ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก: GOURMET OF ANOTHER WORLD - บทที่ 492 เต้าหู้เหม็นนี้ช่างสะอิดสะเอียนเกินไป!
- Home
- ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก: GOURMET OF ANOTHER WORLD
- บทที่ 492 เต้าหู้เหม็นนี้ช่างสะอิดสะเอียนเกินไป!
แม้ว่ากรรมการจะไม่ได้เต็มใจนัก แต่เขาก็ถูกบีบบังคับให้ต้องกินเต้าหู้เหม็นจานนี้
ไม่ว่าปู้ฟางจะจัดจานให้ดูสวยงามเพียงใด แต่ก็ไม่มีทางทำให้ใครรู้สึกอยากอาหารได้เลย
กรรมการหยิบเต้าหู้เหม็นชิ้นหนึ่งขึ้นมาใส่ปากของตนเองท่ามกลางสายตาผู้ชมทุกคน รสชาติหวานอร่อยระเบิดออกมาทั่วปาก รูขุมขนทั้งหมดบนร่างกายของเขาก็เปิดกว้าง จู่ๆ เขาก็รู้สึกสบายตัวขึ้นมาทันที
อาหารที่มีกลิ่นเหม็นปกคลุมไปทั่วจานนี้กลับอร่อยอย่างคาดไม่ถึง
ทันทีที่ฟันของเขากัดลงไปในเต้าหู้เหม็น รสชาติหวานและพลังปราณเข้มข้นที่อยู่ด้านในเต้าหู้ก็ปะทุออกมา เขาไม่อาจหยุดเคี้ยวเต้าหู้เหม็นได้แม้แต่น้อย
กรรมการเบิกตากว้างพลางมองปู้ฟาง สายตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความตกใจและไม่อยากเชื่อ เขาตกตะลึงอย่างจัง… เขาตะลึงงันอย่างยิ่ง เขาประหลาดใจมากที่อาหารจานนี้มีฤทธิ์เหมือนโอสถทิพย์จริงๆ
ยิ่งไปกว่านั้น สรรพคุณของเต้าหู้เหม็นจานนี้ยังดีอย่างไม่มีที่ติ ดูเหมือนว่าวงแหวนปราณจะไม่ได้แสดงผลผิดพลาดแต่อย่างใด เพียงแต่ว่าอาหารจานนี้ดูไม่ปกติเท่าไหร่นัก
ขณะเดียวกัน บรรดาหมอที่ตกรอบไปต่างกำลังมองดูกรรมการซึ่งดูนิ่งชะงักไปหลังจากได้ชิมอาหาร พวกเขารู้สึกเหมือนว่าไม่อาจทนมองกรรมการคนนั้นได้อีกต่อไป
รสชาติของอาหารที่เหม็นโฉ่ขนาดนั้นคงน่าสะอิดสะเอียนมากแน่
พวกเขาเริ่มรู้สึกเห็นอกเห็นใจกรรมการคนนั้น ไม่ว่าอย่างไรทุกคนก็ต่างรู้ดีว่าคนที่ต้องรับผิดชอบเรื่องทั้งหมดก็คือปู้ฟาง เด็กหนุ่มคนนี้จะต้องถูกเตะออกจากงานประลองอย่างแน่นอน ในเมื่อเขากล้าที่จะสร้างปัญหาในงานประลองที่จริงจังเช่นนี้ เขาจะต้องถูกลงโทษอย่างหนักแน่
หมอหลายคนในลานแข่งขันต่างมองปู้ฟางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสุขและสะใจ ทั้งยังรู้สึกพึงพอใจในความโชคร้ายของอีกฝ่าย
