ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก: GOURMET OF ANOTHER WORLD - บทที่ 500 เถ้าแก่ปู้ผู้มีเป้าหมายอันเรียบง่าย
- Home
- ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก: GOURMET OF ANOTHER WORLD
- บทที่ 500 เถ้าแก่ปู้ผู้มีเป้าหมายอันเรียบง่าย
โฆษณา! โฆษณาอีกแล้ว!
ผู้ชมด้านล่างถึงกับพูดไม่ออก ทุกครั้งที่พ่อครัวคนนี้ทำอาหารเสร็จ เขาก็จะเริ่มประชาสัมพันธ์ร้านอาหารหมอกเมฆาอยู่ร่ำไป
พวกเขาเริ่มสงสัยในตัวปู้ฟาง หรือเหตุผลแท้จริงที่เขาเข้าแข่งขันในงานประลองหัตถ์เวทก็เพื่อโฆษณาร้านของตัวเองกันแน่
เสี่ยวโยวมีความสุขมาก ปากของเธอเปื้อนคราบน้ำมัน เมื่อเหล่าผู้ชมที่อยู่ด้านล่างเห็นหญิงสาวหน้าตางดงามแต่ไม่สนใจภาพลักษณ์ของตนอย่างเสี่ยวโยว พวกเขาก็ตะลึงงันราวกับเป็นคนบ้า
ความงามของนางเป็นอาหารตาสำหรับพวกเขา แม้แต่ท่าทางการกินก็ยังดูสง่างามในความคิดของทุกคน
หัวหน้ากรรมการกลับมาได้สติอีกครั้ง ดวงตาของเขาเบิกกว้างเท่าจาน ก่อนจะจ้องเสี่ยวโยวด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“ผู้หญิงคนนี้ขึ้นมาบนลานแข่งขันตั้งแต่เมื่อไหร่กัน พวกเรากำลังแข่งขันกันอยู่! แล้วเหตุใดจึงมีใครไม่รู้ขึ้นมาบนลานแข่งขันในขณะที่กำลังมีการแข่งขันเช่นนี้เล่า”
หัวหน้ากรรมการกล่าวอย่างเย็นชา เขาพ่นลมหายใจออกมาแล้วมองเสี่ยวโยวที่กำลังเคี้ยวเนื้อปูอยู่เต็มปาก ภาพตรงหน้าทำให้เขาปวดใจเล็กน้อย
เมื่อเหล่าผู้คุ้มกันด้านล่างลานแข่งขันได้ยินเสียงตวาดด้วยความโมโหของหัวหน้ากรรมการ พวกเขาก็รีบวิ่งขึ้นไปบนลานแข่งขันแล้วยืนล้อมเสี่ยวโยวทันที
หัวหน้ากรรมการโกรธเกรี้ยวอย่างมาก เขาเพิ่งกินเนื้อปูนึ่งแสนอร่อยไปได้เพียงคำเดียว แต่จู่ๆ ผู้หญิงคนนี้ก็ฉกมันไปอย่างไร้มารยาท เขาไม่เคยพบเจอหญิงสาวที่ไร้ยางอายเช่นนี้มาก่อนในชีวิต!
