ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก: GOURMET OF ANOTHER WORLD - บทที่ 497 พ่อครัวที่สร้างความหวาดกลัว
- Home
- ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก: GOURMET OF ANOTHER WORLD
- บทที่ 497 พ่อครัวที่สร้างความหวาดกลัว
ปูหรือ
ปูยักษ์หรือ
หัวหน้ากรรมการตกใจเล็กน้อย หากเขาเข้าใจไม่ผิด ปูตัวนั้นน่าจะเป็นอสูรเวทน้ำระดับแปด อสูรเวทน้ำชนิดนี้มาจากมหาสมุทรไร้ขอบเขต นับเป็นอสูรเวทที่พบเจอบนบกได้ยาก
ในฐานะที่เขาเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุ จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องเคยเห็นอสูรเวทชนิดนี้มาก่อน แต่เห็นจากในบันทึกหรือตำราโบราณเท่านั้น ไข่ของปูชนิดนี้สามารถนำมาใช้ในการเล่นแร่แปรธาตุได้ และเหล่าหญิงสาวผู้ฝึกปราณยังนำมันมาบำรุงผิวพรรณให้กระจ่างใสและเนียนนุ่มอีกด้วย
ปู้ฟางคนนี้คิดจะทำอะไรกับปูยักษ์ตัวนี้กันแน่ หรือว่าชายหนุ่มจะใช้มันทำอาหาร
พวกนักเล่นแร่แปรธาตุบนลานแข่งขันต่างแสดงท่าทางราวกับว่ากำลังพบเจอศัตรูคู่อาฆาต พวกเขาไม่รู้ว่าปู้ฟางจะทำอะไร แต่ด้วยคำกล่าวที่ว่า รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง ทำให้พวกเขาเรียนรู้วิธีของปู้ฟางในการแข่งขันรอบก่อนๆ มาเรียบร้อย
ในการแข่งขันรอบแรก ปู้ฟางทำอาหารที่มีกลิ่นเหม็นมากเสียจนทำให้นักเล่นแร่แปรธาตุหมดเรี่ยวแรงและตกรอบไปหลายสิบคน ส่วนปู้ฟางผ่านเข้ารอบไปได้
ส่วนการแข่งขันรอบที่สอง ชายหนุ่มไม่ได้ทำอาหารที่มีกลิ่นเหม็น ครั้งนี้เขาทำสิ่งตรงกันข้าม ด้วยการทำขนมปังหอยนางรมที่มีกลิ่นหอมหวานออกมาแทน แต่อาหารจานนี้ก็ยังส่งผลกระทบ ทำให้นักเล่นแร่แปรธาตุจำนวนมากตกรอบไปอยู่ดี นักเล่นแร่แปรธาตุมากฝีมือจากเมืองโอสถนภาในรอบนั้นตกรอบกันทุกคน แต่พ่อครัวหนุ่มก็ยังผ่านเข้ารอบมาได้เช่นเดิม
คงมีเพียงเทพเซียนเท่านั้นที่รู้ว่าชายคนนี้จะทำสิ่งใดต่อไป
หัวหน้ากรรมการหันมองปู้ฟางด้วยสายตาเฉียบคม เขาพยายามหาเหตุผลว่าเหตุใดพ่อครัวคนนี้ถึงได้สร้างปัญหาอยู่เสมอ แต่หลังจากนั้นไม่นานนัก เขาก็ต้องผิดหวังเพราะปู้ฟางไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมา หรือจ้องตากับหัวหน้ากรรมการตนสักนิด
