ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก: GOURMET OF ANOTHER WORLD - บทที่ 502 ซาบซึ้งในทักษะการทำอาหารของข้าหรือ
- Home
- ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก: GOURMET OF ANOTHER WORLD
- บทที่ 502 ซาบซึ้งในทักษะการทำอาหารของข้าหรือ
ผู้ชมมองดูเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความตกตะลึง พวกเขาทั้งพูดไม่ออกและสับสน
เพราะสิ่งที่ปู้ฟางทำนั้นดูช่างโง่เขลาเหลือเกิน
ชายหนุ่มโยนส่วนที่อร่อยที่สุดของปลาทิ้ง แล้วเก็บหัวปลาที่น่าเกลียดน่ากลัวไว้…หัวปลามันมีอะไรให้กินกัน แม้แต่หน้าตายังไม่น่ามองเลยด้วยซ้ำ
รูปลักษณ์ของหัวปลานั้นน่ามองกว่าเนื้อปลาสีขาวเนียนเด้งตรงไหน นี่มันเป็นการเรียงลำดับความสำคัญที่ผิดพลาดอย่างแรง หรือพ่อครัวคนนี้จะกลายเป็นคนโง่เขลาหลังจากที่ทำอาหารมากเกินไป
หัวหน้ากรรมการเองก็สับสนไม่ต่างกัน แต่เขาก็เลือกที่จะนิ่งเงียบ เขาเพียงมองดูปู้ฟางและครุ่นคิด ในเมื่อเขาภาวนาอย่างแรงกล้าให้ปู้ฟางทำเรื่องผิดพลาด แล้วเหตุใดเขาต้องแสดงความกังวลต่อพ่อครัวคนนี้ด้วยเล่า สำหรับเขา หากพ่อครัวคนนี้ตกรอบไปก็จะเป็นการดีที่สุด เพราะหากเป็นเช่นนั้น การแข่งขันต่อจากนี้ก็จะไม่มีเรื่องร้ายใดๆ เกิดขึ้นอีก
เหล่านักเล่นแร่แปรธาตุบนลานแข่งขันพากันเยาะเย้ย ทุกคนต่างคิดว่าปู้ฟางกำลังจะเสียท่า ชายหนุ่มคนนี้จะมีโอกาสทำอาหารรสเลิศอะไรได้อีกเล่า ในเมื่อเขาเลือกใช้วัตถุดิบที่ผิดพลาดเช่นนี้
แต่ถึงอย่างนั้น พวกเขาก็ไม่กล้าประมาทและยังคงอุดจมูกของตนเองเอาไว้ เพื่อป้องกันการรับรู้กลิ่น
ด้วยวิธีเช่นนี้ ไม่ว่าจากกลิ่นหอมชนิดใดก็ไม่สามารถรบกวนพวกเขาได้
อีกด้านหนึ่ง ปู้ฟางไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองได้กระตุ้นกระแสความคิดมากมายจากเหล่าผู้ชมเพียงเพราะตนแค่เลือกใช้หัวปลา แต่ต่อให้เขารู้ เขาก็ไม่สนใจอยู่ดี
ทันใดนั้นมีดทำครัวกระดูกมังกรทองก็สะกดสายตาทุกคนเข้าอย่างจัง คล้ายกับว่าถูกชุบด้วยทองคำอย่างไรอย่างนั้น ทั้งยังมีเสี้ยวพลังมังกรเล็ดลอดออกมาอีกด้วย
ตอนนั้นเองผู้ชมก็เริ่มสังเกตมีดทำครัวในมือของปู้ฟาง
เห็นได้ชัดว่ามีดทำครัวเล่มนี้ไม่ใช่มีดทำครัวธรรมดาทั่วไป… พลังกดดันและอำนาจที่แผ่ออกมาของมันทรงพลังยิ่งกว่าอุปกรณ์กึ่งเทพด้วยซ้ำ!
ปู้ฟางใช้ทั้งเปลวเพลิงอัคนีแห่งสวรรค์และปฐพีในการจุดไฟกระทะ และยังใช้อุปกรณ์กึ่งเทพเป็นมีดทำครัว…คนคนนี้พร้อมจะทะยานขึ้นสู่ท้องนภาแล้ว!
