ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก: GOURMET OF ANOTHER WORLD - บทที่ 466 บทสนทนาเรื่องการกินไข่ปักษาเพลิงอย่างถูกต้อง
- Home
- ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก: GOURMET OF ANOTHER WORLD
- บทที่ 466 บทสนทนาเรื่องการกินไข่ปักษาเพลิงอย่างถูกต้อง
หญ้ามังกรเปลี่ยนกระดูกมีรูปร่างคล้ายเทพมังกรที่อยากทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า มันสั่นไหวและแผ่พลังกดดันที่น่าตื่นตะลึงออกมาตลอดเวลา หญ้านี้ถูกปกคลุมด้วยประกายสีทองอร่ามและป ปล่อยกลิ่นหอมอ่อนๆ ออกมา
ปู้ฟางดึงหญ้ามังกรเปลี่ยนกระดูกสีเขียวเข้มส่องประกายวับวาว เกิดเสียงดังกรอบแกรบพร้อมเสียงคำรามแผ่วเบาของมังกร
ชายหนุ่มยกมุมปากขึ้นขณะวัดขนาดสมุนไพรพลังปราณในมือ สมแล้วที่เป็นสมุนไพรพลังปราณระดับสิบ ช่างเปี่ยมล้นไปด้วยพลังปราณและปราณวิญญาณ เมื่อสูดดมเข้าไปเพียงครั้งเดียวก็ทำให้ จิตใจปลอดโปร่งและเพิ่มพลังกายจนเต็ม
ปู้ฟางใส่หญ้ามังกรเปลี่ยนกระดูกลงในกระเป๋าคลังเก็บก่อนจะถอนหายใจออกมาเหยียดยาว ในที่สุดชายหนุ่มก็ทำภารกิจฉุกเฉินของระบบสำเร็จ ปู้ฟางนึกไปเองว่าภารกิจนี้น่าจะทำสำเร็จได้อย่า างง่ายดาย เขาไม่คาดคิดเลยว่ามันจะยากลำบากถึงเพียงนี้
“ขอแสดงความยินดีกับนายท่านที่ทำภารกิจฉุกเฉิน ‘เข้าไปในอาณาจักรเร้นลับทะเลเมฆาเพื่อนำวัตถุดิบในการทำพระกระโดดกำแพงระดับอรหันต์ ซึ่งก็คือสมุนไพรพลังปราณ หญ้ามังกรเปลี่ยนกระ ะดูกออกมา’ ได้สำเร็จ รางวัลของภารกิจจะถูกส่งมอบให้ท่าน ณ บัดนี้”
เสียงสุขุมของระบบดังขึ้นในศีรษะของปู้ฟางขณะที่ชายหนุ่มเก็บหญ้าเข้ากระเป๋า
ชายหนุ่มเฝ้ารอรางวัลจากภารกิจนี้อย่างใจจดใจจ่อ อัตราการแปลงหน่วยพลังปราณร้อยละยี่สิบจะทำให้ขั้นปราณของเขารุดหน้ารวดเร็วขึ้นไปอีก
ทว่าการได้รางวัลระดับนี้ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจแต่อย่างใด ด้วยภารกิจที่ยากเย็นถึงเพียงนี้ รางวัลก็ควรสมน้ำสมเนื้อเป็นธรรมดา
ดวงตาของบุรุษกายาโลหิตแดงก่ำยิ่งกว่าเก่าเมื่อเห็นปู้ฟางถอนหญ้ามังกรเปลี่ยนกระดูกอย่างสบายอารมณ์ เจ้ามนุษย์มดปลวกผู้นี้ตั้งใจจะยั่วโมโหเขาให้อกแตกตายแน่ๆ บุรุษกายาโลหิตเ เสียใจที่ไม่ได้กระทืบหมอนี่ให้ตายไปเสียแต่เนิ่นๆ เพราะตอนนี้เขาเริ่มรำคาญที่เห็นมดปลวกตัวนี้กระโดดโลดเต้นไปมาอยู่รอบกายเต็มทน
