ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก: GOURMET OF ANOTHER WORLD - บทที่ 464 อุ้งเท้าสุนัขแสนนุ่มและดำสนิท
- Home
- ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก: GOURMET OF ANOTHER WORLD
- บทที่ 464 อุ้งเท้าสุนัขแสนนุ่มและดำสนิท
คลื่นขนาดมโหฬารไหลบ่าเข้ามาภายในรอยแยก ทำให้พื้นดินทั่วบริเวณสั่นไหว
เกิดเสียงดังฉู่ฉ่าเมื่อน้ำทะเลไหลออกมาจากรอยแยกแล้วตกลงกระทบหินหนืดเบื้องล่าง ไอน้ำระเหยขึ้นด้านบน ปกคลุมทัศนียภาพจนมิด
เรือโบราณลำหนึ่งฝ่าคลื่นลมรุนแรงขณะแทรกตัวผ่านรอยแยกเข้ามา เรือลำนั้นพุ่งมายังจุดที่ทุกคนอยู่
หญิงสาวสวยสง่าผมสีดำยาวยืนอยู่ตรงหัวเรือ ใบหน้าที่เยือกเย็นประดุจน้ำแข็งของนางเจือด้วยกลิ่นอายของความตาย ทั้งยังไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ
บุรุษกายาโลหิตจะรู้จักเรือยมโลกลำนี้หรือไม่
เห็นได้ชัดว่าเขารู้จัก และเมื่อเห็นหญิงสาวจากยมโลกผู้เยือกเย็น ขนแขนทุกเส้นของเขาก็ลุกชันขึ้นมา
“หญิงสาวจากยมโลกเช่นนั้นหรือ พวกเราไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน เจ้ารุกรานเข้ามาในดินแดนของข้าทำไม”
บุรุษกายาโลหิตลดพลังกดดันที่แผ่ออกมาลงชั่วขณะก่อนเปิดปากพูดกับหญิงสาวจากยมโลกอย่างระแวดระวัง เขาเป็นถึงผู้ที่ทำลายโซ่ตรวนขั้นเซียนเทพได้ห้าชิ้น และอยู่ในชั้นกายาศั กดิ์สิทธิสูงสุด
ทว่าเมื่อต้องเผชิญหน้ากับหญิงสาวจากยมโลก เขาก็ไม่อาจทำอะไรบุ่มบ่ามได้ หญิงสาวผู้นี้น่าสะพรึงกลัวยิ่ง ตอนที่เขาเพิ่งเข้ามาในดินแดนเร้นลับแห่งนี้ครั้งแรก นางก็เป็นสิ่งมีชี วิตที่ทำให้ศัตรูทุกหัวระแหงต้องพรั่นพรึง นางไม่จำเป็นต้องปรากฏตัวแม้แต่น้อย เพียงแค่ได้ยินชื่อของนาง ไม่ว่าเป็นใครก็ต้องตัวสั่นเทาด้วยความกลัวกันทั้งสิ้น
ปู้ฟางเก็บกระทะกลุ่มดาวเต่าดำลงก่อนจะจับจ้องไปยังหญิงสาวจากยมโลกผู้ยืนอยู่บนเรือด้วยสายตาตกตะลึง
เขาพบมันอีกครั้งหนึ่งแล้ว… เขาเคยเจอเรือโบราณลึกลับสีดำสนิทลำนี้มาก่อนในดินแดนเร้นลับแห่งนี้ หญิงสาวปริศนานางนี้ก็ด้วย… แถมนางยังคุ้นเคยกับเจ้าดำเป็นอย่างดี
นางมาที่นี่ทำไมกัน นางต้องการหอคอยอสุราอย่างนั้นหรือ
หญิงสาวจากยมโลกยืนตระหง่านอยู่บนดาดฟ้าเรือโบราณสีดำสนิท โต้ปะทะกับสายลมร้อนฉ่าที่พัดกระทบร่าง เส้นผมของนางปลิวสะบัดไม่หยุดหย่อนอยู่ด้านหลัง
ดูราวกับว่าความสนใจของนางจะไม่ได้อยู่ที่บุรุษกายาโลหิตหรือปู้ฟางเลย
สายตาของนางจับจ้องไปยังหอคอยสีแดงเลือดไม่วางตา
หอคอยยักษ์ที่ปกคลุมไปด้วยหมอกเลือดกำลังเรืองแสงออกมาจางๆ
ทันใดนั้นเอง หญิงสาวจากยมโลกก็ผิวปากเป็นเสียงแหลมสูง ส่งคลื่นเสียงไร้รูปร่างออกมา คลื่นเสียงนั้นทำให้ม่านหมอกสีเลือดสั่นไหวก่อนสลายไป เผยให้เห็นหอคอยที่อยู่ภายใน
วิ้ว….