ช่างเป็นพ่อครัวที่หรูหราหุ้มทองอะไรเช่นนี้!
ปู้ฟางขอดเกล็ดทั้งหมดออกจากหัวปลาใหญ่ด้วยการโบกมีดทำครัวกระดูกมังกรทองหนึ่งครั้งเท่านั้น หลังจากนั้นเขาก็ผ่าครึ่งหัวปลา แต่ไม่ได้ตัดให้ขาดออกจากกัน เขาเพียงแต่ทำให้หัวปลาแบราบไปกับพื้น
หลังจากล้างหัวปลาด้วยน้ำหล่อวิญญาณจากทะเลสาบเทือกเขาปราณสวรรค์ ปู้ฟางก็จัดการกับหัวปลาอย่างระมัดระวัง
ชายหนุ่มนำสมุนไพรพลังปราณจำนวนมากออกมาจากกระเป๋าคลังเก็บ เขาบดสมุนไพรเหล่านั้นแล้วคั้นน้ำสมุนไพรออกมา ก่อนจะทามันลงบนหัวปลา ปู้ฟางใช้ทักษะพิเศษในการนวดหัวปลา เพื่อให้แน่ใจว่ามันจะซึมซับน้ำสมุนไพรได้อย่างเต็มที่
หลังจากนั้นเขาก็โรยพริกลงบนกะละมังใบใหญ่ที่เตรียมไว้ก่อนหน้า และหมักหัวปลาลงในกะละมังใบนี้
ในขณะที่กำลังหมักหัวปลา ปู้ฟางก็เริ่มคั่วพริกสับ กลิ่นหอมเผ็ดร้อนของพริกโชยออกมาทันที
เมื่อกลิ่นพริกลอยมาถึงตัวปู้ฟาง เขาก็ย่นจมูกและหรี่ตาลง
เหล่านักเล่นแร่แปรธาตุรอบตัวปู้ฟางต่างเคร่งเครียดกันหมด ไม่ว่าอย่างไรนี่ก็เป็นการแข่งขันรอบคัดออกครั้งสุดท้ายจึงไม่มีใครกล้าประมาท พวกเขาต่างพยายามสกัดโอสถทิพย์อย่างดีที่สุด
ดังนั้นคนเหล่านี้จึงไม่มีเวลามาสนใจว่าปู้ฟางกำลังทำอาหารอะไร
เมื่อปู้ฟางนำกระทะกลุ่มดาวเต่าดำออกมาแล้วกระแทกมันลงบนแท่นสัมฤทธิ์ เขาก็จุดหมื่นไฟประลัยกัลป์ที่ใต้กระทะ เปลวไฟม้วนตัวขึ้นกลายเป็นเปลวเพลิงที่ลุกโชติช่วงงดงาม
การใช้เปลวเพลิงอัคนีแห่งสวรรค์และปฐพีทำอาหารนับว่าเสียของยิ่ง
เมื่อหัวหน้ากรรมการเห็นภาพนั้น เขาก็รู้สึกขุ่นเคืองใจจนแทบกระอักเลือดออกมา
เขาอยากจะเดินไปหาไอ้เด็กสุรุ่ยสุร่ายนามว่าปู้ฟางคนนี้แล้วตบให้กลิ้งจริงๆ
“หากเปลวเพลิงอัคนีแห่งสวรรค์และปฐพีนั่นถูกมอบให้นักเล่นแร่แปรธาตุ…นักเล่นแร่แปรธาตุคนหนึ่งอาจบรรลุได้ถึงขั้นจตุเมฆา!” หัวหน้ากรรมการมองไปยังหมื่นไฟประลัยกัลป์ด้วยดวงตาแดงก่ำ
ปู้ฟางเทน้ำหล่อวิญญาณจากทะเลสาบเทือกเขาปราณสวรรค์ลงในกระทะกลุ่มดาวเต่าดำ ก่อนเติมแก่นพลังของสมุนไพรพลังปราณลงไป แม้ว่าสมุนไพรพลังปราณเหล่านี้ระดับจะไม่สูงมาก ส่วนใหญ่เป็นสมุนไพรพลังปราณระดับห้าและหกเท่านั้น แต่เมื่อแก่นพลังถูกใส่ลงไปในกระทะ พลังปราณเข้มข้นก็ปะทุออกมา
เมื่อซอสในกระทะเริ่มเดือด ปู้ฟางก็เริ่มทำขั้นตอนต่อไป
ชายหนุ่มนำหม้อนึ่งขนาดใหญ่ที่สามารถใส่หัวปลาได้ออกมาใบหนึ่ง
พอปู้ฟางใส่หัวปลาที่หมักแล้วลงในหม้อนึ่ง เขาก็โรยพริกที่หั่นไว้บนหัวปลา สีเขียวและสีแดงที่ตัดกันอย่างสวยงามนั้นดึงดูดสายตาได้อย่างดี
“เขาจะปรุงหัวปลานั่นจริงๆ หรือ”
“หัวปลาเนี่ยนะ…มันกินได้หรือ อีกอย่างเขาไม่ได้ใส่พริกมากเกินไปใช่ไหม”
“หรือมันอาหารสายมารชัดๆ ข้าว่ามันดูน่ากลัวสุดๆ… ถ้าให้ข้ากินข้ายอมตายเสียดีกว่า!”
