ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก: GOURMET OF ANOTHER WORLD - บทที่ 468 เจ้าสุนัขขี้เกียจ! เจ้ากล้าหลอกข้าอย่างนั้นหรือ!
- Home
- ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก: GOURMET OF ANOTHER WORLD
- บทที่ 468 เจ้าสุนัขขี้เกียจ! เจ้ากล้าหลอกข้าอย่างนั้นหรือ!
“เจ้า…กินเขาเข้าไปอย่างนั้นหรือ”
หมีซาที่ยืนอยู่ตรงหน้ารอยแยกเบิกตากว้าง เขาจ้องมองฉากดังกล่าวด้วยความหวาดกลัวและไม่อยากเชื่อสายตา เหมือนเพิ่งได้เห็นหนึ่งในสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในโลกอย่างไรอย่างนั้น
บุรุษกายาโลหิตผู้ที่ทั้งทรงพลังและไร้เทียมทานจนสามารถทำลายโซ่ตรวนขั้นเซียนเทพได้หมดสิ้นห้าชิ้น แถมปลุกพลังของหอคอยอสุราและบรรลุสู่ชั้นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ได้แล้ว กลับมาถ ถูกสุนัขตัวหนึ่งตบตายแล้วกลืนเข้าไปง่ายๆ เสียได้
มีสุนัขที่น่ากลัวเช่นนี้อยู่บนโลกได้อย่างไรกัน
เจ้าสุนัขนี่มาจากไหนกันแน่
ชั้นกายาศักดิ์สิทธิ์สูงสุด… เทียบเท่าบรรดาผู้ที่ไร้เทียมทานที่สุดในนครอสุราโบราณ ทุกคนที่บรรลุถึงจุดนี้ต่างเป็นยอดฝีมือไร้พ่ายด้วยกันทั้งสิ้น
ตอนนี้… หมีซารู้สึกราวกับว่าไม่ได้กำลังมองสุนัขตัวหนึ่ง แต่เป็นอสุรกายตนหนึ่งต่างหาก
อสุรกายที่เลือกใช้รูปลักษณ์ของสุนัข
สิ่งสำคัญที่สุดคือหอคอยอสุรา… หอคอยอสุราที่ตื่นเต็มที่กลับถูกเจ้าสุนัขซัดพังเป็นเสี่ยงๆ ด้วยการตบเพียงครั้งเดียว
นั่นมันอุปกรณ์เทพเชียวนะ!
อุปกรณ์เทพของนครอสุราโบราณ! ต่อให้ไม่สมบูรณ์ก็ยังทรงพลัง
ร่างทั้งร่างของหมีซาสั่นเทาราวกับใบไม้ต้องลม เขารีบหันหลังกลับคลานออกไปทางรอยแยกเพื่อพยายามหนี
โลกใบนี้ช่างน่ากลัวเกินไปแล้ว!