ในเมื่อพวกเขาไม่สามารถผ่านเข้ารอบไปได้ ดังนั้นปู้ฟางที่เป็นต้นเหตุทำให้พวกเขาต้องเจอปัญหาเหล่านี้จึงไม่ควรคิดฝันที่จะผ่านเข้ารอบไปด้วยเช่นกัน
ปู้ฟางงงงันเมื่อรับรู้ถึงสายตาของทุกคนที่จ้องมองมา “พวกเจ้าทุกคนไม่เข้าใจ…”
แม้แต่ผู้ชมก็ไม่สามารถทนดูกรรมการที่อ้าปากค้างอยู่กับที่ได้ พวกเขาต้องการให้กรรมการหยุดกิน
อย่างไรก็ตาม ชั่วอึดใจต่อมาเหตุการณ์ที่ทำให้ทุกคนต้องตกตะลึงก็บังเกิดขึ้น
กรรมการคนที่เพิ่งยัดเต้าหู้เหม็นเข้าปากของตนเองเริ่มขยับตัวอีกครั้ง…
ทุกคนต่างคาดว่ากรรมการคนนั้นจะอาเจียนออกมา แต่การกระทำต่อมาของเขากลับอยู่เหนือความคาดหมายของทุกคนอย่างสิ้นเชิง
เขาไม่ได้อาเจียนออกมา หนำซ้ำยังใช้ตะเกียบคีบเต้าหู้เหม็นอีกหนึ่งชิ้นขึ้นมาใส่ปากของตัวเองด้วย
“เขาเป็นบ้าไปแล้วหรืออย่างไร”
“เขาชอบมันจริงๆ หรือว่าเขาเสียสติไปเพราะกลิ่นเหม็นของมันกันแน่”
“เขาทำเพื่ออะไร… กรรมการคนนั้นสมองนิ่มยิ่งนัก อาหารจานนั้นต้องมีพิษแน่นอน!”
…
ทุกคนต่างร้องอุทานด้วยความประหลาดใจและมองกรรมการคนนั้นอย่างไม่อยากเชื่อ เขาคีบเต้าหู้เหม็นขึ้นมาใส่ปากของตัวเองอย่างต่อเนื่อง ท่าทางมูมมามของเขาดูราวกับเป็นภูตผีที่หิวโหยมานานหลายเดือนก็ไม่ปาน
หงับ! หงับ!
ในขณะที่ทุกคนกำลังตะลึงงันอยู่นั้น ลานแข่งขันก็เงียบสนิทไปครู่หนึ่ง มีเพียงเสียงจากปากของกรรมการซึ่งกำลังเคี้ยวเต้าหู้เหม็นอยู่ที่ดังออกมาให้ได้ยิน
เสียงนั้นทำให้ทุกคนต่างขนลุกตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้า พวกเขาต่างกลืนน้ำลายอย่างอดไม่ได้เมื่อเห็นท่าทางการกินของกรรมการคนนั้น
ขณะนั้นเดียวใบหน้าของกรรมการเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ดวงตาเปล่งประกายพลางคีบเต้าหู้เหม็นขึ้นมายัดใส่ปากของตนเองไม่ขาดปาก เขากินโดยยัดทุกอย่างเข้าไปในปากของตัวเอง โดยไม่ให้แม้แต่ซอสจากเต้าหู้หยดย้อยลงพื้น
ซอสที่เลอะมุมปากของกรรมการทำให้เขาดูน่าขำยิ่งนัก
กรรมการแลบลิ้นออกมาเลียซอสรอบปากของตัวเอง
ทุกคนต่างตกตะลึงเมื่อเห็นว่ากรรมการกินเต้าหู้เหม็นไปเรื่อยๆ และในที่สุดเขาก็หยุดกิน เพราะไม่มีเต้าหู้เหม็นเหลืออยู่ตรงหน้าปู้ฟางอีกแล้ว
“เอิ๊ก!”