“นี่คือรอบคัดออกครั้งที่สอง ความยากของมันยังคงเหมือนรอบที่หนึ่ง ภายในเวลาหนึ่งก้านธูป พวกเจ้าทุกคนจะต้องสกัดโอสถทิพย์ระดับเก้าหรือสิ่งอื่นที่มีสรรพคุณเทียบเท่าออกมาให้ได้ ในครั้งนี้พวกเราจำกัดจำนวนคนเอาไว้ จะมีเพียงสิบคนแรกเท่านั้นที่สามารถเข้าสู่รอบต่อไปได้ ส่วนคนที่เหลือจะถูกคัดออก” หัวหน้ากรรมการประกาศด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือกพอๆ กับกฎของการแข่งขันในรอบนี้
ทว่าหลังจากที่เขาประกาศออกไป ผลตอบรับจากผู้ชมกลับตรงกันข้ามกับสิ่งที่เขาคิดไว้ กลุ่มผู้ชมเริ่มหัวเราะและกระซิบกระซาบกัน
“แล้วถ้ามีคนทำผลงานสำเร็จน้อยกว่าสิบคนเล่า”
“ข้าว่ากรรมการต้องเป็นบ้าแน่”
“อีกไม่นานกรรมการจะรู้ซึ้งว่าการถูกพ่อครัวคนนั้นสยบราบคาบเป็นเช่นไร…”
…
เมื่อหัวหน้ากรรมการได้ยินกลุ่มผู้ชมพูดคุยกัน สีหน้าของเขาก็เคร่งขรึมขึ้นพลางเริ่มสงสัยว่าเหตุใดพวกผู้ชมถึงดูสนุกสนานกับความโชคร้ายของผู้อื่นเช่นนี้ พวกเขาน่าจะต้องรู้สิว่านี่เป็นการแข่งขันที่สำคัญ!
“เงียบได้แล้ว! ข้าขอประกาศตรงนี้ว่าการแข่งขันรอบคัดออกครั้งที่สองเริ่มต้นขึ้นแล้ว!” หัวหน้ากรรมการกล่าวอย่างเยือกเย็น
ท่ามกลางเหล่าผู้ชม กรรมการคนที่ถูกหัวหน้ากรรมการสั่งพักงานชั่วคราวเองก็กำลังรับชมเหตุการณ์เบื้องหน้าดวงตาที่เบิกกว้าง ถึงแม้จะถูกถอดจากตำแหน่งชั่วคราว แต่กรรมการคนนี้กลับไม่ได้รู้สึกโศกเศร้าเลย หนำซ้ำเขายังตั้งตาชมการแข่งขันของปู้ฟางอีกด้วย
ครั้งนี้ปู้ฟางจะงัดไม้เด็ดอะไรออกมาอีก ปูหรือ เขาจะใช้ปูตัวนั้นทำอาหารเช่นนั้นหรือ
หากปู้ฟางจะทำอาหารโดยใช้ปูตัวนั้นจริงๆ มันก็ไม่น่าจะส่งผลอะไรกับผู้แข่งขันคนอื่นใช่ไหมนะ
หลังจากหัวหน้ากรรมการส่งสัญญาณให้เริ่มการแข่งขัน ทุกคนบนลานแข่งขันก็เคลื่อนไหว ไม่นานนักเปลวเพลิงหลากสีก็เริ่มลุกโชนขึ้น เหล่าคนดูต่างเริ่มรวมตัวกันมากขึ้น
เนื่องจากตอนนี้ชื่อเสียงของปู้ฟางโด่งดังไม่น้อย ดังนั้นการแข่งขันรอบหลังๆ ของเขาจึงดึงดูดความสนใจไม่น้อย
ฟู่ ฟู่ ฟู่!