…
ด้านล่างลานแข่งขัน ผู้ชมต่างวิจารณ์กันเสียงดัง พวกเขาคิดว่าอาหารที่ปู้ฟางทำนั้นแปลกประหลาดสิ้นดี
หากไม่นับเรื่องเอาหัวปลามาทำอาหาร... เหตุใดเขาต้องใส่พริกลงไปบนหัวปลามากถึงขนาดนั้น หัวปลาทั้งหัวจมอยู่ใต้พริก เช่นนี้แล้วมันยังกินได้อยู่อีกหรือ
จะไม่เผ็ดเกินไปใช่ไหม
แต่สิ่งที่ปู้ฟางต้องการก็คือความเผ็ดร้อน รูปแบบอาหารของเขาในวันนี้คือ ‘อาหารรสเผ็ด’
เมื่อหัวหน้ากรรมการเห็นว่าปู้ฟางหยิบหม้อนึ่งออกมา เขาก็รู้สึกต่อต้านทันที ตอนนี้เขากลัวหมอนึ่งไปแล้ว วันก่อนปู้ฟางใช้หม้อนึ่งในการทำปูนึ่ง และอาหารจานนั้นก็ไม่ส่งกลิ่นหอมใดๆ ออกมาจนกระทั่งมันถูกนึ่ง
แล้ววันนี้จะเกิดเหตุซ้ำรอยกับเมื่อวานหรือเปล่า จะมีกลิ่นหอมอันเย้ายวนระเบิดออกมาภายหลังอีกหรือไม่
ปุด ปุด…
หม้อนึ่งที่อยู่ในกระทะถูกปกคลุมด้วยความร้อนที่พุ่งสูงขึ้น รวมถึงไอร้อนของน้ำที่ระเหยออกมาจากก้นกระทะด้วยเช่นกัน
ปู้ฟางยกมือขึ้นเหนือหม้อนึ่ง แล้วเริ่มเหนี่ยวนำพลังปราณที่ปะทุขึ้นมาจากก้นกระทะให้เข้าไปในหม้อนึ่ง
ช่างเป็นทักษะที่ไม่เหมือนใครจริงๆ
ดวงตาของหัวหน้ากรรมการเป็นประกาย เขารู้สึกทึ่งมาก และสัมผัสได้ว่าพลังปราณของปู้ฟางนั้นเคลื่อนไหวรวดเร็วมาก ดูเหมือนว่าการทำอาหารที่สวนทางกับตรรกะทั่วไปอย่างสิ้นเชิงนั้นจะไม่ใช่เรื่องง่ายดายเลย
เมื่อเวลาผ่านไป ผู้ชมทั้งหลายก็เริ่มเบื่อหน่าย แม้ว่าการกระทำของปู้ฟางจะดูน่าสนใจ แต่พวกเขาก็ไม่ได้ตื่นเต้นเลยสักนิด สิ่งที่พวกเขาอยากเห็นคือหม้อที่ระเบิด! แล้วไหนเล่าหม้อระเบิดที่ว่า
หากเหล่านักเล่นแร่แปรธาตุบนลานแข่งขันรู้ว่าเหล่าผู้ชมมีอาการง่วงเหงาหาวนอนเพราะอะไร พวกเขาคงอยากกระอักเลือดให้ตายกันไปข้างหนึ่งทีเดียว
หลังจากผ่านไปสักพักใหญ่ๆ ในที่สุดเหล่าผู้ชมด้านล่างก็เริ่มมีอาการตื่นเต้นให้เห็น
นั่นเป็นเพราะปู้ฟางเริ่มเคลื่อนไหวแล้วนั่นเอง
ชายหนุ่มผละมือออก แล้วถอนหายใจเบาๆ จากนั้นก็ยกหม้อนึ่งออกจากกระทะ แล้ววางมันลงบนแท่นสัมฤทธิ์