ประกายสีแดงฉานไหลบ่าออกมาจากหอคอยอสุราทันที
เหมือนมีบางอย่างถูกผนึกอยู่ภายใต้หอคอยอสุรานี้
นัยน์ตาของปู้ฟางหดเล็กเมื่อเขากวาดสายตามองหอคอยยักษ์สีเลือด ชายหนุ่มเห็นสิ่งที่อยู่ภายใต้หอคอยอย่างชัดเจน… มันคือไข่ฟองหนึ่ง มีพลังงานแปลกประหลาดแผ่พุ่งออกมาจากไข่ฟองนั้น
ไข่หรือ
สิ่งที่ถูกผนึกอยู่ในหอคอยคือไข่อย่างนั้นหรือ
อึดใจถัดมา สายตาของปู้ฟางก็ลุ่มลึกขึ้นก่อนที่ชายหนุ่มจะเริ่มหายใจหนักหน่วง เขาเห็นสมุนไพรสีเขียวสามต้นอยู่รอบๆ ไข่ฟองนั้น
สมุนไพรหน้าตาประหลาดส่องแสงจางๆ ออกมา มันดูเหมือนมังกรที่กำลังแยกเขี้ยวกางเล็บส่งเสียงคำรนดังก้องไปถึงสวรรค์
สมุนไพรเหล่านั้นคือหญ้ามังกรเปลี่ยนกระดูก
ปู้ฟางเสาะแสวงหาสมุนไพรชนิดนี้มานาน จนแล้วจนรอดเขาก็มาพบหญ้ามังกรเปลี่ยนกระดูกนี้ด้วยวิธีอันประหลาด วัตถุประสงค์ของภารกิจปู้ฟางในครั้งนี้คือสมุนไพรชนิดนี้นั่นเอง
“ไข่ปักษาเพลิงนั่น…เป็นของข้า…” หญิงสาวจากยมโลกจ้องมองไข่ปักษาเพลิงที่ถูกผนึกอยู่ใต้หอคอยสีแดงฉาน นางหันศีรษะไปมองบุรุษกายาโลหิตก่อนจะเอ่ยปากพูด เป้าหมายของนางคือไข่ ปักษาเพลิง
ไข่ปักษาเพลิงจะช่วยให้ขั้นปราณของนางรุดหน้า มันอาจช่วยให้นางบรรลุสู่ชั้นสูงสุดของขั้นปราณได้
นัยน์ตาของบุรุษกายาโลหิตหดแคบก่อนจะเปลี่ยนเป็นเย็นชา หากเป้าหมายของนางคือไข่ปักษาเพลิง อะไรๆ อาจจะยุ่งยากกว่าที่เขาคิด
หากเขาคิดจะปลุกหอคอยอสุราอย่างสมบูรณ์ สิ่งที่ต้องใช้ย่อมมากกว่าเลือด เขายังต้องขยับขั้นปราณให้สูงพอที่จะรับพลังของหอคอย ทั้งยังต้องให้หอคอยดูดพลังสารัตถะของไข่ปักษาเพ พลิงอย่างเพียงพออีกด้วย
เหตุผลที่เกาะแห่งนี้แปรสภาพมาเป็นเกาะอาหารเลิศรสเป็นเพราะได้รับพลังงานจากพลังสารัตถะของไข่ปักษาเพลิงฟองนี้นั่นเอง
พลังสารัตถะของไข่ปักษาเพลิงเป็นต้นเหตุที่ทำให้พืชพรรณและสมุนไพรพลังปราณแปลกประหลาดนานาชนิดเจริญเติบโตบนเกาะแห่งนี้
เพราะเหตุนี้เช่นกันที่เกาะแห่งนี้กลายมาเป็นสถานที่ที่มีพลังปราณหนาแน่นที่สุดในดินแดนเร้นลับทะเลเมฆา
เหตุที่หญิงสาวจากยมโลกไม่เคยสังเกตเห็นสถานที่แห่งนี้มาก่อน เป็นเพราะบุรุษกายาโลหิตใช้พลังทั้งหมดที่มีซ่อนมันเอาไว้ ประกอบกับการที่หอคอยอสุราคอยดูดซับพลังสารัตถะของไข่ป ปักษาเพลิงไว้ตลอด ทำให้ปราณของมันไม่กระจายออกไป