เปลวไฟมากมายลุกโชติช่วง อุณหภูมิบนลานแข่งขันเองก็เพิ่มสูงขึ้นด้วยเช่นกัน ในการแข่งขันรอบนี้ ผู้เข้าแข่งขันแทบทุกคนล้วนเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุ ส่วนหมอและปรมาจารย์ด้านยาพิษนั้นมีอยู่น้อยนิดจนแทบจะหาตัวไม่เจอ
ปู้ฟางเป็นเพียงคนเดียวบนลานแข่งขันที่ไม่ใช่นักเล่นแร่แปรธาตุ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครเก่งกาจเท่าเขาอีกแล้ว ชายหนุ่มกลายเป็นม้ามืดที่น่ากลัวที่สุดในงานประลองหัตถ์เวทไปเรียบร้อย
ผู้ชมบางคนต่างคิดว่าปู้ฟางมีโอกาสสูงที่จะเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศ อย่างน้อยเขาก็น่าจะขึ้นไปถึงหนึ่งร้อยลำดับแรก
ปู้ฟางยังไม่เอาหมื่นไฟประลัยกัลป์ออกมา เขาเพียงแค่จ้องไปที่ปูตัวนั้น
นี่เป็นปูที่เขาจับได้ในนครมหาอสรพิษตอนที่เมืองกำลังถูกเหล่าชาวสมุทรบุกโจมตี ในตอนนั้นชาวสมุทรแทบทุกสายพันธุ์ได้ผุดขึ้นมาจากใต้ทะเล มันเป็นฝันร้ายของชาวอสรพิษและนครมหาอสรพิษเลยก็ว่าได้ แต่สำหรับปู้ฟางแล้ว พวกชาวสมุทรนั้นถือเป็นวัตถุดิบล้ำค่าหายาก เช่นเดียวกับพญากุ้งตั๊กแตนขั้นเซียนเทพขนาดยักษ์ที่ยังอยู่ในกระเป๋าคลังเก็บของเขา
ปู้ฟางกำลังคิดวิธีใช้ปูตัวนี้ทำอาหาร ก่อนหน้านี้ชายหนุ่มเลือกทำขนมปังหอยนางรมที่ส่งกลิ่นหอมอย่างยิ่งยวดออกมา และมันก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ร้านอาหารหมอกเมฆาเริ่มมีชื่อเสียง ปู้ฟางรู้สึกพึงพอใจกับมันมาก ดังนั้นในรอบนี้ เขาจึงตั้งใจที่จะให้ความสำคัญกับกลิ่นหอมอีกครั้ง
แต่ปูจะมีกลิ่นหอมหลังปรุงเสร็จแล้วหรือ
แน่นอน พวกมันย่อมมีกลิ่นหอม แค่ผัดปูม้ายังมีกลิ่นที่หอมอบอวลอย่างมากเลย ถ้าอาหารเช่นนั้นยังส่งกลิ่นฟุ้งกระจายไปทั่วได้ แล้วอาหารที่ทำจากวัตถุดิบระดับแปดจะมีกลิ่นหอมขนาดไหนกัน อย่างไรเสียปูระดับแปดก็เป็นวัตถุดิบที่คุณภาพสูงกว่าปูธรรมดาๆ อยู่แล้ว
ควันสีเขียวก่อตัวขึ้นรอบๆ มือของปู้ฟาง จากนั้นมีดทำครัวกระดูกมังกรทองก็ปรากฏขึ้นในมือของชายหนุ่ม เขาควงมีดขึ้นไปบนอากาศ ก่อนจะฟันมันลงมาเพื่อตัดเชือกที่มัดตัวปูยักษ์จนขาด
ฉับ
ทันทีที่เชือกถูกตัด ปูยักษ์ที่เหนื่อยล้ามานานกับการพ่นฟองออกจากปากก็เริ่มขยับตัวทันที จู่ๆ ขาทั้งแปดและก้ามทั้งสองของมันก็ชูขึ้นในขณะที่มันกำลังยืนด้วยตัวเอง
ก๊อก แก๊ก ก๊อก แก๊ก!
