ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก: GOURMET OF ANOTHER WORLD - บทที่ 455 หญิงสาวผมยาวบนเรือยมโลก
- Home
- ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก: GOURMET OF ANOTHER WORLD
- บทที่ 455 หญิงสาวผมยาวบนเรือยมโลก
ปู้ฟางคิดไม่ถึงว่าคนพวกนั้นจะบ้าคลั่งได้ถึงเพียงนี้
เรือวิญญาณของเขาแล่นแหวกทะเลไปอย่างรวดเร็ว ผืนน้ำแตกกระจายละอองน้ำสาดกระเซ็นขึ้นฟ้า
บรรดายอดฝีมือจ้องปู้ฟางไม่วางตาพลางไล่ล่าอย่างไม่ลดละ ความอับอายที่เพิ่งพบเจอทำให้พวกเขาเดือดดาล ทุกคนรู้สึกขายขี้หน้าที่ปล่อยให้ผู้ฝึกตนระดับเก้าขั้นเซียนเทพฉกสมบัติที มองข้ามไปได้
ดังนั้นทั้งหมดจึงใช้พลังปราณเที่ยงแท้เร่งความเร็วของเรือ หวังจะชิงตาผลึกที่ปู้ฟางครอบครอง
แม้จะใช้หัวแม่เท้าคิด เหล่ายอดฝีมือยังเดาได้ว่าตาผลึกที่ปู้ฟางได้ไปต้องไม่ธรรมดาแน่ เมื่อตาผลึกสองในสามชิ้นไร้ประโยชน์ ก็ยิ่งชัดเจนว่าแก่นผลึกทั้งหมดในเหมืองต่างมารวมกัน นในตาผลึกชิ้นสุดท้าย
และมันต้องเป็นสมบัติที่เหล่ายอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์อยากครอบครองแน่ๆ
“หยุดเดี๋ยวนี้! ทิ้งตาผลึกไว้ แล้วเราจะไว้ชีวิตเจ้า”
เสียงโวยวายดังก้องไปในอากาศ ตามติดด้วยแสงแปลบปลาบของพลังปราณเที่ยงแท้ที่ปล่อยรัศมีน่าเกรงขามออกมาขณะไล่ล่าไม่หยุดยั้ง
สีหน้าของปู้ฟางยังไร้อารมณ์ความรู้สึก หางตาของเขาสังเกตเห็นพลังปราณที่วูบวาบออกมา จึงเพิ่มพลังปราณเที่ยงแท้เล็กน้อยเพื่อเร่งความเร็วของเรือวิญญาณ
ปู้ฟางอาศัยจังหวะที่คลื่นสาดซัด หลบหลีกการโจมตีของพลังปราณเที่ยงแท้อันน่าสะพรึงกลัวอย่างใจเย็น
เหล่ายอดฝีมือโกรธจัดที่ผู้ฝึกตนขั้นเซียนเทพอย่างปู้ฟางกล้าท้าทายศักดิ์ศรีของตน แสงแปลบปลาบของพลังปราณเที่ยงแท้มหาศาลพุ่งเข้าใส่ปู้ฟาง แสงเหล่านั้นมีขนาดใหญ่โตและมากมายนับไม่ ถ้วนจนกลบท้องฟ้าเสียมิด
สีหน้าของปู้ฟางเคร่งเครียดขึ้น ตอนนั้นเองพลังปราณเที่ยงแท้ของเขาก็พลันพุ่งออกมาราวกับเป็นเส้นไหม
ปู้ฟางควบคุมพลังปราณเที่ยงแท้ของตัวเองได้ดียิ่ง และมันก็ควบคุมเรือวิญญาณได้ดีไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน เรือวิญญาณดูเหมือนมีชีวิตขึ้นมาภายใต้การควบคุมของชายหนุ่ม
ปัง! ปัง! ปัง!