ทว่าการที่บรรดามดปลวกบุกรุกเกาะก็ทำให้พลังสารัตถะของไข่ปักษาเพลิงรั่วไหลไปภายนอก จนดึงดูดหญิงสาวจากยมโลกและเรือของนางเข้า
ทุกอย่างจึงได้ยุ่งเหยิงถึงเพียงนี้…
บุรุษกายาโลหิตสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะจ้องหญิงสาวจากยมโลกด้วยสายตาเยียบเย็น เขาไม่มีทางยอมมอบไข่ปักษาเพลิงให้นางเป็นอันขาด เพราะมันเป็นสิ่งสำคัญที่จะปลุกหอคอยอสุรา คงเ เป็นการยากสำหรับเขาที่จะปลุกอุปกรณ์เทพของเมืองโบราณอสุราหากไร้ซึ่งพลังสารัตถะของไข่ปักษาเพลิง แค่พลังปราณของเขาเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะควบคุมหอคอยอสุราได้
ปู้ฟางที่เพิ่งเก็บกระทะกลุ่มดาวเต่าดำเสร็จหอบหายใจออกมา
สายตาของชายหนุ่มจับจ้องไปยังหอคอยอสุราและผนังสีแดงที่มองทะลุได้ ก่อนจะเลื่อนไปมองไข่ปักษาเพลิงที่ส่องแสงเรื่อเรือง
ไข่ฟองนี้มีขนาดเท่ามนุษย์คนหนึ่งและปกคลุมด้วยเส้นสายและลวดลายนับไม่ถ้วน มันมีสีแดงฉานทั้งยังแผ่พลังกดดันที่ร้อนราวเปลวไฟออกมา
หญ้ามังกรเปลี่ยนกระดูกซึ่งขึ้นอยู่ข้างไข่ๆ ปลิวไสวไปกับสายลม
ปู้ฟางแลบลิ้นเลียริมฝีปาก นัยน์ตาลุกโชน ไข่ปักษาเพลิง…เป็นวัตถุดิบที่หายากและล้ำค่ายิ่ง วัตถุดิบยิ่งคุณภาพสูงเพียงใด รสชาติของอาหารก็ยิ่งดีตามไปด้วย คุณภาพของไข่ปักษาเพลิ งนั้นสูงลิบ รสชาติของไข่ย่อมอร่อยล้ำแน่นอน
หากได้ลิ้มลองของอร่อยเช่นนี้สักครั้ง… เพียงแค่จินตนาการก็พาให้ตื่นเต้นจนห้ามใจแทบไม่ไหวแล้ว
“ออกไปจากที่นี่เสีย แล้วพาตาเฒ่านั่นไปกับเจ้าด้วย…”
ปู้ฟางฉวยโอกาสขณะที่หญิงสาวจากยมโลกกำลังเจรจากับบุรุษกายาโลหิต หันไปพูดกับหยางเหม่ยจี๋ที่เพิ่งจะรอดพ้นความตายมาหยกๆ
ขณะนี้หยางเหม่ยจี๋กำลังสะอื้นไห้พลางยัดโอสถทิพย์แบบเม็ดและโอสถทิพย์แบบน้ำปริมาณมากจากในกระเป๋าคลังเก็บของนางใส่ปากปรมาจารย์เสวียนเปย
ปู้ฟางรู้สึกว่าภาพที่เขาเห็นอยู่นี้ช่างแปลกประหลาดสิ้นดี คนที่มีร่างกายกำยำแข็งแกร่งกลับเอาแต่ร้องห่มร้องไห้ราวกับเป็นเด็กหญิงตัวน้อยๆ…
“แล้วท่านเล่า” หยางเหม่ยจี๋ถามปนสะอื้น
“ข้ายังมีเรื่องต้องทำอีกเล็กน้อย ที่นี่อันตรายเกินไป เจ้ารีบหนีไปเถิด”
ปู้ฟางขมวดคิ้วก่อนจะพูดกับนางอย่างใจเย็น
