ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 96 เปิดเผยหมดเปลือก
บทที่ 96 เปิดเผยหมดเปลือก
จิตใจของเด็กน้อยบริสุทธิ์ผุดผ่อง แม้จะรับรู้ถึงสิ่งเลวร้ายก็ไม่อาจแสดงออกมาเป็นคำพูดได้ ทว่าจะมีพฤติกรรมที่พยายามตีห่างหรือหลบเลี่ยงแสดงออกมาอย่างชัดเจน
อันอันเองก็เช่นกัน เขารู้สึกได้ถึงสายตาคนตรงหน้าที่กำลังไม่พอใจ เมื่อลี่หรงบอกให้เขาเรียกแขกผู้มาเยือนทั้งสองอีกครั้ง เด็กน้อยจึงตอบสนองอย่างรวดเร็ว โดยการวิ่งไปหาจ้าวชิงซงทันที เมื่อจ้าวชิงซงอุ้มขึ้น ก็พลันเบนสายตามองไปทางลี่หรง
ลี่หรงยิ้ม และไม่ได้พูดอะไร เพียงพยายามรักษาท่าทีสุภาพต่อหน้าคนทั้งสองเท่าที่จะทำได้ก็พอ
หลู่ซิ่วอิงยิ้มเจื่อน “อ้อ นี่เป็นลูกของเธอเหรอจ้ะ น่าเสียดายจัง ฉันมองว่าเธอเป็นลูกสะใภ้มาตลอด คิดมาว่าอยากจะให้เธอกับเสียวเป่าแต่งงานกันหลังจากกลับมาอยู่ในเมือง”
ลี่หรงปรายตามองหยางเต๋อเป่า เขากำลังมองเธอด้วยสายตาหวานซึ้ง เมื่อหญิงสาวเห็นดังนั้นก็แทบเก็บอาการรังเกียจอีกฝ่ายไว้ไม่อยู่
“ฉันว่าอย่าเลยค่ะ” ลี่หรงสั่น “ตอนนี้ฉันมีครอบครัวแล้ว น้าหลู่ต้องไปหาลูกสะใภ้คนอื่นแล้วล่ะค่ะ”
“น่าเสียดายจริง ๆ ฉันอยากจะให้เธอมาเป็นลูกสะใภ้มากที่สุดเลยล่ะจ้ะ” หลู่ซิ่วอิงส่ายหน้า เสียดายเหลือเกิน “ได้ยินว่าเธอสอบเข้าชิงหัวได้ จากนี้ก็จะสร้างครอบครัวอยู่ที่เมืองหลวงสินะ ฉันจะบอกอะไรให้ในฐานะที่เคยอาบน้ำร้อนมาก่อน สามีภรรยาต้องมีฐานะเท่าเทียมกัน ชีวิตครอบครัวต่อไปถึงจะมีความสุข คนชนบทอย่างสามีเธอน่ะ ไม่ไหวหรอก”
ลี่หรงกลั้นยิ้ม คิดในใจว่าทำไมหลู่ซิ่วอิงคนนี้ช่างกล้าพูดตำหนิความสัมพันธ์ของเธอกับจ้าวชิงซงต่อหน้าคนมากมายขนาดนี้?
พี่ชายและพ่อแม่ของเธอก็อยู่ การพูดเช่นนี้ไม่ใช่แค่ต้องการตบหน้าลี่หรง แต่เป็นการไม่รักษาหน้าของครอบครัวตระกูลลี่ด้วย
ไม่ต้องรอให้ลี่หรงเอ่ยปาก ลี่รุ่ยจือก็ไม่พอใจก่อนแล้ว ก่อนพูดด้วยเสียงเย็นเยียบ “ครอบครัวเราไม่เคร่งเรื่องฐานะน่ะครับ ขอแค่เสี่ยวหรงมีความสุขกับสิ่งที่เธอเลือกก็พอแล้ว”
หลู่ซิ่วอิงถูกผู้น้อยหักหน้าตรงนั้น สีหน้าพลันเปลี่ยน ทว่าก็กลับมาสุขุมอย่างรวดเร็ว แล้วพูดอย่างเสียดาย “แต่ก่อนเสี่ยวหรงชอบเสียวเป่าของเรามาก ทั้งสองเล่นด้วยกันทุกวัน ทว่าหลังจากที่ลงไปชนบท… เสี่ยวหรงคงไม่ได้ถูกใครหลอกเข้าใช่ไหมจ้ะ?”
