ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก: GOURMET OF ANOTHER WORLD - บทที่ 501 ครั้งนี้จะเป็นอาหารอะไร
- Home
- ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก: GOURMET OF ANOTHER WORLD
- บทที่ 501 ครั้งนี้จะเป็นอาหารอะไร
อาหารรสเผ็ด…
ในขณะที่ปู้ฟางกำลังถือมีดทำครัวกระดูกมังกรทองอยู่นั้น เขาก็เริ่มควงมันไปด้วยอย่างไม่รู้ตัว
ความเผ็ดร้อนเป็นรสชาติที่ไม่มีสิ่งใดมาแทนที่ได้ อาหารเลิศรสที่โด่งดังมากมายคงไร้ชื่อหากปราศจากรสเผ็ด พอกำหนดรูปแบบของอาหารที่จะทำในวันพรุ่งนี้ได้แล้วว่าเป็นอาหารรสเผ็ด ปู้ฟางก็เริ่มปวดเศียรเวียนเกล้าขึ้นมา เพราะยังคิดไม่ออกว่าจะทำอะไรดี
เริ่มจากข้อแรก คือไม่ว่าเขาจะทำอาหารจานใด มันจะต้องมีหน้าตาน่ากิน ข้อต่อมาคือ ระหว่างที่ทำอาหาร มันต้องส่งกลิ่นรุนแรงออกมา นี่เป็นวิธีเดียวที่จะทำให้เขารักษามนต์เสน่ห์ในอาหารของตัวเองเอาไว้ได้ และจะทำให้ผู้คนตราตรึงใจจนยากที่จะลืมเลือน
มีเพียงอาหารแบบนี้เท่านั้นที่จะสร้างชื่อเสียงให้ร้านอาหารหมอกเมฆาได้
อย่างไรเสียภารกิจฉุกเฉินที่ระบบมอบหมายให้เขา ก็คือการทำให้ชื่อเสียงของร้านอาหารหมอกเมฆาโด่งดังมากขึ้น และงานประลองหัตถ์เวทก็ดูเหมือนจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดที่จะทำมันให้สำเร็จ แต่เขาต้องแข่งให้ได้อันดับที่เท่าไหร่กันแน่ระบบถึงจะถือว่าเขาทำภารกิจสำเร็จ หรือเขาต้องชนะอันดับหนึ่งเท่านั้นในงานประลองครั้งนี้
ปู้ฟางชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะส่ายศีรษะ ชายหนุ่มเพียงแค่ต้องตามน้ำไปก่อน เมื่อไหร่ที่ทำภารกิจฉุกเฉินสำเร็จ ระบบก็จะเป็นฝ่ายบอกเขาเอง
ปู้ฟางควงมีดทำครัวกระดูกมังกรทองหนึ่งรอบ จากนั้นพลังรัศมีของชายหนุ่มก็พลันเปลี่ยนไป เขาดูอหังการยิ่งขึ้น สังเกตได้จากแววตาแหลมคมที่น่าขนลุกของเขา
เจ้ากุ้งกำลังนอนอยู่บนโต๊ะทำอาหารเมื่อมีดทำครัวกระดูกมังกรทองลอยล่องอยู่เหนือมัน เจ้ากุ้งมองขึ้นไปที่มีดก่อนจะกะพริบตาปริบๆ ใส่ปู้ฟางด้วยความสับสน
“เอาน่า…” ปู้ฟางกล่าว เขาเก็บมีดทำครัวกระดูกมังกรทอง นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาพะว้าพะวังกับมีดสิบสามมหากาฬสักหน่อย
ปู้ฟางคว้าตัวเจ้ากุ้งขึ้นมาวางบนไหล่ จากนั้นเขาก็เริ่มเดินไปรอบห้องครัว พลางครุ่นคิดว่าจะเตรียมทำอาหารอะไรในวันพรุ่งนี้
ทันใดนั้นดวงตาของเขาก็เป็นประกาย ชายหนุ่มชูกำปั้นขึ้นบนอากาศ ในที่สุดเขาก็คิดออกแล้วว่าจะทำอาหารจานใด