สายฟ้ามากมายพุ่งเข้าโจมตี แต่ปู้ฟางหลบหลีกได้หมดจดทุกครั้งด้วยการควบคุมเรือวิญญาณอย่างดี แสงแปลบปลาบของพลังปราณเที่ยงแท้พลาดเป้าตกลงน้ำ จากนั้นก็ระเบิดปะทุออกมามากเกินกว่า าจะนับได้
แรงระเบิดทำให้น้ำทะเลสาดซัดขึ้นไปบนท้องฟ้า แล้วร่วงลงมาใส่พวกเขาเหมือนฝนที่ตกกระหน่ำ
ร่างของปู้ฟางเปล่งแสงพร่ามัวซึ่งสกัดกั้นหยดฝนน้ำทะเลเอาไว้
ภาพประหลาดเหนือท้องทะเลเช่นนี้ปรากฏให้เห็นอยู่พักใหญ่
เรือวิญญาณนับไม่ถ้วนไล่ล่าเรือวิญญาณลำเดียว ลำที่ถูกล่าว่องไวราวกับปลาปลาที่แหวกว่ายซ้ายขวาเพื่อหลบหลีกการโจมตีที่ปล่อยออกมาอย่างไร้จุดสิ้นสุด
ยอดฝีมือบางรายที่กำลังไล่ล่าโกรธจนไฟแทบลุก บางรายท้อแท้จนแทบกระอักเลือด เจ้าหนุ่มขั้นเซียนเทพผู้นี้เป็นใครกันแน่ เหตุใดจึงจัดการได้ยากได้เย็นนัก
เบื้องหน้าของปู้ฟางปรากฏเกาะแห่งหนึ่งซึ่งมองเห็นได้เลือนรางท่ามกลางหมอกหนา
ดวงตาของปู้ฟางตาเป็นประกาย เขาเร่งความเร็วของเรือวิญญาณเพื่อไปที่เกาะแห่งนั้น เรือของปู้ฟางแหวกคลื่นน้ำด้วยความเร็วเต็มพิกัด และเมื่อถึงฝั่ง เรือก็กระแทกกับทรายเสียงดังก้อ องจากนั้นก็ลอยขึ้นไปในอากาศ
ปู้ฟางคว้าเจ้ากุ้งไว้แล้วหมุนตัวกลางอากาศก่อนลงสู่พื้นอย่างมั่งคง
ทันทีที่ลงสู่พื้น ปู้ฟางก็หันไปมองฝูงยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์ที่กำลังพุ่งตามมา เขาขมวดคิ้วก่อนหันหลังกลับแล้วเดินหน้าเข้าสู่ชั้นในของเกาะ
เหล่ายอดฝีมือกำลังโกรธจัด ดังนั้นเขาควรรีบหลบจะดีกว่า
ปัง! ปัง! ปัง!
เรือวิญญาณมากมายพุ่งเข้ามา ทุกลำกระแทกกับชายฝั่งพร้อมเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
พลังปราณเที่ยงแท้จำนวนมหาศาลแผ่ขึ้นสู่ท้องฟ้า ขณะที่ยอดฝีมือทั้งหลายพุ่งตัวออกจากเรือตรงไปยังทิศทางเดียวกับปู้ฟาง ไล่ล่าชายหนุ่มอย่างไม่ลดละ
ทั้งหมดกระเหี้ยนกระหือรืออยากได้โชคลาภตรงหน้า
….
หนานกงเสวียนเฮ่อกำลังมองต้นไม้ใหญ่ที่โอนเอนไปมาตรงหน้าด้วยแววตาละโมบ
มันเป็นต้นไม้ขนาดมโหฬารที่บดบังท้องฟ้าจนมิด กิ่งก้านสาขามากมายเหลือคณาแผ่ออกไปราวกับกรงเล็บอันชั่วร้าย ใบหนาเขียวขจีส่งเสียงกรอบแกรบยามแกว่งไกว ยิ่งไปกว่านั้นมันยังเปล่งรัศมี ออกมาอย่างต่อเนื่อง
มันคือต้นไม้พลังปราณขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์
บนต้นมีดอกไม้ที่งดงามยิ่ง กลีบดอกมีสีแดงอ่อน มันบานออกเล็กน้อย เผยให้เห็นเกสรสีทองที่พริ้วไหวอยู่ภายใน
กลิ่นหอมที่โชยออกมาทำให้หนานกงเสวียนเฮ่อตัวสั่นเทิ้มรุนแรง
