ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก: GOURMET OF ANOTHER WORLD - บทที่ 457 ผมดำยาวจากยมโลก
- Home
- ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก: GOURMET OF ANOTHER WORLD
- บทที่ 457 ผมดำยาวจากยมโลก
เอี๊ยด…
เสียงที่ฟังเหมือนมาจากอดีตกาลดังขึ้นเมื่อประตูสัมฤทธิ์ของห้องโดยสารเรือเปิดออกอีกครั้ง
หนานกงอู๋เชวียรู้สึกเหมือนจะขาดใจเต็มที แต่เมื่อรับรู้ว่ามีแสงสะท้อนเข้ามาจากภายนอก พลังกายก็เริ่มฟื้นฟูขึ้น เขาตั้งใจจะหนีออกจากห้องที่เหมือนกรงขังแห่งนี้แต่กลับพบว่าต ตนเองขยับร่างกายไม่ได้ แม้ว่ากำลังกายจะฟื้นคืนมาแล้วแต่ก็ยังเคลื่อนไหวไม่ได้อยู่ดี เขารู้สึกเหมือนถูกภูเขาลูกใหญ่กดทับจนแทบหายใจไม่ออก
หนานกงอู๋เชวียเบิกตาโพลง เขาบิดบั้นท้ายพยายามคืบคลานออกไป
ทว่าหลังจากนั้นเพียงครู่เดียว ชายหนุ่มก็รู้สึกได้ว่าเส้นผมเย็นเฉียบกำลังสัมผัสต้นคอของตน
หนานกงอู๋เชวียตัวแข็งทื่อ เขาออกแรงหันมาแล้วพบว่าตนกำลังเผชิญกับใบหน้าที่เย็นเยียบ
สีหน้าและสายตาของหญิงสาวตรงหน้าเย็นชาบาดหัวใจ ผมสีดำของนางห้อยลงมาเหมือนม่าน ผิวซีดเผือดไม่มีร่องรอยของเลือดแม้แต่น้อย
นางคือผู้หญิงคนนั้น
หนานกงอู๋เชวียอยากร้องไห้เหลือเกิน เหตุใดคนคนนี้ถึงต้องตามตื๊อกันด้วย หรือเป็นเพราะเขาหน้าตาดีเกินไป
หนานกงอู๋เชวียอยากร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตาไหลออกมา เขาไม่กล้าหายใจแม้แต่น้อยขณะมองหญิงสาวตรงหน้า
ดวงตาดำสนิทของนางจ้องมองมา นางอ้าปากแลบลิ้นสีแดงสดออกมา
“เจ้า…ต้องการอะไร”
หนานกงอู๋เชวียขนลุกชันไปทั้งตัว เขารวบรวมพลังทั้งหมดที่มีเปล่งเสียงพูดออกไป
ทว่าผู้หญิงคนนี้กลับไม่ใส่ใจคำพูดของเขาแม้แต่น้อย
ฟึ่บ!
เมื่อลิ้นของนางแตะและเลียลงบนหน้า หนางกงอู๋เชวียก็รู้สึกเหมือนมีก้อนน้ำแข็งถูไถอยู่บนใบหน้าของตัวเอง
เขาตะลึงงันไป ความคิดเริ่มฟุ้งซ่าน นี่เขา… เขาถูกบังคับจูบอย่างนั้นหรือ
ทำเช่นนี้ได้อย่างไร… เป็นหญิงสาวแท้ๆ แต่กลับไม่คิดหวงเนื้อหวงตัว
เส้นใยพลังงานสีดำซึมออกจากลิ้นนางแล้วแทรกเข้าไปในผิวหนังของหนานกงอู๋เชวีย ทำให้ชายหนุ่มตัวแข็งทื่อ
หลังจากนั้นพักใหญ่นางก็ลุกยืน เท้าที่เปล่งประกายเหยียบลงพื้นส่งร่างให้พุ่งออกไปอย่างรวดเร็วราวสายฟ้า
ประตูห้องโดยสารเรือเปิดออกพร้อมเสียงก้องกังวาน
ผมสีดำของนางสยายตามลมขณะพุ่งตัวออกไป เกิดเสียงก้องกังวานอีกครั้งเมื่อประตูห้องปิดลง
หญิงสาวทิ้งให้หนานกงอู๋เชวียนอนทำหน้าสิ้นหวังสะอื้นไห้อยู่เงียบๆ
นางคิดจะทำอะไรกันแน่
…
ปู้ฟางมองหญิงสาวเจ้าของสายตาเย็นเยียบที่ทำให้หัวใจของตนสั่นระรัวด้วยความกลัว ดูเหมือนเขาจะพบต้นเหตุของอาการใจสั่นแล้ว มันเป็นเพราะผู้หญิงคนนี้ ช่างเป็นหญิงสาวที่น่าสะพรึงกล ลัวยิ่งนัก!