เจ้าดำเลียริมฝีปากแล้วแยกเขี้ยวอยู่กลางอากาศ หลังจากส่งเสียงครางออกมาเบาๆ มันก็หล่นลงมาบนพื้น พลางยกอุ้งเท้าขึ้นโบกน้อยๆ เพื่อคว้าชิ้นส่วนทั้งสามของหอคอยอสุราไว้
หอคอยอสุราทั้งสามสูญเสียพลังไปอย่างสิ้นเชิง ไม่มีความกล้าแกร่งของอุปกรณ์เทพหลงเหลืออยู่แต่อย่างใด
ท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่หรี่ตามองก่อนจะโยนชิ้นส่วนหอคอยอสุราทั้งสามลงพื้น
ปู้ฟางที่จับตาดูการกระทำของเจ้าดำอยู่ตลอดถึงกับงงงวย เจ้าสุนัขอ้วนจะทำอะไรอีกเล่าคราวนี้
จะกินหอคอยอย่างนั้นหรือ
เสียสติไปแล้วหรืออย่างไร
โชคยังดีที่ท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่ไม่ได้อยากกินหอคอยนั่น มันกระโดดขึ้นๆ ลงๆ เพื่อกระทืบซากหอคอยอสุราไปมา
เกิดเสียงฟ้าคำรามครืนไม่หยุดทุกครั้งที่เจ้าดำย่ำลงบนเศษชิ้นส่วนเหล่านั้น ดูเหมือนว่ามันต้องออกแรงพอควรเพื่อทำลายเศษหอคอย ไม่นานชิ้นส่วนทั้งสามชิ้นก็แหลกสลายไม่เหลือรูปเดิม
ท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่กระหน่ำลงไปซ้ำๆ เหมือนเสียสติ ทุกครั้งที่มันกระโดดไขมันบนร่างกายจะกระเพื่อมไหว
ปู้ฟางรู้สึกงุนงงกับสิ่งที่เห็น… เจ้าสุนัขนี่เป็นบ้าไปแล้วหรืออย่างไร จะจงเกลียดจงชังอะไรหอคอยนั่นนักหนา
ไม่นานปู้ฟางก็เลิกสนใจการกระทำอันโง่เขลาของเจ้าดำแล้วหันหน้าหนี ชายหนุ่มหันกลับมามองไข่ปักษาเพลิงอีกครั้ง
หลังปลดพันธนาการของหอคอยอสุราได้ ไข่ปักษาเพลิงฟองนี้ก็ยิ่งดูเปล่งปลั่งขึ้นอีก พลังสารัตถะซึ่งเปี่ยมด้วยพลังชีวิตไหลบ่าออกมาจากไข่ปักษาเพลิงไม่ขาดสาย ปกคลุมทั้งบริเวณเอา าไว้จนทั่ว
หญิงสาวจากยมโลกสืบเท้าเข้ามาหาไข่ปักษาเพลิง นางก้มตัวลงสูดดมมันอย่างกระหาย หญิงสาวกำลังดูดซับพลังงานที่ไหลบ่าออกมา พลังสารัตถะนี้ช่วยให้นางฟื้นฟูพลังได้
คล้ายกับว่ารัศมีสีดำที่ไหลวนอยู่ในกายนางถูกพลังสารัตถะกดทับเอาไว้
ปู้ฟางส่งเสียงร้องด้วยความตกใจเมื่อเห็นภาพตรงหน้า พลังสารัตถะที่ล้นทะลักออกมาจากไข่ปักษาเพลิงนั้นเข้มข้นยิ่งกว่ามงกุฎเลือดของงูเหลือมมงกุฎเลือดทมิฬที่เขาได้มาในอดีตเสียอี ก มงกุฎเลือดเป็นส่วนที่กักเก็บพลังสารัตถะทั้งหมดของงูเหลือมทมิฬไว้
ถึงกระนั้นพลังสารัตถะของมงกุฎเลือดก็ยังไม่เข้นข้นเท่าไข่ปักษาเพลิง…
