ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก: GOURMET OF ANOTHER WORLD - บทที่ 469 เจ้าทำอาหารได้… เจ้าสุดยอดมาก
- Home
- ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก: GOURMET OF ANOTHER WORLD
- บทที่ 469 เจ้าทำอาหารได้… เจ้าสุดยอดมาก
ระลอกพลังงานน่าสะพรึงกลัวที่ถูกกักอยู่ใต้ไข่ปักษาเพลิงกระจายออกมาเมื่อปู้ฟางยกไข่ขึ้น
ราวกับอสูรร้ายที่หลับใหลเป็นเวลานานถูกปลุกให้ตื่น
วี้ดดด!
เสียงกรีดร้องแหลมสูงดังออกมาขณะพื้นภายใต้ไข่ปักษาเพลิงส่องสว่าง คลื่นพลังงานทะลักล้นออกจากจุดดังกล่าว ราวกับชายหนุ่มกดโดนปุ่มเดินเครื่องบางอย่าง เพราะจู่ๆ วงแหวนปราณก็ปรากฏ ขึ้นใต้ไข่ปักษาเพลิง
พลังกดดันรุนแรงระเบิดออกมาจากจุดสีดำภายใต้ไข่ปักษาเพลิง
พื้นดินสั่นไหวรุนแรงขณะเสียงกรีดร้องของอสุรกายดังก้องไปทั่ว
นัยน์ตาของปู้ฟางหดแคบ ชายหนุ่มมองเห็นเงาร่างหนึ่งพุ่งเข้าใส่เขาจากจุดสีดำนั้น
มุมปากของปู้ฟางกระตุก เขาอดไม่ได้ที่จะนึกถึงนัยน์ตาหนักแน่นจริงใจของเจ้าดำตอนที่มันกล่าวว่า “เอาไปได้”
เอาไปได้บ้าบออะไรกัน!
ใบหน้าของปู้ฟางเคร่งเครียด เขาวางไข่ปักษาเพลิงลงอย่างรวดเร็ว กระนั้นเงาสีดำนั่นก็ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์แล้ว ขณะไข่ปักษาเพลิงร่วงลงไปก็มีคลื่นของหมอกสีดำมาปกคลุมแล้วยกมันให ห้ลอยอยู่เหนือพื้น
เงาสีดำใหญ่ยักษ์ค่อยๆ ปรากฏขึ้นจากวงแหวนปราณขนาดใหญ่ที่ส่องแสงสุกสว่าง ร่างนั้นใหญ่เสียจนปกคลุมท้องฟ้าจนมืดมิด
ปู้ฟางถึงกับตะลึงเมื่อได้เห็นร่างของอสูรขนาดมหึมา
นี่มันเรื่องบัดซบอะไรกัน…
ชายหนุ่มมีเพียงความต้องการที่บริสุทธิ์และตรงไปตรงมา เขายกไข่ปักษาเพลิงขึ้นเพื่อเชยชม เหตุใดมันจึงต้องพาอสุรกายตัวมหึมาออกมาด้วยเล่า ยิ่งไปกว่านั้น ไม่ใช่ว่าเจ้าสุนัขขี้เกียจ บอกว่าหยิบได้หรอกหรือ
เมื่อปู้ฟางนึกย้อนไปถึงแววตาจริงใจและไขมันที่สั่นกระเพื่อมบนใบหน้าของเจ้าดำ ในอึดใจนั้นเขาก็รู้สึกโง่งมขึ้นมาทันที
เหตุใดข้าถึงได้หลงเชื่อคำพูดของเจ้าสุนัขขี้เกียจนั่นกัน
แกร๊ก…
ไข่ปักษาเพลิงลอยเท้งเต้งอยู่กลางอากาศ มันหมุนวนอยู่ภายในมวลหมอกสีดำ นกหน้าตาชวนให้ตกใจบินวนอยู่ใต้พลังงานสีดำดังกล่าว นกตัวนี้มีรูปร่างหน้าตาแปลกประหลาดยิ่ง มันไม่มีเนื้ ออยู่บนตัวสักนิด เลือดก็ไม่มี เป็นเพียงโครงกระดูกที่บินได้เท่านั้น
กระดูกทุกชิ้นส่องสว่าง ทำให้นกตัวนี้ดูราวกับเป็นหนึ่งในงานศิลป์ที่งดงามที่สุดในโลก