เรือโบราณสีดำสนิทเดินหน้าต่อ ขณะที่คลื่นทะเลเปิดทางให้เรือแล่นผ่านมันก็เริ่มสาดซัดเข้ากลืนกินเกาะ
หญิงสาวผมดำยาวยืนอยู่บนดาดฟ้าเรือพลางเปล่งรัศมีน่าขนลุกออกมา
เจ้าขาวกลับมาอยู่ข้างปู้ฟางโดยไม่รั้งรอ
เมื่อรัศมีของนางแผ่กระจายออกมา ดวงตาสีม่วงของเจ้าขาวก็เปลี่ยนเป็นสีเทาลุ่มลึกอย่างรวดเร็ว
เจ้าขาวมองนางด้วยสายตาระแวดระวังพลางรวบรวมพลังทั้งหมดพร้อมสรรพ
เจ้ากุ้งยังมึนเมา มันนอนซบไหล่ของปู้ฟางแถมยังขดตัวสบาย
“ฮ่าๆๆ ข้าได้มาแล้ว”
ยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์ที่ชิงผลของต้นกรงเล็บปีศาจรวมปราณมาได้ลิงโลดสุดขีด เขาตื่นเต้นมากจนแทบกระโดดโลดเต้นไปมา
ทว่าตอนนั้นเองร่างของเขาก็แข็งทื่อเมื่อสังเกตเห็นสายตาแปลกประหลาดของเหล่ายอดฝีมือคนอื่นๆ
หนานกงเสวียนเฮ่อชิงซ่อนตัวอยู่ไกลลิบตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว ทั้งยังจำกัดพลังรัศมีของตัวเองไว้ ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจเสียงดังขณะมองเรือโบราณสีดำด้วยสายตาหวาดกลัว หัวใจของเขา เต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ
“เรือยมโลก! มันคือเรือยมโลกจริงๆ”
หนานกงเสวียนเฮ่อรู้สึกเหมือนหัวใจของตนจมอยู่ในรูน้ำแข็ง
หนึ่งในสิ่งที่น่ากลัวที่สุดของดินแดนเร้นลับคือเรือยมโลก
ไม่ว่าจะเป็นดินแดนเร้นลับใด หากเรือยมโลกปรากฏขึ้น นั่นหมายความว่าความตายอยู่ห่างจากพวกเขาไม่ไกล
มันคือสิ่งที่คนในทวีปมังกรซ่อนเร้นรู้จักดี มีคนเพียงน้อยนิดที่สามารถรอดชีวิตจากดินแดนเร้นลับมาได้หลังเผชิญกับเรือยมโลก ดูเหมือนว่าดินแดนเร้นลับทุกแห่งมีเรือยมโลก แต่ขณะเด ดียวกันก็คล้ายกับว่าดินแดนเร้นลับใดก็ล้วนไม่มีเรือยมโลก
หนานกงเสวียนเฮ่อมึนงงไปหมดเมื่อเห็นเรือยมโลกปรากฏขึ้นตรงหน้า
เขาจำกัดพลังรัศมีของตัวเองแล้วซ่อนตัวไม่ให้หญิงสาวผู้นั้นเห็น
เขาไม่อยากตาย
เสียงหัวเราะเริงร่าจากยอดฝีมือที่ได้ผลของต้นกรงเล็บปีศาจรวมปราณค่อยๆ แผ่วลง รูม่านตาของเขาขยายกว้าง
“ตาย…”
เรือโบราณสีดำซึ่งกำลังแล่นมาเรื่อยๆ จู่ๆ ก็เหาะขึ้นบนอากาศแล้วลอยตัวเหนือพวกเขาอย่างฉับพลัน
หญิงสาวผมดำยาวที่ดูเย็นชากวาดตามองยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์ด้วยสีหน้าเฉยเมยพลางพึมพำคำนั้นออกมา ยอดฝีมือผู้นั้นร้องไห้คร่ำครวญก่อนจะล้มลง ร่างของเขาสลายกลายเป็นแอ่ง งเลือดหลังกระแทกพื้น
“มันคือคำสาป! คำสาปของเรือยมโลก”
หัวใจหนานกงเสวียนเฮ่อสั่นสะท้าน เขากลัวมากเสียจนเข่าแทบทรุดลงกับพื้น
ไม่มีใครต้านทานคำสาปนี้ได้
พวกเขาทุกคนล้วนต้องตาย
หนานกงเสวียนเฮ่อคำราม เหล่ายอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์ที่ในใจหวาดกลัวรีบเหาะหนีไปคนละทิศคนละทาง พวกเขาหนีเพราะไม่อยากตาย
ผมของหญิงสาวยาวถึงเอว มันปลิวสะบัดเหมือนหนวดหมึกนับไม่ถ้วน
จ๋อม! จ๋อม! จ๋อม! จ๋อม!
