ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก: GOURMET OF ANOTHER WORLD - บทที่ 499 พ่อครัวนักวางแผน
- Home
- ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก: GOURMET OF ANOTHER WORLD
- บทที่ 499 พ่อครัวนักวางแผน
หัวหน้ากรรมการตกใจจนทำอะไรไม่ถูก เขาได้แค่ยืนอยู่นิ่งๆ ด้วยท่าทีที่ดูอึ้งและเงอะงะ
กลุ่มผู้ชมด้านล่างก็ตัวสั่นสะท้านไปด้วยเช่นกัน พวกเขาไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น ทุกคนต่างมึนงงไปหมด
เมื่อครู่เกิดอะไรขึ้นกันแน่
หม้อหลอมโอสถของเหล่านักเล่นแร่แปรธาตุระเบิดพร้อมกันได้อย่างไร พวกเขาไม่ได้บอกหรือว่าต้องการสกัดโอสถทิพย์ที่สมบูรณ์แบบน่ะ
แล้วนี่มันเรื่องบ้าเรื่องบออะไรกัน
นักเล่นแร่แปรธาตุคนหนึ่งผ่อนลมหายใจอันเยือกเย็นออกมา ดูเหมือนเขากำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะหันไปมองทางปู้ฟาง และเป็นไปตามคาด เขาพบว่ามีอาหารจานหนึ่งกำลังฉายรัศมีเจิดจ้าอยู่บนแท่นสัมฤทธิ์ของปู้ฟาง
อาหารที่เรืองแสงได้หรือ
นี่มันเรื่องมหัศจรรย์อะไรกัน
เรื่องทั้งหมดเป็นเพราะปู้ฟางตามคาดจริงๆ! ทุกคนต่างประหลาดใจ พวกเขาคิดว่าในรอบนี้ปู้ฟางจะตกรอบเสียแล้ว แต่ผิดคาด ชายหนุ่มก้มหน้าก้มตาทำผลงานมาจนถึงช่วงสุดท้าย และสุดท้ายเขาก็ทำอาหารที่ปลดปล่อยกลิ่นหอมรัญจวนใจได้สำเร็จ!
กลิ่นหอมนั้นแทรกซึมอยู่ในทุกอณูของลานแข่งขันราวกับเป็นเมฆหมอก ผู้ชมทั้งหลายหรี่ตาลงอย่างอดไม่ได้พลางพยายามสูดดมกลิ่นอย่างเต็มที่ ดูเหมือนว่าทุกคนจะถูกกลิ่นหอมทำให้หลงใหลเข้าให้แล้ว
กลิ่นนี้ช่างหอมยิ่งนัก มันหอมกว่ากลิ่นของขนมปังหอยนางรมในรอบก่อนเสียอีก ยิ่งไปกว่านั้น กลิ่นหอมดังกล่าวยังหอบเอากลิ่นของทะเลมาด้วย
กลิ่นนี้สดชื่นมากพอที่จะทำให้ทุกคนหลงใหล เมื่อผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมืองซึ่งไกลห่างจากชายฝั่งได้กลิ่นของทะเลเช่นนี้ พวกเขาก็ต่างรู้สึกว่ามันช่างยั่วยวนใจยิ่งนัก
หัวหน้ากรรมการตื่นจากภวังค์ ร่างกายของเขาเริ่มสั่นไหว โทสะของเขาพุ่งขึ้นจนถึงขีดสุด
มันเกิดขึ้นแล้วจริงๆ! เรื่องที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้นตรงหน้าเขาเข้าให้แล้ว!
อภัยให้ไม่ได้!
ก่อนหน้านี้อาหารจานนี้ไม่มีกลิ่นหอมใดๆ เลยมิใช่หรือ แล้วเหตุใดจู่ๆ ถึงได้ส่งกลิ่นหอมรุนแรงออกมาได้ เจ้าหมอนี่… ตั้งใจให้เป็นเช่นนี้อย่างแน่นอน!
ความคิดของพ่อครัวคนนี้ลึกล้ำอย่างคาดไม่ถึง ขณะที่ทุกคนกำลังคาดหวัง อาหารของเขากลับไม่ส่งกลิ่นหอมใดๆ แต่เมื่อทุกคนเริ่มผ่อนคลายและเลิกตั้งความหวัง ชายหนุ่มก็ปลดปล่อยกลิ่นหอมรุนแรงของอาหารที่ตัวเองทำออกมา ทำให้หม้อหลอมของนักเล่นแปรธาตุที่เข้าแข่งขันทุกคนระเบิดอย่างไม่รู้ตัว!