“นี่คือต้นกรงเล็บปีศาจรวมปราณอายุหนึ่งพันปี เป็นต้นไม้พลังปราณที่ล้ำค่ายิ่ง ดอกของมันจะบานทุกหนึ่งร้อยปี และออกผลทุกหนึ่งพันปี ถือเป็นโอสถวิญยาณที่มีค่ายิ่งและใช้หลอม โอสถวิญญาณสี่แต้มได้” หนานกงเสวียนเฮ่อตื่นเต้นสุดขีด
หัวใจของเขาเต้นแรงมากขณะจ้องดอกไม้เรืองแสงตรงหน้า ประหนึ่งว่าหน้าอกใกล้จะระเบิดอยู่ร่อมร่อ
ดอกไม้จะบานสะพรั่งและเหี่ยวเฉาในชั่วพริบตา มันจะเหี่ยวแห้งทันทีเพราะแก่นที่อยู่ภายในได้กระจายออกหมดสิ้นแล้ว หลังจากนั้นกลีบดอกจะร่วงโรยก่อนผลของมันจะปรากฏออกมา
ผลงของต้นไม้นี้สำคัญที่สุด และเป็นเป้าหมายของหนานกงเสวียนเฮ่อ
สายลมอ่อนๆ พัดโชยมาทำให้ใบไม้เริ่มส่งเสียงกรอบแกรบ
เมื่อกลิ่นหอมจากต้นไม้จางลง กลีบดอกก็เหี่ยวเฉาอย่างสมบูรณ์แล้วปิดปลิวลงมาผ่านสายตาที่เฝ้ารอคอยของหนานกงเสวียนเฮ่อ
ผลคล้ายอุ้งเท้าหมีปรากฏบนต้นไม้พลังปราณ
ผลไม้นี้เปี่ยมด้วยพลังวิญญาณและส่งกลิ่นหอมที่ทำให้คนมึนเมาได้
ช่างมหัศจรรย์โดยแท้
หนานกงเสวียนเฮ่อหรี่ลงพลางถอนหายใจ
ทันใดนั้น…
เสียงอึกทึกครึกโครมจากที่ไกลออกไปก็แว่วเข้ามา เสียงที่ดังขึ้นอย่างฉับพลันทำให้หนานกงเสวียนเฮ่อตกใจและตื่นจากภวังค์
เขาเห็นใครบางคนกำลังวิ่งเร็วจี๋มาแต่ไกล และดูเหมือนจะพุ่งมาทางนี้
“นั่นใครน่ะ” หนานกงเสวียนเฮ่อตกตะลึง แผดเสียงด้วยความโกรธ “เจ้าเองรึ!” หลังจากนั้นดวงตาของเขาก็เบิกกว้างจนกลมโต จิตสังหารไหลล้นเต็มเปี่ยม
ในดินแดนเร้นลับแห่งนี้มีสองคนที่เขามุ่งหมายจะเอาชีวิต หนานกงอู๋เชวียรอดเงื้อมมือไปได้ทั้งที่อาการปางตาย แต่หนานกงเสวียนเฮ่อไม่คาดคิดว่าปู้ฟางจะมาหาเขาเองถึงที่
สถานการณ์ช่างคล้ายคำพูดที่ว่า ‘เห็นทางไปสวรรค์อยู่ตรงหน้ากลับไม่เดินไป ทางไปนรกตีบตันแต่ก็ยังฝ่าเข้ามา’ ยิ่งนัก
กระนั้นความนิ่งของปู้ฟางก็ทำให้หนานกงเสวียนเฮ่อต้องประหลาดใจ
ปู้ฟางเหมือนจะไม่กริ่งเกรงรัศมีน่าเกรงขามของหนานกงเสวียนเฮ่อแม้แต่น้อย เขายังพุ่งตัวอย่างรวดเร็วแล้วทะยานผ่านหนานกงเสวียนเฮ่อไปราวกับเป็นลูกธนู
“หือ”
เมื่อเห็นผลไม้หน้าตาเหมือนอุ้งเท้าหมี ร่องรอยความพิศวงก็ปรากฏบนใบหน้าของปู้ฟาง
หนานกงเสวียนเฮ่อไม่คิดใส่ใจความฉงนบนใบหน้าของปู้ฟาง เขายกฝ่ามือขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วส่งลูกไฟสีขาวให้พุ่งตรงเข้าใส่ชายหนุ่ม มันคือเปลวเพลิงอัคนีแห่งสวรรค์และปฐพีซึ่งมีพลังร้ ายกาจยิ่ง
ปู้ฟางผละสายตาจากผลไม้ ควงกระทะกลุ่มดาวเต่าดำแล้วยกมันขึ้นบัง เปลวไฟพุ่งชนกระทะก่อนจะกระจัดกระจายไป
ปู้ฟางชำเหลืองมองหนานกงเสวียนเฮ่อ จากนั้นก็เอี้ยวตัวมองไปด้านก่อนจะมุ่งหน้าต่อไป
หนานกงเสวียนเฮ่อขมวดคิ้วเมื่อเห็นปฏิกิริยาเช่นนั้น และเพียงชั่วประเดี๋ยว หัวใจของเขาก็พลันเต้นแรง รูม่านตาขยายออกเมื่อหันไปมองข้างหลังตัวเอง