หลังจากที่กรรมการกินเต้าหู้เหม็นชิ้นสุดท้ายหมด เขาก็เลียถาดใบนั้นด้วยใบหน้าที่เปี่ยมล้นไปด้วยความสุข และอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงเรอออกมาด้วยความพึงพอใจ เสียงเรอของเขามีทั้งกลิ่นหอมและกลิ่นเหม็นผสมกัน
สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปขณะที่มองดูกรรมการผู้นี้ เขาเสียสติไปแล้วจริงๆ หรือ
“เป็นอย่างไรบ้าง ข้าน่าจะผ่านรอบแรกใช่หรือไม่” ปู้ฟางเอ่ยถามกรรมการอย่างสุขุม
ปู้ฟางค่อนข้างมั่นใจเพราะเขายกมุมปากขึ้น ชายหนุ่มมองกรรมการที่เพิ่งทำความสะอาดถาดอาหารใบนั้นด้วยลิ้นของตัวเอง
ท่าทีมั่นใจของปู้ฟางทำให้กลุ่มหมอที่อยู่บนลานแข่งขันไม่พอใจนัก เด็กหนุ่มคนนี้ทำตัวหยิ่งยโสเกินไป
กรรมการเช็ดปากของตัวเองแล้วอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจขณะมองปู้ฟาง
“ข้าไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า…อาหารที่มีกลิ่นเหม็นขนาดนั้นจะมีรสชาติอันโอชะได้!”
รสชาติอันโอชะหรือ
คำพูดของกรรมการทำให้หลายคนอึ้งไป ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึงขณะมองกรรมการ “ท่านคิดว่าจมูกของเราผิดปกติหรืออย่างไรกัน สิ่งที่ท่านกินมีกลิ่นเหม็นอย่างมาก”
อย่างไรก็ตาม เมื่อพวกเขานึกถึงท่าทางของกรรมการตอนที่กินอาหารจานนี้ ก็รู้สึกราวกับว่าคนผู้นี้กำลังกินอาหารอันโอชะอยู่จริงๆ
เต้าหู้เหม็นมันอร่อยจริงๆ น่ะหรือ
ความคิดของทุกคนต่างสั่นคลอนและรู้สึกลังเลไปชั่วขณะ
“อาหารจานนี้มีชื่อว่าอะไร” กรรมการเอ่ยถามปู้ฟางด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอยากรู้
“เต้าหู้เหม็นราดซอสเผ็ดหวาน” ปู้ฟางมองกรรมการพลางตอบกลับ ขณะเดียวกันเขาก็ยกป้ายร้านที่อยู่ข้างๆ แท่นสัมฤทธิ์ขึ้นมาตรงหน้ากรรมการซึ่งมีแววตาสับสน ชายหนุ่มวางป้ายนั้นบนแท่นสัมฤทธิ์เพื่อให้ทุกคนมองเห็น
“เต้าหู้เหม็นราดซอสเผ็ดหวานเป็นหนึ่งในอาหารของร้านอาหารหมอกเมฆา อาหารจานนี้ปรุงโดยพ่อครัวหลักของร้านอาหารหมอกเมฆานามว่าปู้ฟาง มันอร่อยมากและข้าก็ขอเชิญทุกคนให้มาลิ้มลองมัน”
ปู้ฟางชี้ไปที่ตัวอักษรขนาดใหญ่หกคำที่อยู่บนป้ายร้าน พลางโฆษณาร้านอาหารของตนอย่างไร้อารมณ์
อุ๊บ…
ทุกคนต่างตะลึงงันและงุนงง
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน การประชาสัมพันธ์เช่นนี้จะได้ผลจริงๆ หรือ