ถึงเวลาเผยโฉมของมันแล้วหรือ
ถึงเวลาเผยโฉมสิ่งที่พวกเขารอคอยแล้ว! พวกเขาอยากจะเห็นด้วยตาตัวเองว่าพ่อครัวคนนี้… จะทำหัวปลาออกมาเป็นอาหารแบบไหนกันแน่
แต่พวกเขาก็ต้องประหลาดใจเพราะปู้ฟางไม่ได้เปิดฝาออก
หนำซ้ำเขายังหยิบภาชนะที่ทำจากผลึกหินซึ่งมีขนาดมโหฬารออกมาจากกระเป๋าคลังเก็บด้วย
หลังจากล้างทำความสะอาดกระทะกลุ่มดาวเต่าดำแล้วปู้ฟางก็เทน้ำมันลงไป
เมื่อปู้ฟางเปิดฝาโถซอสพริกอเวจี กลิ่นเผ็ดร้อนรุนแรงก็พุ่งออกมา ทำให้ชายหนุ่มต้องเบือนหน้าหนีเลยทีเดียว
ปู้ฟางตักซอสพริกออกมาครึ่งช้อน แล้วหย่อนลงในกระทะ หลังจากที่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ตักซอสพริกอีกครึ่งช้อนหย่อนลงกระทะอีก รวมกันแล้วจึงกลายเป็นซอสพริกปริมาณหนึ่งช้อนเต็มๆ ในเมื่อรูปแบบของอาหารวันนี้คือ ‘อาหารรสเผ็ด’ การกระทำนี้จึงเป็นไปตามแนวทางนั้น อีกอย่างเขาไม่ได้เป็นคนที่จะกินมัน ดังนั้นเหตุใดเขาจึงไม่ทำให้มันเผ็ดขึ้นอีกนิดเล่า
ฉ่า!!
เมื่อซอสพริกอเวจีถูกใส่ลงไปในกระทะ มันก็เริ่มปะทุออกมา
แทบจะในทันทีที่ปู้ฟางผัดซอสพริก กลิ่นเผ็ดร้อนก็พวยพุ่งออกไปนอกกระทะ
แม้แต่ควันที่ลอยออกจากกระทะก็ยังเป็นสีแดงเล็กน้อย
เมื่อสายลมพัดผ่าน กลิ่นเผ็ดร้อนก็โชยไปทั่วลานแข่งขันอย่างรวดเร็ว
และฟุ้งกระจายไปเรื่อยๆ…
หัวหน้ากรรมการเห็นควันสีแดงทันที และเขาก็รู้สึกเกรงขามไม่น้อย พ่อครัวผู้นี้ต้องเป็นเทพเซียนแน่ๆ เพราะแม้แต่ควันเขาก็ยังทำให้มันมีสีสันได้!
หรือว่านี่คือกลิ่นหอมอีกรูปแบบหนึ่ง
เมื่อกลิ่นเผ็ดร้อนลอยมาใกล้หัวหน้ากรรมการ เขาก็สูดหายใจเข้าไปเต็มปอด เพราะเชื่อมั่นในทักษะของปู้ฟาง
กลิ่นนี้มัน…
หัวหน้ากรรมการต้องตกตะลึง
ทันทีที่กลิ่นดังกล่าวฟุ้งเข้าจมูก ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างเพราะรูจมูกเริ่มแสบร้อน ทันใดนั้นจมูกของเขาก็กลายเป็นสีแดง
“อ๊าก! นี่มันกลิ่นอะไรกันเนี่ย!!”