หญิงสาวจากยมโลกถึงกับจนด้วยถ้อยคำขณะมองปู้ฟาง เจ้ามนุษย์อ่อนแอคนนี้ช่างใจเย็นเสียจริง
บุรุษกายาโลหิตที่ทลายโซ่ตรวนขั้นเซียนเทพได้ห้าชิ้นยืนอยู่ไม่ไกลแท้ๆ แต่เจ้ามนุษย์ต่ำต้อยกลับเก็บเกี่ยวรางวัลอย่างสบายใจ ช่วยเคารพขั้นปราณของเขาสักหน่อยไม่ได้เชียวหรือ
บุรุษกายาโลหิตโมโหเสียจนเลือดในกายเดือดพล่าน
เจ้าดำเอียงศีรษะก่อนส่งเสียงในลำคอขณะมองบุรุษกายาโลหิต เจ้าสุนัขอ้วนรู้จักนิสัยของปู้ฟางดี ใครก็ตามที่ได้เห็นท่าทางเย็นชาไม่แยแสของคนคนนี้ ย่อมอยากกระทืบเขาเป็นธรรมดา
กระนั้นเจ้าดำก็ชินเสียแล้ว ตราบใดที่ปู้ฟางไม่มากินซี่โครงเนื้อเปรี้ยวหวานต่อหน้า ท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้ก็ไม่ใคร่จะสนใจเจ้าเด็กนี่สักเท่าไร
หืม?
ปู้ฟางเริ่มสัมผัสได้ถึงสายตาอาฆาตจากบุรุษกายาโลหิต จึงหันไปจ้องตอบด้วยสายตานิ่งเฉย ทำให้อีกฝ่ายแทบจะกระอักเลือดด้วยความโกรธ กระนั้นชายหนุ่มก็ไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย เขาเมินบ บุรุษกายาโลหิตก่อนจะหันกลับไปถอนหญ้ามังกรเปลี่ยนกระดูกอีกต้นหนึ่ง
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า บุรุษกายาโลหิตก็โกรธจนแทบคลั่ง เขารู้สึกเหมือนถูกปู้ฟางกลั่นแกล้งไม่หยุดหย่อน ท่าทางไม่แยแสและกวนโอ๊ยของชายหนุ่มทำให้บุรุษกายาโลหิตเดือดปุดอยู่ภายใน
ทะเลโลหิตเบื้องหลังซึ่งสร้างขึ้นจากเลือดที่เขาเก็บกวาดมาเริ่มเดือดพล่าน ภาพของเลือดปริมาณมหาศาลดูน่าสะอิดสะเอียนสิ้นดี
ท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่ที่ลอยอยู่กลางอากาศดูตัวเล็กจ้อยเมื่ออยู่ต่อหน้าทะเลโลหิตอันน่าสะพรึงกลัว
เสียงคำรามดังขึ้น ทะเลโลหิตไหลมารวมกันกลายเป็นปากขนาดใหญ่ที่พุ่งเข้าใส่เจ้าดำ หมายจะกัดและกลืนกินมันเข้าไปทั้งตัว
ถึงแม้ว่าทะเลโลหิตที่ดูเหมือนสามารถกวาดต้อนและกลืนกินทุกสรรพสิ่งได้กำลังพุ่งเข้าใส่ ท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่ก็ทำเพียงมองอย่างใจเย็นเท่านั้น
ขณะที่ทะเลโลหิตพุ่งเข้าใส่ท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่ที่มีสีหน้านิ่งเฉย กลิ่นเหม็นก็ตลบอบอวลไปทั่ว
บุรุษกายาโลหิตส่งเสียงคำรามลั่น พลังทั่วตัวโคจรอย่างบ้าคลั่ง กระทั่งพลังปราณเที่ยงแท้ของเขาก็ดูจะเดือดพล่านขึ้นมาด้วย