หยางเหม่ยจี๋ถึงกับอับจนถ้อยคำไปชั่วอึดใจ นางอยากให้ปู้ฟางหนีไปด้วยกัน แต่สีหน้าที่แน่วแน่ของชายหนุ่มทำให้นางไม่อาจเอื้อนเอ่ยถ้อยคำมาเกลี้ยกล่อมเขาได้
ชีวิตของปรมาจารย์เสวียนเปยพ้นขีดอันตรายแล้ว ทว่าแผลของเขายังหนักหนาพอดู ควรได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที สถานที่แห่งนี้ไม่เหมาะกับการให้เขาพักฟื้นแม้แต่น้อย
“รีบไป!” ปู้ฟางตะโกนอีกครั้งหนึ่งก่อนจะเลิกใส่ใจนาง
หากนางไม่ออกไปตอนที่ชายคนนั้นกำลังสนใจเรื่องอื่นอยู่ แล้วจะออกไปตอนไหนได้อีกเล่า
ปู้ฟางอยากทำภารกิจให้ลุล่วง แถมยังอยากลิ้มลองรสชาติของไข่ปักษาเพลิง ไม่มีทางเลยที่เขาจะตัดใจหนีไปตอนนี้
แต่สถานการณ์ของหยางเหม่ยจี๋นั้นแตกต่างไป นางกัดฟันอุ้มปรมาจารย์เสวียนเปยขึ้นหลัง ก่อนจะวิ่งเต็มฝีเท้าไปยังทางออกจากดินแดนเร้นลับ
หญิงสาววิ่งเต็มฝีเท้าเหตุเพราะรู้สึกได้ว่าสายตาของบุรุษกายาโลหิตกำลังจับจ้องมาที่นาง เขาทำลายโซ่ตรวนขั้นเซียนเทพได้ห้าชั้นแล้ว แค่สายตาของเขาที่มองมาก็ทำให้ร่างกายข ของนางสั่นเทาด้วยความกลัว
บุรุษกายาโลหิตยกมือขึ้น ก่อนจะส่งหอกโลหิตพุ่งไปหาหยางเหม่ยจี๋ ขณะที่หอกลอยตรงไปนั้น ความรุนแรงของมันดูราวกับจะสามารถทะลุผ่านทั้งร่างของนางและร่างของปรมาจารย์เสวียนเปย ยได้พร้อมๆ กัน
ปู้ฟางขมวดคิ้วก่อนหยิบบะหมี่อาละวาดออกมาชามหนึ่ง เขากินทั้งชามหมดสองคำใหญ่ๆ แล้วกลืนเนื้อปั้นกระปรี้กระเป่าตามลงไปด้วย
เปรี้ยง!
ปู้ฟางรู้สึกราวกับว่าร่างกายถูกฉีกกระชากเป็นชิ้นๆ เพราะพลังปราณที่ได้รับจากอาหารวิเศษทั้งสองจาน พลังในร่างกายพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนร่างแทบระเบิด
ชายหนุ่มกำมีดทำครัวกระดูกมังกรทองไว้ในมือก่อนส่งพลังปราณเที่ยงแท้ของเขาเข้าไป แสงสีทองอร่ามสว่างจ้าระเบิดออกมาจากคมมีด เสียงคำรนของมังกรยักษ์ดังก้องในหูของทุกคนที่อยู่ ในบริเวณ
เงาของมังกรยักษ์พุ่งทะยานจากมีดทำครัวกระดูกมังกรทอง มาปรากฏอยู่เบื้องหลังปู้ฟาง
ชายหนุ่มกำมีดทำครัวไว้ในมือหนึ่งขณะที่พลังปราณเที่ยงแท้ไหลหลากออกจากร่าง เขากวัดแกว่งใบมีดไปมาก่อนจะยกมือขึ้นลูบมันเบาๆ ลำแสงสีทองจากคมมีดพวยพุ่งตามหอกโลหิตไปพร้อมเสียง งคำรามของมังกรกึกก้อง
มีดสิบสามมหากาฬ!