…
เช้าวันต่อมา
ปู้ฟางตื่นแต่เช้าแล้วไปที่ห้องครัวเพื่อทำซี่โครงเปรี้ยวหวานให้เจ้าดำ และข้าวหน้าโลหิตมังกรให้เสี่ยวโยว หลังจากที่พวกเขากินกันเสร็จแล้ว กลิ่นหอมของอาหารทั้งสองจานก็ยังลอยอบอวลอยู่ในร้าน
ปู้ฟางเปิดร้านอาหารเพื่อทำมาค้าขายอยู่สักพักหนึ่ง และหลังจากที่ชายหนุ่มปิดร้าน เสียงโห่ร้องให้กำลังใจของเหล่าลูกค้าก็ดังขึ้น จากนั้นเขาก็ไปยังจัตุรัสกลางของเมืองหมอกนภา
รอบคัดออกครั้งสุดท้ายจัดขึ้นในวันนี้ และจากผลการแข่งขันในรอบนี้ คนที่อยู่ในร้อยอันดับแรกของงานประลองหัตถ์เวทจะถูกเลือกให้ไปแข่งขันต่อในรอบรองชนะเลิศ
รอบรองชนะเลิศและรอบคัดออกนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
สำหรับรอบรองชนะเลิศ กลุ่มอำนาจจำนวนมากจากหอโอสถของทั้งสามเมืองใหญ่แห่งวังโอสถจะร่วมมือกันสร้างวงแหวนปราณฉายภาพ และถ่ายทอดสดการแข่งขันไปสู่ทุกมุมของเมืองใหญ่ต่างๆ ทำให้การแข่งขันถูกแพร่ภาพไปทั่ววังโอสถ
นี่เป็นเหตุผลที่ว่าเหตุใดงานประลองหัตถ์เวทจึงเป็นงานสำคัญ
มีข่าวลือว่าเหล่าผู้ทรงอำนาจที่สุดในทวีปมังกรซ่อนเร้นจะมาที่วังโอสถเพื่อรับชมการแข่งขันด้วย ว่ากันว่าพวกเขาสนใจเพียงนักเล่นแร่แปรธาตุห้าสิบอันดับแรกของงานประลองหัตถ์เวทเท่านั้น มีเพียงนักเล่นแร่แปรธาตุเหล่านี้ที่ถือว่าเป็นอัจฉริยะตัวจริงซึ่งมีศักยภาพไร้ขีดจำกัด และกลุ่มอำนาจต่างๆ ก็จะพยายามซื้อตัวนักเล่นแร่แปรธาตุเหล่านี้ไปทุกวิถีทาง
ดังนั้นงานประลองหัตถ์เวทจึงเป็นงานที่จะช่วยผลักดันเหล่านักเล่นแร่แปรธาตุมากมายให้มีชื่อเสียง
ปู้ฟางถือป้ายร้านอาหารหมอกเมฆาไว้แล้วเดินไปยังจัตุรัสกลางอย่างไม่รีบร้อน ระหว่างทางนั้น มีคนมากมายจดจำเขาได้ ชายหนุ่มเป็นพ่อครัวเพียงคนเดียวที่เข้าสู่รอบคัดออกครั้งที่สาม ชื่อเสียงของเขาจึงไม่อาจดูแคลนได้แม้แต่น้อย
และเขาก็ยังเป็นศัตรูของเหล่านักเล่นแร่แปรธาตุทุกคนด้วย
ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันรอบใดที่พ่อครัวคนนี้เข้าร่วม ก็จะมีเหตุระเบิดเกิดขึ้นทุกครั้งไปราวกับถูกลิขิตมา ทันทีที่นักเล่นแร่แปรธาตุจำนวนมากได้ยินชื่อของปู้ฟาง พวกเขาก็จะตัวสั่นสะท้านด้วยความหวาดผวา ทุกคนต่างกลัวว่าในรอบที่สามนี้ ตนเองจะต้องพบเจอกับหายนะที่ชื่อว่าปู้ฟาง
แต่สิ่งเหล่านั้นกลับไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อปู้ฟางเลยสักนิด
เมื่อชายหนุ่มมาถึงจัตุรัสกลาง เขาก็ได้รู้ว่าครั้งนี้ตนเองจะได้แข่งขันในลานแข่งขันหลายเลขหนึ่ง