เสียงขาปูที่กระทบกับแท่นสัมฤทธิ์เรียกความสนใจจากผู้ชมทั้งหลาย
ผู้คนจากเมืองหมอกนภาไม่เคยพบเจอปูของชาวสมุทรที่ดุร้ายเช่นนี้มาก่อน พวกเขาต่างส่งเสียงฮือฮาด้วยความประหลาดใจ พลางมองปูตัวนั้นส่ายก้ามของมันไปมาไม่หยุด นักเล่นแร่แปรธาตุทุกคนต่างตกตะลึงจากนั้นก็หันไปมองมันอย่างไม่รู้ตัว เมื่อเห็นปูยักษ์ตัวนั้น พวกเขาทั้งหลายก็ต่างถอนใจออกมา
“นี่เขากำลังจะเล่นตลกหรืออย่างไรกัน”
“ใครจะกินสัตว์เปลือกแข็งนี่ได้เล่า”
“น่าขยะแขยงยิ่งนัก! ข้ายอมตายเสียดีกว่า หากต้องกินอาหารที่ทำมาจากปูนั่น!”
…
ผู้ชมต่างหวาดกลัวรูปลักษณ์ที่น่ากลัวของปูยักษ์ตัวนั้น
แต่ปู้ฟางยังคงสงบนิ่ง เขารู้อยู่ก่อนแล้วว่าปูตัวนี้ต้องแสดงพฤติกรรมดุร้ายเช่นนี้ออกมา
สีหน้าของหัวหน้ากรรมการดูเคร่งขรึม การแข่งขันเพิ่งจะเริ่มเท่านั้น แต่ปู้ฟางก็สร้างความวุ่นวายเสียแล้ว…
แต่เขาก็ไม่อาจกล่าวโทษปู้ฟางได้ เพราะพ่อครัวคนนี้เพียงแค่หยิบวัตถุดิบของตัวเองออกมาเท่านั้น ไม่ได้ต่างอะไรกับการที่นักเล่นแร่แปรธาตุหยิบวัตถุดิบในการสกัดโอสถออกมาเช่นกัน เขาจึงไม่มีสิทธิ์สั่งห้ามไม่ให้ผู้เข้าแข่งขันจัดการวัตถุดิบของตัวเอง หัวหน้ากรรมการไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากยืนมองอยู่อย่างนั้น
เหล่านักเล่นแร่แปรธาตุบนเวทีสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะหันกลับไป แล้วเริ่มตั้งสมาธิจดจ่อกับโอสถทิพย์ที่ตนเองกำลังสกัด
ฟ่อ! ฟ่อ!
ปูยักษ์ส่งเสียงคำรามพลางจ้องปู้ฟางด้วยดวงตากลมโตของมัน มันเหวี่ยงก้ามไปมาอย่างบ้าคลั่ง ทุกครั้งที่ก้ามของมันกวัดแกว่งผ่านอากาศก็เกิดเสียงดังขึ้น ทำให้เหล่าผู้ชมถึงกับผวา
ศิษย์พี่จางสูดลมหายใจเข้าและพยายามทำจิตใจให้สงบ เอาเถอะ… ครั้งนี้ ไม่มีอะไรที่เขาจะต้องกังวล จากความสามารถของเขาแล้ว เขาต้องผ่านเข้ารอบไปได้อย่างแน่นอน
ทันใดนั้นก็เกิดเสียงอื้ออึงขึ้น
ดวงตาของศิษย์พี่จางเบิกกว้าง เปลวไฟในหม้อหลอมโอสถของเขาลุกโชน ไม่ใช่แค่สมาธิของเขาที่สั่นไหวเท่านั้น แต่จิตวิญญาณที่เคยมั่นคงของเขาเองก็ยังแทบล้มครืน!
นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น
นักเล่นแร่แปรธาตุคนอื่นบนลานแข่งขันก็หันไปมองปู้ฟางเช่นกัน พวกเขาต่างตะลึงงัน
ปู้ฟางนั้นรู้วิธีจัดการกับปูที่ดุร้ายตัวนี้อยู่แล้ว เขาเงยหน้ามองปูยักษ์ที่กำลังเหวี่ยงก้ามไปมาอย่างหาเรื่อง มุมปากของชายหนุ่มยกขึ้น ก่อนจะหยิบกระทะกลุ่มดาวเต่าดำออกมาแล้วโยนใส่ปูตัวนั้น
โครม!