ร่างของเหล่ายอดฝีมือมากมายแหลกสลายกลายเป็นแอ่งเลือดและเนื้อบด
หนานกงเสวียนเฮ่อเปล่งพลังรัศมีของตนออกมา โซ่สองเส้นบนหลังกวัดแกว่งรุนแรง เขาฝืนต้านทานคำสาปและเพียงกระอักเลือดออกมาเท่านั้น ไม่ได้ถูกฉีกเป็นชิ้นๆ แต่อย่างใด
ร่างของหนานกงเสวียนเฮ่อโซซัดโซเซ ก่อนที่ชายชราจะเหาะหนีอย่างเด็ดเดี่ยวไม่คิดเหลียวหลังกลับมาแม้แต่น้อย
ปู้ฟางสัมผัสได้ว่าเลือดในตัวของตนกำลังเดือดพล่านและใกล้ทะลุออกจากผิวหนังอยู่รอมร่อ หัวใจของเขาสั่นระรัวด้วยความกลัวจนต้องถอนหายใจออกมายาวๆ
ผู้หญิงคนนั้น… ช่างน่าสะพรึงกลัวจริงๆ
ทว่าเลือดของเขาก็กลับเป็นปกติอย่างรวดเร็วหลังจากเดือดพล่านอยู่เพียงครู่เดียว
ปู้ฟางขมวดคิ้ว สูดหายใจลึกพลางมองเรือโบราณสีดำที่ลอยอยู่บนอากาศ
หญิงสาวผมดำยาวคนนี้น่าขนลุกไม่น้อย นางใช้ดวงตาสีดำจ้องมองปู้ฟาง
ฮึ่ม…
นางปล่อยคลื่นพลังผันผวนแปลกประหลาดออกมา ทำให้ปู้ฟางรู้สึกเหมือนโดนจับแก้ผ้าอย่างไรอย่างนั้น
หญิงสาวส่งเสียงหวีดแหลมออกมาเมื่อกวาดสายตาไปเห็นร่างของเจ้ากุ้ง เสียงหวีดของนางรุนแรงมากจนน้ำทะเลรอบบริเวณปะทุขึ้น
“เจ้า…นั่น…เอง… ส่ง…แก่นผลึกม่วงมาเสีย”
เสียงตะกุกตะกักดังก้องขึ้นในใจของปู้ฟางและทำให้ชายหนุ่มหวาดผวาไม่น้อย รู้สึกเหมือนถูกรัศมีที่ทำให้หายใจไม่ออกจู่โจม ทั้งเกาะแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ พร้อมเสียงดังกึกก้อง
ดวงตาของเจ้าขาววูบไหว มันพยายามบังปู้ฟางเอาไว้
ทว่าเจ้าขาวกลับถูกกดลงพื้นเพียงเพราะหญิงสาวผู้นั้นโบกนิ้ว ไม่อาจขยับตัวได้แม้แต่น้อย
“ส่งมัน…มา…”
น้ำเสียงของนางเคร่งขรึมขึ้นและเจือด้วยจิตสังหารน่าสะพรึงกลัว นางปล่อยรัศมีสีดำสนิทที่ดูเหมือนเปลวไฟทมิฬจำนวนมหาศาลให้พุ่งออกจากร่าง ลูกไฟพุ่งเข้าใส่ปู้ฟางและพยายามกลืนกิน นเขา
ปู้ฟางใจหายวาบ ก่อนจะพ่นเปลวไฟสีทองออกมา
เปลวไฟสีทองของเขาลอยขึ้นฟ้าแต่ถูกเปลวไฟสีดำสกัดไว้ทันที
นั่นมันเปลวไฟอะไรกัน
ปู้ฟางตื่นตกใจ เป็นครั้งแรกที่หมื่นไฟประลัยกัลป์ของเขาพ่ายแพ้
“ถ้าไม่ส่งมา… เจ้าต้องตาย!”
หน้าผากของนางปรากฏรอยแยกบางๆ รัศมีที่ทำให้หัวใจของปู้ฟางเหมือนถูกบีบพุ่งออกมาจากรอยแยกนั้น
“หึ่ง!”
ระบบส่งเสียงออกมาเล็กน้อย ปู้ฟางได้ยินเสียงสั่นเบาๆ อยู่ข้างหูพร้อมเสียงหาวอย่างเกียจคร้าน
“รัศมีอันคุ้นเคยนี้… เจ้าหนูปู้ฟาง ท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่ของเจ้าแค่งีบไปแวบเดียว เหตุใดจึงกล้ามีเรื่องกับคนจากยมโลกเล่า”
น้ำเสียงอ่อนโยนของบุรุษดังก้องขึ้นในใจของปู้ฟาง