ช่างเป็นพ่อครัวจอมวางแผนอะไรเช่นนี้!
ตู้ม ตู้ม ตู้ม!
แรงระเบิดดังลั่นไปทั่วลานแข่งขัน เปลวไฟมากมายพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ฉากอันสวยงามนั้นทำให้ผู้ชมหลายคนอ้าปากค้างด้วยความชื่นชอบ พวกเขาไม่อาจเก็บอาการตื่นเต้นเอาไว้ได้ การรับชมภาพอันงดงามขณะหม้อหลอมโอสถจำนวนมากระเบิด ถือเป็นโอกาสที่หาได้ยากนัก!
ตอนนั้นเอง ทั่วทั้งจัตุรัสก็ถูกฉากดังกล่าวดึงความสนใจไป การระเบิดและเปลวเพลิงที่พวยพุ่งลุกลามไปทั่วลานแข่งขัน มันเป็นฉากที่น่าทึ่งมาก แล้วเหตุการณ์เช่นนี้จะไม่ดึงดูดสายตาของทุกคนที่อยู่ที่นี่ได้อย่างไร
ใบหน้าของศิษย์พี่จางแดงก่ำ เพลิงสังเคราะห์ที่คล้ายสายฟ้าถาโถมใส่โอสถทิพย์ที่เขากำลังควบแน่นไม่หยุด
ทว่าตอนนั้นเอง กลิ่นหอมชวนเคลิบเคลิ้มก็โชยเข้ามาแล้วลอยเข้าสู่รูจมูกของเขา จากนั้น มันก็แล่นผ่านโพรงจมูกลงไปอย่างรวดเร็ว
กลิ่นหอมนี้มันคือกลิ่นอะไรกัน ทำไมถึงหอมหวนได้เพียงนี้
กลิ่นของทะเลหรือ คลื่นแล้วคลื่นเล่าที่ซัดสาดเข้ามา… ศิษย์พี่จางหลับตาลง ก่อนจะดำดิ่งลงสู่มายาภาพ เขารู้สึกราวกับกำลังอยู่กลางมหาสมุทร พลางสัมผัสได้ถึงคลื่นทะเลอันนุ่มนวลที่ปะทะตัวของเขา
ความรู้สึกเช่นนี้ช่างวิเศษเสียจริง… วิเศษกับผีน่ะสิ!
จิตใจของศิษย์พี่จางสั่นสะท้าน จู่ๆ เขาก็เบิกตาโพลง ดวงตาเป็นสีแดงฉาน!
ภาพของทะเลและคลื่นมลายหายไป ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยภาพระเบิดรุนแรงที่เกิดขึ้นบนลานแข่งขัน เสียงระเบิดดังกึกก้องทำให้หัวใจของเขาสั่นระรัว มันน่ากลัวยิ่งนัก! น่ากลัวเกินไป!
ไม่แปลกที่เหตุใดศิษย์น้องหลิวถึงตกรอบ กลิ่นหอมนี้ส่งผลกระทบรุนแรงต่อเหล่านักเล่นแร่แปรธาตุ
มันสามารถทำให้จิตใจของพวกเขาล่องลอยไปไกล จนควบคุมเพลิงสังเคราะห์ของตัวเองได้อย่างยากลำบาก เมื่อเพลิงสังเคราะห์ไม่เสถียร หม้อหลอมของพวกเขาจึงระเบิด!
ฟู่!
ในตำแหน่งที่ห่างออกไป เหล่านักเล่นแร่แปรธาตุจากเมืองแสงนภาพยายามกล้ำกลืนฝืนทน พวกเขาดึงดันที่จะพ่นแก่นโลหิตของตัวเองลงบนเพลิงสังเคราะห์ เพื่อช่วยประคองให้เพลิงสังเคราะห์เสถียรขึ้น
“อ๊าก! หม้อหลอมของข้าระเบิด! หม้อหลอมของข้าระเบิดแล้ว!”