เจ้าดำยังนิ่งเฉยทั้งที่ทะเลโลหิตกำลังจะกลืนมันเข้าไปอยู่รอมร่อ… ทว่าทันใดนั้นมันก็เปิดปากขึ้น ปากของมันอ้ากว้าง ก่อนจะเห่าใส่ทะเลโลหิตที่กำลังถาโถมเข้ามา เสียงเห่าของมัน นดังก้องเสียจนหูแทบดับ
แรงระเบิดอัดเข้าใส่ทะเลโลหิตทันทีที่เสียงเห่าดังขึ้น
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
คลื่นยักษ์มหาศาลพุ่งทะยานขึ้นมาเผยให้เห็นเสาโลหิตที่อยู่ภายในซึ่งระเบิดกระจายกลายเป็นหยาดโลหิต ทำให้ทะเลโลหิตล่าถอยไปอย่างน่าตะลึง
บุรุษกายาโลหิตผงะ เขาไม่คาดคิดแม้แต่น้อยว่าเจ้าสุนัขอ้วนจะน่ากลัวถึงเพียงนี้ แค่เห่าทีเดียวก็ทำให้ทะเลโลหิตของเขาเคลื่อนถอยหลังได้
เกิดเสียงดังครืนสะท้อนก้องไปทั่ว ท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่เริ่มก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยท่วงท่าเหมือนแมว มันข้ามทะเลโลหิตมาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าบุรุษกายาโลหิตในพริบตาเดียว
เจ้าดำไม่ชอบบุรุษกายาโลหิตเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เพราะตอนพบกันครั้งแรก ชายผู้นี้ก็พูดเรื่องการกินเนื้อสุนัข… การพูดเช่นนั้นต่อหน้าท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่ย่อมเท่ากับรนหาที่ตาย มิใช่หรือ
เจ้าดำยกอุ้งเท้าขึ้น อุ้งเท้าของมันขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จากนั้นก็เริ่มลดระดับลงมาพร้อมพลังกดดันและแรงลมมหาศาล
บุรุษกายาโลหิตส่งเสียงดังลั่น เส้นผมของเขาปลิวไสวรุนแรง เขาใส่พลังทั้งหมดลงไปในกาย พยายามจะปัดป้องการโจมตีนั้น
ตู้ม!
ความรุนแรงของการโจมตีราวกับสามารถฉีกอากาศออกเป็นริ้วๆ ได้
บุรุษกายาโลหิตสัมผัสได้ถึงพลังมหาศาลที่อัดเข้าไปในแขนทั้งสองข้าง เขารู้สึกเหมือนกำลังถูกภูเขาสูงตระหง่านอัดกระแทกก็ไม่ปาน
เขาไม่อาจป้องกันการโจมตีจากอุ้งเท้าได้ จึงถูกอัดกระเด็นไปอีกคำรบ บุรุษกายาโลหิตพุ่งเข้าชนกับตีนหอคอยราวกับเป็นลูกยางกลมๆ
เจ้าดำโบกหางไปมาขณะก้าวไปข้างหน้าด้วยท่วงท่าเหมือนแมว ดูราวกับว่ามีบันไดที่มองไม่เห็นอยู่ตรงหน้ามัน
หลังจากปู้ฟางถอนหญ้ามังกรเปลี่ยนกระดูกต้นสุดท้ายและเก็บเข้ากระเป๋าคลังเก็บเรียบร้อย ชายหนุ่มก็หันหลังกลับก่อนจะจ้องมองบุรุษกายาโลหิตด้วยดวงตาเป็นประกาย
บุรุษกายาโลหิตนอนแน่นิ่งอยู่ที่ตีนหอคอยซึ่งดูเหมือนเป็นแอ่งน้ำนิ่ง
ปู้ฟางเปลี่ยนเป้าสายตาไปยังไข่ปักษาเพลิงที่ทอประกาย ไข่นั้นอัดแน่นไปด้วยพลังสารัตถะ
