ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก: GOURMET OF ANOTHER WORLD - บทที่ 494 เสียงระเบิดดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
- Home
- ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก: GOURMET OF ANOTHER WORLD
- บทที่ 494 เสียงระเบิดดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ใช่แล้ว!
อาหารที่ปู้ฟางตั้งใจจะทำในครั้งนี้คือขนมปังหอยนางรมซึ่งมีกลิ่นหอมฟุ้งไปไกลถึงสามสิบลี้
หากเต้าหู้เหม็นเป็นอาหารที่มีกลิ่นเหม็นที่สุด เช่นนั้นอาหารที่มีกลิ่นหอมที่สุดก็คงไม่ใช่อื่นใด นอกจากขนมปังหอยนางรมนั่นเอง อาหารที่นำไปทอดทุกอย่างมีกลิ่นหอมอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารอย่างขนมปังหอยนางรมจานนี้
นี่คือการตัดสินใจของปู้ฟางหลังจากที่ครุ่นคิดอยู่นาน หากเป็นขนมปังหอยนางรมธรรมดาๆ คงยากที่จะทำให้ผู้คนประทับใจ ดังนั้นปู้ฟางจึงเปลี่ยนมาใช้วัตถุดิบที่ดีกว่า เพื่อให้ผลลัพธ์ของขนมปังหอยนางรมอยู่ในระดับที่น่าตื่นตะลึงที่สุด
“เอาเถอะ ตราบใดที่เจ้าไม่ทำอาหารที่มีกลิ่นเหม็นไปทั่วอีกก็ไม่เป็นไร แม้ว่าอาหารจานนั้นจะมีรสชาติอร่อย แต่กลิ่นเหม็นที่มันโชยออกมาก็เหลือจะทนจริงๆ” กรรมการตรวจดูปู้ฟางอยู่สักพักแต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติเกี่ยวกับอาหารที่ชายหนุ่มกำลังจะทำ
อาหารจานนี้น่าจะเป็นอาหารทั่วๆ ไปเมื่อเทียบกับจานเมื่อวาน ตราบใดที่มันไม่เหม็น ก็ไม่น่าจะสร้างปัญหาอะไรได้
ผู้เข้าแข่งขันที่อยู่รอบข้างต่างเดินขึ้นมาบนลานแข่งขันแล้วยืนด้านหน้าแท่นของตนเอง จากนั้นก็เริ่มเตรียมตัวสำหรับการแข่งขัน
ทุกคนล้วนมองดูปู้ฟางด้วยความสงสัย
ในการแข่งขันรอบคัดออกนี้ พวกหมอ ปรมาจารย์ด้านยาพิษ และกลุ่มคนที่ไม่ใช่นักเล่นแร่แปรธาตุส่วนใหญ่ต่างตกรอบกันไปแล้ว เพราะเมื่อเทียบกับนักเล่นแร่แปรธาตุ พวกเขานั้นเสียเปรียบอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม ปู้ฟางที่เป็นเพียงพ่อครัวกลับสามารถเข้ามาถึงรอบนี้ได้อย่างไม่คาดคิด ช่างเป็นเรื่องที่ทำให้หลายๆ คนรู้สึกประหลาดใจอย่างมาก
“มาดูเร็วเข้า! นั่นคือพ่อครัวที่เข้าแข่งขันเมื่อวาน!”
