ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก: GOURMET OF ANOTHER WORLD - บทที่ 465 บุรุษผู้เกรี้ยวกราดจนกระอักเลือด
- Home
- ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก: GOURMET OF ANOTHER WORLD
- บทที่ 465 บุรุษผู้เกรี้ยวกราดจนกระอักเลือด
เสียงสายฟ้าฟาดดังสนั่นไปทั่วขณะที่ฝ่ามือสีเลือดขนาดมหึมาลอยตรงเข้ามาหาปู้ฟาง หมายจะบดขยี้เขาให้แหลก กระทั่งท้องฟ้าก็ปั่นป่วนเพราะพลังของฝ่ามือนั้น มันส่งเสียงหวีดหวิวขณะเ เคลื่อนเข้าใกล้ชายหนุ่มเข้าไปทุกขณะ
หญิงสาวจากยมโลกโยกตัวหลบก่อนจะถอยฉากออกไปยืนมองปู้ฟางอย่างเยือกเย็นจากที่ไกลๆ ชายหนุ่มขณะนี้ดูราวกับเรือแจวลำน้อยเมื่ออยู่ต่อหน้าฝ่ามือสีแดงฉาน
ด้วยระดับปราณของปู้ฟางขณะนี้ ย่อมไม่อาจปัดป้องฝ่ามือยักษ์ได้ เขาต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย
ทว่าขณะที่หญิงสาวคิดว่าคนผู้นี้ต้องตายแน่แล้ว ประกายแสงสีขาวก็ก่อตัวขึ้นเหนือศีรษะของปู้ฟาง ดูคล้ายกลุ่มหิ่งห้อยที่บินฉวัดเฉวียนบนอากาศก่อนจะแตกกระจายไปในทุกทิศทาง
เส้นแสงเหล่านั้นเข้ามารวมตัวกันประหนึ่งเส้นไหมก่อนจะเกิดเป็นรอยแยกในอากาศ เสียงฉีกขาดดังก้องไปทั่ว อากาศถูกบางสิ่งกรีดเป็นทางยาวก่อนแหวกออกเป็นรอยแยก
อุ้งเท้าสุนัขขนปุกปุยยื่นออกมาจากรอยแยกนั้นอย่างเงียบงัน
พลังกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากฝ่ามือสีเลือดซัดใส่ผมของปู้ฟางจนปลิวกระจายไม่หยุด กลิ่นคาวเลือดรุนแรงเสียจนชายหนุ่มจะขาดใจตายเสียให้ได้
บุรุษกายาโลหิตค่อนข้างมั่นใจในพลังของตนเอง หากไม่มีสิ่งใดเกินคาดเกิดขึ้น เจ้าหนุ่มนั่นก็จะต้องตายด้วยฝ่ามือยักษ์แน่นอน
หญิงสาวจากยมโลกเห็นอย่างชัดเจนว่าบุรุษกายาโลหิตได้ทำลายโซ่ตรวนขั้นเซียนเทพทั้งห้าและบรรลุถึงชั้นกายาศักดิ์สิทธิ์สูงสุดเรียบร้อยแล้ว ถึงแม้จะยังไม่ถึงชั้นกายาศักดิ์สิทธิ์ สมบูรณ์แบบ หรือที่เรียกว่าชั้น ‘วิญญาณศักดิ์สิทธิ์’ แต่ก็เพียงพอที่จะสังหารปู้ฟางได้อย่างง่ายดาย ชายหนุ่มผู้นี้ยังทำลายโซ่ตรวนขั้นเซียนเทพไม่ได้เลยแม้แต่ชิ้นเดียว
ไม่มีทางเลยที่ปู้ฟางจะรอดจากการโจมตีของบุรุษกายาโลหิตไปได้
นางเฝ้ารอความตายของปู้ฟางเพื่อที่จะเก็บแก่นผลึกม่วงกลับไป ของสิ่งนี้สำคัญอย่างยิ่งสำหรับนาง
เหตุผลที่นางยอมรามือไปก่อนหน้านี้เพราะเจ้าสุนัขนั่น ขณะนี้ในเมื่อเจ้าสุนัขไม่อยู่ที่นี่ด้วย ก็ไม่มีเหตุผลใดที่จะปล่อยให้แก่นผลึกม่วงหลุดมือนางไปอีกรอบหนึ่ง
ทันทีที่อุ้งเท้าสุนัขเล็กๆ นั้นยื่นออกมาจากรอยแยก หญิงสาวจากยมโลกก็ผงะไป
อุ้งเท้านั้นปุกปุยและอ่อนนุ่มอย่างยิ่ง ถึงแม้ว่าจะดูเหมือนอุ้งเท้าสุนัขธรรมดาๆ แต่หญิงสาวจากยมโลกก็ขนลุกซู่ไปหมดเมื่อได้เห็นมัน
ปู้ฟางเบิกตากว้างพลางจับจ้องไปที่อุ้งเท้าสุนัข ชายหนุ่มไม่อาจซ่อนความดีใจบนใบหน้าไว้ได้
เจ้าดำนั่นเอง!