ขณะที่ชายหนุ่มขยับเข้าไปใกล้ เขาก็สัมผัสได้ถึงพลังชีวิตและปราณอันเข้มข้นที่ไหลบ่าออกมาจากไข่
ปู้ฟางนึกตกใจและปลาบปลื้มอยู่ในใจ ไข่ฟองนี้เป็นไข่ที่ยอดเยี่ยมที่สุดซึ่งเขาเคยเห็นมาในชีวิต และแน่นอนว่าย่อมต้องเป็นวัตถุดิบที่ดีที่สุดที่เขาเคยพบพานด้วย
หากได้ไข่ฟองนี้ไปทำอาหาร เขาต้องปรุงอาหารที่ไร้เทียมทานออกมาได้แน่
แถมยังสามารถใช้ไข่เป็นวัตถุดิบในการทำพระกระโดดกำแพงระดับอรหันต์ได้ด้วยเช่นกัน
กระนั้นปู้ฟางก็ยังรู้สึกว่า การใช้ไข่ทำพระกระโดดกำแพงออกจะน่าเสียดายอยู่สักหน่อย
นั่นเพราะไม่มีวัตถุดิบอื่นใดในพระกระโดดกำแพงจะเทียบเคียงไข่ฟองนี้ได้ การใช้ไข่ฟองนี้เป็นวัตถุดิบจะไปกลบรสของวัตถุดิบอื่นๆ เสียหมด ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก
“ไข่ปักษาเพลิงนั่น… เป็นของข้า”
ขณะที่ปู้ฟางกำลังครุ่นคิดว่าจะใช้ไข่ปักษาเพลิงทำอาหารจานใดดี เสียงเย็นเยียบก็ดังแว่วขึ้นมาจากเบื้องหลังเขา
เป็นหญิงสาวจากยมโลกนั่นเอง ปู้ฟางเคยได้ยินเสียงนางมาก่อนจึงจำได้แม่นยำ
ถึงแม้สตรีนางนี้จะจับจ้องเขาด้วยท่าทางนิ่งเฉย แต่ปู้ฟางกลับสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่ลอยวนอยู่ คอยเตือนไม่ได้เขาก้าวเข้าไปใกล้ไข่แม้อีกก้าวเดียว
ปู้ฟางขมวดคิ้ว นางต้องการไข่ปักษาเพลิงอย่างนั้นหรือ
“เจ้าจะเอาไข่นี่ไปทำไมกัน” ปู้ฟางถามอย่างสนใจ
“พลังสารัตถะในไข่ปักษาเพลิงสามารถขับไล่ปราณมรณะและคำสาปในกายของข้าได้…” หญิงสาวจากยมโลกจ้องชายหนุ่มอยู่อึดใจก่อนจะอธิบาย เพราะความเกรงใจที่นางมีให้ท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่
ขับไล่ปราณมรณะอย่างนั้นหรือ
ปู้ฟางผงะไป ชายหนุ่มจ้องสตรีผู้นี้อย่างตั้งใจแล้วสังเกตเห็นว่ามีพลังงานสีดำไหลวนอยู่ในกายนาง คงเป็นสิ่งนี้สินะที่นางเรียกว่าปราณมรณะ
“แล้ว… ถ้าเจ้าได้ไข่ไป เจ้าจะปรุงมันอย่างไรเล่า จะนำไปต้มหรือ” ปู้ฟางถาม
หญิงสาวจากยมโลกตกใจกับคำถาม ปรุงหรือ นางต้องการเพียงพลังสารัตถะ แล้วจะนำไข่ไปต้มทำไมเล่า แค่เลียเอาตรงๆ ไม่ง่ายกว่าหรือ
นางใช้วิธีนี้มาตลอด นางเลียทุกสิ่งเพื่อดูดเอาพลังสารัตถะมากดข่มปราณมรณะในกาย วิธีนี้ง่ายดายยิ่ง ไม่จำเป็นต้องทำอะไรให้ยุ่งยากแม้แต่น้อย
เมื่อปู้ฟางเห็นสีหน้าที่สับสนงุนงงของอีกฝ่าย ชายหนุ่มก็เริ่มคึกและอยากให้คำแนะนำกับนาง
“ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่ชินกับการทำอาหารสินะ หากเจ้าใช้เวลาทั้งหมดไปกับการรบราฆ่าฟัน คงเป็นการยากที่จะได้ลิ้มลองของอร่อย วัตถุดิบที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ควรได้รับการตระเตรียมอย่างประ ะณีต จึงจะไม่สิ้นเปลืองวัตถุดิบโดยใช่เหตุ เจ้ารู้หรือเปล่าว่าวิธีปรุงไข่มีกี่แบบ”
ใบหน้าเยือกเย็นของหญิงสาวจากยมโลกตอนนี้เต็มไปด้วยความงุนงง
“วิธีปรุงไข่มีด้วยกันหลายวิธี วิธีที่ง่ายที่สุดคือ… การต้ม วิธีนี้ไม่เพียงเป็นการถนอมรสชาติและสารอาหารไว้เท่านั้น แต่สามารถคงความนุ่มนวลชวนหลงใหลของไข่ขาวไว้ได้ด้วย”
เมื่อเปิดประเด็นเรื่องอาหาร ปู้ฟางก็อดพูดเจื้อยแจ้วไม่ได้
“นอกจากไข่ต้มปกติ ยังมีไข่ดาวน้ำ ไข่ต้มใบชา ไข่ต้มซีอิ๊ว และอื่นๆ แถมมีอาหารที่ปรุงอย่างซับซ้อนจากไข่กับวัตถุดิบอื่นๆ ด้วย เช่น ข้าวผัดไข่ ไข่น้ำ และอื่นๆ…”
ปู้ฟางพูดเรื่อยเจื้อยเรื่องวิธีการปรุงไข่ภายในหนึ่งลมหายใจ ทำเอาหญิงสาวจากยมโลกทึ่งเหลือประมาณ
“บอกข้าสิ เจ้าคิดจะปรุงไข่ฟองนี้ด้วยวิธีใด เจ้าจะทำไข่ดาวน้ำหรือ หรือไข่ต้มใบชา”
พอถามเสร็จชายหนุ่มก็จับจ้องหญิงสาวจากยมโลกด้วยแววตาเป็นประกาย
“ขะ… ข้าจะ… เลียมัน”
หญิงสาวจากยมโลกพูดออกมาได้สองสามคำหลังจากนิ่งคิดอยู่เป็นเวลานาน
ปู้ฟางถึงกับผงะไปเพราะคำตอบของนาง จู่ๆ สีหน้าของชายหนุ่มก็เปลี่ยนไปเป็นเรียบเฉย เขาหรี่ตาลงก่อนจะจ้องนางผ่านหางตา
ตอนนี้สายตาของชายหนุ่มเปี่ยมไปด้วย… ความรังเกียจเดียดฉันท์
สายตารังเกียจของปู้ฟางทำเอาหญิงสาวจากยมโลกถึงกับเสียความมั่นใจในตัวเอง
“เลียมันเรอะ เจ้ารู้หรือเปล่าว่าวัตถุดิบนี่จะเสียพลังสารัตถะไปเท่าใดหากเจ้าทำเช่นนั้น ส่งมันมาให้ข้าเสีย ข้าจะทำให้เจ้าได้สัมผัสถึงความหฤหรรษ์จากการมีพลังสารัตถะไหลบ่าไปทั่ วร่าง” ปู้ฟางกล่าว
หญิงสาวจากยมโลกมีสีหน้าว่างเปล่าเมื่อได้ยินถ้อยคำนั้น
เมื่อท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่ที่เฝ้ามองอยู่ห่างๆ ได้ยินคำที่ปู้ฟางพูดเพื่อพยายามหลอกล่อหญิงสาวจากยมโลก มันก็ระเบิดเสียงหัวเราะรุนแรงเสียจนไขมันลดไปสองจิน
มันไม่นึกเลยว่าเจ้าหนูปู้ฟางจะมีเวลามาหัดหลอกลวงคนอื่น
ทว่าครั้งนี้ที่ปู้ฟางทำสำเร็จเป็นเพราะหญิงสาวจากยมโลกนั้นไม่รู้เดียงสา การหลอกนางจึงเป็นเรื่องง่ายดายนัก
เปรี้ยง!!