แม่ลี่ไม่มีแม้แต่รอยยิ้มบนใบหน้า ไม่ใช่ว่าเธอเชื่อคำลวงของหลู่ซิ่วอิง ทว่าลูกสาวของเธอก็แต่งงานมีลูกแล้ว หลู่ซิ่วอิงยังหยิบเรื่องสมัยก่อนมาพูดอีกเช่นนี้ อีกฝ่ายเพียงต้องการหาเรื่องโต้แย้งให้กับตัวเองเท่านั้น
ลี่หรงสีหน้าไร้อารมณ์ สมัยก่อนเธอยังเคารพหลู่ซิ่วอิงในฐานะญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง ทว่านึกไม่ถึงว่าตัวเองจะให้เกียรติอีกฝ่ายอยู่ฝ่ายเดียวเช่นนี้
ลี่หรงเย้ยหยันกลับ “น้าหลู่คะ ฉันจะขอพูดอีกครั้งนะคะ ฉันกับจ้าวชิงซงเรามีความสุขกันดีค่ะ อีกอย่างในตอนนั้น ลูกชายของคุณก็คบหากับใครบางคนที่หน่วยยุวชน จนเขาเกือบจะได้เป็นพ่อคนแล้วด้วย ทว่าน่าเสียดายที่ไม่อาจรักษาเด็กไว้ได้ จริงสิ เด็กสาวคนนั้นที่ลูกชายของคุณคบหา คุณก็รู้จัก เธอชื่อหลัวปิงน่ะค่ะ ฉันกลับคิดว่าดีเสียอีกที่เธอจะได้เป็นลูกสะใภ้คุณ”
หลู่ซิ่วอิงชะงัก เธอคิดว่าลูกชายของเธอแค่ไม่ได้ต้องการจริงจังในความสัมพันธ์นั้นเท่านั้น นึกไม่ถึงว่าจะมีเรื่องแบบนี้ด้วย
หยางเต๋อเป่าแข็งค้าง แม่ของเขารู้ว่าลูกชายเคยคบหากับหลัวปิง ทว่าเรื่องที่หลัวปิงแท้ง เขากลับไม่ได้บอกแม่
เมื่อเห็นลี่หรงจงใจพูดเรื่องนี้ เขาก็คิดว่าลี่หรงเป็นกังวล จึงรีบร้อนอธิบาย “ผมเลิกกับหลัวปิงแล้วครับ หลังจากนั้นเราสองคนก็ไม่ได้เจอหน้ากันอีก”
แน่นอนว่าคงไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว ด้วยหลัวปิงสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ และหยางเต๋อเป่าก็ไม่ยอมให้ครอบครัวช่วยเธอ นี่จึงเป็นสาเหตุที่เขาทะเลาะกับหลัวปิงที่หน่วยยุวชนในตอนนั้น
“ถึงเสี่ยวหรงของเรายังไม่แต่งงาน แต่ลูกชายของคุณก็ไม่สามารถเทียบชั้นติดอยู่ดีครับ” ลี่รุ่ยจือพูดเย้ยหยัน “คุณน้า หากพวกคุณทั้งสองไม่ชอบน้องเขยของผมขนาดนั้น ผมก็ขอแนะนำว่าให้รีบกลับไปดีกว่านะครับ ขืนพูดคุยกันต่อไป ไม่ใช่แค่พวกเราที่ไม่มีความสุข ทว่าพวกคุณก็จะไม่มีความสุขไปด้วย”
หลู่ซิ่วอิงฝืนกระตุกริมฝีปาก แล้วปรายตามองแม่ลี่ “ดูเด็กคนนี้พูดเข้าสิ ที่พูดไปแบบนั้นเพราะฉันหวังดีทั้งนั้น ชีวิตครอบครัวของเสี่ยวหรงที่ต้องแต่งงานกับคนจากชนบท จะไปมีความสุขได้อย่างไร”
“คุณมีอคติกับคนจากชนบทเกินไปแล้วนะครับ หากทุกครอบครัวนับบรรพบุรุษขึ้นไปสามรุ่นแล้ว มีบรรพบุรุษตระกูลใดบ้างที่ไม่เป็นชาวนามาก่อน?” จ้าวชิงซงพูดตามตรง “ส่วนเสี่ยวหรงจะมีชีวิตดีหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องที่คุณต้องมาเป็นห่วงเลยครับ”