ดวงตาของเจ้าขาวแปรเปลี่ยนเป็นสีขาวประหลาดขณะลำแสงสว่างจ้าปะทุออกมาจากร่างของมัน วงแหวนปราณทั้งหมดบนกายของเจ้าขาวถูกปลุกขึ้นมา มันกางปีกโลหะแล้วโจนทะยานออกไปบนท้องฟ้า
เจ้าขาวขึ้นไปยืนอยู่บนเจ้ากุ้งที่ตอนนี้กลายสภาพเป็นร่างใหญ่ยักษ์ ทั้งคู่พุ่งเข้าไปใส่บุรุษกายาโลหิตทันที
ปัง!
หอกโลหิตระเบิดก่อนจะสลายหายไป การโจมตีสุดกำลังของปู้ฟางสามารถหยุดการโจมตีธรรมดาๆ ที่บุรุษกายาโลหิตซัดออกไปได้สำเร็จ
หัวใจของหยางเหม่ยจี๋เต้นไม่เป็นส่ำ นางถอนหายใจออกมาได้ในที่สุดขณะวิ่งสุดฝีเท้าไปยังรอยแยกพร้อมร่างชายชราบนหลัง
บุรุษกายาโลหิตหันความสนใจมายังปู้ฟาง ไอ้เวรนี่ขัดขาข้าหลายครั้งเกินไปแล้ว ต่อให้โดนฆ่าตายก็ยังไม่สมแค้น
หืม
บุรุษกายาโลหิตเงยศีรษะขึ้นมองกุ้งยักษ์ที่กำลังพุ่งเข้าใส่ มีโลหะก้อนเบ้อเริ่มขี่อยู่บนหลังมันด้วย
ครืน!
โลหะก้อนนั้นส่องแสงเจิดจ้าก่อนที่ลำแสงนับไม่ถ้วนจะพุ่งออกมาจากปืนใหญ่วงแหวนปราณบนร่างของมัน ปืนใหญ่นั้นถูกฉาบเคลือบไว้ด้วยประกายแสงสีทองอร่าม แถมยังยิงออกมาด้วยความเร็วส สูงลิบ บุรุษกายาโลหิตหรี่ตามองปืนใหญ่วงแหวนปราณไม่วางตา
เปรี้ยง!!
ลำแสงเหล่านั้นระเบิดก่อนจะเข้าถึงตัวบุรุษกายาโลหิต ราวกับว่าชนเข้ากับพลังที่มองไม่เห็น อันที่จริงพลังที่หยุดลำแสงของเจ้าขาวไว้มาจากผนังของหอคอยสีแดงฉานนั่นเอง
เจ้าขาวผงะไป มันยิงซ้ำไปหลายนัดก่อเกิดเป็นเสียงระเบิดกึกก้องตามมาติดๆ ทว่ากระสุนทุกนัดกลับระเบิดกลางอากาศ เข้าไม่ถึงตัวบุรุษกายาโลหิตแม้แต่นัดเดียว
“ขนาดข้าเองยังเจาะผนังหอคอยอสุราไม่ได้ ก้อนเหล็กเช่นเจ้าจะจู่โจมเข้ามาได้อย่างไร”
บุรุษกายาโลหิตหัวเราะเสียงแหบพร่า
เลือดไหลบ่าออกมาจากนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นฝ่ามือโลหิตใหญ่ยักษ์สองอัน
เปรี้ยง!
เขาตบไปทางเจ้าขาวอย่างรำคาญใจราวกับกำลังตียุง
ทั้งเจ้าขาวและเจ้ากุ้งต่างก็ถูกอัดลงไปกับพื้นจนไม่อาจเคลื่อนไหวได้
หญิงสาวจากยมโลกยืนนิ่งอยู่กับที่ ดูเหมือนว่านางไม่อยากเข้าร่วมการต่อสู้ด้วย สายตาของนางจับจ้องอยู่แต่ไข่ปักษาเพลิงเท่านั้น
ปู้ฟางแลบลิ้นเลียริมฝีปากก่อนมองไปที่เจ้าขาวและเจ้ากุ้งซึ่งติดแหง็กอยู่กับพื้น ถึงแม้พวกมันจะขยับไม่ได้ แต่ก็ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต ชายหนุ่มยกมีดขึ้นก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปหาไข ข่ปักษาเพลิง ความเร็วของเขาในตอนนี้สูงมาก เขาเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วราวกับคลื่นคลั่งบนผิวทะเล
ปู้ฟางเองก็ไม่รู้มาก่อนว่าตัวเองสามารถวิ่งเร็วได้ถึงเพียงนี้
เมื่อบุรุษกายาโลหิตเห็นปู้ฟางวิ่งเข้าใส่ไข่ปักษาเพลิง เขาก็โกรธจัดขึ้นมาทันที ราวกับเลือดจากทั้งโลกพร้อมใจกันเดือดพล่าน หอกโลหิตนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นในอากาศก่อนจะพุ่งเข้าใส่ ปู้ฟาง
หญิงสาวจากยมโลกผิวปากเสียงแหลมสูง ผมดำยาวของนางปลิวไสวในสายลม นางแตะเท้าที่เปล่งประกายกับดาดฟ้าเรือก่อนจะลอยตัวขึ้น หญิงสาวที่ทะยานพ้นเรือขึ้นมาดูราวกับเป็นนางฟ้าก็ไม ม่ปาน
ความเร็วของนางสูงยิ่งขณะไล่ตามปู้ฟางไป
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!