“คิดไว้ไม่ผิด ข้าคิดอยู่แล้วเชียวว่าหม้อหลอมของข้าต้องระเบิดแน่! ทำไมข้าถึงต้องมาแข่งกับคนเช่นนี้ด้วย”
“อ๊ากกก... เหตุใดกลิ่นนี้ถึงได้หอมนัก เหตุใดถึงได้หอมขนาดนี้”
…
เหล่านักเล่นแร่แปรธาตุที่ทำหม้อหลอมระเบิดต่างพากันคร่ำครวญอย่างทุกข์ระทมอยู่บนลานแข่งขัน พวกเขาบางคนจิกทึ้งผมของตัวเอง ดวงตาแดงก่ำ บางคนถึงกับบันดาลโทสะ แล้วระบายมันลงกับหม้อหลอมที่เพิ่งระเบิดของตัวเอง พวกเขาเหยียบย่ำซากที่เหลืออยู่อย่างแรงที่สุดเท่าที่จะทำได้
ทุกคนมีปฏิกิริยาแตกต่างกันไปในเหตุการณ์นี้
อีกด้านหนึ่ง ทางฝั่งของปู้ฟาง ดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะไม่ได้สนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวแม้แต่น้อย เขาสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่ กลิ่นหอมจากปูถูกดูดเข้าไปในจมูก ทำให้ร่างกายและจิตใจรู้สึกผ่อนคลาย
สมแล้วที่เป็นวัตถุดิบระดับแปด หลังจากปรุงเสร็จ กลิ่นของมันก็หอมยิ่งนัก
ผู้ชมด้านล่างรู้สึกตื่นเต้นจนแทบลืมหายใจ โดยเฉพาะกรรมการที่ถูกพักงานชั่วคราวคนที่ต้องรับกรรมจากการกระทำของปู้ฟางถึงสองครั้งสองครา เขาตื่นเต้นอย่างมาก รู้สึกอยากกระโดดขึ้นลานแข่งขันไปแล้วโผเข้าจูบปู้ฟางให้รู้แล้วรู้รอด
เมื่อกรรมการที่ถูกพักงานสังเกตเห็นสีหน้าที่บูดเบี้ยวของหัวหน้ากรรมการ เขาก็รู้สึกราวกับว่าตัวเองได้ผายลมที่อั้นเอาไว้ในก้นนานกว่าครึ่งวันออกมาสักที ช่างน่าพึงพอใจเสียจริงๆ
“ก่อนหน้านี้ข้าก็บอกแล้วว่าท่านจะมาโทษข้าไม่ได้! พ่อครัวคนนี้มันเพี้ยน! ไม่ว่าใครที่ได้พบต่างก็ต้องอับโชคกันทั้งนั้น!”
กรรมการหัวเราะเริงร่าอยู่ในใจ
“เจ้าเห็นตอนหม้อหลอมพวกนั้นระเบิดหรือไม่ เสียงระเบิดดังกึกก้อง เปลวไฟพวยพุ่งขึ้นไปบนฟ้า ช่างเป็นภาพที่งดงามยิ่งนัก!”
“นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้เห็นภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจเช่นนี้ เพียงชั่วพริบตา หม้อหลอมของเหล่านักเล่นแร่แปรธาตุก็ระเบิดกันหมดทุกคน!”