ปู้ฟางเอื้อมมือออกไปสัมผัสเปลือกไข่อย่างแผ่วเบา ชายหนุ่มสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่ไหลจากเปลือกมาสู่ฝ่ามือก่อนจะกระจายไปทั่วร่าง เขารู้สึกเหมือนร่างกายถูกชำระล้างด้วยกระแสน้ำอุ่ นอย่างไรอย่างนั้น
ช่างเป็นความรู้สึกที่สุดจะบรรยายอย่างแท้จริง
ไข่ปักษาเพลิงเป็นไข่มหัศจรรย์โดยแท้
มันจะต้องเป็นวัตถุดิบที่ยอดเยี่ยมแน่นอน
ปู้ฟางตื่นเต้นขึ้นเรื่อยๆ
ห่างออกไป ท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่หยุดกระโดดไปมาก่อนจะย่างเยื้องเหมือนแมวมาทางปู้ฟาง แล้วมาหยุดอยู่ตรงหน้าชายหนุ่มในอึดใจเดียว
มันสะบัดอุ้งเท้าเขวี้ยงวัตถุสีดำมาทางปู้ฟาง
“เจ้าหนูปู้ฟาง นี่คือหอคอยอสุรา จะทิ้งไปก็น่าเสียดาย ท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้ประกอบมันกลับมาให้เจ้า มันเป็นเพียงเศษเสี้ยวของอุปกรณ์เทพเท่านั้น แต่เจ้าเก็บไว้เป็นเครื่องราง งได้”
ของสิ่งนั้นคือหอคอยสีดำสนิท ถึงแม้จะเล็กจ้อยแต่ก็งดงาม มันมีขนาดกระจิริด ใหญ่ประมาณหัวแม่มือของปู้ฟางเท่านั้น
“นี่หรือหอคอยอสุรา” ปู้ฟางตกตะลึง หอคอยอสุราใหญ่ยักษ์นั่นหดเล็กเหลือเท่านิ้วหัวแม่มือของเขาได้อย่างไร
ปู้ฟางเลิกคิ้วขึ้นเมื่อรับหอคอยอสุรามาจากเจ้าดำ ทันทีที่ชายหนุ่มสัมผัสมัน เขาก็รู้สึกราวกับว่าพลังปราณเที่ยงแท้ของตนพุ่งสูงขึ้น เหมือนมันค่อยๆ เพิ่มขึ้นมาเมื่อได้สัมผัสหอคอ อยอสุรา จากลำธารขนาดจ้อยขยายเป็นแม่น้ำสายเล็กๆ
อุปกรณ์เทพช่วยเรื่องการเพิ่มพลังปราณเที่ยงแท้ได้ด้วยหรือ
นับเป็นข่าวดียิ่งสำหรับปู้ฟาง ตอนนี้ถึงแม้ขั้นปราณของเขาจะอยู่ในระดับเก้าขั้นเซียนเทพ แต่พลังปราณเที่ยงแท้ก็เทียบเท่ายอดฝีมือชั้นกายาศักดิ์สิทธิ์ที่ทำลายโซ่ตรวนได้แล้วห หนึ่งชิ้น
อย่างไรก็ดีต่อให้พลังปราณเที่ยงแท้ของเขาแข็งแกร่งกว่าขั้นปราณ ปู้ฟางก็ยังพบความยากลำบากในการปรุงอาหารบางรายการ พลังปราณเที่ยงแท้ที่ต้องใช้ในการปรุงพระกระโดดกำแพงระดับอรหันต ต์ที่ใช้วัตถุดิบชั้นเลิศนานาชนิดย่อมมากมายมหาศาลแน่ หากพ่อครัวหนุ่มคิดจะปรุงมันตอนนี้ อาหารจานนี้ต้องสูบพลังปราณเที่ยงแท้ของเขาจนผอมซูบแน่นอน
เพราะเหตุนี้หอคอยเล็กจ้อยนี่จึงมีประโยชน์กับปู้ฟางมาก
ชายหนุ่มหยิบเชือกกำมะหยี่ออกมาร้อยหอคอยสีดำสนิทเล็กจิ๋วก่อนจะสวมคอไว้