กระทะกลุ่มดาวเต่าดำนั่นหนักขนาดไหนน่ะหรือ
ปูฟางเองก็ไม่รู้แน่ชัด เขารู้เพียงแค่ว่ามันหนักและเหมาะมือกำลังดี ปูตัวนั้นไม่สามารถหลบได้ทัน ร่างของมันถูกเหวี่ยงให้ลอยขึ้นมาบนแท่นสัมฤทธิ์
เมื่อปูตัวนั้นตกลงมา แท่นสัมฤทธิ์ก็สั่นสะเทือน และนั่นก็ทำให้ทั้งลานแข่งขันสั่นไหวไปด้วยเช่นกัน
ทุกคนรวมถึงหัวหน้ากรรมการต่างมองไปที่แท่นของปู้ฟาง
ปูตัวนั้นไม่ได้สลบไปทันทีหลังถูกกระทะหวดใส่ ตัวของมันยังสั่นไหวและพยายามที่จะยืนขึ้นอีกครั้ง
ปู้ฟางขมวดคิ้วแล้วยกกระทะกลุ่มดาวเต่าดำขึ้นไปบนอากาศ ก่อนจะเหวี่ยงใส่มันอีกครั้ง
โครม! โครม! โครม!
ชายหนุ่มฟาดเจ้าปูยักษ์ไปสามครั้ง ผลที่ตามมาก็คือ แม้แต่แท่นสัมฤทธิ์ที่มั่นคงยังยุบลงไปกับพื้นลานแข่งขัน
แต่ละครั้งที่เขาฟาดกระทะใส่ปู จิตใจของทุกคนต่างสั่นไหว หัวใจของพวกเขาเต้นระรัว
อั่ก… อย่างไรก็ตาม กลุ่มคนที่อยากกระอักเลือดมากที่สุดกลับเป็นเหล่านักเล่นแร่แปรธาตุที่อยู่บนลานแข่งขัน ทุกครั้งที่ปู้ฟางฟาดกระทะใส่ปู เพลิงสังเคราะห์ของพวกเขาจะสั่นระริกตามจังหวะของมัน จิตวิญญาณของพวกเขาเองก็สั่นสะท้านไปด้วยอย่างไม่อาจควบคุมได้
นักเล่นแร่แปรธาตุที่ไม่มีสมาธิอาจทำหม้อหลอมของตัวเองระเบิดได้ แต่โชคยังดีที่ในครั้งนี้ มีคนทำหม้อหลอมระเบิดเพียงแค่หนึ่งใบ แม้คนที่เหลือจะตั้งสมาธิกันได้อยู่ แต่พวกเขาก็ถึงกับน้ำตาตกในกันเลยทีเดียว
นี่พวกเขายังสกัดโอสถทิพย์ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ได้อีกหรือ เสียงดังอึกทึกจากการพยายามทุบเจ้าปูไม่ต่างอะไรกับแผ่นดินไหวเลยทีเดียว หัวหน้ากรรมการสูดหายใจเข้า สีหน้าของเขาเคร่งขรึมยิ่งกว่าเดิม
ไม่แปลกใจเลยที่กรรมการคนก่อนเรียกร้องให้ตัดสิทธิ์พ่อครัวคนนี้ไป เมื่อใดก็ตามที่ชายคนนี้เข้าแข่งขัน สิ่งต่างๆ ก็ดูแปลกประหลาดไปเสียหมด
หลังจากปู้ฟางฟาดปูจนสลบไปแล้ว ในที่สุดเขาก็สามารถเริ่มขั้นตอนต่อไปได้เสียที ชายหนุ่มควงมีดทำครัวกระดูกมังกรทองในมือ ทำให้เกิดประกายแสงอันแหลมคมสะท้อนออกมาจนดวงตาพร่าเลือน