ลานแข่งขันหมายเลขหนึ่งหรือ จริงหรือนี่
เช่นนั้นก็หมายความว่าต้องมีผู้ชมจำนวนมากกว่าลานแข่งขันอื่นๆ ใช่หรือไม่
ระบบมอบหมายภารกิจให้เขาประชาสัมพันธ์ร้านอาหารหมอกเมฆาให้มีชื่อเสียงมากขึ้น ดังนั้นหากเขาได้แข่งขันบนลานแข่งขันที่มีผู้ชมจำนวนมากขึ้น ก็จะยิ่งเป็นผลดีอย่างมากทีเดียว มันจะช่วยย่นระยะเวลาในการทำภารกิจฉุกเฉินของระบบให้สำเร็จได้เร็วขึ้น
แต่หลังจากนั้นไม่นานนักปู้ฟางก็ต้องผิดหวัง หมายเลขของลานแข่งขันไม่ได้ส่งผลกับจำนวนผู้ชมแต่อย่างใด ดังนั้นลานแข่งขันหมายเลขหนึ่งจึงไม่ได้แตกต่างจากลานแข่งขันอื่นๆ เลย
ถึงแม้จะน่าเสียดาย แต่ปู้ฟางก็ไม่ได้ยึดติดกับมันมากนัก
ยิ่งเวลาผ่านไป จำนวนผู้คนที่เข้ามาในจัตุรัสก็ยิ่งมากขึ้นจนเริ่มหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ มีผู้คนมากมายที่ต้องการรับชมการแข่งขันรอบคัดออกครั้งที่สาม ดังนั้นฝูงชนจำนวนมากจึงมารวมตัวกันตรงด้านหน้าลานแข่งขันทุกๆ แห่ง
ปู้ฟางเป็นคนแรกที่เดินไปบนลานแข่งขัน ชายหนุ่มเป็นที่จดจำได้ง่ายเพราะป้ายขนาดใหญ่ที่เขาถือไว้
เมื่อได้ยินว่าปู้ฟางอยู่ในลานแข่งขันหมายเลขหนึ่ง คนจำนวนมากก็รีบพุ่งตัวไปที่นั่นเพื่อรอดูการแข่งขัน.2.5
พวกเขารู้สึกว่าปู้ฟาง พ่อครัวที่มาจากไหนก็ไม่อาจทราบได้ช่างน่าสนใจจริงๆ ทุกคนเชื่อมั่นว่าตราบใดที่ปู้ฟางอยู่บนลานแข่งขัน จะต้องมีเรื่องน่าตื่นเต้นเกิดขึ้นแน่นอน ไม่เหมือนลานแข่งขันอื่นๆ ที่มีเพียงเหล่านักเล่นแร่แปรธาตุแข่งกัน
ตัวอย่างเช่น…เกิดเหตุการณ์หม้อหลอมโอสถระเบิดพร้อมกัน
หลังจากเข้าแข่งขันมาหลายรอบ ปู้ฟางจึงมีชื่อเสียงขึ้นเป็นที่เรียบร้อย ในตอนนี้เขากลายเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั้งจากนักเล่นแร่แปรธาตุผู้เข้าแข่งขันทั้งหลายและเหล่าผู้ชม
แม้ว่าเหล่านักเล่นแร่แปรธาตุอัจฉริยะระดับบนๆ จะไม่สนใจปู้ฟางมากนัก แต่สำหรับเหล่านักเล่นแร่แปรธาตุทั่วไปที่เข้าร่วมแข่งขันในรอบคัดออก พวกเขารู้สึกว่าชายผู้นี้น่าสะพรึงกลัวยิ่ง สำหรับพวกเขาแล้ว ปู้ฟางเป็นมนุษย์อันตรายที่ไม่ควรประมาท
กรรมการที่ทำหน้าที่ดูแลลานแข่งขันหมายเลขหนึ่งคือหัวหน้ากรรมการคนเมื่อวาน เขามองปู้ฟางแล้วเลียริมฝีปาก ปูนึ่งของเมื่อวานยังตราตรึงใจไม่อาจลืมเลือน
จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่าการมาเป็นกรรมการให้ปู้ฟางนั้นไม่ใช่เรื่องเลวร้ายแต่อย่างใด อย่างน้อยเขาก็จะได้ลิ้มลองอาหารอันแสนโอชะ
รอบนี้คนคนนี้จะทำอาหารอะไรอีก
อยากรู้ยิ่งนัก!