“เธอดูสิ นี่แหละชาวบ้านในชนบท ไม่มีแม้แต่มารยาท! เห็นผู้ใหญ่อยู่ตรงหน้าแท้ ๆ ยังไม่แม้แต่จะทักทายกันเลย” หลู่ซิ่วอิงพูดกับแม่ลี่
ความอดทนของแม่ลี่มาถึงขีดจำกัด เธอมองออกนานแล้วว่าหยางเต๋อเป่าไม่ใช่คนดี ทว่านึกไม่ถึงว่าเขาจะทำให้ยุวชนคนหนึ่งแท้งลูกได้
แม่ลี่พูดอย่างไร้อารมณ์ “เธอไม่แม้แต่จะมองจ้าวซิงชงเป็นผู้น้อย แล้วทำไมต้องให้อีกฝ่ายมองเธอเป็นญาติผู้ใหญ่ด้วยล่ะ ซิ่วอิง เธอกลับไปก่อนเถอะ พวกเราต้องออกไปซื้อของข้างนอกกันอีก ตอนนี้คงไม่เหมาะสมที่จะต้อนรับแขกหรอก”
คำพูดที่ไล่คนตรงหน้าอยู่ทนโท่ ถึงหลู่ซิ่วอิงจะหน้าหนาแค่ไหน ก็ทนอยู่หน้าบ้านตระกูลลี่ต่อไปไม่ลง
กล่องของขวัญที่พวกเขานำมาด้วย ก็ถูกแม่ลี่ยัดกลับใส่มือในสภาพสมบูรณ์
ทันทีที่แผ่นบานประตูปิดลงอย่างแรง หลู่ซิ่วอิงก็ใจเต้น แล้วจ้องหยางเต๋อเป่าเขม็งด้วยความโกรธ “ลูกกล้าปิดบังเรื่องใหญ่ขนาดนี้กับแม่เชียวเหรอ ศักดิ์ศรีของตระกูลถึงคราวหมดสิ้นแล้วจริง ๆ ไป กลับบ้าน!”
“ให้ตายสิ คนแบบนี้ก็มีด้วยเหรอเนี่ย!” แม่ลี่สีหน้าโกรธแค้น
“เอาล่ะ ๆ อย่าอารมณ์ร้อนไปเลย ดื่มน้ำสักหน่อยเถอะ” พ่อลี่รินชาให้แม่ลี่ เมื่อเขาได้ยินคำพูดของหลู่ซิ่วอิงก็ไม่พอใจเช่นกัน ทว่าสามีของหลู่ซิ่วอิงไม่ได้มาด้วย ดังนั้นการเก็บเงียบในบ้านจึงเป็นทางออกที่เหมาะสมกว่า ปล่อยให้พวกแม่ลี่รับมือกับหลู่ซิ่วอิงจะดีที่สุด
อันอันหยิบกล้วยหอม แล้วยื่นให้แม่ลี่ “ไม่โกรธ ๆ คุณยาย กินกล้วยนะครับ”
แม่ลี่พ่นลมหายใจ แล้วมองไปยังหลานชายตัวน้อยที่รู้ความ ก่อนรับกล้วยหอมมาจากมือของเขา “ยายไม่โกรธแล้วจ้ะ”
ท้ายที่สุดกล้วยหอมย่อมตกลงสู่ท้องของเจ้าตัวน้อย
ลี่หรงเห็นว่าเจ้าตัวน้อยชอบกินผลไม้จริง ๆ เธอจึงพูดขึ้น “เจ้าลูกคนนี้ ชอบกินผลไม้จริง ๆ เลยนะ”
“ไม่เป็นไร ๆ ให้เขากินได้ตามใจชอบเถอะ” ลี่รุ่ยจือพูดอย่างใจกว้าง “ไว้กินหมดแล้ว ลุงจะซื้อให้หลานอีกนะ”
“ลูกเองก็พอได้แล้ว เบี้ยเลี้ยงปลดประจำการแค่นั้น เชิญนั่งกินนอนกินสมบัติเก่าไปเถอะ” แม่ลี่กลอกตา
ลี่รุ่ยจือถูกแม่หักหน้า ก็ไม่ได้อึดอัดใจอะไร แล้วลูบศีรษะน้อย ๆ พร้อมพูด “ผมไม่มีเงินไม่เป็นไรหรอกครับ แค่พ่อของอันอันมีเงินก็พอ ผลไม้สักมื้อจะจ่ายไม่ไหวเชียวเหรอ ใช่ไหมล่ะ น้องเขย?”
