็มีร่องรอยของความยินดีในดวงตาของเขา ทำให้ชายหนุ่มเผลอยกมุมปากขึ้นโดยไม่รู้ตัว
การกระทำนี้ทำให้เอ้อร์หนิวถามอย่างสงสัยว่า “อารองยิ้มทำไมเหรอครับ?”
จ้าวชิงซงหยุดยิ้มทันที เขาก้มหน้าลง พลางแสร้งขู่ “เจ้าเด็กตัวเหม็นพวกนี้หนิ ไม่ต้องมาสนใจเรื่องของอาหรอก พวกเธอรีบไปอาบน้ำล้างเนื้อล้างตัวเถอะ ไม่งั้นระวังป่วยแล้วต้องไปฉีดยาที่สถานีอนามัยนะ!”
เด็ก ๆ กับอาการกลัวเข็มย่อมเป็นของคู่กัน พวกเขาต่างก็ร้องจ้าและวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว
ทางด้านจ้าวชิงซง เขาได้วางหม้อเหล็กลงแล้วเดินเข้าไปในห้องครัว โดยขณะนั้น ลี่หรงกำลังเทน้ำมันลงในหม้อสำหรับทอดปลา เขาเลยก้มหัวลงมองพลางถาม “กำลังทำอาหารกลางวันงั้นเหรอ? มีอะไรให้ผมกินบ้างล่ะมื้อนี้?”