“นี่คือปักษาเพลิงกระดูก พวกมันเชี่ยวชาญด้านการปกป้องไข่ปักษาเพลิง” ท่านสุนัขพูดยิ่งใหญ่ที่ยืนห่างออกไปส่งเสียงหัวเราะร่าก่อนจะแนะนำอสุรกายตรงหน้าให้ปู้ฟางรู้จัก
ปักษาเพลิงกระดูกปล่อยพลังกดดันที่ทั้งรุนแรงและน่าสะพรึงกลัวออกมา เสียงครืนสนั่นดังก้องออกมาจากพลังงานสีดำที่รายล้อมกายมันอยู่ พลังงานสีดำนั้นเต็มเปี่ยมได้ด้วยรัศมีแห่งควา ามตาย นกตัวนี้เปิดจะงอยปากก่อนส่งเสียงร้องแหลมออกมา ช่างเป็นเสียงกรีดร้องที่ดังสนั่นฟังคล้ายเสียงคำรามของสัตว์ร้ายไม่มีผิด
มันสยายปีกที่ประกอบไปด้วยกระดูกรูปทรงอัปลักษณ์หลายต่อหลายชิ้น
หญิงสาวจากยมโลกที่กำลังกินข้าวโลหิตมังกรอย่างมูมมามอุ้มชามขึ้นแล้วรีบขยับออกห่างปักษาเพลิงกระดูก ข้าวโลหิตมังกรอร่อยล้ำ นางตื่นตาตื่นใจกับอาหารจานนี้เหลือประมาณ
นกปักษาเพลิงกระดูกตัวนี้ถือกำเนิดขึ้นจากเจตจำนงของนกปักษาเพลิงตัวเมีย เป็นหนึ่งในวิธีที่นกปักษาเพลิงใช้ปกป้องไข่ของมัน
สิ่งนี้เป็นเหตุให้คนที่พอจะมีความรู้อยู่บ้างไม่ผลุนผลันหยิบไข่ปักษาเพลิงขึ้นมา เพราะหากทำเช่นนั้นก็จะถูกสาป ส่งผลให้ถูกปักษาเพลิงกระดูกติดตามไปจนสุดขอบโลก
ท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่เปิดปากกว้างพลางหัวร่องอหายก่อนจะโบกอุ้งเท้าไปมา ดูเหมือนว่ามันจะสะอกสะใจเอามากๆ เมื่อเห็นความทุกข์ร้อนของปู้ฟางในขณะนี้
เกิดเสียงดังสนั่นสะท้อนก้องเมื่อเจ้าขาวพุ่งจากท้องฟ้ามาตรงหน้าปู้ฟาง
เปรี้ยง!
นกปักษาเพลิงกระดูกสะบัดปีกกระดูกของมัน ส่งกระแสลมสีดำเสียงหวีดหวิวออกไป คมปีกของมันกรีดผ่านอากาศราวกับว่าพยายามจะหั่นความว่างเปล่าออกเป็นเสี่ยงๆ
ชุดเกราะของเจ้าขาวเปล่งประกายเจิดจรัส มันเอื้อมมือที่เหมือนพัดออกมาพยายามจับนกปักษาเพลิงกระดูก
ทว่าปักษาอสูรตัวนี้ทรงพลังเกินไป พลังต่อสู้ของมันไม่ได้ด้อยไปกว่าบุรุษกายาโลหิตเลย นกปักษาเพลิงกระดูกพลิกจับเจ้าขาวแล้วทุ่มออกไปไกลลิบ
แสงสีทองส่องประกายออกมาชั่วอึดใจหนึ่ง ก่อนที่เจ้ากุ้งจะหดตัวจนเล็กจิ๋วเท่าเดิม มันกลับไปนอนอยู่บนไหล่ของปู้ฟางพลางกลอกตาไปมา
เจ้าดำไม่คาดคิดว่าเจ้าขาวจะโผล่มาเร็วถึงเพียงนี้
เจ้าก้อนเหล็กนี่พยายามสุดตัวเสมอเพื่อปกป้องปู้ฟาง
มุมปากของเจ้าดำกระตุก ขณะจ้องมองเจ้าขาวร่างใหม่เอี่ยม ความสงสัยเล็กน้อยก็ปรากฏขึ้นในแววตา เจ้าก้อนเหล็กขณะนี้มีชุดเกราะให้สวม แถมพลังต่อสู้ก็แข็งแกร่งขึ้นกว่าเก่าอยู่มากโ โข ถึงจะยังอ่อนแอกว่านกปักษาเพลิงกระดูกก็ตาม