อุ้งเท้าสีดำนั้นเป็นของเจ้าดำจอมเกียจคร้านอย่างแน่นอน
มันปรากฏตัวออกมาแล้วจริงๆ!
อุ้งเท้าน่ารักอ่อนนุ่มปลดปล่อยพลังกดดันอันน่าสะพรึงกลัวทันทีที่ปรากฏออกมาจากรอยแยก
ฝ่ามือสีเลือดที่กำลังจะบดขยี้ปู้ฟางอยู่เมื่อครู่ จู่ๆ ก็เหมือนถูกขัดขวางด้วยพลังที่มองไม่เห็นจนไม่อาจเคลื่อนที่ต่อได้
ดวงตาของบุรุษกายาโลหิตเบิกกว้างขึ้นในบัดดลเมื่อเห็นสถานการณ์ตรงหน้า เขาสัมผัสได้ถึงพลังกดดันแห่งจักรวาลที่กดทับตัวเองไว้ พลังกดดันจากอุ้งเท้าสุนัขกวาดพลังของเขาหายไป ปจนหมดสิ้น
ครืด…
แรงสั่นสะเทือนไร้รูปร่างแผ่ออกมาเมื่อฝ่ามือสีแดงถูกซัดกระเด็นไปไกล หลังจากปลิวไประยะหนึ่งก็ถูกอุ้งเท้าสุนัขตบเข้าอีกครั้งจนสลายกลายเป็นฝนโลหิต
เลือดที่อาบเคลือบอยู่บนร่างของบุรุษกายาโลหิตเริ่มเดือดพล่านเมื่อเขาเซถอยหลังไปหลายก้าว สีหน้าบิดเบี้ยวพรั่นพรึงขณะจับจ้องไปยังสถานการณ์ตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา
ไอ้เด็กเปรตนี่แกร่งขนาดนี้เชียวหรือ
ไม่มีทาง ไม่ใช่ฝีมือหมอนี่แน่นอน
แล้วจะเป็นใครได้อีก มียอดฝีมือชั้นกายาศักดิ์สิทธิสูงสุดอยู่ในดินแดนเร้นลับแห่งนี้เช่นนั้นหรือ หรือจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่เหนือกว่าขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์
เมื่อหมอกโลหิตเริ่มจางหายและภาพเบื้องหน้าปรากฏแจ่มชัด บุรุษกายาโลหิตก็จ้องเขม็งไปยังอุ้งเท้าสุนัข ขณะที่หญิงสาวจากยมโลกนั้นตื่นตะลึงไปแล้ว
อุ้งเท้านั้นยังคงตั้งตระหง่านอยู่ในตำแหน่งเดิมหลังจากที่ออกมาจากรอยแยก ต้องเป็นอุ้งเท้านี้แน่ๆ ที่ปัดฝ่ามือเลือดออกไปอย่างไม่คาดฝัน
แต่มัน็แค่อุ้งเท้าสุนัขไม่ใช่หรือ
อุ้งเท้าสุนัขเล็กจ้อยเท่านี้สามารถหยุดการโจมตีจากตัวเขาที่เป็นถึงยอดฝีมือชั้นกายาศักดิ์สิทธิ์สูงสุดได้อย่างไรกัน…
ขณะนี้สีหน้าของบุรุษกายาโลหิตบิดเบี้ยวแปลกประหลาด มุมปากทั้งสองกระตุกไม่หยุด
“ดูเหมือนว่าข้าจะมาทันเวลาพอดี…”
เสียงเกียจคร้านลอยออกมาจากรอยแยก ขณะที่รอยแยกเริ่มขยายใหญ่ขึ้นทุกที สิ่งมีชีวิตหนึ่งก็เดินอาดๆ ออกมา ร่างนั้นไม่ใช่มนุษย์อย่างแน่นอน… อันที่จริงแล้วถ้าดูจากท่าทางการเดินก็ น่าจะเป็นแมว
เดี๋ยว… ไม่สิ… เดินเหมือนแมวหรือ ไม่ใช่ว่าอุ้งเท้านี่เป็นของสุนัขหรอกหรือ แล้วเหตุใดสัตว์ตัวนี้จึงเคลื่อนไหวเหมือนแมวกัน