ตึง!
ปู้ฟางวางป้ายหนักอึ้งลงบนแท่นสัมฤทธิ์ เหล่านักเล่นแร่แปรธาตุต่างมองชายหนุ่มด้วยความระแวง
นั่นเขา เป็นเขาจริงๆ!
นั่นคือพ่อครัวที่ทำให้หม้อหลอมของนักเล่นแร่แปรธาตุมากมายระเบิด
นักเล่นแร่แปรธาตุที่อยู่รอบข้างมองเขาด้วยสายตาเย็นยะเยือกและเต็มไปด้วยรังสีอำมหิต! ในรอบนี้ พวกเขาจะต้องทำให้พ่อครัวนี่ตกรอบและถูกเตะออกจากงานประลองหัตถ์เวทให้ได้!
หัวหน้ากรรมการมองปู้ฟางที่กลายเป็นจุดเด่นของเหล่าผู้ชมอย่างสนอกสนใจ ถึงแม้เขาจะเพลิดเพลินกับอาหารของปู้ฟาง แต่เขาก็ไม่ลังเลที่จะเตะชายผู้นี้ออกจากการแข่งขันเช่นกัน ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่เลวร้ายอะไร
เพราะไม่ว่าอย่างไร งานประลองหัตถ์เวทก็เป็นเวทีสำหรับนักเล่นแร่แปรธาตุ ที่นี่ไม่มีที่สำหรับพ่อครัว การปรากฏตัวของปู้ฟางนั้นมีแต่จะทำให้คนอื่นรู้สึกแปลกประหลาดก็เท่านั้น
หากพ่อครัวคนนี้เข้าไปอยู่ในห้าสิบอันดับแรกได้ วังโอสถคงกลายเป็นตัวตลกของทั้งทวีปมังกรซ่อนเร้น ในงานแข่งขันของเหล่านักเล่นแร่แปรธาตุกลับมีพ่อครัวแทรกตัวขึ้นมาถึงห้าสิบอันดับแรก…เช่นนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการพูดว่า พ่อครัวนั้นเหนือกว่านักเล่นแร่แปรธาตุเลยมิใช่หรือ
“นี่คือรอบที่สามของการแข่งขันรอบคัดออก และยังเป็นกุญแจที่จะตัดสินว่าพวกเจ้าจะได้เข้าสู่รอบรองชนะเลิศด้วยหรือไม่ การที่พวกเจ้าสามารถมาถึงรอบนี้ได้ ก็แปลว่าทักษะการเล่นแร่แปรธาตุของพวกเขานั้นยอดเยี่ยม อย่างไรก็ตามการแข่งขันนั้นจำเป็นต้องสร้างผลงานที่มีประสิทธิภาพ ดังนั้นจะมีพวกเจ้าบางคนที่ผ่านเข้ารอบ และมีบางคนที่จะตกรอบด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นข้าหวังว่าพวกเจ้าทุกคนจะแสดงฝีมือที่แท้จริงของตัวเองออกมาในรอบนี้…
“กฎการแข่งขัน: ใครก็ตามที่ทำโอสถทิพย์ระดับเก้าขั้นสุดยอดออกมาได้ในเวลาสองก้านธูป จะถือว่ามีสิทธิ์ผ่านเข้ารอบ แต่จงจำไว้ว่ามีที่ว่างเพียงสิบที่เท่านั้น ใครเสร็จก่อนมีสิทธิ์ก่อน” หัวหน้ากรรมการย้ำเตือนพวกเขา
เหล่านักเล่นแร่แปรธาตุเริ่มจริงจัง รอบที่สามนี้แตกต่างจากรอบที่ผ่านมา คนที่สามารถผ่านมาถึงรอบนี้ได้ย่อมไม่ใช่คนที่น่าดูถูก ดังนั้นจึงไม่มีใครกล้าประมาท
ปู้ฟางพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม อาหารที่เขาจะทำในครั้งนี้นับว่าไม่ง่ายเลย ดังนั้นมันจึงถึงเวลาที่เขาต้องจริงจังแล้ว
เมื่อหัวหน้ากรรมการประกาศเสร็จสิ้น การแข่งขันก็เริ่มต้นขึ้น
ปู้ฟางเองก็เริ่มเคลื่อนไหวด้วยเช่นกัน
ซู่!