ปู้ฟางวางมือลงบนกระดองปู แต่เขาไม่ได้คิดจะแงะมันออก ชายหนุ่มขยับมีดทำครัวกระดูกมังกรทองอย่างหนักแน่นและรวดเร็ว ทุกจังหวะของการลงมีดตัดขาแต่ละข้างของปูได้ทันที
ปู้ฟางหยิบขาปูขึ้นมาแล้วจดปลายมีดก่อนจะหั่นลงไป ชายหนุ่มกะเทาะเปลือกตรงขาปูออก เมื่อเปลือกถูกกะเทาะ ปู้ฟางก็ควักเนื้อปูสีขาวโปร่งแสงออกมา
การเคลื่อนไหวของเขาพลิ้วไหวมาก จนทำให้ผู้ชมต่างร้องอุทานด้วยความตื่นตะลึง
พอนำเนื้อปูออกมาจากส่วนขาได้ทั้งหมด ปู้ฟางก็วางพวกมันลงในชามกระเบื้องที่เตรียมไว้ เขาเทน้ำมันลงในกระทะเล็กน้อย ก่อนที่จะอ้าปากแล้วพ่นหมื่นไฟประลัยกัลป์ออกมา มันดูคล้ายดวงอาทิตย์ขนาดย่อส่วน เมื่อเหล่าผู้ชมเห็นเช่นนั้นก็ถึงกับอุทานออกมาพร้อมกันด้วยความแปลกใจ
ไม่ผิดแน่ นั่นคือเปลวเพลิงอัคนีแห่งสวรรค์และปฐพี!
สีหน้าของหัวหน้ากรรมการดูเคร่งขรึมยิ่งกว่าเดิม พ่อครัวคนนี้ใช้เปลวเพลิงอัคนีแห่งสวรรค์และปฐพีทำอาหารหรือ เหตุใดเขาจึงไม่เคยพบเจอพ่อครัวคนนี้มาก่อน เขาจะได้ต่อยหน้าไอ้พ่อครัวบ้านี่ให้คว่ำสักที…
เมื่อน้ำมันในกระทะเริ่มปะทุ ปู้ฟางก็เทเนื้อปูทั้งหมดลงไป
ฉ่า ฉ่า ฉ่า!
ทันทีที่เนื้อปูถูกเทลงในกระทะ มันปูก็ระเบิดกลิ่นหอมออกมา กลิ่นหอมฟุ้งนี้ลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า กลิ่นของมันหอมยิ่งกว่าขนมปังหอยนางรมเสียด้วยซ้ำ
ใบหน้าของหัวหน้ากรรมการแข็งทื่อ
ผู้ชมต่างตกตะลึง
เหล่านักเล่นแร่แปรธาตุเริ่มมีอาการกระสับกระส่ายอีกครั้ง
แต่กลิ่นหอมนั้นไม่ได้อบอวลอยู่ในอากาศอยู่นานนัก ปู้ฟางหยิบหม้อนึ่งมาหนึ่งใบ แล้วตักเนื้อปูทั้งหมดออกจากกระทะ จากนั้นเขาก็เทน้ำจากทะเลสาบเทือกเขาปราณสวรรค์ลงไป วางปูทะเลยักษ์ลงในหม้อนึ่ง ก่อนจะปิดฝา
ทันทีที่เขาทำเช่นนี้ กลิ่นหอมที่ฟุ้งกระจายอยู่ก็จางหายไปจนหมดสิ้น เหล่านักเล่นแร่แปรธาตุที่กำลังเสียสมาธิต่างถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
หัวหน้ากรรมการมองดูปู้ฟางที่ดูผ่อนคลายสบายใจ แต่แล้วจู่ๆ หัวใจของเขาก็สัมผัสได้ถึงลางร้ายบางอย่าง