หอกโลหิตจำนวนมากพุ่งกระแทกพื้นจนแตกเป็นเสี่ยง
ปู้ฟางขยับหลบห่าฝนหอกโลหิตอย่างคล่องแคล่ว พลังปราณเที่ยงแท้ของเขาถูกใช้ไปจนหมดแล้ว ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาต้องใช้พลังงานเป็นอย่างมาก ชายหนุ่มสัมผัสได้ถึงความเจ็บปลาบที่แล่นมาจ จากกลางศีรษะ ร่างกายของเขาขยับหลบหลีกขวาซ้ายราวกับเป็นวิญญาณ หากปู้ฟางพลาดแม้แต่นิดเดียว เขาต้องถูกหอกโลหิตแทงทะลุร่างอย่างไร้ปรานีแน่นอน
“หยุดนะ!” บุรุษกายาโลหิตตะโกนลั่นด้วยความเดือดดาล ร่างของเขาที่นิ่งเฉยมาตลอด ตอนนี้เหาะขึ้นไปในอากาศ เสียงครืนสนั่นดังสะท้อนก้องไปทั่วบริเวณ เขาพยายามลอยทะลุผนังโปร่งใ ใสของหอคอย ทว่าผนังนั้นไม่ปล่อยให้เขาออกไป
ปู้ฟางไม่คิดสนใจบุรุษกายาโลหิต ชายหนุ่มมาถึงหน้าไข่ปักษาเพลิงอย่างรวดเร็ว
พลังกดดันเย็นยะเยือกเข้าปกคลุมทั่วบริเวณทันทีเมื่อหญิงสาวจากยมโลกมาปรากฏตัวอยู่เคียงข้างปู้ฟาง นัยน์ตาดำสนิทของนางจับจ้องร่างของชายหนุ่มไม่วางตา
บุรุษกายาโลหิตส่งเสียงคำรามอย่างเกรี้ยวกราด ทำให้ทั้งบริเวณสั่นไหว เขาเคลื่อนที่ออกจากยอดหอคอยอย่างรวดเร็วเพื่อมุ่งหน้าไปยังตีนหอคอย
หญิงสาวจากยมโลกมองปู้ฟางก่อนจะยกนิ้วขึ้นมานิ้วหนึ่งแล้วเคาะลงบนผนังของหอคอย มีประกายแสงเล็กๆ ปรากฏออกมาจากนิ้วของนาง
หอคอยอสุราคอยปกป้องไข่ปักษาเพลิงเอาไว้
ปู้ฟางตระหนักได้ทันทีว่าหอคอยอสุราขัดขวางตนอยู่… ชายหนุ่มครุ่นคิดหาวิธีเข้าไปในหอคอย เขาจ้องนิ้วของหญิงสาวจากยมโลกที่ยื่นออกมาแล้วพบว่าฝ่ามือของนางกำลังค่อยๆ จมเข้าไปใ ในหอคอยช้าๆ ร่างของนางก็ตามเข้าไปด้วยเช่นกัน
หืม
ง่ายดายถึงเพียงนี้เชียวหรือ
ปู้ฟางเฝ้ามองหญิงสาวอย่างเงียบงัน และพยายามเลียนแบบนางไปด้วย เมื่อชายหนุ่มสัมผัสผนังหอคอยอสุรา เขาก็รู้สึกราวกับว่ากำลังแตะเนื้อเยื่ออุ่นๆ อยู่ มันให้ความรู้สึกเหมือนแตะลงไ ไปบนม่านน้ำที่กำลังหลากไหล
ม่านน้ำปกคลุมทั่วร่างของปู้ฟางขณะที่เขาผ่านเข้าไปในหอคอยอสุรา