“อะไรกัน! ไอ้หมอนั่น”
หนานกงเสวียนเฮ่อโกรธมากจนปอดสองข้างแทบทะลุออกมา เมื่อเห็นยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์จำนวนมาก หัวใจของเขาก็ตกไปอยู่ตรงตาตุ่ม
ความเกลียดชังที่เขามีต่อปู้ฟางเหมือนแม่น้ำเชี่ยวกรากที่ไม่สิ้นสุดและไหลหลากต่อเนื่อง
เจ้านั่นพาเหล่ายอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์ยกโขยงมาที่นี่
ยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์ย่อมไม่โง่เขลา ทั้งหมดสนใจผลไม้หน้าตาคล้ายอุ้งเท้าหมีทันทีหลังจากได้กลิ่นของมัน
โอสถพลังปราณซึ่งสามารถใช้หลอมโอสถวิญญาณสี่แต้ม แรงดึงดูดของมันไม่ได้น้อยไปกว่าตาผลึกในมือปู้ฟางสักนิด
เสียงตื่นตกใจระคนประหลาดใจเซ็งแซ่ขึ้นในอากาศทันที
“ข้าหนานกงเสวียนเฮ่อเป็นคนเจอก่อน ใครกล้าขยับเข้ามาอีกก้าวเดียวถือเป็นศัตรูกับตระกูลหนานกง” หนานกงเสวียนเฮ่อเปล่งรัศมี โซ่สีดำสองเส้นที่แกว่งไกวอยู่ด้านหลังบ่งบอกว่าเ เขาคือยอดฝีมือที่ทำลายโซ่ตรวนขั้นเซียนเทพได้แล้วสองชิ้น
กระนั้นเหล่ายอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์ย่อมไม่แยแสชื่อเสียงตระกูลหนานกงแล้วปล่อยโอกาสให้หลุดลอย ทั้งหมดแผดเสียงคำรามพลางพุ่งเข้าใส่ผลไม้ทันที
ต่อจากนั้นเสียงของการต่อสู้ก็ก้องกังวานไปทั่ว
ดวงตาของหนานกงเสวียนเฮ่อเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ เขาบุกอย่างเหี้ยมหาญ พลังปราณเที่ยงแท้แผลงฤทธิ์เต็มที่ เล่นงานจนยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์รายหนึ่งตัวขาดครึ่งเลือดนองพื้น
กลิ่นเลือดแพร่กระจายไปทั่วเกาะเล็กๆ ทันที เลือดจากการต่อสู้ของเหล่ายอดฝีมือที่บ้าคลั่งนองเป็นแอ่งบนพื้นแล้วถูกดูดซึมลงดินเงียบๆ
ทว่ายอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์และหนานกงเสวียนเฮ่อกลับไม่สังเกตเห็น
…..
หนานกงอู๋เชวียรู้สึกเหมือนมีภูเขาขนาดยักษ์กดทับร่างไว้ แค่จะหายใจหายคอเขายังทำได้ลำบาก
ห้องโดยสารเรือสีดำสนิทมีโครงกระดูกกองกลาดเกลื่อน เสียงร้องเพลงไพเราะก้องกังวานดังอยู่ภายใน และเมื่อเสียงนี้แทรกผ่านโสตประสาท เลือดในตัวของหนานกงอู๋เชวียก็เย็นเฉียบทันที
แคร้ง…
เสียงเหมือนบางอย่างถูกบดขยี้ดังขึ้น
หนานกงอู๋เชวียรู้สึกเหมือนหัวใจขึ้นมาจุกตรงคอหอย ดูเหมือนว่าเรือยมโลกจะหยุดแล่น เพราะทุกสิ่งรอบตัวค่อนข้างนิ่งสงบ เขาตกตะลึกอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ประตูห้องโดยสารเรือจะเปิด ดออกอย่างฉับพลัน
ลมหนาวน่าขนลุกพัดมาทำให้ตัวของชายหนุ่มสั่นเล็กน้อย
ตึก! ตึก!