เกิดเสียงคล้ายฝนตกดังขึ้น ครู่ต่อมาทุกคนก็มองไปที่แท่นสัมฤทธิ์ของปู้ฟางด้วยความตกตะลึง พริกแดงเป็นภูเขากองอยู่บนแท่น พริกเหล่านี้โค้งงอเล็กน้อยและผิวเงาเป็นประกาย
ยังไม่จบแค่นั้น เสียงเทโครมใหญ่ดังลั่นขึ้นอีกครั้ง ตอนนี้ภูเขาพริกเขียวก็ถูกวางกองบนแท่นสัมฤทธิ์ด้วยเช่นกัน
ทุกคนต่างประหลาดใจ ครั้งนี้พ่อครัวผู้นี้จะทำอาหารอะไรกันแน่
ปู้ฟางไม่สนใจสายตาเหล่านั้น ชายหนุ่มโบกมือจากนั้นมีดทำครัวกระดูกมังกรทองก็หมุนติ้ว ขณะที่มันขยับไปตามวิถี มันก็เปล่งประกายแวววาวออกมา มีดเล่มนี้ดูคล้ายเป็นดาวตกที่ทิ้งตัวลงมาจากท้องฟ้ายามค่ำคืน
ผู้ชมด้านล่างต่างร้องออกมาด้วยความตกใจ!
นั่นเขากำลังทำอะไร
พริกจำนวนมากขนาดนี้…คิดจะทะลวงฟ้าฝ่าสวรรค์หรืออย่างไร
เมื่อพวกนักเล่นแร่แปรธาตุบนลานแข่งขันเห็นภูเขาพริก สีหน้าของพวกเขาก็พลันมืดมน จู่ๆ พวกเขาก็รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมา!
หัวหน้ากรรมการเองก็ตกใจไม่ต่างกัน
พริกหรือ หรือว่าอาหารวันนี้จะเกี่ยวกับพริก… ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้นจริงๆ แต่พริกมากมายขนาดนี้มันจะไม่เกินไปหน่อยหรือ นี่เขาจะพุ่งไปสู่สวรรค์จริงๆ หรืออย่างไร
ฉับ ฉับ ฉับ ฉับ ฉับ!
ทว่าปู้ฟางกลับไม่ใส่ใจความสงสัยของคนอื่นๆ แต่อย่างใด มีดที่กระทบเขียงเป็นจังหวะสม่ำเสมอส่งเสียงดังจนทำให้ทุกคนที่อยู่ที่นี่ได้ยินกันอย่างชัดเจน การหั่นของมีดก็เร็วมากจนแทบมองไม่ทัน มันเร็วเสียจนทุกคนต่างตกตะลึง
ความเร็วนั้น…ช่างบ้าบอสิ้นดี!
ทักษะการใช้มีด…เรียกได้ว่าเข้าขั้นเทวดาแล้ว!
ฉับ ฉับ ฉับ ฉับ ฉับ!
ไม่นานปู้ฟางก็หั่นภูเขาพริกทั้งสองกองเป็นชิ้นเล็กๆ จนหมดแล้วใส่มันลงบนถาด
ชายหนุ่มแยกพริกแดงและพริกเขียวที่ถูกหั่นเป็นสองกอง
ตอนนี้เองเหล่านักเล่นแร่แปรธาตุทั้งหลายก็หยุดมองพ่อครัวหนุ่ม แล้วเริ่มสกัดโอสถทิพย์ของพวกเขาอย่างระมัดระวัง
นักเล่นแร่แปรธาตุหลายคนมีประสบการณ์จากการชมการแข่งขันรอบที่ผ่านมา พวกเขาปิดรูจมูกของตนเอง และใช้ปากหายใจแทน ในการหายใจแต่ละครั้ง พวกเขาสูดลมเข้าไปเพียงเล็กน้อย ดังนั้นจึงไม่ถูกกลิ่นหอมใดๆ รบกวน
นี่คือกลยุทธ์ที่เหล่านักเล่นแร่แปรธาตุทั้งหลายร่วมกันคิดขึ้น เพื่อประจันหน้ากับศัตรูคู่อาฆาตของพวกเขา
วันนี้ ปู้ฟางคือศัตรูของพวกเขา
พวกเขามั่นใจกับกลยุทธ์นี้มากทีเดียว จมูกนั้นไวต่อกลิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเหล่านักเล่นแร่แปรธาตุ และด้วยความไวของประสาทสัมผัสนี้ นักเล่นแร่แปรธาตุจึงมีการตอบสนองที่รุนแรงต่อกลิ่น ทำให้พวกเขาถูกรบกวนได้ง่าย
การหายใจทางปากแทนจมูกจะช่วยลดผลกระทบจากกลิ่นได้อย่างดี พวกเขาจะไม่ถูกรบกวนจากกลิ่นใดๆ ที่อาจเป็นเหตุให้หม้อหลอมของพวกเขาต้องระเบิด
ในครั้งนี้พวกเขามาเป็นฝ่ายก่อปัญหาเสียเอง พวกเขาจะทำให้ปู้ฟางต้องตกรอบนี้ไปอย่างแน่นอน
ตู้ม!!