ทันทีที่เอาหอคอยห้อยคอ ปู้ฟางก็สัมผัสได้ถึงรัศมีเย็นสบายที่ไหลออกมา รู้สึกดีไม่ใช่เล่น… ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปาก
เจ้าดำหาวแรงจนไขมันกระเพื่อม มันเริ่มง่วงอีกแล้ว
“เจ้านี่น่าจะเป็นไข่ปักษาเพลิงธรรมดา ก็ของดีอยู่นะ ถึงจะไม่ใช่ไข่ของสุดยอดปักษาเพลิง แต่ก็เป็นวัตถุดิบชั้นเลิศ แน่นอนว่ารสชาติคงจะเทียบไข่ของสุดยอดปักษาเพลิงไม่ได้ แต่คง อร่อยพอตัว” ท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่อธิบายด้วยน้ำเสียงง่วงเหงา
ปู้ฟางถึงกับผงะ จากที่เจ้าดำพูด ดูเหมือนว่ามันเคยกินไข่ของสุดยอดปักษาเพลิงมาก่อน เจ้าสุนัขนี่เคยไปคุ้ยรังปักษาเพลิงมาหรืออย่างไร เรื่องบ้าๆ เช่นนี้ก็ฟังดูเป็นสิ่งที่เจ้าส สุนัขขี้เกียจตัวนี้ทำได้อยู่เหมือนกัน
เจ้าดำไม่รู้ว่าปู้ฟางกำลังคิดอะไรอยู่ มันเดินวนรอบไข่ปักษาเพลิงด้วยสายตาฉงน
“ไข่ปักษาเพลิงมาโผล่ในทวีปมังกรซ่อนเร้นได้อย่างไรกัน มันลอยมายังดินแดนเร้นลับแห่งนี้ผ่านแม่น้ำยมโลกอย่างนั้นหรือ” ท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่พึมพำกับตัวเอง
หญิงสาวจากยมโลกพิงร่างกับไข่ปักษาเพลิงพลางเลียเปลือกไข่ไม่หยุด
ดูเหมือนว่านางจะไม่ยอมปล่อยไข่ฟองนี้ไปเด็ดขาด
ปู้ฟางไม่อาจเข้าใจสตรีผู้นี้ได้จริงๆ
“นางเป็นหญิงสาวจากยมโลก ถูกอัปเปหิออกมา ทำให้มีชีวิตอย่างยากลำบาก อีกทั้งกายของนางยังถูกคุกคามด้วยปราณมรณะ หากไม่ได้รับพลังชีวิตมากพอ นางจะเจ็บปวดราวกับถูกทรมาน” ท่านส สุนัขผู้ยิ่งใหญ่มองไปยังสตรีนางนั้นก่อนถอนหายใจออกมา
“เจ้าหนูปู้ฟาง เจ้าเห็นเรือยมโลกเย็บเยียบนั่นหรือไม่ หากนางไม่ได้รับพลังชีวิตมากพอ เรือยมโลกลำนั้นจะแล่นไม่ได้ ถึงแม้ว่าพญายมจะไม่ใช่คนที่น่าอภิรมย์เท่าใดนัก แต่คำสาปของ เขาก็น่าสะพรึงกลัวมาก” ท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่อธิบายทุกอย่างให้ปู้ฟางฟังพลางแยกเขี้ยว
นางน่าสงสารถึงเพียงนี้เชียวหรือ ปู้ฟางเลิกคิ้วก่อนจะมองผมดำยาวของอีกฝ่าย
หญิงสาวหน้าตาสวยสะ ปู้ฟางอาจกล่าวได้ว่านางเป็นสตรีที่งดงามมากคนหนึ่ง ทว่าใบหน้าซีดเซียวของนางไม่มีเลือดฝาดแม้แต่น้อย นางซีดเซียวราวผี ยิ่งไปกว่านั้น ใบหน้าของนางยังซูบผอม เหมือนมีเพียงหนังหุ้มกระดูก ถึงแม้ใบหน้านั้นจะสวยงามเพียงใด ความผ่ายผอมของนางก็อาจทำให้ผู้คนตื่นกลัวได้
ปู้ฟางขมวดคิ้วแน่นพลางครุ่นคิด