นกปักษาอสูรส่งเสียงกรีดร้องทำเอาสิ่งรอบข้างสั่นไหว สิ่งนี้นี่เองคือเจตจำนงแห่งนกปักษาเพลิง พลังของมันช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก
เจ้าดำไม่กังวลเรื่องปู้ฟางแม้แต่น้อย ไข่ฟองนี้เป็นของนกปักษาเพลิงธรรมดา เจตจำนงแห่งปักษาเพลิงที่พิทักษ์มันอยู่ย่อมไม่กล้าแข็ง หากไข่ฟองนี้บังเอิญเป็นไข่ของสุดยอดปักษาเพล ลิง เจตจำนงที่ปกป้องมันอยู่ย่อมต้องทรงพลัง ต่อให้สิ่งมีชีวิตที่อยู่เหนือชั้นกายาศักดิ์สิทธิ์มาต่อกรด้วย ก็ยังจัดได้ว่าเป็นการรนหาที่ตาย
พลังต่อสู้ของสุดยอดปักษาเพลิงน่าสะพรึงกลัวยิ่ง
ท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่รู้สึกพึงใจเมื่อได้เห็นปู้ฟางซึ่งกำลังตกที่นั่งลำบากโบกกระทะกลุ่มดาวเต่าดำใส่นกปักษาเพลิงกระดูก แต่เพียงครู่หนึ่งเจ้าดำก็เข้าช่วยเหลือชายหนุ่ม มันก้าวย่าง เยี่ยงแมวไปข้างหน้าก่อนหายตัวไป อึดใจต่อมาเจ้าสุนัขก็มาปรากฏกายอยู่บนศีรษะของนกปักษาเพลิงกระดูก
ดวงตาสีแดงฉานของนกปักษาเพลิงกระดูกหันขวับมามองเจ้าดำก่อนจะเปิดจะงอยปากคมกริบ เผยให้เห็นคมเขี้ยวที่อยู่ภายใน ก่อนจะพยายามจิกเจ้าดำ
“เป็นแค่กองกระดูก ยังกล้ากินท่านสุขันผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้อีกหรือ” เจ้าดำยื่นอุ้งเท้านุ่มนิ่มของมันออกมา
จากนั้นก็ตบลงไปที่จะงอกปากของนกปักษาเพลิงกระดูกอย่างแรง
เกิดเสียงดังสนั่นสะท้อนก้องไปไกลก่อนที่นกปักษาเพลิงกระดูกจะแตกร้าว เกิดรอยร้าวนับไม่ถ้วนบนกระดูกขาวเนียนราวหยก ก่อนที่พลังชีวิตเข้มข้นจะหลั่งล้นออกมาจากรอยร้าวเหล่านั้น นก กปักษาเพลิงกระดูกตกลงกระทบพื้นอย่างแรง ฝุ่นฟุ้งกระจายขึ้นมาเป็นคลื่นพายุ
เสียงร้องอย่างกราดเกรี้ยวของนกปักษาเพลิงกระดูกดังขึ้นจากในกองฝุ่น ก่อนที่มันจะเปิดจะงอยปากกว้าง แล้วพุ่งเข้าใส่ร่างอวบอ้วนของเจ้าดำที่ลอยอยู่กลางอากาศ
เจ้าดำกลอกตาก่อนจะกระโจนลงมาอย่างรวดเร็ว
แกร๊ก…
เมื่อพุ่งลงมาจนสุดทาง เจ้าดำก็นั่งแหมะลงบนนกปักษาเพลิงกระดูก ทำให้กระดูกของมันแตกร้าวไปเสียทั้งหมด
พื้นดินสั่นสะเทือนรุนแรง เมื่อเศษฝุ่นถูกลมพัดจางไป กองกระดูกหักๆ ที่กระจายอยู่เกลื่อนพื้นก็ปรากฏให้เห็น
ท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่นั่งอย่างสบายอารมณ์อยู่บนกองกระดูกกองขนาดใหญ่ก่อนจะยกก้นขึ้นยืน
มันสะบัดตัว สลัดเอาเศษกระดูกให้ร่วงลงมา จากนั้นก็เชิดคางขึ้นอย่างภาคภูมิใจ สะบัดหางก่อนจะเดินลงมาจากกองซากกระดูกอย่างรื่นเริง
ครืน!