ทันใดนั้นเขาก็สังเกตเห็นกระดองปูแตกๆ บนจาน เปลือกสีแดงสดของมันยังคงมีเนื้อปูขาวนวลที่ปล่อยกลิ่นหอมละมุนอยู่ด้านใน
หัวหน้ากรรมการหยิบกระดองปูขึ้นมา แล้วใช้ตะเกียบคีบเนื้อที่ยังเหลืออยู่ใส่ปากตัวเอง พลางดื่มด่ำกับรสชาติของมัน
“นางเป็นพนักงานในร้านอาหารหมอกเมฆาของข้าเอง…” ปู้ฟางอธิบาย
แม้ว่าการปรากฏตัวกะทันหันของเสี่ยวโยวจะสร้างปัญหาเล็กน้อย แต่ปู้ฟางก็พยายามอธิบายทุกอย่างเท่าที่จำเป็นออกไป ชายหนุ่มไม่ได้กลัวว่าคนเหล่านั้นจะทำร้ายเสี่ยวโยว แต่เขากังวลว่าคนพวกนี้เองนั่นละจะเป็นอะไรไปถ้าพยายามทำอะไรนาง
เสี่ยวโยวเป็นหญิงสาวจากยมโลก! แม้ปู้ฟางจะยังไม่รู้ว่านางเก่งกาจเพียงใด แต่ก็พอรู้ว่านางทรงพลังอย่างมาก
ยิ่งไปกว่านั้นเขาเพียงแค่เข้าร่วมงานประลองหัตถ์เวทเพื่อต้องการโฆษณาร้านอาหารหมอกเมฆา ไม่ได้มาเพื่อก่อปัญหาใดๆ เป้าหมายของเขาบริสุทธิ์และเรียบง่าย
หากเหล่านักเล่นแร่แปรธาตุรู้เป้าหมายของปู้ฟาง พวกเขาคงถ่มน้ำลายใส่ชายหนุ่มจนจมทะเลน้ำลายเป็นแน่ ตั้งแต่ที่ปู้ฟางเข้าร่วมการแข่งขัน เขาได้ก่อปัญหามากมายสารพัด แล้วตอนนี้มันหมายความว่าอย่างไรที่คนคนนี้บอกว่าตัวเองไม่ต้องการสร้างปัญหา
เขาหมายความว่าอย่างไรที่บอกว่ามีเป้าหมายอันแสนบริสุทธิ์และเรียบง่าย
ปู้ฟางกลายเป็นพ่อครัวที่น่าจับตามองมากที่สุดในโลกไปเสียแล้ว
“เอ่อ…หัวหน้ากรรมการขอรับ พวกเราควรทำอย่างไรหรือ”
เมื่อผู้คุ้มกันคนหนึ่งได้ยินคำอธิบายของปู้ฟาง เขาก็ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรดี จึงหันไปมองหัวหน้ากรรมการด้วยแววตาสับสน
ทว่าตอนนี้หัวหน้ากรรมการมัวแต่กินอย่างมีความสุข คราบมันปูสีส้มเปื้อนอยู่ที่มุมปาก ทำให้เขาดูตะกละตะกลามไม่น้อย จนเหล่าผู้คุ้มกันถึงกับพูดไม่ออก
“ช่างเถอะ…ไป พวกเรากลับดีกว่า” ผู้คุ้มกันพึมพำอย่างรันทดใจ เขาอยู่ใกล้กลิ่นหอมมากเกินไปจนแทบควบคุมตัวเองไม่ได้
พับผ่าสิ…นี่หัวหน้ากรรมการกำลังกลั่นแกล้งเขาหรืออย่างไร
กลุ่มคนดูทั้งหลายมองเหล่าผู้คุ้มกันที่พุ่งขึ้นไปบนลานแข่งขันอย่างดุดัน แต่กลับต้องพากันเดินคอตกลงมาอย่างเงียบงัน
หัวหน้ากรรมการเลียกระดองปูที่เขาเพิ่งควักกินเนื้อด้านในไป รสชาติแสนอร่อยจากเนื้อปูทำให้เขาอยากกินมันอีก
“อร่อยสุดๆ…”
หัวหน้ากรรมการถอนหายใจ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ลิ้มรสอาหารที่อร่อยขนาดนี้ มันเป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้เลยทีเดียว
จะให้เปรียบเทียบอาหารจานนี้กับโอสถอดอาหารหลากรสเพื่ออะไรกัน มันต่างกันราวนรกกับสวรรค์ชัดๆ!.