แม้แต่กรรมการคนนั้นก็ผงะไปชั่วครู่ด้วยเช่นกัน ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างเบิกบานใจ เขาเผยรอยยิ้มขี้เล่นพลางพูดขึ้นว่า “จู่ๆ ข้าก็อยากรู้จักร้านอาหารแห่งนี้ขึ้นมาเสียแล้ว หากมีเวลาข้าต้องแวะไปอุดหนุนอย่างแน่นอน... รสชาติของเต้าหู้เหม็นจานนี้ยอดเยี่ยมมากจริงๆ”
หลังจากพูดจบ เขาก็เลียริมฝีปากของตนเอง
“ข้าผ่านการคัดเลือกรอบแรกหรือไม่” ปู้ฟางเอ่ยถามกรรมการอีกครั้ง
“แน่นอน เจ้าผ่านการคัดเลือกรอบแรก ยังมีการคัดคนออกอีกสองรอบ หากเจ้าผ่านไปได้ ก็ถือว่าเจ้าผ่านการคัดเลือก ขอให้เจ้าโชคดี”
กรรมการเก็บวงแหวนปราณของตนเองพลางตอบปู้ฟางด้วยรอยยิ้ม
ปู้ฟางตกตะลึงกับคำพูดของกรรมการ ยังมีการคัดคนออกอีกสองรอบหรือ งานประลองที่จัดโดยวังโอสถมีขั้นตอนการแข่งขันที่ซับซ้อนตามที่คาดเอาไว้จริงๆ
อย่างไรก็ตามปู้ฟางก็เข้าใจได้ว่าทำไมถึงต้องมีการคัดเลือกหลายรอบ นั่นเป็นเพราะมีคนจำนวนมากที่ต้องการเข้าร่วมงานประลองหัตถ์เวท การคัดคนออกจะช่วยกำจัดคนที่คิดจะมาตกปลาในน้ำเน่า[1]นั่นเอง
“รอบคัดออกที่เหลืออีกสองรอบจะจัดขึ้นในวันพรุ่งนี้ ข้าหวังว่าเจ้าจะกลับมาร่วมการแข่งขัน แต่เจ้าห้ามปรุงอาหารที่มีกลิ่นเหม็นเช่นนี้อีกเด็ดขาด เพราะมันจะส่งผลต่อผู้แข่งขันคนอื่นๆ” กรรมการพูดอย่างเคร่งขรึม
แก้มของหมอที่อยู่รอบข้างหลั่งรินไปด้วยหยาดน้ำตาเมื่อพวกเขาได้ยินคำที่ออกมาจากปากของกรรมการ กลิ่นเหม็นนี้ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อพวกเขา…มันยังทำลายพวกเขาจนวอดวายด้วย
“ตกลง พรุ่งนี้ข้าจะไม่ทำเต้าหู้เหม็นแล้ว” ปู้ฟางยกมุมปากขึ้นพลางพยักหน้า
ชายหนุ่มเก็บกระทะกลุ่มดาวเต่าดำ มีดทำครัวกระดูกมังกรทองและอุปกรณ์อื่นๆ ของตนเอง ก่อนจะหยิบป้ายร้านขนาดใหญ่ขึ้นมา หลังจากนั้นก็เดินลงจากลานแข่งขันไป
ผู้ชมทุกคนที่อยู่รอบๆ ลานแข่งขันแหวกทางให้ปู้ฟางเดินผ่านอย่างไม่รู้ตัว แล้วมองเด็กหนุ่มคนนี้ค่อยๆ ลับตาไป
“ท่านกรรมการ ท่านปล่อยเขาไปได้อย่างไรกัน” มีบางคนที่ยังไม่เชื่อ พวกเขาตะโกนใส่กรรมการอย่างโกรธเคือง
กรรมการคนนั้นเป็นคนหัวแข็งและดื้อรั้น เขาทำเพียงชำเลืองมองเหล่าหมอที่กำลังส่งเสียงโวยวายด้วยแววตาเยือกเย็นพลางพูดขึ้นว่า “อะไรกัน เจ้าไม่เชื่อมั่นในการตัดสินของข้าหรือ เจ้าคือกรรมการหรือข้าคือกรรมการกันแน่”
หมอทุกคนต่างผงะกับคำพูดของกรรมการไปครู่หนึ่ง แต่พวกเขาก็ยังไม่ยอมแพ้แล้วตำหนิกรรมการคนนั้นต่อ
“พวกเราจะร้องเรียนท่านต่อหัวหน้ากรรมการ”