หลังจากที่นกปักษาเพลิงกระดูกสลายไป พลังงานสีดำที่ยกไข่ปักษาเพลิงไว้ก็จางหาย เมื่อไม่มีพลังงานสีดำคอยอุ้มชู ไข่ปักษาเพลิงก็ร่วงลงมาอย่างรวดเร็ว
นัยน์ตาของปู้ฟางหดแคบทันทีที่เห็น เขาจะยอมให้ไข่ปักษาเพลิงร่วงลงมาได้อย่างไร ถึงจะเป็นไข่ปักษาเพลิง ก็ยังไม่แน่ว่าจะแข็งกว่าหิน
พลังปราณเที่ยงแท้ระเบิดจากใต้ฝ่าเท้าของปู้ฟาง ส่งให้ตัวของเขาพุ่งออกไป ชายหนุ่มยืดแขนสุดตัวมุ่งหน้าไปทางไข่ที่กำลังร่วงลงมา
สายลมส่งเสียงหวีดหวิวเสียดสีกับไข่ปักษาที่ร่วงลงมาเร็วขึ้นเรื่อยๆ
ปู้ฟางหรี่ตาจ้องไข่ไม่วางตา
ชายหนุ่มพุ่งสุดตัว ยื่นมือข้างหนึ่งออกไป ยกฝ่ามือรับฐานไข่เอาไว้
พลังมหาศาลพวยพุ่งออกมาจากไข่ฟองนั้น ทำให้ปู้ฟางขมวดคิ้วแน่น
ตอนนั้นเองเจ้าดำก็แลบลิ้นออกมานอกปากขณะจ้องมองปู้ฟางด้วยดวงตาขี้เล่น
ตู้ม!!!
เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นที่ทำให้พื้นสั่นไหวรุนแรง
ปู้ฟางตกลงกระแทกพื้นอย่างแรง กลุ่มฝุ่นขนาดใหญ่ตลบฟุ้งไปในอากาศ ปกคลุมทุกสิ่งไว้สิ้น
สายลมอ่อนพัดฝุ่นให้ปลิวหายไป เผยให้เห็นจุดที่ปู้ฟางหล่นลงพื้น ชายหนุ่มแบกไข่ปักษาเพลิงไว้บนไหล่ ศีรษะเอียงออกเล็กน้อย พลางหอบหายใจหนัก หน้าอกขยับขึ้นลงอย่างรุนแรง
อย่างน้อยเขาก็สามารถรักษาไข่ปักษาเพลิงเอาไว้ได้
ร่างของเขาจมดินจนถึงเข่า นี่ก็เพียงพอที่จะบอกได้ว่าน้ำหนักของไข่ปักษานั้นเพลิงมหาศาลเพียงใด เดิมทีไข่ปักษาเพลิงก็หนักมากอยู่แล้ว และขณะที่ร่วงลงมา แรงโน้มถ่วงก็ทำให้ม มันหล่นลงมาแรงจนเพิ่มแรงกระแทกเข้าไปอีก
เจ้าดำมองปู้ฟางด้วยสายตาขี้เล่น เจ้าหนูปู้ฟางยอมทำทุกอย่างแม้กระทั่งเสี่ยงชีวิตเพื่อของอร่อยจริงๆ
ปู้ฟางเก็บไข่ลงในกระเป๋าคลังเก็บ พลังปราณเที่ยงแท้ในกายแทบสูญสิ้น มือสั่นระริก กำลังกายของเขาเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อล้วงเอาขนมปังหอยนางรมออกมากิน แต่อย่างไรเสียมือของเขา ก็ยังไม่หายสั่น ดูท่าว่าต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่พลังปราณเที่ยงแท้จึงจะกลับมาสมบูรณ์ตามเดิม
เจ้าขาวลูบหัวกลมๆ ของมันแล้วมายืนอยู่ด้านหลังปู้ฟาง ดวงตาของมันกลับมาเป็นสีม่วงตามเดิม เจ้ากุ้งยังอยู่บนไหล่ของปู้ฟาง มันยังคงกลอกตาโปนๆ ไม่หยุด
เมื่อครู่มันเกือบถูกไข่ปักษาเพลิงทับจนบี้แบนแล้ว โชคดีที่เปลืองของมันแข็งไม่น้อย แต่ประสบการณ์ครั้งนี้ก็ทำให้มันไม่สบอารมณ์นัก
“เจ้าทำได้ไม่เลวเลยเจ้าหนูปู้ฟาง พัฒนาขึ้นมาก” เจ้าดำพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มก้องกังวาน
ปู้ฟางไม่ได้ตอบอะไรไป เขาเพียงปรายตามองเจ้าดำด้วยสายตามุ่งร้าย