เมื่อลืมตาขึ้นช้าๆ ปู้ฟางก็สัมผัสได้ถึงพลังปราณที่รายล้อมอยู่รอบกาย มันหนาแน่นมากเสียจนชายหนุ่มรู้สึกเหมือนรูขุมขนของตนกำลังจะระเบิด มันเข้มข้นเกินไป… พลังปราณภายในหอคอยแ แห่งนี้เข้มข้นและหนาแน่นยิ่งนัก
ปู้ฟางหันหลังกลับและสัมผัสเข้ากับผนังของหอคอยอสุราอีกครั้ง ชายหนุ่มรู้สึกว่าตอนนี้ผนังนั้นกลายมาเป็นของแข็งไม่เหมือนเมื่อครู่อีกแล้ว ดูราวกับว่าเขาไม่อาจย้อนออกไปจากหอคอยน นี้ได้อีกหลังจากได้เข้ามาแล้ว
เปรี้ยง!
จู่ๆ กลิ่นเลือดหนาแน่นและเข้มข้นก็เข้ามาปกคลุมบรรยากาศ
ร่างหนึ่งกระโจนลงมาจากยอดหอคอยพร้อมจิตสังหารแรงกล้าที่แผ่กระจายไปทั่วบริเวณ
แรงกดดันมหาศาลจากกายของคนผู้นี้ทำให้สิ่งรอบข้างสั่นสะเทือน
บุรุษกายาโลหิตมาถึงจนได้
“เห็นทางไปสวรรค์อยู่ตรงหน้ากลับไม่เดินไป ทางไปนรกตีบตันแต่ก็ยังฝ่าเข้ามา… ถ้าเบื่อจะมีชีวิตอยู่แล้ว ข้าก็จะส่งเจ้าไปลงนรกเอง”
บุรุษกายาโลหิตรำคาญปู้ฟางจนอดรนทนไม่ได้ เขาโกรธมากที่ไอ้หนุ่มคนนี้มาขัดขวางแผนการของเขาอยู่ร่ำไป เขาอยากฆ่าคนคนนี้ทิ้งเสียให้พ้นๆ
ครืน!
เลือดมากมายไหลบ่ามารวมกันก่อนจะก่อตัวเป็นฝ่ามือขนาดมหึมาพุ่งเข้าใส่ปู้ฟาง พลังของมันรุนแรงราวกับว่าสามารถขยี้ชายหนุ่มให้เป็นหมูบดได้
หญิงสาวจากยมโลกเหลือบมองปู้ฟางครั้งหนึ่งก่อนจะหันหลังเดินออกไปอย่างไม่รีรอ นางไม่คิดช่วยปู้ฟางแน่ ชีวิตของชายหนุ่มไม่สำคัญกับนางแต่อย่างใด
รัศมีแห่งความตายเข้าปกคลุมจิตใจของปู้ฟางทันที
เขาไม่อาจปัดป้องมันได้… ไม่มีทางป้องกันตนเองจากฝ่ามือนั้นได้เลย
ปู้ฟางสั่นกลัวอย่างแท้จริง
ชายหนุ่มอ่อนแอเกินไป… เขาจะต้องมาตายที่นี่อย่างนั้นหรือ
ฝ่ามือสีแดงโลหิตปกคลุมท้องฟ้าขณะเคลื่อนเข้ามาใกล้ บดบังวิสัยทัศน์ของปู้ฟางจนสิ้น ชายหนุ่มเหมือนจะเห็นประกายแสงสีขาวอยู่ภายในฝ่ามือสีแดงฉาน เขาคิดว่าตัวเองตาฝาด เพราะตอนนี้แ แทบทุกอย่างที่เขาเห็นมีเพียงสีแดงสดเท่านั้น
แต่แล้วจู่ๆ อุ้งเท้าสุนัขอ่อนนุ่มสีดำสนิทก็ปรากฏออกมาจากอากาศธาตุ หมายจะตบลงไปที่ฝ่ามือสีแดงนั้น