พวกเขาไม่เชื่อว่าอาหารจานนั้นจะมีสรรพคุณเหมือนโอสถทิพย์ จึงสรุปเอาเองว่ากรรมการคนนี้ต้องแอบช่วยเหลือไอ้เด็กเวรนั่นแน่ๆ กรรมการและเด็กหนุ่มคนนั้นจะต้องมีความสัมพันธ์บางอย่างต่อกันซึ่งปิดบังซ่อนเร้นไม่ให้สาธารณชนได้รับรู้
เมื่อกรรมการได้ยินคำพูดของพวกเขาก็รู้สึกโกรธมาก
“พวกเจ้าเป็นเพียงกลุ่มคนที่อ่อนหัดยิ่งนัก พวกเจ้าแค่กำลังมองหาข้ออ้างที่ตัวเองตกรอบก็เท่านั้น เชิญไปร้องเรียนได้เลย ข้าจะอยู่ที่นี่และรอให้พวกเจ้าไปฟ้องร้องข้า ข้าเป็นถึงนักเล่นแร่แปรธาตุเอกเมฆาแห่งหอโอสถ พวกเจ้าคิดว่าข้าจะกลัวพวกเจ้าเช่นนั้นหรือ”
กรรมการเริ่มอารมณ์ไม่ดีพลางมองเหล่าหมออย่างโกรธเคืองขณะเอ่ยขึ้น
นักเล่นแร่แปรธาตุเอกเมฆาแห่งหอโอสถ… สถานะของกรรมการทำให้คนส่วนใหญ่ต่างตกตะลึงและเริ่มหวาดกลัว พวกเขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะสะบัดแขนเสื้อพลางเดินออกไป
“เชอะ… อะไรกันเนี่ย”
ในขณะที่กรรมการมองดูผู้คนที่กำลังเดินจากไป เขาก็พ่นลมหายใจอย่างเย็นชาแล้วลูบปากของตนเอง ก่อนจะเพลิดเพลินกับรสชาติของเต้าหู้เหม็นที่ยังหลงเหลืออยู่ในลำคอ
หลังจากที่หมอเหล่านั้นจากไป ในที่สุดบรรดานักเล่นแร่แปรธาตุในลานแข่งขันก็สกัดโอสถทิพย์ของตัวเองเสร็จ
ใบหน้าของพวกเขาทุกคนเต็มไปด้วยเหงื่อ
กรรมการหยิบยันต์หยกออกมาอีกครั้ง แล้วเลื่อนผ่านนักเล่นแร่แปรธาตุทีละคนขณะตรวจสอบผลงานของพวกเขา
“ผลงานชิ้นนี้คุณภาพต่ำเกินไป ไม่ผ่านเกณฑ์”
“สรรพคุณของมันไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับโอสถทิพย์ระดับเก้า ไม่ผ่านเกณฑ์”
“อืม เจ้าสกัดอะไรออกมาเนี่ย ไม่ผ่านเกณฑ์”
…
หลังจากที่กรรมการตรวจสอบผลงานเหล่านั้นแล้ว สีหน้าที่ดูสุขุมและสงบของเขาก็เปลี่ยนไป หน้าผากของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อ
ในบรรดานักเล่นแร่แปรธาตุจำนวนมาก มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถสกัดโอสถทิพย์ระดับเก้าออกมาได้ และสิ่งนี้ก็ไม่เกินความคาดหมายของเขา
จากคำตัดสินของเขา ลานแข่งขันแห่งนี้จึงมีนักเล่นแร่แปรธาตุน้อยกว่าครึ่งที่สามารถผ่านเข้ารอบไปได้
หลังจากที่กรรมการตรวจสอบเสร็จ เขาก็เกือบจะร้องไห้ออกมา
ในบรรดานักเล่นแร่แปรธาตุห้าสิบกว่าคน นอกจากปู้ฟางแล้ว มีเพียงสามคนเท่านั้นที่สามารถผ่านเข้ารอบไปได้ สรรพคุณของเต้าหู้เหม็นจานนั้นช่างน่าทึ่งยิ่งนัก สีหน้าของนักเล่นแร่แปรธาตุสามคนที่ผ่านรอบนี้ต่างเต็มไปด้วยความหวาดกลัว พวกเขาเองก็เกือบทำพลาดเช่นกัน เหตุผลเดียวที่พวกเขาทำสำเร็จเป็นเพราะหม้อหลอมโอสถของพวกเขามีคุณภาพดีนั่นเอง