ชายหนุ่มคิดอยู่พักใหญ่ก่อนจะเรียกกระทะกลุ่มดาวเต่าดำออกมา ควันสีเขียวหมุนวนอยู่รอบมือเขา
ปู้ฟางเปิดปากพ่นลูกไฟสีทอง
จากนั้นก็เทน้ำมันลงไปก่อนหยิบข้าวโลหิตมังกรออกมาจากกระเป๋าคลังเก็บของระบบ ข้าวโลหิตมังกรเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิต มันไม่ใช่ข้าวโลหิตมังกรที่โตจากเลือดของมังกรดินแต่เป็นมัง งกรอุทก
ขณะผัดข้าว พลังปราณเที่ยงแท้ของปู้ฟางก็รับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงของข้าวโลหิตมังกรในกระทะ
ชายหนุ่มหยิบเนื้อวัวมังกรพเนจรออกมาสับ แล้วโยนลงในกระทะจากนั้นก็ผัดต่อ
จากนั้นปู้ฟางก็หยิบมงกุฎเลือดชิ้นใหญ่ชิ้นสุดท้ายออกมาทุบให้แหลก ก่อนจะโรยลงไปในกระทะ
สายตาของหญิงสาวจากยมโลกผู้ยังกอดก่ายไข่ปักษาเพลิงไม่ห่างกวาดมามองกระทะกลุ่มดาวเต่าดำของปู้ฟาง จมูกของนางสูดกลิ่นฟุดฟิดก่อนที่ดวงตาดำสนิทจะลุกวาวขึ้น
ชายหนุ่มเคาะกระทะเบาๆ จนอาหารภายในสั่นไหว ข้าวโลหิตมังกรหอมหวนลอยออกมาจากกระทะก่อนหล่นลงบนชามกระเบื้องเคลือบในมือที่ปู้ฟางเตรียมไว้แล้ว
ทุกอย่างหล่นลงไปในชามอย่างเรียบร้อยเต็มปริ่มพอดิบพอดี
ถึงแม้จะเป็นเพียงข้าวผัดง่ายๆ แต่ก็เปี่ยมไปด้วยพลังสารัตถะ
เพราะปู้ฟางใส่มงกุฎเลือดทั้งชิ้นลงไปในข้าวผัดชามนี้ พลังงานสารัตถะในชามย่อมสูงลิบจนน่ากลัว
หญิงสาวจากยมโลกจ้องชามในมือของปู้ฟางอย่างสนอกสนใจ
ชายหนุ่มโยนชามไปทางหญิงสาวจากยมโลก ชามลอยตรงไปหานางทันที
นางคว้าชามอย่างรวดเร็วก่อนจะสูดกลิ่นหอมที่ลอยออกมาจากชามอย่างกระหาย กลิ่นหอม พลังสารัตถะและพลังปราณจู่โจมรูจมูก ก่อให้เกิดประกายสีชมพูบนใบหน้าซีดเซียวของนาง
นางยื่นลิ้นสีแดงสดออกมาเลียริมฝีปากก่อนจ้องปู้ฟางเขม็ง นางวางไข่ปักษาเพลิงลงแล้วใช้นิ้วมือกำข้าวโลหิตมังกรขึ้นมา จากนั้นก็กลืนข้าวลงไปคำแล้วคำเล่า
“เจ้าดำ ข้าเอาไข่ฟองนี้ไปได้หรือไม่”
ปู้ฟางลูบขนสะอาดเอี่ยมของเจ้าดำขณะถาม
“เอาไปได้” ดวงตาของท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่เป็นประกาย มุมปากของมันยกขึ้นขณะกล่าวตอบปู้ฟาง
หืม?
ปู้ฟางถึงกับฉงนเมื่อได้ยินคำตอบของมัน เมื่อจ้องหน้าเจ้าดำ ชายหนุ่มก็สังเกตเห็นว่ามุมปากของเจ้าสุนัขอ้วนยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม แถมไขมันบนใบหน้ายังสั่นกระเพื่อม
น่าสงสัยนัก!
