ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 95 ครอบครัวหยาง
บทที่ 95 ครอบครัวหยาง
วันนี้เป็นเพราะลี่หรงกลับมาบ้าน พี่ชายทั้งสองจึงพาภรรยาและลูกกลับมารวมตัวกัน
หลังจากสร่างเมาแล้ว พวกเขาก็กินโจ๊กให้อิ่มท้อง แล้วกลับบ้านของตัวเองไปพร้อมกับภรรยาและลูก ๆ
ก่อนออกเดินทาง ยังยัดซองสีแดงจำนวนมากให้อันอัน โดยไม่ต้องรอให้ลี่หรงเอ่ย เจ้าตัวเล็กพูดขอบคุณได้อย่างง่ายดาย
หลังจากที่ทุกคนแยกย้ายกันหมดแล้ว แม่ลี่ก็ชวนพวกเขากลับไปนอนที่บ้าน
เมื่อกลับมาถึงบ้าน ชายร่างเล็กก็ยื่นซองอั่งเปาให้ลี่หรงอย่างเชื่อฟัง
ลี่หรงยิ้ม “ให้แม่ดูหน่อยสิจ้ะ ว่าลุงให้อั่งเปาอันอันเท่าไหร่”
ไม่รู้ว่าพี่ชายทั้งสองตกลงกันไว้หรือเปล่า แต่ละซองมีเงินสิบหยวน
ทั้ง ๆ ที่สมาชิกในบ้านได้ค่าจ้างไม่ถึงครึ่งหยวนต่อวัน
ลี่หรงประหลาดใจและถามจ้าวชิงซง “คุณมอบอั่งเปาให้หลานชายไปเท่าไหร่คะ”
“ยี่สิบหยวนครับ”
ลี่หรงถอนหายใจด้วยความโล่งอก และพยักหน้า “ดีแล้วค่ะ”
ชายร่างเล็กง่วงนอนมากจนหาวออกมา และหัวเล็ก ๆ ของเขาก็โน้มตัวเข้าหาลี่หรงทีละน้อย จ้าวชิงซงกอดลูกชาย ก่อนหอมเขาฟอดใหญ่ “วันนี้อันอันช่วยพ่อไว้ได้มากเลยนะ!”
ทว่าน่าเสียดายที่เจ้าตัวเล็กไม่ได้ยินคำพูดของจ้าวชิงซงแล้ว ด้วยไม่อาจฝืนความง่วงได้ ไม่เช่นนั้นเขาคงมีความสุขไปอีกนาน
ทั้งจ้าวชิงซงและลี่หรงงีบหลับไปแล้วในช่วงบ่าย ทำให้ตอนนี้ทั้งคู่ยังไม่ง่วงเลย
หลังจากปิดไฟแล้ว จ้าวชิงซงก็กอดลี่หรงไว้ในอ้อมแขนของเขา แล้วพูดขึ้นมา “วันนี้ผมบอกพี่ชายคนโตและคนอื่น ๆ เกี่ยวกับฟาร์มสุกรแล้วนะครับ”
“อะไรนะ คุณกล้าบอกพวกพี่ชายจริง ๆ เหรอคะ?” ลี่หรงไม่ได้คาดหวังไว้ว่าสามีจะกล้าพูดเรื่องแบบนี้ให้คนในครอบครัวรู้
“กลัวอะไรล่ะครับ” จ้าวชิงซงนวดหลังคอของลี่หรง “พวกพี่ชายของคุณล้วนเป็นคนที่มีความสามารถ ถ้าไม่พูดอะไรเลย พวกเขาคงจะคิดว่าผมดูแลคุณไม่ได้น่ะสิครับ”
“แต่มันก็เสี่ยงเกินไปนะคะ”
“พวกเขาก็รู้แล้วครับ” จ้าวชิงซงกล่าว และหลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็กล่าวเสริม “ตอนที่กินข้าวกัน ผมได้ยินจากพี่ชายว่าจะมีนโยบายใหม่ในปีนี้ แต่ผมไม่รู้ข้อมูลอะไรมากเกี่ยวกับนโยบาย แต่ยืนยันได้เลยว่านี่จะเป็นโอกาสในการพัฒนาผู้ประกอบการครับ”
แม้พวกเขาจะไม่แน่ใจ ทว่าลี่หรงมีความมั่นใจเหลือล้น ด้วยตามประวัติศาสตร์แล้ว วันแรก ๆ ของการเปิดประเทศในปีหนึ่งพันเก้าร้อยเจ็ดสิบแปด การเป็นเจ้าของธุรกิจถือเป็นคลื่นลูกใหม่ลูกแรก
ผู้ที่คว้าโอกาสในการเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวจะกลายเป็นคนกลุ่มแรกที่ร่ำรวย
ลี่หรงถือโอกาสถาม “แล้วคุณจะทำอย่างไรต่อไปกับฟาร์มสุกรคะ?”
