ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! - บทที่ 103 เปิดตัวเมียน้อยอย่างอย่างโจ่งแจ้ง
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน!
- บทที่ 103 เปิดตัวเมียน้อยอย่างอย่างโจ่งแจ้ง
อี้เจ๋อเอ่ยถามหญิงสามข้างกายด้วยน ้าเสียงที่นุ่มนวล ราวกับ
กลัวว่าถ้าเสียงดังนิดหน่อยจะทำให้หญิงสาวตกใจ
“ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ…” หญิงสาวตอบเสียงอ่อย
สายตาคมกริบของเมียน้อยสามีฟางหรูชี้นำทางให้อี้เจ๋อมองตาม
จนเห็นร่างคุ้นตาของสาวผมยาวที่กำลังนั่งหันหลังกินข้าวอย่าง
เอร็ดอร่อย ข้าง ๆ มีสาวสวยหน้าใสนั่งคุยเล่นหัวเราะกันอย่าง
สนุกสนาน
หัวใจของอี้เจ๋อเต้นรัวด้วยความรู้สึกปั่นป่วน แต่เมื่อนึกถึงว่าฟาง
หรูมีเพื่อนสวยขนาดนี้แต่ไม่เคยแนะนำให้รู้จัก ไฟโทสะก็ลุกโชน
ขึ้นมาในอก เขาจึงลากหญิงสาวที่ตนพามาด้วยเข้าไปหาทันที
“มีงานกองโตอยู่ที่บ้านไม่ยอมไปทำ แต่กลับมีเวลามานั่งกินข้าว
นอกบ้าน ฉันคงดูเธอผิดไปจริง ๆ!” อี้เจ๋อพูดอย่างเย็นชา ก่อนจะทิ้ง
ตัวลงนั่งตรงข้ามฟางหรู แต่สายตากลับจับจ้องอันจิ่วเม่ยไม่วางตา
ฟางหรูถึงกับชะงัก ความตกตะลึงและความขมขื่นเข้าครอบงำ
เมื่อเห็นสามีอยู่กับชู้รักของเขา ความอยากอาหารของเธอหายวับไป
ในพริบตา
“ถ้าจะกิน ก็ไปนั่งโต๊ะอื่น อย่ามาขวางหูขวางตาฉัน”” เธอเอ่ย
เสียงเย็นชา ตัดรอนโดยไม่สนใจผู้ชายคนนี้อีกต่อไป
อันจิ่วเม่ยเฝ้ามองเหตุการณ์ตรงหน้าเงียบ ๆ แต่เมื่อเห็นเฟยหย่า
ปล่อยน ้าตาคลอ ดวงหน้าดูเศร้าสร้อยเหมือนนางเอกผู้แสนบริสุทธิ์
เธอก็รู้สึกหมั่นไส้จนทนไม่ไหว
“อึก… ขอโทษค่ะ ฉันแค่อยากกินเนื้อตุ๋นของร้านนี้จริง ๆ” เฟย
หย่าพูดเสียงสะอื้น แถมยังดึงมืออี้เจ๋อเหมือนจะลุกไปทันที แสดงท่าที
เหมือนคนไร้หนทางเต็มที่
อันจิ่วเม่ยมองแล้วถึงกับควันออกหู ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างเย้ยหยัน
“เอ๊ะ เดี๋ยวนี้เขาพาเมียน้อย มาเปิดตัวอย่างโจ่งแจ้งกันแบบนี้เลย
เหรอ?”
เสียงแหลมใสของเธอดังสะท้อนทั่วห้อง ราวกับสะกดให้ทุกคน
หยุดมอง บรรยากาศเงียบงันจนได้ยินเพียงเสียงจานช้อนกระทบกัน
เบา ๆ
เฟยหย่าชะงัก น ้าตาที่เคยเอ่อเต็มตาพลันหายไปแทบจะทันที
เธอจ้องอันจิ่วเม่ยอย่างเดือดดาล “เธอพูดบ้าอะไร! ใครเป็นเมียน้อย
ยะ! นี่มันยุคไหนแล้ว!”