“หรือว่าพ่อครัวจะเป็นกาลกิณีต่อเหล่านักเล่นแร่แปรธาตุ มิน่าล่ะ ในเมืองหมอกนภาแห่งนี้จึงไม่มีพ่อครัวคนอื่นๆ อีก ดูเหมือนพวกเขาจะถูกกำจัดไปหมดแล้ว”
…
เหล่าผู้ชมต่างกระซิบกระซาบกัน
ในเวลานี้หัวหน้ากรรมการรู้สึกเจ็บใจมาก เขากวาดสายตาไปทั่วลานแข่งขัน ภาพที่ปรากฏทำให้รู้สึกหดหู่ใจเหลือเกิน
หม้อหลอมของนักเล่นแร่แปรธาตุแทบทุกคนบนลานแข่งขันระเบิดในช่วงเวลาสุดท้าย เหลือนักเล่นแร่แปรธาตุเพียงสองคนเท่านั้นที่ยังคงสกัดโอสถทิพย์ของตัวเองอยู่
คนแรกคืออัจฉริยะจากเมืองโอสถนภา ส่วนอีกคนคืออัจฉริยะจากเมืองแสงนภา
นี่เป็นเรื่องที่เขาคาดหวังไว้อยู่แล้ว เพราะหากนักเล่นแร่แปรธาตุสองคนนี้ตกรอบ เขาคงจะกระอักเลือดออกมาอย่างแน่นอน
หึ่ง…
เกิดความผันผวนแผ่ไปทั่วทั้งลานแข่งขัน
ศิษย์พี่จางตะโกนร้องเสียงดัง ในที่สุดเขาก็สกัดโอสถทิพย์สำเร็จ ลายเส้นหนึ่งขยับไปรอบๆ โอสถทิพย์ของเขาก่อเกิดเป็นลวดลายที่ดูคลุมเครือ โอสถทิพย์ที่เขาสกัดออกมาเป็นโอสถวิญญาณหนึ่งแต้มอย่างเห็นได้ชัด
ถึงแม้ว่าลวดลายของมันจะไม่ชัดเจนนัก แต่ก็ทำออกมาเสร็จสมบูรณ์แล้ว
นักเล่นแร่แปรธาตุจากเมืองแสงนภาเองก็สกัดโอสถทิพย์เสร็จแล้วเช่นกัน ใบหน้าของเขาดูอิดโรย ดวงตาหม่นหมอง มันบ่งบอกถึงการใช้พลังมากเกินไป
ในที่สุดหัวหน้ากรรมการก็รู้สึกผ่อนคลายลง โอสถวิญญาณหนึ่งแต้มจำนวนสองเม็ด… ดูเหมือนว่าในรอบคัดออกครั้งนี้จะมีคนที่ผ่านเข้ารอบทั้งหมดสามคน
ครั้งนี้เขาไม่ได้ชิมอาหารของปู้ฟางเป็นคนแรก ตรงกันข้ามเขาเดินไปหาศิษย์พี่จางและนักเล่นแร่แปรธาตุจากเมืองแสงนภา หัวหน้ากรรมการต้องการทดสอบโอสถทิพย์ของทั้งสองคนก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความล่าช้า
ผลการประเมินไม่ทำให้เขาผิดหวัง
ถึงแม้กลิ่นหอมจากแท่นของปู้ฟางจะรบกวนนักเล่นแร่แปรธาตุในขั้นตอนสุดท้ายของการสกัดโอสถทิพย์ ซึ่งก็คือการควบแน่นเม็ดโอสถ และทำให้หม้อหลอมของพวกเขาเกือบระเบิด แต่พวกเขาก็สามารถอดทนได้สกัดโอสถทิพย์จนสำเร็จออกมาได้ สมแล้วที่ทั้งคู่ต่างเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุอัจฉริยะ
ยิ่งกว่านั้นเขายังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องตรวจสอบคุณภาพของโอสถวิญญาณหนึ่งแต้มพวกนี้เลยด้วยซ้ำ
ดังนั้นนักเล่นแร่แปรธาตุทั้งคู่จึงผ่านเข้ารอบไป
หัวหน้ากรรมการถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขาหันไปมองปู้ฟาง หรือพูดให้ถูกต้องก็คือ สายตาของเขาจดจ้องอยู่ที่อาหารบนแท่นสัมฤทธิ์ของปู้ฟาง
ปูนึ่งสีแดงตัวใหญ่ ตัวปูที่ถูกแกะเปลือกออกแล้วเติมน้ำซุปร้อนๆ หอมกรุ่นลงไปดูน่ากินอย่างมาก เนื้อปูที่มีสีขาวและไข่ปูสีส้มอมแดงตัดกันอย่างชัดเจน ในขณะเดียวกัน มันก็ส่งกลิ่นหอมรุนแรงออกมา
ช่างยั่วยวนใจยิ่งนัก…
หัวหน้ากรรมการต้องยอมรับว่าหน้าตาของอาหารจานนี้ดูงดงาม ทั้งยังมีกลิ่นหอมฉุยลอยออกมาอีกด้วย เขาแทบควบคุมอาการของตัวเองไม่ได้เลย
หัวหน้ากรรมการเดินไปหาปู้ฟาง พลางมองอีกฝ่ายอย่างล้ำลึก
“นี่คืออาหารที่เจ้าปรุงในรอบนี้หรือ มันมีชื่อว่าอะไร”
“ปูทะเลนึ่ง” ปู้ฟางตอบหน้าตาเฉย
ปูนึ่งเช่นนั้นหรือ
หัวหน้ากรรมการสูดอากาศเข้าไปเต็มปอด กลิ่นหอมของปูกระตุ้นโพรงจมูกของเขาจนทำให้ต้องกลืนน้ำลายลงคอ
มันหอมเกินไป… อาหารที่ทำขึ้นด้วยวิธีนึ่งหอมฉุยได้ขนาดนี้เชียวหรือ
ในขณะที่หัวหน้ากรรมการรู้สึกตัวว่ากำลังจะเสียการควบคุมตัวเอง เขาก็กระแอมกระไอออกมาเบาๆ หลังจากนั้นเขาก็หยิบยันต์สีทองออกมา ทันทีที่ยันต์ทำงาน วงแหวนปราณก็พุ่งออกมาห่อหุ้มปูทะเลนึ่งไว้
หึ่ง…
เมื่อความผันผวนเล็กๆ แผ่กระจายออกไป วงแหวนปราณก็ปลดปล่อยรังสีอันสว่างไสวออกมาทันที หลังจากนั้นแสงสว่างก็เริ่มหมุนวน ทุกครั้งที่มันหมุนแสงนั้นก็จะเจิดจ้าขึ้นเรื่อยๆ!