หากให้เทียบทั้งสองอย่างจริงๆ เขาก็กล้าพูดว่าโอสถทิพย์ธัญพืชอัดแท่งอะไรนั่นรสชาติห่วยแตกมากเมื่อเทียบกับอาหารจานนี้
เมื่อหัวหน้ากรรมการเงยหน้าขึ้น เขาก็รู้สึกปวดใจ เพราะเสี่ยวโยวกินเนื้อปูส่วนใหญ่ไปก่อนที่เขาจะทันได้กิน อันที่จริงนางกำลังแทะก้ามปูอันใหญ่อยู่ตรงหน้าเขาด้วยซ้ำ
เสี่ยวโยวกินอาหารได้น่ากลัวมาก ทุกครั้งที่นางกัดกระดองปูจะเกิดเสียงดังลั่นไปทั่ว นางไม่แม้แต่จะคายกระดองออกมา และกลืนทุกอย่างเข้าไปทั้งอย่างนั้น
กระเพาะของนางทำมาจากเหล็กหรืออย่างไร
“ท่านหัวหน้ากรรมการ ข้าผ่านเข้ารอบหรือไม่” ปู้ฟางมองหัวหน้ากรรมการที่กำลังจ้องมองเสี่ยวโยวด้วยสายตาเกลียดชัง ท่าทางของเขาดูเหมือนกำลังทุกข์ระทมเพราะนางก็ไม่ปาน
ตอนนั้นเองเสี่ยวโยวก็กัดก้ามปู เสียงเคี้ยวดังลั่นขึ้นอีกครั้ง จนทำให้จิตใจของทุกคนสั่นไหว
หัวหน้ากรรมการกลืนน้ำลายที่มีอยู่เต็มปาก เขามองปู้ฟางแล้วพยักหน้าให้ “ผ่าน เจ้าผ่านเข้ารอบ… หลังจากนี้จะเป็นการแข่งขันรอบคัดออกครั้งที่สาม ตราบใดที่เจ้าผ่านรอบนั้นไปได้ เจ้าก็จะมีสิทธิ์เข้ารอบรองชนะเลิศ…”
“ยังมีรอบที่สามอีกหรือ” ปู้ฟางขมวดคิ้ว แต่ไม่นานเขาก็กลับมาสงบนิ่งอีกครั้ง มันก็แค่การแข่งขันรอบคัดออกอีกรอบมิใช่หรือ แล้วจะมีปัญหาอะไรกันเล่า เขาจะทำปูนึ่งอีกครั้งก็ยังได้
ปู้ฟางพยักหน้าแล้วเริ่มเก็บข้าวของทุกอย่างบนแท่นสัมฤทธิ์ของตัวเอง เมื่อชายหนุ่มเก็บทุกอย่างเรียบร้อย เขาก็หยิบป้ายร้านขนาดใหญ่ ก่อนจะเดินลงจากลานแข่งขันไปอย่างไม่รีบร้อน
เสี่ยวโยวกัดปูอีกครั้ง เสียงเคี้ยวกรอบดังลั่นออกมา จากนั้นนางก็เคี้ยวด้วยเสียงที่เบาลง แล้วก้าวขาเรียวงามตามหลังปู้ฟางไป
…
“ลานหมายเลขห้ามีการระเบิดอีกแล้ว!”
“พ่อครัวนั่นกวาดพวกนักเล่นแร่แปรธาตุที่แข่งรอบเดียวกันจนตกรอบไปเกือบทุกคน มีเพียงนักเล่นแร่แปรธาตุอัจฉริยะจากเมืองโอสถนภาและเมืองแสงนภาเท่านั้นที่ผ่านเข้ารอบไปได้”
“ศัตรูของเหล่านักเล่นแร่แปรธาตุก่อเรื่องอีกแล้ว! เขาบดขยี้คู่แข่งแล้วผ่านเข้ารอบเพื่อไปแข่งขันในรอบคัดออกครั้งสุดท้าย!”
ผู้คนพากันบ้าคลั่ง ข่าวนี้เริ่มแพร่ไปอย่างรวดเร็วดั่งไฟป่า ทำให้ทั้งจัตุรัสเดือดพล่านไปด้วยความตื่นเต้น
ต้วนอวิ๋นเองก็ผ่านเข้ารอบได้ เขาหยิบหม้อหลอมโอสถของตัวเองขึ้นมา รู้สึกมีความสุขมาก เพราะกำลังเข้าใกล้เป้าหมายของตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว
เขาเพิ่งออกมาจากลานแข่งขัน แล้วก็ได้ยินข่าวของปู้ฟางที่ดังเป็นพลุแตกไปทั่วจัตุรัส ต้วนอวิ๋นตกใจมากเมื่อได้ยินข่าวนั้น
พ่อครัวนั่นแสดงฝีมือออกมาอีกแล้วหรือ
“แล้วนี่ศิษย์พี่จางจะผ่านรอบคัดเลือกหรือไม่ พ่อครัวที่น่ากลัวคนนี้… ให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก” ต้วนอวิ๋นพึมพำในใจ เขาเคยพบพ่อครัวที่น่ากลัวและเก่งกาจเช่นนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง พ่อครัวคนนั้นเปิดร้านอยู่ที่ดินแดนทางใต้ เถ้าแก่ปู้!