“นี่เป็นรอบคัดออกแล้ว! ข้าจะรอดูว่ารอบนี้เขาจะทำอาหารอะไร กลิ่นอาหารที่เขาทำเมื่อวานช่างเหม็นรบกวนโพรงจมูกไปจริงๆ…”
“จู่ๆ ข้าก็อยากเห็นเขาผ่านเข้ารอบ พวกเจ้าไม่คิดหรือว่ามันจะตลกเพียงใดหากพ่อครัวคนหนึ่งสามารถขึ้นไปอยู่ห้าสิบอันดับแรกได้”
…
อาจเป็นเพราะการปรากฏตัวของปู้ฟาง ทำให้กลุ่มผู้ชมมารายล้อมอยู่รอบลานแข่งขันหมายเลขแปดเป็นจำนวนมาก เมื่อวานผู้ชมเหล่านี้ต่างได้เห็นปู้ฟางแสดงฝีมือมาบ้างแล้ว และวันนี้พวกเขาก็ได้ยินจากคนอื่นๆ ว่าปู้ฟางอยู่ที่ลานแข่งขันหมายเลขแปดอีกครั้ง ดังนั้นพวกเขาจึงกรูกันมาที่นี่เพื่อดูปู้ฟาง
คนเหล่านี้ต่างเคยได้ยินว่ามีพ่อครัวเข้าร่วมงานประลองหัตถ์เวทครั้งนี้ด้วย แล้วพวกเขาจะไม่มาดูปู้ฟางตัวเป็นๆ ได้อย่างไรกันเล่า
ผู้เข้าแข่งขันบนลานแข่งขันหมายเลขแปดต่างตกตะลึงกับจำนวนผู้ชม พวกเขาเพิ่งอยู่ในรอบคัดออกเท่านั้น… แต่ทำไมรอบสนามถึงมีคนดูมากมายเพียงนี้
ผู้เข้าแข่งขันทั้งหลายต่างเคยได้ยินการกระทำของปู้ฟางมาก่อน และพวกเขาก็รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นพ่อครัว หลายคนจึงหัวเราะเยาะเขาที่มาเข้าร่วมงานประลองหัตถ์เวท… พ่อครัวที่เข้าร่วมงานประลองหัตถ์เวทหรือ ปู้ฟางกำลังดูถูกนักเล่นแร่แปรธาตุอย่างพวกตนหรืออย่างไร
นักเล่นแร่แปรธาตุที่มีฝีมือยอดเยี่ยมจะได้รับผลกระทบขณะสกัดโอสถทิพย์ได้อย่างไรกันเล่า
หากพวกเขาแข่งรอบก่อนๆ พร้อมปู้ฟาง พ่อครัวคนนี้ย่อมไม่มีทางผ่านเข้ารอบมาถึงตอนนี้ได้หรอก
ผู้เข้าแข่งขันหลายคนบนลานเริ่มเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันในรอบนี้ และต่างมองปู้ฟางด้วยสายตาชั่วร้าย
“เชอะ… เขาเป็นเพียงพ่อครัวคนหนึ่ง แค่ตัวตลกที่พยายามทำให้ผู้คนรู้สึกบันเทิงใจก็เท่านั้น” ชายคนหนึ่งที่สวมชุดคลุมสีฟ้าพ่นลมออกมาอย่างเย็นชาขณะมองปู้ฟางด้วยสายตาเหยียดหยาม ที่เขาภูมิใจในตัวเองได้ถึงขนาดนี้ นั่นเพราะเขาคือนักเล่นแร่แปรธาตุจากหอโอสถแห่งเมืองโอสถนภา หากนักเล่นแร่แปรธาตุไม่สามารถเอาชนะพ่อครัวได้ นั่นก็แปลว่าเขาเป็นแค่ขยะไร้ค่าไม่ใช่หรือ
ในงานประลองหัตถ์เวทครั้งนี้ มีนักเล่นแร่แปรธาตุอัจฉริยะหลายคนที่เข้าร่วม ชายอีกคนที่สวมชุดคลุมสีเขียวก็เป็นหนึ่งในบรรดานักเล่นแร่แปรธาตุอัจฉริยะเช่นกัน