การเริ่มต้นฟาร์มสุกรหมายถึงการกลับไปสู่จังหวัด H และลี่หรงก็ไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น
จ้าวชิงซงกล่าว “นโยบายยังไม่ได้รับการสรุปเลย เราไม่ต้องกังวลหรอกครับ เพียงดูลาดเลาในเมืองหลวงก่อนดีกว่านะครับ”
“แต่ถ้านโยบายไม่เป็นไปตามนั้น คุณจะอยากกลับไปไหมคะ?”
“ไม่จำเป็นหรอกครับ ที่นั่นซ่งเซียนผิงสามารถดูแลฟาร์มสุกรได้ดี แถมยังทำเงินได้มากมายอีกด้วย”
“งั้นเรานอนหลับพักผ่อนกันเถอะค่ะ ฉันง่วงอีกแล้ว การเดินทางด้วยรถไฟทำให้ฉันนอนไม่ค่อยหลับเลย”
จ้าวชิงซงจูบหน้าผากของเธอ “คุณไปนอนเถอะครับ วันนี้เหนื่อยมามากแล้ว”
เช้าวันรุ่งขึ้น แม่ลี่กำลังทำอาหารเช้า และจ้าวชิงซงกับเจ้าตัวเล็กก็ลุกขึ้น
พ่อลี่กำลังนั่งดื่มชาอยู่ในห้องนั่งเล่น เมื่อเด็กน้อยเห็นเขา ก็เรียกอีกฝ่ายเบา ๆ “คุณตา…”
พ่อลี่จึงเรียกเขามาเพื่อเล่นกับเจ้าตัวน้อย
จ้าวชิงซงทักทายพ่อลี่แต่ไม่ได้หยุดอยู่ในห้องนั่งเล่นนั้น โดยทิ้งเด็กน้อยไว้ที่นั่นเพื่อให้เล่นกับพ่อตา ส่วนเขาไปที่ห้องครัว ทักทายแม่ลี่ จากนั้นก็พับแขนเสื้อขึ้น ท่าทางของชายหนุ่มบ่งบอกว่าเขาต้องการช่วยงานครัว
แม่ลี่เหลือบมอง ทว่าก็ไม่ได้ขับไล่เขาออกไป เธอแอบสังเกตท่าทางของจ้าวชิงซง
ลูกเขยคนนี้ไม่เลวเลย ทั้งยังต้องการช่วยงานในครัว แถมยังทำอาหารได้ด้วย
แม่ลี่ยิ้ม ขณะพูดคุยกับเขา และในที่สุดก็ถาม “เสี่ยวหรงไม่เคยเข้าครัวที่บ้านเลยใช่ไหม แม่ไม่เคยให้เธอทำงานที่บ้านมาก่อน เธอเลยไม่รู้ว่างานบ้านนั้นต้องทำอย่างไร ”
“เปล่าเลยครับ” จ้าวชิงซงยิ้ม “เสี่ยงหรงเป็นแม่ครัวที่ดี และอาหารฝีมือเธอก็อร่อยมากด้วย เธอเข้าครัวบ่อยกว่าผมอีกครับ ด้วยไม่ชอบให้ผมทำอาหาร และไม่ชอบอาหารฝีมือผมครับ”