และตอนนี้พ่อครัวที่น่าสะพรึงกลัวอีกคนก็ปรากฏขึ้นในงานประลองหัตถ์เวทของเมืองหมอกนภา
ต้วนอวิ๋นคิดว่าพ่อครัวทั้งสองคนจะต้องมาจากที่เดียวกันแน่นอน
หรือ… เป็นไปได้หรือไม่ว่าอาจมีพลังลึกลับในทวีปมังกรซ่อนเร้นที่มีแต่เหล่าพ่อครัวที่ได้ครอบครอง พ่อครัวที่เก่งกาจไม่ต่างจากนักเล่นแร่แปรธาตุหรือ…ช่างเป็นเรื่องที่เหนือจินตนาการนัก!
เมื่อต้วนอวิ๋นกลับไปที่เรือรบของเมืองโอสถนภา เขาก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศตึงเครียดภายในเรือทันที
ศิษย์พี่จางนั่งอยู่ตรงฝั่งหนึ่งด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พลางถอนหายใจไม่หยุด
“ศิษย์พี่จาง ท่านผ่านเข้ารอบหรือไม่” ต้วนอวิ๋นถามอย่างร้อนใจ
“ผ่าน ข้าผ่านเข้ารอบต่อไป ทว่า…ใจของข้ายังไม่ยอมสงบลงเลย ผลกระทบที่พ่อครัวนั่นฝากไว้กับข้ามันสาหัสยิ่งนัก” ศิษย์พี่จางกล่าวด้วยสีหน้าท้อแท้
หากพูดกันตามตรง เขาควรต้องแพ้ และสำหรับศิษย์พี่จางผู้หยิ่งยโสแล้ว การพ่ายแพ้ต่อพ่อครัวเป็นสิ่งที่ยากเกินจะยอมรับได้
“ข้าคิดไม่ออกเลยว่าวันพรุ่งนี้เจ้านั่นจะทำอาหารอะไรอีกในรอบคัดออกครั้งสุดท้าย พวกเจ้าไม่เห็นหรือว่าวันนี้มีหม้อหลอมโอสถระเบิดพร้อมกันบนลานแข่งขันมากมายเพียงใด! หัวใจดวงน้อยของข้าแทบจะหลุดออกมาจากอกอยู่แล้ว” ศิษย์พี่จางพึมพำด้วยความรู้สึกหวาดผวาเล็กน้อย
ไม่ไกลจากพวกเขามีศิษย์พี่คนหนึ่งกำลังพิงราวบนดาดฟ้าเรืออยู่ เขาดูท้อแท้และหดหู่อย่างมาก
ต้วนอวิ๋นหรี่ตาลง เขารู้สึกว่างานประลองหัตถ์เวทครั้งนี้มีบางอย่างแตกต่างไป และนั่นก็เป็นเพราะพ่อครัวคนนั้น
…
การกระทำของปู้ฟางไม่ได้ถูกกล่าวถึงแค่บนเรือรบของเมืองโอสถนภาเพียงที่เดียว แต่แทบทุกกลุ่มอำนาจจากทั้งสามเมืองต่างก็พูดถึงปู้ฟางไม่ขาดปาก
พ่อครัวผู้ผ่านเข้ารอบมาโดยใช้วิธีการอันไร้เหตุผลและทำให้หม้อหลอมของเหล่านักเล่นแร่แปรธาตุระเบิด ตัวตนของปู้ฟางตกเป็นเป้าของทุกคนอย่างจัง
นี่มันเป็นการยั่วยุเหล่านักเล่นแร่แปรธาตุชัดๆ!
สำหรับนักเล่นแร่แปรธาตุที่เย่อหยิ่งทั้งหลาย เรื่องเช่นนี้ไม่ควรเกิดขึ้นอีก
ดังนั้นนักเล่นแร่แปรธาตุเกือบทุกคนจึงร่วมมือกัน พวกเขามองปู้ฟางเป็นศัตรูคู่อาฆาต และต้องการบดขยี้ปู้ฟางให้เละ!