เท้าซีดเผือดเปล่งประกายโผล่ออกมาจากความมืดทีละน้อยพร้อมเสียงฝ่าเท้ากระทบพื้นเบาๆ ในห้องโดยสารเรือมีคนอื่นด้วยหรือนี่
หนานกงอู๋เชวียไม่กล้าหายใจดัง สองตาของเขาเบิกกว้างเมื่อเห็นร่างทรงเสน่ห์ชวนให้หลงใหลปรากฏตัวภายในความมืด มันคือร่างของหญิงสาวคนหนึ่งที่ผมซึ่งยาวถึงเอวปลิวไสวเบาๆ
ผิวของนางซีดขาวราวกระดาษ หนานกงอู๋เชวียไม่รู้สึกถึงร่องรอยความมีชีวิตบนตัวนาง
ผีหรือ
เมื่อเท้าที่เปล่งประกายเหยียบลงพื้น หญิงสาวผู้งดงามก็หยุดเท้าแล้วหันหน้ามาอย่างรวดเร็ว สายตาเย็นชาและเย็นยะเยือกของนางจดจ้องที่มาหนานกงอู๋เชวีย
น่ากลัวเกินไปแล้ว!
หนานกงอู๋เชวียรู้สึกเหมือนเลือดในตัวเริ่มเดือดและพร้อมจะพุ่งออกมาจากผิวหนัง แต่เขาก็ทำได้เพียงจำกัดพลังรัศมีของตัวเองแล้วกัดฟันแน่น ไม่กล้าผลีผลามขยับตัวเพราะกลัวว่านา างจะจับได้
ตึก! ตึก! ตึก!
หลังจากมองหนานกงอู๋เชวียครู่หนึ่ง นางก็หันหน้ากลับแล้วเดินไปที่ประตูห้องโดยสารเรือ
เรือยมโลกจอดอยู่หน้าเกาะแห่งหนึ่งซึ่งมีเหมืองผลึก
ร่างงดงามของหญิงสาวผู้นั้นยืนอยู่บนดาดฟ้าเรือ ผมของนางปลิวไสวตามแรงลม
เลือดหลากสายซึ่งมากเกินกว่าจะนับได้ไหลออกจากเกาะราวกับเป็นเส้นไหม มันคือเลือดของเหล่ายอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์ที่เสียชีวิตบนเกาะนี้ เลือดของพวกเขาถูกสกัดออกจากร่าง แล้วไหลมายังหญิงสาวผู้นี้ จากนั้นก็ซึมเข้าสู่ผิวหนังของนาง
เลือดจำนวนมหาศาลถูกผิวหนังดูดซับในเวลาอันสั้น
วีดวิ้ว…
หญิงสาวผิวปากเหมือนกำลังเรียกอะไรบางอย่าง เหมืองผลึกเริ่มสั่นไหวแต่กลับไม่มีสิ่งใดโผล่ออกมา เสียงผิวปากของนางดังขึ้นเรื่อยๆ และเหมือนนางกำลังโมโห
โครม!
น้ำทะเลรอบด้านระเบิดขึ้นจนเกิดเป็นคลื่นสูง
ร่างของหญิงสาวที่กำลังเกรี้ยวกราดเปล่งแสงวูบวาบ นางพุ่งตัวกลับเข้าห้องโดยสารเรือก่อนประตูจะปิดตามเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
หนานกงอู๋เชวียถูกพลังรุนแรงกดลงกับพื้นอีกครั้ง เขารู้สึกขุ่นเคืองอย่างยิ่งแต่ก็เศร้าโศกเช่นกัน นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน
ตู้ม!
ทันทีที่เรือยมโลกแล่นออกจากเกาะ เกาะก็แตกเป็นเสี่ยงด้วยพลังไร้รูปแบบ เหลือเพียงซากปรักหักพังจำนวนมากที่ลอยอยู่กลางทะเล
ใบเรือสีดำสนิทของเรือยมโลกโบกสะบัดตามแรงลม
ครั้งนี้มันมุ่งหน้าไปยังเกาะที่มีต้นกรงเล็บปีศาจรวมปราณ