แม่ลี่บอกว่าจะออกไปซื้อของ ไม่ใช่ข้ออ้างไล่หลู่ซิ่วอิง แต่คิดจะออกไปจริง ๆ
เธอกับพ่อลี่ยังไม่เกษียณ พรุ่งนี้ยังต้องออกไปทำงาน จึงมีเวลาว่างออกไปข้างนอกแค่วันนี้ตอนบ่ายเท่านั้น
พาพวกลี่หรงออกไปซื้อของพร้อมเปิดหูเปิดตา ลูกสาวไม่อยู่บ้านตั้งหลายปี ลี่หรงก็ไม่รู้ว่าเมืองหลวงพัฒนาไปถึงไหนบ้างแล้ว
จ้าวชิงซงเปลี่ยนเสื้อเป็นตัวที่ลี่หรงทำให้ ร่างกายเขาคล้ายกับหุ่นจำลอง เมื่อถอดเสื้อกลับดูมีเนื้อ ทว่าเมื่อใส่เสื้อกลับดูผอม
ฝีมือออกแบบเสื้อผ้าของลี่หรงก่อนที่จะทะลุมิติก็มีตำแหน่งระดับหนึ่งในด้านการออกแบบเสื้อผ้า ทว่าตอนนี้ได้ตัดเสื้อให้กับคนรักเพียงคนเดียว จึงจำเป็นต้องใช้ใจในการทำเป็นอย่างมาก ทำให้เสื้อออกมาดูดีและเหมาะกับบุคลิกของจ้าวซิงชง
ผลงานของลี่หรงในตอนนั้น ด้วยเนื้อผ้าใหม่ล่าสุด ราคาแพงที่สุดและดีที่สุดจากตัวอำเภอ เมื่อใส่บนตัวสามีแล้ว จึงยิ่งดูมีระดับมากขึ้นไปอีก
แม้แต่พ่อลี่ที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวงมาหลายปียังแปลกใจ “เสี่ยวจ้าว เธอซื้อเสื้อตัวนี้มาจากที่ไหนเหรอ?”
จ้าวชิงซงรู้สึกเขินเล็กน้อยอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็น “เสี่ยวหรงทำให้ครับ”
พ่อลี่เลิกคิ้ว “เสี่ยวหรงมีฝีมือแบบนี้ด้วยเหรอ?”
“ไม่มีอะไรทำในหมู่บ้านน่ะค่ะ ฉันเลยลองทำเล่นให้จ้าวซิงชงเท่านั้นเอง” ลี่หรงได้ยินพ่อพูดแบบนี้ กลัวว่าพวกเขาจะติดใจมากไปอีก แล้วจะสงสัยว่าลูกสาวเปลี่ยนไป จึงควงแขนพ่อลี่ด้วยรอยยิ้ม “พ่อคะ ไว้รอหลังจากรายงานตัวเสร็จ ฉันจะทำให้พ่อด้วยนะคะ”