เมื่อหนานกงอู๋เชวียและหนานกงหวั่นได้ยินข่าว พวกเขาก็ตกใจจนหุบปากไม่ลง
ให้ตายเถอะ… เถ้าแก่ปู้ช่างเยี่ยมยอดไปเลย! ทั้งสองต่างคิดว่าปู้ฟางน่าจะตกรอบ แต่ไม่น่าเชื่อว่าชายหนุ่มจะฝ่าด่านไปถึงรอบคัดออกครั้งที่สามได้!
หรือนี่คือการโต้กลับของปู้ฟาง เขาต้องการเข้าไปถึงหนึ่งร้อยอันดับแรกหรือ
แม้ว่าหนานกงหวั่นจะตกรอบไปแล้ว แต่นางก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก เพราะนางรับรู้ระดับความสามารถของตัวเองดีตั้งแต่ก่อนที่จะเข้าร่วมงานประลองหัตถ์เวทแล้ว
ในขณะที่หนานกงอู๋เชวียผ่านเข้าไปยังรอบคัดออกครั้งที่สาม แม้การที่เขาไม่ได้ครอบครองเปลวเพลิงอัคนีแห่งสวรรค์และปฐพี จะส่งผลต่อความสามารถในการเล่นแร่แปรธาตุของเขาเล็กน้อย แต่สุดท้ายแล้ว เขาก็คือหนานกงอู๋เชวียอยู่วันยังค่ำ มันจึงเป็นเรื่องง่ายดายที่เขาผ่านรอบคัดออกนี้ไปได้
เมื่อหยางเหม่ยจี๋รู้ข่าวว่ามีพ่อครัวคนหนึ่งผ่านเข้ารอบคัดออกครั้งที่สาม นางก็ชะงักไปครู่หนึ่ง พ่อครัวปู้ฟางคนนั้นผ่านเข้าไปยังรอบคัดออกครั้งที่สามจริงๆ หรือ
ในเมืองหมอกนภามีพ่อครัวเพียงคนเดียว ดังนั้นนอกจากปู้ฟางแล้วจะเป็นใครได้อีกเล่า
ชายคนนี้ต้องการทะลวงสวรรค์หรืออย่างไร เขาเข้าไปถึงรอบคัดออกครั้งที่สามได้จริงๆ เสียด้วย!
เมื่อคิดถึงจุดนี้ หยางเหม่ยจี๋ก็อยากกลับไปที่ร้านอาหารหมอกเมฆาอีกครั้ง นางต้องการไถ่ถามปู้ฟางให้รู้เรื่อง
แต่หยางเหม่ยจี๋นั้นไม่กล้าแม้แต่จะก้าวเท้าออกไปด้านหน้าเมื่อสังเกตว่าปรมาจารย์เสวียนเปย อาจารย์ของนางกำลังจ้องนางอยู่ ดังนั้นนางจึงทำได้เพียงอยู่ในหอโอสถอย่างเชื่อฟัง และเตรียมสูตรสำหรับโอสถทิพย์ที่ต้องสกัดในรอบคัดออกครั้งที่สามซึ่งกำลังจะจัดในวันพรุ่งนี้
…
เมื่อปู้ฟางกลับถึงร้าน ท้องฟ้าก็มืดแล้ว
ดวงจันทร์สุกสกาวทั้งสองดวงลอยค้างอยู่บนอากาศพลางแผ่แสงนวลอ่อนปกคลุมทุกหนแห่ง ทำให้โลกดูราวกับถูกห่อหุ้มด้วยผ้าแพรชั้นดี
ตอนที่ปู้ฟางกำลังจะปิดประตูสัมฤทธิ์ของร้าน ใบหน้าของเขาก็เผยให้เห็นถึงความตกใจ ชายหนุ่มจ้องไปด้านหน้าด้วยสีหน้าฉงน
เหมือนมีเงากำลังเคลื่อนไหวอยู่
มุมปากของปู้ฟางยกขึ้นเล็กน้อย เขาเลิกสนใจมัน จากนั้นก็ปิดประตูสัมฤทธิ์ลงด้วยเสียงดังลั่น ก่อนจะเดินเข้าไปในครัว
ในความมืดนั้น ร่างของหมีซาค่อยๆ ปรากฏตัวขึ้นช้าๆ เขามองร้านอาหารด้วยท่าทีเคร่งขรึมพลางถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
หากหญิงสาวคนนั้นยังอยู่ในร้าน เขาก็แทบไม่สามารถขโมยหอคอยอสุรามาได้!