ตอนนี้เหล่าผู้ชมที่อยู่ด้านล่างเวทีต่างแสดงสีหน้าแตกต่างกันออกไป
เหตุการณ์นี้ช่างน่าขำจริงๆ… ผู้เข้าแข่งขันห้าสิบกว่าคน มีเพียงสี่คนเท่านั้นที่สามารถผ่านการแข่งขันรอบแรกไปได้ นี่ไม่ใช่การแข่งขันรอบคัดคนออกที่โหดร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์หรอกหรือ
ท่าทีของกรรมการคนนั้นดูเคร่งขรึม แต่เขาก็ไม่มีวิธีอื่นที่จะจัดการกับผลการแข่งขันได้ เขาทำได้เพียงฝืนตัวเองให้ประกาศผลการตัดสินออกไป หลังจากที่การแข่งขันบนลานแข่งขันที่แปดเสร็จสิ้น การแข่งขันรอบใหม่ก็ถูกจัดขึ้นต่อ
ผู้เข้าแข่งขันมีจำนวนมาก ในลานแข่งขันแต่ละลานจะมีการแข่งขันอีกอย่างน้อยเจ็ดถึงแปดครั้ง แค่รอบแรกก็กินเวลาไปแล้วทั้งวัน
ในการแข่งขันรอบต่อๆ มา ผลการตัดสินในลานแข่งขันที่แปดดูปกติมากขึ้น เพราะในรอบอื่นๆ มีคนที่ผ่านรอบแรกได้ถึงสิบคนเป็นอย่างน้อย
ทุกคนต่างรู้ดีว่าในการแข่งขันรอบแรกสุดเกิดอะไรขึ้น เพราะอาหารที่มีกลิ่นเหม็นมากอย่างไรเล่า
ผู้เข้าแข่งขันที่ร่วมแข่งขันพร้อมปู้ฟางรู้สึกเครียดจนแทบจะกระอักเลือดออกมาทีเดียว
…
“พวกเจ้าได้ยินหรือไม่ การแข่งขันรอบแรกของลานแข่งขันที่แปด จากผู้เข้าแข่งขันห้าสิบกว่าคน มีเพียงสี่คนเท่านั้นที่ผ่านเข้ารอบ”
“การแข่งขันรอบแรกยากเกินไปเช่นนั้นหรือ หรือคนพวกนั้นไม่มีฝีมือพอ”
“ไม่ใช่ ไม่ ไม่…พวกเจ้าทุกคนเข้าใจผิดแล้ว ข้าได้ยินมาว่าทั้งหมดเป็นเพราะพ่อครัวคนหนึ่ง…”
เรื่องนี้แพร่สะพัดไปทั่วในช่วงเวลาสั้นๆ หลังการแข่งขันรอบแรกจบลง เหตุการณ์ที่น่าสนใจเช่นนี้จะไม่ถูกพูดปากต่อปากได้อย่างไรกันเล่า
ปู้ฟางเริ่มมีชื่อเสียงมากขึ้นหลังการแข่งขันรอบแรก แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะยังไม่รู้ว่าเขาชื่ออะไร แต่ทุกคนก็ต่างขนานนามเขาว่าเด็กหนุ่มที่ถือป้ายร้าน
ผู้คนจำนวนมากต่างตั้งใจจะจับตาดูเขาในการแข่งครั้งถัดไป
หนานกงอู๋เชวียและหนานกงหวั่นเองก็ผ่านการแข่งขันรอบแรก พวกเขาอดหัวเราะออกมาไม่ได้เมื่อได้ยินเรื่องนี้
สมแล้วที่เป็นเถ้าแก่ปู้!
พวกเขาอดนิ่งเงียบเพื่อไว้อาลัยให้ผู้เข้าแข่งขันรอบเดียวกับปู้ฟางไม่ได้ ใครจะรู้ว่าพรุ่งนี้จะมีคนโชคร้ายอีกสักกี่คน แต่ดูเหมือนว่ากรรมการจะสั่งห้ามไม่ให้เขาทำอาหารที่มีกลิ่นเหม็นในการแข่งขันครั้งต่อๆ ไปแล้ว
ถ้าเช่นนั้นการแข่งขันรอบนี้ก็น่าจะเป็นการแข่งขันที่บันเทิงที่สุดในประวัติศาสตร์ของงานประลองหัตถ์เวท
[1] ตกปลาในน้ำเน่า เป็นสำนวน หมายถึง การตักตวงผลประโยชน์ในเหตุการณ์ที่ไม่ปกติ