เพลิงสังเคราะห์ถูกจุดขึ้น ทั้งลานแข่งขันร้อนผ่าวขึ้นทันใด
สมุนไพรพลังปราณหลายชนิดถูกนำออกมา เมื่อโยนพวกมันลงในหม้อหลอม กลิ่มหอมก็โชยออกมาทันที ในขณะที่กลิ่นล่องลอยอยู่กลางอากาศ สมุนไพรเหล่านั้นก็ถูกความร้อนหลอมละลายจนกลายเป็นของเหลวหลากหลายแบบ
ปู้ฟางไม่รู้เลยว่าเหล่านักเล่นแร่แปรธาตุทั้งหลายวางแผนอะไร หลังจากหั่นพริกเสร็จ ชายหนุ่มก็ใส่พวกมันในชามแยกกัน เขาเติมเครื่องปรุงลงในชามแต่ละใบและคลุกให้เข้ากัน ก่อนจะหมักทิ้งไว้สักพัก
ระหว่างรอ ปู้ฟางก็หยิบวัตถุดิบชิ้นใหญ่ออกมาจากกระเป๋าคลังเก็บ
ตึง!
มันคือปลาที่มีขนาดเท่ามนุษย์ เมื่อชายหนุ่มหยิบมันออกมา เขาก็โยนลงบนแท่นสัมฤทธิ์ จนทำให้ทั้งลานแข่งขันสั่นสะเทือน
ทั้งหัวหน้ากรรมการและเหล่าผู้ชมต่างประหลาดใจ
พ่อครัวคนนี้…คิดจะทำอะไรกันแน่
เมื่อวานเขาทำปู และวันนี้เขากำลังจะทำปลาเช่นนั้นหรือ เขาคิดจะทำอาหารพวกนั้นอีกแล้วหรือ เขาจะทำอาหารทะเลแบบกินไม่อั้นโดยใช้ปลาตัวนี้หรืออย่างไร
ดูปลาตัวอวบอ้วนนั่นสิ มันจะต้องมีเนื้ออยู่มากเป็นแน่ และต้องถูกทำเป็นอาหารอันโอชะอย่างแน่นอน
แต่การกระทำต่อมาของปู้ฟางกลับทำให้ทุกคนต้องตกตะลึง
ปู้ฟางยกมีดทำครัวกระดูกมังกรทองขึ้นแล้วถ่ายเทพลังปราณเที่ยงแท้ของตนเองเข้าไป ทำให้มีดทำครัวกระดูกมังกรทองเรืองแสงและเพิ่มขนาดขึ้นจนกลายเป็นมีดเล่มใหญ่
ฉับ!
ปู้ฟางลงมีดอย่างรวดเร็ว หัวปลาขาดออกจากลำตัวทันที
การกระทำต่อมายิ่งทำให้ทุกคนตะลึงงัน ปู้ฟางเก็บตัวปลาอวบอั๋นที่เต็มไปด้วยเนื้อแน่นๆ เข้าไป เหลือไว้เพียงหัวปลาอันใหญ่โตเท่านั้น
เหตุใดเขาถึงเหลือหัวปลาที่มีเนื้อเพียงน้อยนิดเอาไว้ล่ะ เหตุใดไม่ใช้ลำตัวของมัน เขาจะทำอะไรกันแน่
ทุกคนต่างงุนงงไปตามๆ กัน