แผ่นดินสั่นไหวไปทั่วทำให้หอคอยอสุราสั่นตาม
ปราณโลหิตในอากาศไหลเข้าไปในร่างของบุรุษกายาโลหิต เขาค่อยๆ คลานจากแอ่งน้ำมายืนอยู่บนหอคอย พลังกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างเขาในตอนนี้น่าสะพรึงกลัวยิ่ง เลือดในกายของเขาเหมื อนจะเดือดพล่านขึ้นมา
บุรุษกายาโลหิตได้สัมผัสพลังของท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่ไปเรียบร้อย เขารู้ดีว่าตนเองไม่อาจเอาชนะสุนัขอ้วนนี่ได้ มันทำให้เขาทุกข์ทนอย่างยิ่ง เขาผู้ที่กำราบมาทั้งดินแดนเร้นลับ ทะเลเมฆาโดยไม่เคยพ่ายแพ้ให้ใคร สุดท้ายต้องมาพ่ายให้กับสุนัขตัวหนึ่งอย่างสุดจะคาดเดา
เขาจะยอมรับง่ายๆ ได้อย่างไรกัน
โชคยังดีที่เขามีไพ่ตายใบสุดท้ายอยู่
บุรุษกายาโลหิตหมายจะเอาชีวิตสุนัขตัวนี้ จากนั้นก็ควักเนื้ออวบอ้วนของมันออกมากินทีละชิ้น
หอคอยอสุรา…จงตื่นขึ้น!
เลือดมากมายมารวมตัวกันบนฝ่ามือของบุรุษกายาโลหิต ก่อนจะกลายเป็นลูกประคำโลหิตสีแดงฉาน
ลูกประคำนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงานชั่วช้า
ดวงตาเยือกเย็นของบุรุษกายาโลหิตเปี่ยมล้นด้วยจิตสังหาร และตอนนี้สายตาของเขาก็จับจ้องไปยังเจ้าดำและปู้ฟาง
อึดใจต่อมา บุรุษกายาโลหิตก็ซัดลูกประคำโลหิตเข้าที่ตีนหอคอย
จู่ๆ เสียงเหมือนบางอย่างฉีกขาดก็ดังขึ้น เลือดไหลทะลักออกมาจากประคำโลหิต ดูเหมือนว่าประคำโลหิตจะฉีก ส่งผลให้เลือดปริมาณมหาศาลที่อยู่ภายในไหลออกมาด้านนอก
เส้นสายสีแดงฉานอาบไปด้วยเลือดซึ่งมีกลิ่นอายลึกลับเริ่มหมุนพันฐานของหอคอย
ไม่นานหลังจากนั้น เลือดทั้งหมดก็ไหลเข้าไปในหอคอย
ลวดลายสีแดงที่ล้อมรอบผนังล่องหนของหอคอยดูเหมือนจะตื่นขึ้น มันส่งพลังกดดันมหาศาลออกมาภายนอกทันใด
หอคอยอสุราคืออุปกรณ์เทพของเมืองโบราณอสุรา
และเพราะเป็นอุปกรณ์เทพ จึงมีพลังอันแข็งแกร่งสถิตอยู่ภายใน
ผมของบุรุษกายาโลหิตกระจายลงประบ่า เขาสะบัดศีรษะไปข้างหลังก่อนจะคำรามเสียงดังลั่น
หอคอยโปร่งใสสีเลือดเริ่มขุ่นทึบ ผนังหอคอยเริ่มแข็ง รูปร่างที่แท้จริงของมันกำลังปรากฏขึ้นช้าๆ
บุรุษกายาโลหิตสัมผัสได้ว่าร่างของเขาถูกเชื่อมต่อเข้ากับหอคอยอสุรา ส่งผลให้เขารู้สึกแข็งแกร่งเกินต้าน ความรู้สึกของการได้ครอบครองอุปกรณ์เทพนั้นช่างเกินบรรยาย ถึงแม้ว่าอุป ปกรณ์ชิ้นนี้จะชำรุด เขาก็เชื่อว่ามันแข็งแกร่งพอที่จะสังหารเจ้าสุนัขอ้วนได้
เมื่อได้พลังเพิ่มจากหอคอยอสุรา บุรุษกายาโลหิตก็รู้สึกราวกับบรรลุสู่ชั้น ‘วิญญาณศักดิ์สิทธิ์’ เป็นที่เรียบร้อย
ในที่สุดเขาก็บรรลุชั้นกายาศักดิ์สิทธิ์สมบูรณ์แบบจนได้!
สุนัขแค่ตัวเดียวไม่อาจรับมือเขาในสถานะปัจจุบันได้แน่นอน