หรือวัตถุจากเมืองโบราณอสุราชิ้นนั้นจะถูกลิขิตให้ตกอยู่ในมือของคนอื่น
จะให้เกิดเรื่องเช่นนั้นไม่ได้ เขาจะต้องรายงานเรื่องนี้ต่อท่านถงเหอ พอท่านถงเหอพูดคุยกับเมืองโบราณอสุราแล้ว พวกเขาก็น่าจะส่งยอดฝีมือคนอื่นมาจัดการเรื่องนี้แทนได้
มิเช่นนั้นเขาก็คงทำได้เพียงมองหอคอยอสุราจากที่ไกลๆ เท่านั้น!
หลังจากไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง หมีซาก็ค่อยๆ หายตัวไปในความมืด
…
เมื่อปู้ฟางมาถึงห้องครัว เขาก็เตรียมซี่โครงมังกรเปรี้ยวหวานให้เจ้าดำ แต่กลับไม่ได้เตรียมข้าวหน้าโลหิตมังกรให้เสี่ยวโยว
นั่นเพราะนางพุ่งตัวขึ้นไปบนลานแข่งขัน แล้วยังฉกอาหารที่เขาเตรียมไว้สำหรับการแข่งขันไปจากมือกรรมการพลางกินมันเข้าไปอีกด้วย หลังจากทำเรื่องเหล่านั้น นางคิดว่าตัวเองจะยังได้กินข้าวหน้าโลหิตมังกรอยู่อีกหรือ
หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป เสี่ยวโยวจะต้องอ้วนตุ๊ต๊ะเหมือนเจ้าดำแน่นอน
ดังนั้นไม่ว่าเสี่ยวโยวจะจ้องปู้ฟางตาเขม็งเพียงใด เขาก็ไม่คิดทำข้าวหน้าโลหิตมังกรให้นาง
เจ้าดำนอนอยู่บนโต๊ะพลางมองเสี่ยวโยวผู้ที่หน้าดำคร่ำเครียดไม่ต่างจากถ่าน เมื่อเห็นดังนั้นเจ้าหมาอ้วนก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะคิกคักออกมาไม่หยุด
เสี่ยวโยวจ้องมองเจ้าดำด้วยใบหน้าเรียบเฉย เมื่อเห็นไขมันบนใบหน้าของเจ้าหมาอ้วนกระเพื่อมขึ้นลงจากการหัวเราะ นางก็หรี่ตาลง
“นี่สาวน้อย อย่าคิดขโมยซี่โครงเปรี้ยวหวานของท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้นะ! โฮ่ง!”
ขณะที่ปู้ฟางกำลังฝึกทักษะมีดสิบสามมหากาฬอยู่ในครัว เขาก็ได้ยินเสียงเจ้าดำเห่าออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว
เขาเอี้ยวคอมองทั้งสองก่อนจะกลับไปฝึกฝนต่อ
ขณะฝึกฝนทักษะการใช้มีด ในใจของเขาก็กำลังคิดว่าในการแข่งรอบคัดออกครั้งที่สาม เขาจะทำอาหารอะไรดี
ในเมื่อการแข่งขันรอบคัดออกครั้งที่สามมีความสำคัญ ปู้ฟางจึงรู้ว่ามันต้องดุเดือดมากแน่ๆ มีผู้ชมมากมายต่างรอชมการแข่งขันรอบนี้ ดังนั้นปู้ฟางจึงคิดว่าเขาควรทำอาหารที่ทำให้ทุกคนตกตะลึง
อาหารเช่นใดกันที่สามารถทำให้ผู้คนตกตะลึงได้
คำถามนี้จริงจังเป็นอย่างมาก
ปู้ฟางที่กำลังถือมีดทำครัวกระดูกมังกรทองอยู่ในมือดูเหม่อลอยเล็กน้อย
“ข้าทำอาหารที่มีกลิ่นหอมและกลิ่นเหม็นไปแล้ว ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้ข้าจะทำอาหารรสเผ็ดบ้างแล้วกัน…”