ปู้ฟางหรี่ตาลงเล็กน้อย ถึงแม้ชายหนุ่มจะรู้ว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล แต่ก็ทำอะไรไม่ได้
ไข่ปักษาเพลิงฟองนี้ยั่วใจเกินไป โดยเฉพาะกับพ่อครัวที่กำลังพยายามก้าวสู่ความเป็นหนึ่งในศาสตร์การทำอาหาร วัตถุดิบที่ไร้เทียบเทียมทั้งยังล่อใจเทียบได้กับสาวงามที่ไร้ที่ติ
เมื่อเดินมาอยู่ตรงหน้าไข่ปักษาเพลิง ปู้ฟางก็ยกมือซ้ายขึ้นลูบมันเบาๆ ก่อนจะแตะอีกสองสามครั้งด้วยมือขวา ไม่นานหลังจากนั้น ชายหนุ่มก็กอดไข่เอาไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง
ปู้ฟางระบายลมหายใจออกมายาวเหยียด พลังปราณเที่ยงแท้ในกายพวยพุ่งออกจากแก่นพลังปราณก่อนจะกระจายไปทั่วกล้ามเนื้อทุกมัดและกระดูกทุกชิ้น มอบความแข็งแกร่งและพลังกายมากมายให้กับ เขา
ปู้ฟางกอดไข่ปักษาเพลิงเอาไว้ก่อนจะส่งเสียงออกมาเบาๆ ขณะออกแรงสุดตัว
ไข่ปักษาเพลิงฟองนี้หนักมาก ปู้ฟางรู้สึกราวกับว่ากำลังยกภูเขาไม่ใช่ไข่แค่ฟองเดียว
แต่เพื่อให้ได้มาซึ่งอาหารเลิศรส ต่อให้ต้องแบกภูเขาปู้ฟางก็ยินดี ต่อให้มีภูเขามาขวางอยู่ตรงหน้า ชายหนุ่มก็ยินดีจะแบกมันไปด้วย
ปู้ฟางหยิบเนื้อปั้นกระปรี้กระเปร่าออกมากิน จู่ๆ นัยน์ตาของเขาก็มุ่งมั่นเป็นอย่างยิ่ง ดูราวกับมีเปลวไฟลุกไหม้อยู่ภายใน
หลังจากออกแรงด้วยกล้ามเนื้อทุกมัดในกาย ไข่ปักษาเพลิงก็ขยับ ปู้ฟางยกมันขึ้นจากพื้นได้เล็กน้อยเท่านั้น
หญิงสาวจากยมโลกที่นั่งอยู่ไม่ไกลอึ้งกับการกระทำของชายหนุ่ม มือของนางที่กำลังจะหยิบอาหารคำต่อไปเข้าปากเกร็งขึ้นมาทันที พลางมองชายหนุ่มด้วยสายตางุนงงยิ่ง เหตุใดคนคนนี้จ จึงทำตัวโง่เง่าถึงเพียงนี้ ทำไมเขาถึงพยายามยกไข่ขึ้นมา
เขาไม่รู้หรือว่าหากมีใครทิ้งไข่ปักษาเพลิงไว้เฉยๆ มันแปลว่าอาจมีกับดักป้องกันอยู่ก็เป็นได้
เขาไม่เห็นหรือว่ากระทั่งบุรุษกายาโลหิตยังเลือกวางหอคอยอสุราไว้บนไข่เพื่อจะดูดซับพลังของมัน เขาไม่เลือกที่จะขยับไข่ถึงแม้จะอยู่ในชั้นกายาศักดิ์สิทธิสูงสุดแล้วก็ตาม
ท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่มองปู้ฟางด้วยสีหน้ากรุ้มกริ่ม ในฐานะผู้มีประสบการณ์ด้านขโมยไข่ปักษาเพลิง มันจึงรู้ผลลัพธ์ของการยกไข่ปักษาเพลิงขึ้นมาเป็นอย่างดี
ปู้ฟางรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา ดวงตาของเขาเบิกกว้าง จับจ้องไปที่แหล่งพลังงานเข้มข้นซึ่งอยู่ใต้ไข่ปักษาเพลิง พลังงานพวยพุ่งออกมาทันทีที่เขายกไข่ขึ้น
ปู้ฟางหงุดหงิดหันไปตะโกนด้วยความเดือดดาล “เจ้าสุนัขขี้เกียจ! เจ้ากล้าหลอกข้าอย่างนั้นหรือ”