บุรุษกายาโลหิตมึนงง เขาเขม้นตามองไปยังสัตว์ที่กำลังก้าวเดินออกมาจากรอยแยก
มันคือสุนัขตัวหนึ่ง
สุนัขสีดำอ้วนท้วนสมบูรณ์
ขณะเดินเยื้องย่างราวกับแมว เนื้ออวบอ้วนบนตัวของมันก็กระเพื่อมไปมาไม่หยุด
เจ้านี่น่ะหรือสุนัขที่ปัดป้องฝ่ามือสีเลือดได้
หญิงสาวจากยมโลกมีสีหน้าแปลกประหลาดเมื่อเห็นท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่ปรากฏกาย เหตุเพราะว่าสุนัขตรงหน้าต่างจากสุนัขตัวที่นางจำได้
นางเคยเห็นมันมาแล้วครั้งหนึ่งในยมโลก ตอนนั้นมันยังไม่สมบูรณ์ถึงเพียงนี้ ทุกครั้งที่มันสะบัดตัว ไขมันบนตัวก็สั่นกระเพื่อมไปด้วย
ปู้ฟางยกมุมปากขึ้น พลังปราณเที่ยงแท้ภายในกายของชายหนุ่มกำลังหมดลง ความรู้สึกอ่อนล้าไหลบ่าเข้ามาแทนที่
เขาหยิบขนมปังหอยนางรมออกมาก่อนจะกัดเข้าไปคำใหญ่ หลังจากกินจนหมดแล้ว ขนมปังก็แปรเปลี่ยนเป็นพลังปราณเที่ยงแท้ที่ท่วมท้นอยู่ในกายอีกครั้ง ปู้ฟางรู้สึกได้ว่าพลังกายของเขาก กำลังกลับคืนมา
“เจ้าหนูปู้ฟาง… ข้าเคยบอกให้เจ้าเหลือแก่นผลึกม่วงไว้ให้ด้วย ยังเหลืออยู่ใช่ไหม มันอร่อยสุดจิตสุดใจจริงๆ… การขโมยมันมาจากหญิงสาวจากยมโลกคงจะเป็นเรื่องยากเย็นสำหรับเจ้าไม่น้อ อย ตอนนี้ท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่ของเจ้ามาถึงที่นี่แล้ว ส่งแก่นผลึกม่วงมาให้ข้าเสียดีๆ ข้าจะดูแลรักษามันไว้เอง” ท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่แลบลิ้นออกมา มันถลึงตาใส่ปู้ฟางก่อนจะพูดด้วยน น้ำเสียงอดรนทนไม่ได้
ปู้ฟางจ้องเจ้าดำด้วยแววตาว่างเปล่า เขากำลังทบทวนถึงเหตุผลที่จู่ๆ เจ้าดำก็โผล่ออกมา ดูเหมือนว่าเหตุผลที่มันมาก็เพราะหิว…
“หญิงสาวจากยมโลกยืนอยู่ด้านหลังเจ้า… เจ้าแน่ใจหรือว่าพูดจาเช่นนี้ได้”
สีหน้าของหญิงสาวจากยมโลกในขณะนี้เย็นชายิ่งนัก
“เจ้ามีตัวช่วยมาอีกหนึ่งเช่นนั้นหรือ… สุนัขตัวหนึ่งจะแน่สักเพียงใดเชียว” บุรุษกายาโลหิตเก็บข่มความตกตะลึงเอาไว้ก่อนถามปู้ฟางออกไป
กุ้งชั้นกายาศักดิ์สิทธิ์กับหุ่นเชิดชั้นกายาศักดิ์สิทธิ์ก็ปรากฏตัวแล้ว คงไม่แปลกเท่าไรนักที่สุนัขชั้นกายาศักดิ์สิทธิ์จะปรากฏตัวออกมาอีก การที่สามารถเรียกผู้ช่วยออกมาได้ม มากมายถึงเพียงนี้ เจ้าปู้ฟางคนนี้ต้องมีสถานะไม่ธรรมดาแน่นอน