เป็นเพียงพ่อครัวแท้ๆ แต่กลับคิดท้าทายนักเล่นแร่แปรธาตุซึ่งมีความถนัดเฉพาะทาง… ไม่มีนักเล่นแร่แปรธาตุคนใดเห็นคนผู้นี้เป็นคู่ต่อสู้ เพราะสุดท้ายแล้ว พ่อครัวกับนักเล่นแร่แปรธาตุก็มีมาตรฐานที่แตกต่างกันเกินไป คนสองกลุ่มอาชีพนี้ย่อมไม่สามารถแข่งขันกันได้
ปู้ฟางที่กำลังถูกนักเล่นแร่แปรธาตุมองด้วยสายตาเย้ยหยันนั้นไม่ได้สนใจอะไรนัก ชายหนุ่มกำลังตรวจดูมีดทำครัวกระดูกมังกรทองของตนพร้อมพ่นลมหายใจไปที่ใบมีด ความคมกริบปรากฏให้เห็นบนใบมีดนั้น
หลังจากนั้นไม่นาน กรรมการก็เดินไปตรงกลางลานแข่งขันแล้วเริ่มประกาศกฎของการแข่งขันในรอบคัดออกครั้งที่หนึ่ง
“นี่คือการแข่งขันรอบคัดออกครั้งที่หนึ่ง เมื่อเทียบกับรอบก่อนหน้านี้ การแข่งขันรอบคัดออกจะเข้มงวดกว่า และข้อกำหนดที่ผู้เข้าแข่งขันจะต้องทำให้ได้ก็ย่อมสูงมากเช่นกัน!” กรรมการมองดูเหล่าผู้เข้าแข่งขันพร้อมสูดลมหายใจเข้าลึกขณะพูด
เขารู้ว่าตรงนี้มีนักเล่นแร่แปรธาตุซึ่งมีความสามารถอยู่จำนวนมาก ทว่าเขาก็ยังจำเป็นต้องพูดคำบางคำออกไปโดยไม่ใส่ใจสถานะของคนเหล่านี้
“ในการแข่งขันรอบคัดออกนี้ ผู้เข้าแข่งขันทุกคนมีเวลาเพียงหนึ่งก้านธูปในการสกัดโอสถทิพย์ให้อยู่ในระดับเก้าเป็นอย่างต่ำ ยิ่งไปกว่านั้น คุณภาพของโอสถทิพย์จะต้องบรรลุขั้นกลาง หากโอสถทิพย์ของใครไม่ได้มาตรฐานจะถือว่าไม่ผ่านเข้ารอบ และเมื่อเวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูป กรรมการจะใช้วงแหวนปราณตรวจจับพิเศษเพื่อประเมินผลงานของพวกเจ้า พวกเจ้าทุกคนจะต้องแสดงความสามารถของตัวเองออกมาเพื่อให้ผ่านรอบนี้ไปให้ได้”
การสกัดโอสถทิพย์ระดับเก้าในเวลาหนึ่งก้านธูปเป็นเรื่องที่ยากมากจริงๆ
เมื่อได้ยินกรรมการพูดเช่นนั้น หลายคนก็อดไม่ได้ที่จะสูดลมเย็นๆ เข้าปอด พวกเขารู้ว่ารอบคัดออกมีความยาก แต่ไม่คิดว่ามันจะยากขนาดนี้
แม้แต่นักเล่นแร่แปรธาตุเอกเมฆาบางคนยังต้องใช้เวลาหนึ่งก้านธูปในการสกัดโอสถทิพย์ระดับเก้าเลยด้วยซ้ำ ดังนั้นจึงไม่ต้องพูดถึงเหล่าผู้เข้าแข่งขันจำนวนมากที่ยังไม่ได้บรรลุเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุเอกเมฆา
“การนับถอยหลังเวลาหนึ่งก้านธูปได้เริ่มขึ้นแล้ว”
บรรยากาศทั่วทั้งจัตุรัสเปลี่ยนไปทันทีที่เสียงระฆังดังกังวาน
ปัง! ปัง! ปัง!