“เป็นไปตามคาด… พลังปราณที่อัดแน่นอยู่ในอาหารจานนี้เข้มข้นมาก เกินกว่าโอสถทิพย์ระดับเก้าไปแล้ว! นึกไม่ถึงจริงๆ!”
เมื่อหัวหน้ากรรมการเห็นปฏิกิริยาของวงแหวนปราณ เขาก็หรี่ตาลง ดูเหมือนว่าทุกอย่างที่กรรมการคนก่อนบอกเขาจะเป็นเรื่องจริง!
พ่อครัวคนนี้… ไม่ใช่พ่อครัวธรรมดาทั่วไป ทักษะการทำอาหารของเขานั้นเหนือธรรมชาติยิ่งนัก!
ศิษย์พี่จางและนักเล่นแร่แปรธาตุจากเมืองแสงนภาเองก็ขมวดคิ้วลงพลางถอนลมหายใจเย็นเยือกออกมาอย่างช่วยไม่ได้เช่นกัน
พลังปราณในอาหารจานนี้ไม่ได้ด้อยไปกว่าพลังปราณในโอสถวิญญาณหนึ่งแต้มของพวกเขาเลย นี่มันเรื่องตลกอะไรกัน
“เจ้าจะลองชิมดูก็ได้ หลังจากที่กินเข้าไปแล้วเจ้าจะได้รู้ถึงสรรพคุณของมัน” ปู้ฟางพูดกับหัวหน้ากรรมการที่กำลังทึ่งอยู่ด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
ในที่สุดหัวหน้ากรรมการก็เริ่มลงมือ เขาปรายตามองปู้ฟาง ก่อนจะหยิบตะเกียบขึ้นมา มือที่กำลังถือตะเกียบนั้นสั่นอย่างเห็นได้ชัด
เขาไม่ได้กินอาหารมากี่ปีแล้วนะ…
นับตั้งแต่โอสถอดอาหารหลากรสถือกำเนิดขึ้น เขาก็หยุดกินอาหารไปเลย แต่ตอนนี้เขากำลังจะได้ลิ้มรสชาติอาหารที่มีกลิ่นหอมละมุนแล้ว
เรื่องนี้กวนใจเขาอยู่เบาๆ!