แต่ถึงกระนั้น สำหรับบุรุษกายาโลหิต ไม่ว่าปู้ฟางจะมีสถานะสูงส่งเพียงใดก็ไม่สำคัญ ชายหนุ่มมาอยู่ในดินแดนของเขา ชีวิตหรือความตายของปู้ฟาง เขาเป็นผู้กุมชะตาเอาไว้ทั้งหมด
บุรุษกายาโลหิตกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาที่เปี่ยมไปด้วยจิตสังหาร
ท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่ถึงกับผงะไปเพราะคำพูดของบุรุษกายาโลหิต มันหันศีรษะไปมองทางต้นเสียงทันที
“เจ้านี่เป็นใครกัน น่าสนใจไม่ใช่น้อย”
ร่างกายของคนคนนี้ปกคลุมด้วยโลหิต แถมยังแผ่พลังรัศมีแก่กล้าออกมาตลอดเวลา โซ่สีแดงสดห้าเส้นห้อยอยู่เบื้องหลัง โซ่ทั้งห้าก็ปลดปล่อยพลังกดดันมหาศาลออกมาเช่นกัน
เขาทำลายโซ่ตรวนได้ห้าชิ้นเชียวหรือ
ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกเลยที่เจ้าหนูปู้ฟางจะตกอยู่ในสภาพน่าเวทนาเช่นนี้ ถึงแม้ว่าเจ้าหนูจะมีความเชี่ยวชาญเรื่องการต่อสู้เพิ่มขึ้นบ้างแถมยังมีเจ้าขาวคอยช่วยเหลือ เขาก็ยังต้องพัฒนา อีกมากถึงจะสามารถรับมือกับยอดฝีมือชั้นกายาศักดิ์สิทธิ์สูงสุดได้
“ข้าไม่ได้กินเนื้อสุนัขมาตั้งแต่ติดอยู่ในหอคอยอสุรา ข้าอยากกินเนื้อสุนัขให้เต็มคราบมานานแล้ว… ไหนๆ ก็มีสุนัขมาโผล่ที่นี่ วันนี้ข้าก็ขอกินเนื้อมันจนอิ่มเอมสักทีเถอะ” บ บุรุษกายาโลหิตแสยะยิ้มให้ปู้ฟางกับเจ้าดำ เขายกมือขึ้น เลือดสีแดงฉานมารวมตัวกันเหนือกายเขาก่อนจะประกอบเป็นหอกโลหิต
กินเนื้อสุนัขอย่างนั้นหรือ
ทั้งปู้ฟางและหญิงสาวจากยมโลกต่างตกตะลึง ใบหน้าของท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่กระตุกรัว
สุนัขไปทำอะไรให้เจ้าเจ็บช้ำน้ำใจกัน เหตุใดจึงต้องกินเนื้อสุนัขด้วยเล่า
พลังงานเที่ยงแท้ระเบิดออกมาจากร่างของบุรุษผู้นั้น ขณะที่ปลายหอกโลหิตเริ่มหมุนควง ส่งผลให้เกิดคลื่นพลังงานปั่นป่วนไปทั่วบริเวณ ก่อนที่หอกโลหิตจะพุ่งทะยานใส่เจ้าดำทันที
ทว่าก่อนที่หอกโลหิตจะเข้าสัมผัสกาย เจ้าดำก็หายวับไป
ไม่สิ… มันไม่ได้หายไปไหน เจ้าดำไปปรากฏตัวอยู่ข้างๆ บุรุษกายาโลหิตห่างกันเพียงสามฉื่อเท่านั้น
“เจ้าคิดจะทำอะไร” บุรุษกายาโลหิตตกตะลึงไปชั่วขณะ อึดใจถัดมาเจ้าสุนัขอ้วนก็ยกอุ้งเท้าขึ้นอีกครั้ง
ขณะที่อุ้งเท้าของมันยกหราอยู่กลางอากาศ ขนาดของมันก็ขยายใหญ่ขึ้นทุกที จนกลายเป็นอุ้งเท้าใหญ่ยักษ์
เปรี้ยง!