ทันใดนั้นทุกคนที่ต่างตึงเครียดก็เริ่มแสดงความสามารถของตัวเองออกมา เมื่อการแข่งขันเริ่มต้นขึ้น เปลวไฟจำนวนมากก็ปรากฏให้เห็น มีทั้งเพลิงสังเคราะห์ เพลิงวิญญาณ เปลวเพลิงทุกประเภทต่างลุกโชนขึ้นไปบนท้องฟ้า
เมื่อปู้ฟางพ่นหมื่นไฟประลัยกัลป์ออกมา เปลวไฟทุกดวงในลานแข่งขันหมายเลขแปดก็สั่นไหว แม้ทุกคนจะรู้ว่าปู้ฟางคือพ่อครัวที่ใช้เปลวเพลิงอัคนีแห่งสวรรค์และปฐพีในการทำอาหาร แต่เมื่อได้เห็นฉากที่ชายหนุ่มทำอาหารด้วยเปลวเพลิงอัคนีแห่งสวรรค์และปฐพีต่อหน้าต่อตา หัวใจของพวกเขาก็ยังรู้สึกเจ็บปวดอยู่ดี
พวกเขาต่างรู้สึกริษยาปู้ฟางเป็นที่สุด
เปลวเพลิงคุณภาพดีนั้นจำเป็นอย่างมากในการฝึกทักษะการเล่นแร่แปรธาตุ หากนักเล่นแร่แปรธาตุคนใดมีเปลวเพลิงอัคนีแห่งสวรรค์และปฐพีในครอบครอง ความแข็งแกร่งของพวกเขาก็จะพัฒนาขึ้นได้อย่างเหนือคำบรรยาย
“ช่างเป็นการใช้เปลวเพลิงอัคนีแห่งสวรรค์และปฐพีได้ไร้ค่าจริงๆ…” ผู้คนจำนวนมากบ่นพึมพำอยู่ในใจเมื่อเห็นปู้ฟางทำอาหารโดยใช้เปลวเพลิงอัคนีแห่งสวรรค์และปฐพี พวกเขาแอบนึกเกลียดชังปู้ฟางอยู่ในใจ
หมื่นไฟประลัยกัลป์สีทองที่ดูราวกับเป็นดวงอาทิตย์ส่องแสงระยิบระยับอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตกลงไปกระทะกลุ่มดาวเต่าดำแล้วเริ่มลุกโชนอยู่ในนั้น
น้ำมันในกระทะร้อนขึ้นและเดือดอย่างรวดเร็ว
ขณะที่น้ำมันเริ่มร้อน ปู้ฟางก็แสดงทักษะการใช้มีดที่ยอดเยี่ยมของตนเองด้วยการสะบัดข้อมือเพียงเล็กน้อย จากนั้นมีดทำครัวกระดูกมังกรทองก็เริ่มร่ายรำอยู่บนฝ่ามือของเขา ในขณะที่เขาควงมีดไปรอบๆ เสียงหวีดหวิวก็ดังขึ้นให้ได้ยิน มันดูราวกับว่ามีดเล่มนั้นกำลังเฉือนชั้นอากาศให้ออกจากกัน ทำให้ผู้คนจำนวนมากรู้สึกตื่นตาตื่นใจ
ปู้ฟางหยิบสมุนไพรพลังปราณระดับแปดออกมา และขณะที่มีดทำครัวกระดูกมังกรทองหมุนอยู่บนมือ สมุนไพรพลังปราณที่รูปร่างคล้ายหัวไชเท้าก็ถูกหั่นเป็นฝอย ขณะที่ปู้ฟางควบคุมพวกมันด้วยพลังปราณเที่ยงแท้ของตัวเอง เส้นเรียวยาวเหล่านั้นก็เหมือนกำลังเต้นอยู่กลางอากาศ ทำให้พวกมันตกลงมาบนถาดกระเบื้องที่อยู่บนแท่นอย่างเป็นระเบียบ
เมื่อเห็นฉากดังกล่าว เหล่าผู้ชมต่างอดไม่ได้ที่จะร้องอุทานออกมาด้วยความอัศจรรย์ใจ