หัวหน้ากรรมการเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เบิกกว้างของเขามีสีแดงก่ำ ผิวหนังก็เริ่มกลายเป็นสีแดงที่สังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า!ในขณะที่หัวหน้ากรรมการกำลังปิดจมูกของตัวเองและร้องโหยหวนออกมาไม่หยุด เขาก็ถอยหลังไปหลายก้าว รู้สึกเหมือนจมูกไม่ใช่ของตนอีกต่อไป มันแสบร้อนราวกับมีไฟแผดเผาอยู่ภายใน และความรู้สึกปวดแสบปวดร้อนจากมันก็เกินจะทนไหว!
ฉ่า!
ปู้ฟางยังคงผัดซอสพริกอย่างใจเย็นอยู่ครู่หนึ่ง ถึงแม้ว่ากลิ่นหอมจะเข้มข้นมาก แต่เขาก็ไม่ได้รับผลกระทบใดๆ นั่นเพราะเขาเตรียมตัวมาก่อนแล้วนั่นเอง
คนคนนี้เป็นบ้าอะไรไปน่ะ ปู้ฟางแลดูตกใจเมื่อเห็นหัวหน้ากรรมการกำลังจะฉีกทึ้งเสื้อผ้าของตัวเอง
กลิ่นเผ็ดร้อนยังคงโชยออกมาเรื่อยๆ…
ผู้ชมจำนวนมากต่างสับสน เมื่อกลิ่นนั้นพัดผ่านมาทางพวกเขา ทุกคนต่างเปิดจมูกเพื่อเตรียมรับกลิ่นหอมกรุ่นที่กำลังโชยมา แต่กลิ่นนี้มันคือกลิ่นอะไรกันแน่
แล้วเหตุใดมันถึงได้รุนแรงนัก
ในจังหวะที่เหล่าผู้ชมสูดดมมันเข้าไป รูจมูกของพวกเขาก็ยับย่นทันที ใบหน้าพวกเขากลายเป็นสีแดง ดวงตาแดงก่ำ
ในที่สุดพวกเขาก็เข้าใจแล้วว่าเหตุใดหัวหน้ากรรมการถึงได้ร้องครวญครางราวคนบ้าเช่นนั้น…
กลิ่นนี้มันแย่มาก!
แย่จนพวกเขาอยากจะร้องไห้
“แคก แคก แคก กลิ่นนี้…พ่อครัวคนนี้ตั้งใจจะฆาตกรรมกันแล้ว!”
“ร้อน! แสบเหลือเกิน! กลิ่นเช่นนี้…ฆ่าคนได้เลยด้วยซ้ำ!”
“ข้าเชื่อมั่นในตัวเขามาก แต่เขากลับทำให้ข้าต้องดมกลิ่นเช่นนี้! ข้าอยากชกเขายิ่งนัก!”