“แก้ต่างแทนเธอหรือเปล่าเนี่ย” แม่ลี่กล่าวโดยไม่เชื่อในทักษะการทำอาหารที่ดีของลูกสาว “ฉันไม่รู้มาก่อนเลย เสี่ยงหรงไม่ต้องกวาดบ้านด้วยซ้ำ เธอจะทำอาหารได้อย่างไรกัน ไม่ต้องช่วยปกปิดหรอกน่า”
แม่ลี่ดูมีความสุขมาก แม้ทุกสิ่งที่เธอพูดดูเหมือนว่ากำลังดุลี่หรง ทว่าน้ำเสียงนั้นกลับไม่เป็นเช่นนั้น และดูมีความสุขอย่างเห็นได้ชัด
จ้าวชิงซงยิ้ม และไม่ได้โต้เถียงอะไรอีก เขาแค่คิดว่าแม่ลี่เป็นคนถ่อมตัว แต่แค่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมแม่ลี่ถึงบอกว่าลี่หรงไม่สามารถทำอาหารได้ ทั้ง ๆ ที่เธอทำได้ดีมากเช่นนั้น
หลังจากที่แม่ลี่ และคนอื่น ๆ กินอาหารเช้าเสร็จแล้ว ลี่รุ่ยจือกับลี่หรงกลับตื่นสาย
อาหารเช้ากำลังอุ่นอยู่บนเตา และในขณะที่ลี่หรงกำลังจะล้างจาน จ้าวชิงซงก็ยกไปเสิร์ฟให้เธอ
ลี่รุ่ยจือนั่งอยู่ที่นั่นแล้วถาม “น้องเขย แล้วของฉันล่ะ?”
ก่อนที่จ้าวชิงซงจะพูดอะไร เขาก็ได้ยินแม่ลี่พูดขึ้นมา “เจริญเถอะ! ลูกชายวัยยี่สิบกว่าไม่ใช่แค่ยังไม่มีครอบครัว ไม่เริ่มทำงานทำการ แต่เขายังนอนจนถึงเที่ยงแบบนี้อีก… ”
“น้องสาวของฉันก็นอนถึงเที่ยงเหมือนกัน ทำไมแม่ไม่พูดถึงเธอบ้างล่ะครับ”
แม่ลี่ตะคอก “เสี่ยวหรงมีคนเสิร์ฟข้าวให้ แต่ภรรยาของลูกล่ะอยู่ที่ไหน?”
ลี่รุ่ยจื่อเงียบ
หลังจากเวลาอาหารกลางวัน ก็มีคนมาเคาะประตูบ้านลี่
แม่ลี่คิดว่าหลานของเธอบางคนจะมาเล่นกับอันอัน แต่เมื่อเธอเปิดประตู เธอก็เห็นหลู่ซิ่วอิง
เธอตกตะลึง “ซิ่วอิง?”
“ฉันได้ยินมาว่าเสี่ยวหรงกลับมาเมื่อวานนี้ เมื่อวานฉันยังทำงานในหน่วยอยู่เลยเพิ่งมาหาวันนี้ค่ะ” หลู่ซิ่วอิงกล่าวขอโทษ “ขอโทษด้วยนะคะ”
หลู่ซิ่วอิงเป็นแม่ของหยางเต๋อเป่า ไม่รู้ว่าเธอมาที่นี่ได้อย่างไร แม่ลี่เอียงศีรษะเล็กน้อย ก่อนเห็นหยางเต๋อเป่ายืนอยู่ข้างหลัง เธอกระตุกริมฝีปากแล้วพูด “เต๋อเป่าก็มาด้วยเหรอคะ?”