เนื้อปูนั้นชุ่มไปด้วยน้ำซุปร้อนๆ ขาปูสองสามขาที่ลอยอยู่เหนือน้ำซุปยิ่งทำให้อาหารจานนี้ดูน่ากินมากขึ้น
หัวหน้ากรรมการจุ่มตะเกียบลงในจานแล้วจิ้มไปที่เนื้อปู ระหว่างการทำอาหาร ปู้ฟางควบคุมความแรงของไฟได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้เนื้อปูนุ่มละมุนอย่างมาก เขาสามารถคีบเนื้อออกจากเปลือกได้โดยไม่ต้องใช้แรงมากมาย
เขาดึงเปลือกออกจากส่วนเนื้อ ความร้อนที่อยู่ภายในพวยพุ่งออกมาทันที เผยให้เห็นเนื้อปูสีขาวนวลที่อยู่ด้านใน และไอร้อนที่อยู่ในนั้น ไอร้อนเหล่านั้นรวมตัวกันกลายเป็นกลุ่มควันที่ทำให้อาหารจานนี้สวยงามมากขึ้น
หัวหน้ากรรมการใช้ตะเกียบหยิบเนื้อปูขาวเนียนออกมา เขาจุ่มมันลงในน้ำซุปที่ปู้ฟางราดบนตัวปู กลิ่นหอมของมันเข้มข้นมาก ผู้ชมทั้งหลายถึงกับกลืนน้ำลายอย่างอดไม่ได้เลยทีเดียว
เหล่าผู้ชมด้านล่างพยายามยืดคอให้สูงขึ้น พวกเขามองหัวหน้ากรรมการคีบเนื้อปูเนียนนุ่มเข้าปากอย่างไม่อาจทนได้อีกต่อไป
“อ้า…”
ผู้ชมบางคนเลียริมฝีปากของตัวเอง ในขณะที่บางคนถึงกับน้ำลายสอออกมา
เจ้าจำเป็นต้องทำให้มันดูน่ากินขนาดนี้ด้วยหรือ
เหล่าผู้ชมคร่ำครวญ แม้พวกเขาจะมองเห็นอาหารจานนี้ แต่กลับไม่สามารถลิ้มลองมันได้ เป็นเรื่องน่าเศร้าที่ยากเกินอธิบาย
สายตาของเสี่ยวโยวจับจ้องไปที่อาหารจานนั้น ผมสีดำขลับของนางปลิวไสวไปตามสายลม นางเคาะเท้าอันงดงามของตัวเองกับพื้น แล้วกระโจนขึ้นไปบนลานแข่งขันไปยืนอยู่ข้างๆ ปู้ฟาง
“เจ้ากินมันไม่ได้… อาหารจานนี้มีไว้สำหรับแข่งขัน” ปู้ฟางกล่าว เขาตกใจกับการปรากฏตัวกะทันหันของเสี่ยวโยว นางขึ้นมาอยู่ตรงนี้ทำไมกัน
หัวหน้ากรรมการหลงเสน่ห์รสชาติของอาหารจานนี้เต็มเปา เนื้อปูนุ่มละมุนละลายในปากของเขาอย่างง่ายดาย กลิ่นของมันปะทุออกมาราวกับเป็นมังกรเคลื่อนกาย มันอบอวลไปทั่วช่องปาก เมื่อประสาทรับรสถูกจู่โจมเขาก็เริ่มหายใจหอบถี่
เมื่อรสชาติอันเข้มข้นของมหาสมุทรที่มาจากเนื้อปูปะทุขึ้นในปากของหัวหน้ากรรมการ เขาก็รู้สึกราวกับกำลังลอยไปในมหาสมุทร คลื่นใหญ่น้อยซัดปะทะตัว สัมผัสอันชุ่มชื่นของพวกมันก็ชำระล้างร่างกายของเขา
ทันใดนั้นเอง เขาก็รู้สึกว่าร่างกายแข็งแรงขึ้นอย่างมาก กล้ามเนื้อก็เต่งตึงขึ้น เนื้อปูแค่หนึ่งคำสามารถเสริมสร้างความแข็งแรงให้ร่างกายได้อย่างก้าวกระโดด!
อาหารจานนี้นอกจากความอร่อยจะนำโด่งแล้ว สรรพคุณของมันยังไม่ธรรมดาเลยอีก!
นี่มัน… สวรรค์โปรดชัดๆ!
อร่อยจนใจเจ็บไปแล้ว!
เมื่อปู้ฟางเห็นว่าหัวหน้ากรรมการยังคงเพลิดเพลินกับรสชาติของอาหารจานนี้ ชายหนุ่มจึงฉวยโอกาสหยิบป้ายร้านออกมา แล้ววางมันลงบนแท่นสัมฤทธิ์ของตนเองอย่างแรงเพื่อโฆษณาร้านอาหารในรอบนี้
ขณะที่ปู้ฟางกำลังประชาสัมพันธ์ร้านอยู่นั้น ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าเสี่ยวโยว หญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างพ่อครัวหนุ่มจะหยิบปูนึ่งชิ้นใหญ่ขึ้นมากิน
ภาพดังกล่าวผนวกกับการโฆษณาของปู้ฟาง ยิ่งทำให้อาหารจานนี้ดูน่ากินมากขึ้นไปอีก!