…
เหล่าผู้ชมต่างรู้สึกฉุนเฉียว เพราะกลิ่นเผ็ดร้อนที่รุนแรงทำให้ทุกคนไอออกมาไม่หยุดหย่อน ดวงตาของพวกเขาแดงฉานเหมือนโลหิต
บางคนถึงกับเริ่มร่ำไห้ออกมา
ไม่นานพวกเขาก็สะอึกสะอื้น
นั่นเพราะกลิ่นนี้ส่งผลให้เกิดความรู้สึกแสบร้อน แถมตอนนี้ยังทำให้พวกเขาสำลักอีกด้วย ช่างทรมานเกินไปแล้ว
หรือนี่คือผลกรรมของความอยากรู้อยากเห็นกันนะ
หัวหน้ากรรมการน้ำตาแตก… เขารู้สึกเหมือนความหวังทั้งหมดดับลง เขาได้แต่นั่งครวญครางอยู่ตรงนั้น น้ำตาไหลอาบแก้มลงมาจากดวงตาราวกับเป็นน้ำตก
ทว่าผู้ที่ต้องทุกข์ทรมานที่สุดไม่ใช่ทั้งหัวหน้ากรรมการหรือผู้ชมทั้งหลาย แต่เป็นนักเล่นแร่แปรธาตุบนลานแข่งขันที่พยายามจะสกัดโอสถทิพย์อยู่ต่างหาก
พวกเขาอุดรูจมูกไว้ตั้งแต่เริ่มการแข่งขัน ดังนั้นจึงใช้ปากในการหายใจแทน
ด้วยเหตุนี้เมื่อกลิ่นเผ็ดร้อนพัดไปทางพวกเขามันจึงเข้าไปในปาก ทันใดนั้นดวงตาของพวกเขาก็เบิกกว้าง ปากของพวกเขารู้สึกเหมือนถูกไฟเผา พลังจิตเริ่มสั่นไหว พวกเขาไอออกมาตลอดเวลาที่สกัดโอสถทิพย์ หนำซ้ำพวกเขายังต้องควบคุมหม้อหลอมของตนให้ดี เพื่อป้องกันไม่ให้มันระเบิดด้วย
ตู้ม ตู้ม…
โชคไม่ดีนักที่ไม่นานหลังจากนั้นเสียงระเบิดก็ดังขึ้นจนทำให้ลานแข่งขันสั่นสะเทือน ช่างเป็นภาพที่ดุเดือดยิ่งนัก
แต่รอบนี้เหล่าผู้ชมไม่มีเวลาพอจะรับชมมัน
ตอนนี้พวกเขาเข้าใจแล้วว่าเหตุใดเหล่านักเล่นแร่แปรธาตุถึงได้เกลียดชังพ่อครัวคนนี้นัก เพราะตอนนี้พวกเขาเองก็อยากจะฉีกร่างพ่อครัวนี่ออกเป็นชิ้นๆ เช่นกัน!
ปู้ฟางเคาะไม้พายแล้วตักซอสพริกอเวจีที่ละลายแล้วออกมาเต็มช้อน เขาเหลือบมองกลุ่มผู้ชมและหัวหน้ากรรมการที่สะอึกสะอื้นไม่หยุดด้วยความสับสน
หรือคนเหล่านี้จะซาบซึ้งในทักษะการทำอาหารของข้า
เช่นนั้นก็ร้องไห้ต่อไปเถอะ!
เขาถือไม้พายไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง ก่อนจะเปิดฝาหม้อนึ่งด้วยมืออีกข้าง
ฟู่…
ควันสีขาวพวยพุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว ในเวลาต่อมา คลื่นความร้อนก็ปะทุออกมาจากหม้อนึ่งแล้วลอยขึ้นไปในอากาศ มันดูคล้ายเมฆรูปเห็ดก็ไม่ปาน
ทันใดนั้นปู้ฟางก็หยิบไม้พายขึ้นมาแล้วราดซอสพริกอเวจีเดือดๆ ลงบนหัวปลาที่มีพริกสับโรยไว้ทั่วโดยไม่ได้เลิกคิ้วขึ้น
หึ่ง…
คลื่นพลังที่มองไม่เห็นแผ่ออกมา
ตอนนั้นเองรัศมีภายในหม้อนึ่งก็สว่างวาบขึ้น แม้แต่กลิ่นเผ็ดร้อนก็ยังรุนแรงและหนาแน่นยิ่งกว่าเดิมจนคละคลุ้งไปทั่วบริเวณราวกับเป็นพายุ!
ฟู่…
เมื่อหัวปลาขนาดใหญ่ที่ปกคลุมไปด้วยพริกแดงและพริกเขียวสับบนจานกระเบื้องถูกราดด้วยซอสพริกอเวจีเดือดๆ เนื้อปลาก็สั่นเล็กน้อย กลิ่นหอมของมันแทรกซึมไปทั่วทุกอณูในอากาศทันที
มันดูราวกับเป็นบุปผาที่ผลิดอก เผยความงดงามให้โลกได้รับรู้
ปู้ฟางวางไม้พายลงในกระทะ ก่อนจะถอนหายใจแล้วหรี่ตาลงอย่างพึงพอใจ
“หัวปลาราดพริกเสร็จเรียบร้อยแล้ว”