พวกเขาแทบไม่เคยพบเห็นร้านอาหารในเมืองหมอกนภาเลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่พวกเขาไม่เคยเห็นพ่อครัวทำอาหารด้วยตาตนเอง ฉากที่ดูยอดเยี่ยมเช่นนี้จึงทำให้พวกเขารู้สึกทึ่งอย่างมาก
มีดของปู้ฟางขยับรวดเร็วเกินไปจนกลุ่มผู้ชมมองตามไม่ทัน พวกเขาได้ยินเพียงเสียงจังหวะของการหั่นเท่านั้น ก่อนที่วัตถุดิบต่างๆ จะถูกหั่นอย่างบรรจง ยิ่งไปกว่านั้น แต่ละชิ้นยังดูเท่ากันทุกชิ้นอีกด้วย
ตลอดเวลาที่ปู้ฟางแสดงทักษะการใช้มีดของตนเอง กลุ่มผู้ชมก็ส่งเสียงฮือฮาด้วยความทึ่งและประหลาดใจไม่ขาดสาย
เหล่านักเล่นแร่แปรธาตุที่อยู่รอบข้างต่างไม่พอใจกับสิ่งที่เห็น “เป็นบ้าอะไรกันไปหมด… เขาก็แค่หั่นวัตถุดิบ พวกเจ้าจะร้องตะโกนทำไม ทำตัวเงียบๆ กันไม่เป็นหรืออย่างไร”
แม้ว่าเหล่านักเล่นแร่แปรธาตุจะรู้สึกคับข้องใจ แต่ก็ไม่สามารถระบายมันออกมาได้ เพราะพวกเขาเริ่มสกัดโอสถทิพย์กันแล้ว
การเล่นแร่แปรธาตุนั้นแตกต่างจากการทำอาหาร นักเล่นแร่แปรธาตุจะต้องสกัดแก่นพลังปราณในส่วนผสมของตัวยาออกมาก่อนที่จะหลอมรวมพวกมันตามลำดับขั้นตอนต่างๆ เพื่อที่จะสร้างเป็นโอสถเม็ดขึ้นมา
แต่ละขั้นตอนต้องใช้พลังและมันก็เป็นเรื่องยากยิ่ง พวกเขาต้องรักษาพลังจิตของตนเองให้อยู่ในสภาวะสูงสุดเพื่อที่จะทำทุกขั้นตอนได้อย่างสมบูรณ์แบบ
นี่เป็นครั้งแรกที่กรรมการได้เห็นทักษะการใช้มีดของปู้ฟาง เมื่อเขาเห็นทักษะพิเศษของชายหนุ่ม ก็ร้องอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจอย่างไม่อาจควบคุมได้
ทว่าเขาเป็นกรรมการ นอกจากต้องดูแลผู้เข้าแข่งขันแล้ว ยังต้องรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยบนลานแข่งขันด้วยเช่นกัน หลังจากตะโกนออกไปครั้งหนึ่ง เขาก็โบกมือไปที่กลุ่มคนดูแล้วพยายามทำให้คนเหล่านี้อยู่ในระเบียบ
หลังจากที่กลุ่มคนดูสงบลง ทุกคนก็มองไปที่ปู้ฟางด้วยความตื่นเต้น
นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นพ่อครัวทำอาหาร และมันก็เป็นความรู้สึกแปลกใหม่สำหรับทุกคน
ในขณะที่การแข่งขันดำเนินต่อไป ผู้ชมที่เข้ามามุงรอบๆ ลานแข่งขันหมายเลขแปดก็เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ
ปู้ฟางวางฝ่ามือไว้เหนือน้ำมันในกระทะ และเมื่อเขารู้สึกได้ว่าอุณหภูมิของมันร้อนแผดเผา ชายหนุ่มก็รับรู้ว่าตอนนี้น้ำมันกำลังเดือดได้ที่ เขาจึงพยักหน้าเบาๆ
ปู้ฟางโยนขนมปังหอยนางรมที่ชุบน้ำนมข้าวลงในกระทะ
ฉ่า! ฉ่า!