หอกโลหิตถูกอุ้งเท้าทุบจนสลายหายไป ขณะที่อุ้งเท้านั้นพุ่งใส่บุรุษกายาโลหิตต่อ มันกระแทกใส่ร่างของเขาอย่างจังก่อนจะอัดเข้ากับตีนหอคอย ทำเอาแผ่นดินสั่นสะเทือนไปหมด
“เหตุใดเจ้าถึงกินเนื้อสุนัข เจ้ากล้าดีอย่างไรจึงกินเนื้อสัตว์ที่ทรงเกียรติเช่นนี้ มีเนื้ออีกตั้งมากมายหลายชนิด เช่นเนื้อมังกรหรือเนื้อหมู… เจ้าจะอยากกินเนื้อสุนัขไปทำไม รนหาที ตายเช่นนั้นหรือ”
ใบหน้าอ้วนกลมของท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่สั่นไหวขณะที่มันเปิดปากพูด
ริมฝีปากของหญิงสาวจากยมโลกบิดเบี้ยวขณะจ้องมองภาพตรงหน้า ไอ้นิสัยเล่นใหญ่เล่นโตเช่นนี้… ต้องเป็นสุนัขตัวนั้นไม่ผิดแน่
ถึงจะเป็นสุนัขตัวเดียวกับที่นางรู้จัก ทว่าในอดีตมันทั้งสง่าและดูดี เหตุใดตอนนี้ถึงได้อ้วนขนาดนี้กัน
ปู้ฟางยกมือลูบคางพลางเม้มปากแน่นขณะมองเจ้าดำผู้อ้วนท้วน ดูเหมือนว่าอาหารที่เขาให้เจ้าดำคงจะมันเกินไป ตอนที่เขาพบเจ้าดำครั้งแรก มันเป็นสุนัขที่ทั้งปราดเปรียวและสง่างาม
ปู้ฟางค่อยๆ ทำใจให้สงบ เขารู้สึกผ่อนคลายลงเมื่อเห็นเจ้าดำ ชายหนุ่มหยิบขนมปังหอยนางรมออกมาเคี้ยวเสียงดังขณะเดินอาดๆ ไปยังไข่ปักษาเพลิง
“เชิญพวกเจ้าสู้กันไปตามสบาย ข้าขอไข่ปักษาเพลิงก่อนละ”
“ไอ้หมาชั่ว!”
โลหิตสาดกระจายไปทั่วบริเวณเมื่อบุรุษกายาโลหิตพุ่งทะยานขึ้นไปบนฟ้า ก่อนที่จะไหลมารวมกันเป็นทะเลเลือดอยู่เบื้องหลังเขา นัยน์ตาของเขาแดงก่ำขณะที่จิตสังหารพุ่งทะยานเมื่อปราย ยตามองสุนัขสีดำพุงย้อยตรงหน้า
ฟึ่บ…
เสียงดังฟึ่บสะท้อนก้องไปทั่วเมื่อปู้ฟางดึงหญ้ามังกรเปลี่ยนกระดูกที่ขึ้นอยู่ข้างๆ ไข่ปักษาเพลิงออกมา เสียงรากแก้วถูกถอนจากดินดังชัดจนได้ยินกันทั่ว
บุรุษกายาโลหิตตัวแข็งทื่อขณะหันศีรษะมามองสิ่งที่ปู้ฟางกำลังทำ เขาโกรธเป็นอย่างยิ่ง… โกรธเสียจนกระอักเลือดออกมากองใหญ่