เมื่อพบกับการจ้องมองของแม่ลี่ หยางเต๋อเป่าก็ยิ้ม “สวัสดีครับคุณป้า”
ไม่ใช่ว่าแม่ลี่ไม่รู้ความคิดของหลู่ซิ่วอิงเกี่ยวกับลูกสาวของเธอ
แต่แม่ลี่มักจะหมั่นไส้หยางเต๋อเป่าอยู่เสมอ ครอบครัวหยางให้ความสำคัญกับต้นกล้าเพียงต้นเดียวต้นนี้ และตามใจเขาราวกับว่าชายหนุ่มเป็นองค์ชาย เขาพูดเก่งและช่างพูดตลอดทั้งวัน ซึ่งแม่ลี่ไม่ชอบคนเช่นนั้น
ตอนนี้ลี่หรงแต่งงานและมีลูกแล้ว แม่ลี่ไม่รู้ว่าการที่หลู่ซิ่วอิงมาที่นี่นั้นหมายความว่าอย่างไร
หลู่ซิ่วอิงเป็นผู้หญิงที่ฉลาดมาก อีกฝ่ายเข้ามาหยิบยื่นของมากมายให้แม่ลี่ “ฉันเอามาจากบ้านน่ะค่ะ พ่อหยางเต๋อเปาเพิ่งกลับมาจากคุยธุรกิจ ฉันเลยเอาให้คุณลองบ้างค่ะ”
“ทำไมมีน้ำใจขนาดนี้ล่ะ” แม่ลี่ยิ้ม รีบหยิบมันไปวางบนโต๊ะข้างประตูโดยไม่ขยับ ตั้งใจว่าจะปล่อยให้พวกเขาเอากลับทีหลัง
ลี่หรงกำลังคุยกับลี่รุ่ยจือเกี่ยวกับการออกไปเดินเล่นข้างนอก แต่เธอก็หยุดชะงักเมื่อเห็นหยางเต๋อเป่า
หยางเต๋อเป่าทักทายพ่อลี่และลี่รุ่ยจือ
พ่อลี่พยักหน้า
ลี่รุ่ยจือไม่แม้แต่จะมอง ลี่หรงยกนิ้วให้ลี่รุ่ยจือในใจ พี่ชายของเธอคนนี้ยอดเยี่ยมมาก
สำหรับจ้าวชิงซง และอันอัน ก็ดูเหมือนว่าแม่ลูกตระกูลหยางจะไม่เห็นพวกเขา
หลู่ซิ่วอิงพูดด้วยรอยยิ้ม “เสี่ยวหรง ฉันได้ยินมาว่าเธอกลับมาแล้ว พวกเราก็เลยมาเยี่ยมน่ะ ใช่ไหม เสี่ยวเป่า?”
ลี่หรงกลอกตาในใจ หยางเต๋อเป่าเป็นเด็กหรืออย่างไร ถึงกับต้องให้แม่มาด้วยแบบนี้?
หยุดเรียกเขาว่าเต๋อเป่า แล้วเรียกเขาว่าลูกแหง่เถอะ
ลี่หรงสาปแช่งในใจว่าหลู่ซิ่วอิงเป็นเพียงหญิงชราตามใจลูกชายเท่านั้น
หลู่ซิ่วอิงมองดูลี่หรงอย่างยิ้ม ๆ ด้วยสายตาแปลก ๆ ซึ่งทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจไปทั้งตัว จากนั้นลี่หรงก็ได้ยินหลู่ซิ่วอิงพูด “เสี่ยวหรงผอมลงแล้วนี่นา ลูกฉันก็ผอมมากเหมือนกันตอนเขากลับมาแรก ๆ”
“จริงเหรอคะ ฉันรู้สึกเหมือนจะน้ำหนักขึ้นค่ะ ยิ่งตอนหลังคลอดลูกน่ะน้ำหนักขึ้นเยอะมาก” ลี่หรงพูดเพื่อเตือนหลู่ซิ่วอิงว่าตนนั้นได้แต่งงานมีลูกแล้ว ถึงกับออกไปเรียกอันอันมา และสอนเด็กน้อยเรียกคนเหล่านี้