เสียงฉ่าดังขึ้นทันทีที่น้ำมันในกระทะกระจายออกไปรอบด้าน ขณะเดียวกันไอร้อนสีขาวก็ลอยขึ้นมาจากกระทะใบนั้น
ปู้ฟางโคจรพลังปราณเที่ยงแท้ในร่างแล้วถ่ายเทลงไปในกระทะ น้ำมันที่อยู่ในนั้นเริ่มหมุนจนดูเหมือนว่าจะกลายเป็นน้ำวนก็ไม่ปาน
ตอนนั้นเองขนมปังหอยนางรมที่อยู่ในกระทะก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลง มันดูเหมือนกำลังบานออกขณะที่พลังปราณซึ่งอยู่ภายในพุ่งตัวขึ้นไปบนท้องฟ้า ราวกับเป็นหนวดหมึกที่พุ่งทะยานขึ้นไปสู่ท้องฟ้า ราวกับเป็นดอกไม้ที่บานสะพรั่ง ลำแสงที่สว่างจ้าจนแสบตาเปล่งประกายไปทั่วทุกสารทิศ
“ว้าว! สวยชะมัดเลย”
“การทำอาหารเป็นเช่นนี้เองสินะ… ช่างยอดเยี่ยมจริงๆ!”
“หอมเหลือเกิน… มีใครได้กลิ่นหอมที่ลอยมาบ้างไหม”
…
กลุ่มผู้ชมที่อยู่ด้านล่างลานแข่งขันเริ่มส่งเสียงฮือฮาขึ้นอีกครั้ง
กลิ่นที่ลอยออกมาจากขนมปังหอยนางรมในกระทะนั้นรุนแรงอย่างมาก เมื่อไอร้อนลอยฟุ้งขึ้นไปบนท้องฟ้า กลิ่นหอมนั้นก็อบอวลไปทั่วบริเวณ
ผู้ชมแทบทุกคนต่างได้กลิ่นหอมนี้ สีหน้าของพวกเขาแปรเปลี่ยนเป็นเคลิบเคลิ้ม ภายในปากเริ่มมีน้ำลายก่อตัวมากขึ้น พวกเขาต่างเม้มริมฝีปากของตนเอง
กลิ่นดังกล่าวช่างหอมหวนจนไม่อาจหาคำอธิบายได้ เมื่อมันทะลวงเข้าไปในรูจมูก พวกเขาก็รู้สึกราวกับว่ามีผ้าไหมผืนหนึ่งเข้ามาลูบไล้ต่อมรับรสของตนเอง ทำให้ขนลุกขนชันไปทั้งตัว
พวกเขาไม่เคยได้กลิ่นอะไรที่หอมขนาดนี้มาก่อนในชีวิต
มันคือกลิ่นหอมจากโอสถเม็ดเช่นนั้นหรือ
ไม่! กลิ่นของโอสถวิญญาณก็ยังไม่หอมเท่านี้
มันคืออะไรกันแน่
ในเมื่อกลุ่มผู้ชมได้กลิ่นหอมมาจากขนมปังหอยนางรม แล้วกรรมการจะไม่ได้กลิ่นได้อย่างไรเล่า
กรรมการคนนั้นรู้สึกพึงพอใจมาก เด็กหนุ่มคนนี้ไม่ได้ทำอาหารที่มีกลิ่นเหม็นอย่างที่เขาทำเมื่อวานจริงๆ อาหารจานนี้มีกลิ่นที่หอมกว่าเดิมมาก
กลิ่นหอมจากขนมปังหอยนางรมทำให้กรรมการไม่สามารถห้ามตัวเองได้ เขาเม้มริมฝีปาก น้ำลายในปากเริ่มสอ กรรมการหันมองแท่นสัมฤทธิ์ของปู้ฟางไม่วางตา
กลิ่นมันช่าง…หอมหวนเหลือเกิน!
ทันใดนั้นร่างกายของกรรมการก็แข็งทื่อ สีหน้าเปลี่ยนไปอย่างมาก ตัวของเขาสั่นระริกราวกับเป็นใบไม้ขณะมองดูปู้ฟาง
บึ้ม!
เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นไปทั่วทั้งลาน แรงระเบิดนั้นมาจากหม้อหลอมยาที่อยู่ด้านหลัง ใบหน้าของหมอคนหนึ่งเต็มไปด้วยความเสียใจ เขาทึ้งผมบนหนังศีรษะของตนเอง ดวงตาแดงก่ำและดูโกรธแค้นอย่างมาก
กลิ่นหอมรึ ไอ้กลิ่นหอมเวรนั่น! ทำไมต้องหอมขนาดนี้ด้วย
ทันทีที่หมอคนนี้ได้กลิ่นหอมจากขนมปังหอยนางรม เขาก็รู้สึกราวกับว่าวิญญาณถูกโยนลงไปในอ่างน้ำวน เขาเริ่มไม่มีสมาธิ จนทำให้หม้อหลอมยาระเบิดทันที ความพยายามทั้งหมดสูญเปล่า
ช่างน่าโมโหยิ่งนัก!
หมอคนนี้ไม่ใช่คนเดียวที่ได้รับผลกระทบ ขณะที่กลิ่นหอมอบอวลไปทั่วบริเวณ บรรยากาศบนลานแข่งขันแห่งนี้ก็เปลี่ยนไป
กรรมการเบิกตามองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรอบตัวด้วยความตื่นตระหนก
ขณะนี้… ผู้เข้าแข่งขันส่วนใหญ่เริ่มมีสีหน้าไม่น่าดูนัก
เมื่อกลิ่นหอมจากขนมปังหอยนางรมซึมซาบเข้าสู่รูจมูกของพวกเขา ความรู้สึกในกายก็เริ่มปั่นป่วน ความอยากอาหารถูกกระตุ้น หนำซ้ำกลุ่มผู้เข้าแข่งขันก็ไม่ได้ดมกลิ่นที่หอมขนาดนี้อยู่บ่อยๆ แล้วพวกเขาจะอดทนต่อสิ่งยั่วยวนใจอย่างกลิ่นที่หอมหวนขนาดนี้ได้อย่างไรกันเล่า
บึ้ม! บึ้ม! บึ้ม!
เสียงหม้อหลอมยาและหมอหลอมโอสถระเบิดดังสนั่นไปทั่วลานแข่งขัน
ขณะที่หม้อหลอมเหล่านั้นระเบิด ไม่ได้มีเพียงกรรมการเท่านั้นที่ตกใจ แต่ผู้ชมที่อยู่ด้านล่างลานต่างก็ตกตะลึงด้วยเช่นกัน เสียงระเบิดทำให้พวกเขากลับมาได้สติอีกครั้ง
ปู้ฟางยังคงทำตัวสุขุมตามปกติ และจดจ่ออยู่กับขนมปังหอยนางรมในกระทะ เขาเพียงแค่สะบัดข้อมือ ขนมปังหอยนางรมที่ถูกทอดจนเป็นสีน้ำตาลทองก็ลอยออกมาจากกระทะ ก่อนจะร่อนลงบนจานกระเบื้อง
ปู้ฟางขยับมีดทำครัวกระดูกมังกรทอง แล้วหั่นครึ่งขนมปังหอยนางรมอย่างแผ่วเบา
ทันทีที่ผิวของขนมปังหอยนางรมถูกผ่า วัตถุดิบสีขาวนุ่มที่อยู่ด้านในก็ทะลักออกมา หอยนางรมตัวอ้วนใหญ่โผล่ออกมาให้เห็นพลางส่งกลิ่นหอมฟุ้งทันที
“ผลงานของข้า ขนมปังหอยนางรมสูตรปรับปรุง… เสร็จสมบูรณ์แล้ว” ปู้ฟางควงมีดขึ้นกลางอากาศสองสามครั้ง ก่อนจะจับมีดทำครัวกระดูกมังกรทองไว้แน่น จากนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้นแล้วพูดด้วยใบหน้าไร้อารมณ์
ขณะที่คำพูดออกมาจากปากของชายหนุ่ม ก็มีเสียงระเบิดติดๆ กันดังขึ้นมาจากด้านหลัง