ไขมันบนใบหน้าของเจ้าดำกระเพื่อมเล็กน้อย มันแค่นยิ้มพลางเอ่ย “หากข้าบอกว่าไม่รู้จริงๆ ว่าข้างใต้ไข่ปักษาเพลิงมีอะไรอยู่เจ้าจะเชื่อไหม”
“เจ้าคิดว่าอย่างไรเล่า” ปู้ฟางตอบเสียงนิ่ง “หากข้าบอกว่าลืมวิธีปรุงซี่โครงเนื้อเปรี้ยวหวานไปแล้ว เจ้าจะเชื่อข้าหรือไม่”
ท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่ถึงกับตะลึงไป ไขมันทุกอณูบนร่างสั่นสะท้านนัยน์ตาหดแคบ
“ไม่นะ!! ท่านปู้ เป็นท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้ไม่ใช่หรือที่ช่วยท่านกำราบเจ้านกปักษากระดูก หากท่านไม่พอใจข้าสิ่งใดก็พูดออกมาตรงๆ เถิด” เจ้าดำสะบัดหางพลางมองปู้ฟางด้วยสายต ตาเป็นประกายเปี่ยมด้วยความจริงใจ
หญิงสาวจากยมโลกเพิ่งกินข้าวโลหิตมังกรหมด นางแลบลิ้นออกมาเลียชามจนสะอาดเอี่ยมราวกับว่าเพิ่งล้างเสร็จใหม่ๆ
นางหยุดเลียเมื่อไม่เหลือรสชาติใดๆ ให้สัมผัสได้อีกแล้ว จากนั้นก็สะบัดผมดำยาวไปด้านหลังศีรษะก่อนจะเดินไปหาปู้ฟางแล้วยื่นชามให้อย่างกระตือรือร้น “เอามาให้ข้าอีกหนึ่งชาม”
“ไม่มีแล้ว” ปู้ฟางตอบพลางเก็บชามเข้าที่
ใบหน้าของหญิงสาวจากยมโลกเริ่มมีสีชมพูระเรื่อหลังกินข้าวโลหิตมังกรเข้าไป ร่องรอยความวิตกกังวลสะท้อนวาบในแววตาดำสนิทเมื่อได้ยินคำตอบของปู้ฟาง เส้นผมดำยาวของนางเชิดขึ้นก่อน นพุ่งไปรัดแขนของชายหนุ่มไว้
“เอามาให้ข้าอีก” นางพูดซ้ำอย่างดื้อดึง
ปู้ฟางขมวดคิ้ว จากนั้นก็ก้มมองเส้นผมเย็นเยียบที่รัดแขนอยู่ อึดใจถัดมาชายหนุ่มก็จ้องเข้าไปในดวงตาดำสนิทของหญิงสาวจากยมโลกตรงๆ
หญิงสาวจากยมโลกเบะปากก่อนขยับผม ปล่อยแขนปู้ฟางให้เป็นอิสระ
“เจ้าทำอาหารได้… เจ้าสุดยอดมาก”
“ตอนนี้ข้าไม่วัตถุดิบอยู่กับตัว ทำอะไรให้เจ้าไม่ได้ เพราะฉะนั้นไม่มีก็คือไม่มี” แววตาของปู้ฟางอ่อนโยนลงขณะอธิบายก่อนจะหันหลังกลับ
ร่องรอยความเศร้าหมองปรากฏขึ้นบนใบหน้าไร้อารมณ์ของหญิงสาวจากยมโลก
นางแลบลิ้นออกเลียนิ้วขาวยาวเรียวของตัว พยายามเก็บรสชาติข้าวโลหิตมังกรที่หลงเหลืออยู่บนนิ้ว
ท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่ก้าวฉับๆ มาข้างหน้าด้วยท่วงท่าเหมือนแมว แล้วหยุดยืนอยู่ข้างๆ หญิงสาวจากยมโลก
“เจ้าหนูปู้ฟางไม่มีวัตถุดิบตอนนี้ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีอีก หากเจ้าติดตามเขา ต่อไปเจ้าจะได้อยู่ดีกินดี” ท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่กระซิบก่อนจะยื่นศีรษะเข้ามาใกล้ “ท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่ผู้ นี้เชื่อในตัวเจ้าและพร้อมสนับสนุนเจ้า”