อันจิ่วเม่ยสแหยะยิ้ม หายใจเข้าลึกก่อนจะระเบิดวาทะแสบถึงใจ
ออกมา “ไม่ว่าจะยุคไหน เมียน้อยก็ยังต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ ประเทศจีน
ใหม่ของเราใช้ระบบผัวเดียวเมียเดียวมานานแล้วนะ คนบางคนยัง
หน้าด้านมาท้าทายภรรยาหลวงถึงที่แบบนี้ ถือว่าท้าทายคำสั่งผู้นำ
ทำลายความสงบสุขของสังคมชัด ๆ คนแบบนี้น่าจะโดนขังคุก!”
บรรยากาศในห้องพลันเปลี่ยนไป จากความเป็นห่วงกลายเป็น
ความตื่นเต้นระทึกใจ ใช่แล้ว! นี่มันยุคสมัยใหม่แล้วจะมีเมียน้อยท้อง
โตมาท้าชนเมียหลวงได้ยังไง? นี่มันละเมิดกฎหมายชัดๆ
ทันใดนั้น เสียงด่าทอก็ดังขึ้นจากทุกทิศทาง พุ่งเป้าไปที่คู่รัก
เฟยหย่าอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าสาวน้อยตรงหน้าจะปากจัดขนาดนี้
ตั้งใจจะยั่วโมโหแท้ ๆ กลับกลายเป็นระเบิดย้อนกลับมาใส่ตัวเอง
อี้เจ๋อก็ช็อกไม่แพ้กัน เขาเพิ่งหลงเสน่ห์ใบหน้าสวยหวานของ
อันจิ่วเม่ย แต่พอเธอเปิดปาก ปัญหามหาศาลก็ตามมา สีหน้าเขาจึง
บูดบึ้งลงทันควัน
แต่อันจิ่วเม่ยไม่สนใจสายตาคนรอบข้าง เธอยังคงพ่นพิษต่อไป
“ดูท้องนั่นสิ ต้องเป็นลูกชายแน่ ๆ รีบกลับไปจัดการเรื่องแจ้งเกิด
ดีกว่านะ ไม่งั้นถึงจะเป็นลูกผู้ชายก็น่าเสียดายที่ไม่มีตัวตนในสายตา
กฎหมาย”
คำพูดนี้เป็นการเตือนสติอี้เจ๋ออย่างแยบยล ลูกนอกสมรสนั้นมี
ชื่อเสียงไม่ดีเลย ถ้าเป็นลูกชายจริง ๆ ก็ควรคิดให้ดีเรื่องการแจ้งเกิด
“เธอคอยดูเถอะ!” อี้เจ๋อตวาดเสียงดังลั่น ก่อนจะคว้าแขนเฟย
หย่าแล้วลากออกไปอย่างรวดเร็วทิ้งให้ฟางหรูยืนอึ้งอยู่กับที่
เฟยหย่าอยากจะร้องให้อี้เจ๋อเดินช้าลง แต่เมื่อเหลือบมองรอบ
ข้างเห็นสายตาจับจ้องมากมาย เธอจึงได้แต่กัดริมฝีปากแน่นแล้ว
พยายามก้าวตามไปอย่างทุลักทุเล
“น้องจิ่วเม่ย ขอบคุณนะ” ฟางหรูยิ้มแหยพลางกล่าว “แต่วันนี้
ฉันขอโทษจริง ๆ ที่ทำให้เธอต้องมาเห็นละครน ้าเน่าแบบนี้” ดวงตา
ของเธอฉายแววอับอายอย่างปิดไม่มิด
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พี่ฟางหรู ” อันจิ่วเม่ยปลอบใจพลางจับมือ
พี่สาว “เมื่อกี้ฉันได้พูดถึงแผนการแจ้งเกิดลูกแล้ว พี่แค่ทำตามที่ฉัน
บอก รับรองว่าเขาต้องมาคลานขอหย่าแน่นอน”
ฟางหรูพยักหน้ารับ ทึ่งในความสามารถของน้องสาวที่สามารถ
ไล่คู่รักจอมทรยศออกไปได้ด้วยคำพูดเพียงไม่กี่ประโยค เธอรู้สึกโชค
ดีที่เพื่อนไว้ใจได้เช่นนี้
หลังจากทานอาหารเสร็จ อันจิ่วเม่ยก็ลาจากไป ส่วนฟางหรูสูด
หายใจลึก ๆ เตรียมตัวกลับบ้านเพื่อเริ่มต้นศึกชิงดีชิงเด่นครั้งใหม่
ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเอาชนะให้ได้
อันจิ่วเม่ยกลับถึงบ้านก็ไม่รอช้า รีบคว้ากระดาษปากกามาร่าง
แผนธุรกิจเต้าหู้ยี้ทันที ด้วยหวังว่าจะสร้างรายได้ให้หมู่บ้านและเสริม
ความมั่นคงให้ฐานะของตัวเอง
เมื่อถึงตอนนั้น ไม่ว่าตระกูลหรือซื่อหงก็คงไม่กล้ามาหาเรื่องอีก
เธอกับย่าอันจะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเสียที
ขณะที่อันจิ่วเม่ยนั่งขีด ๆ เขียน ๆ อยู่ที่โต๊ะในห้องโถง ลูกสุนัข
สามตัววิ่งวนเล่นกันอยู่แถวเท้า ส่วนย่าอันนั่งฟั่นเชือกป่านอยู่ในลาน
บ้าน ตั้งใจจะทำเป็นม้านั่งไว้รับแขก จะได้ไม่ต้องไปยืมเก้าอี้จากที่อื่น
นับตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่นี่ ย่าอันดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาก ไม่เหมือนแต่
ก่อนที่ชอบแค่นั่งผิงแดดเฉย ๆ ตอนนี้ชอบทำโน่นทำนี่ฆ่าเวลาไป
เรื่อย อันจิ่วเม่ยไม่ได้ห้าม ขอแค่ย่าอันมีความสุขก็พอ
พอเขียนแผนงานเสร็จ อันจิ่วเม่ยก็ลุกขึ้นยืดเส้นยืดสาย แล้วเข้า
ห้องไปหยิบรองเท้าและผ้าที่ซื้อมาใหม่ออกมาให้ย่าอันดู
“คุณย่า ลองดูซิว่าพอดีเท้าไหม” เธอยื่นรองเท้าผ้าสีดำธรรมดา
ไม่มีลวดลาย แต่พื้นนุ่มพิเศษเหมาะสำหรับผู้สูงอายุ
“หลานจะซื้อของพวกนี้เสียเงินทำไมกัน ย่ามีอยู่แล้วน่ะ” ย่าอัน
บ่น แต่รอยยิ้มที่ซ่อนไม่มิดบนใบหน้าเผยความดีใจออกมาจนได้ เธอ
รีบสวมรองเท้าคู่ใหม่แล้วลุกพรวดขึ้นเดินไปมาอย่างตื่นเต้น
“ใส่สบายจริง ๆ เหมือนเดินบนปุยนุ่ม ๆ เลยนะเนี่ย”ย่าอันอุทาน
ด้วยความประทับใจ
“ ฮิ ๆ คุณย่าชอบก็ดีแล้วค่ะ คราวหน้าเจอคู่ไหนสวย ๆ จะควัก
กระเป๋าซื้อมาให้คุณย่าอีกแน่นอน!” อันนจิ่วเม่ยหัวเราะคิกคักอย่างดี
ใจที่ของขวัญถูกใจ เธอชื่นชอบคนแก่ที่ไม่ทำลายบรรยากาศแบบนี้
จริง ๆ
“โธ่เอ๊ย ฉันแก่ปูนนี้แล้ว ไม่ได้ออกงานออกการที่ไหน ใส่อะไรก็
เหมือนกันแหละ”ย่าอันว่าพลางยักไหล่ “แต่หลานสิยังสาวยังสวยอยู่
เลย หน้าตากับผิวพรรรก็แต่งนิดหน่อยก็สวยแล้ว”
“ย่าไม่ต้องห่วงค่ะ ดูนี่สิคะ หนูซื้อผ้าสวย ๆ มาตัดชุดใหม่แล้วนะ”
อันจิ่วเมย่ชูผ้าในมือขึ้นอวด แม้เธอจะตัดเองไม่เป็น แต่ย่าอันก็เป็น
ช่างตัดเสื้อมือดี
คนรุ่นย่าในยุคสมัยนั้นต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเอง เลยทำอะไรได้
หลายอย่าง
ด้วยดวงตาเป็นประกายแห่งความหวังอันจิ่วเม่ยยื่นผ้าให้ย่าอัน
พร้อมกับเอ่ยปากอย่างตื่นเต้น “คุณย่าค่ะ หนูมีแบบที่ได้อยากได้อยู่
ย่าช่วยตัดให้หนูได้ไหมคะ”
ย่าอันยิ้มอย่างอบอุ่น “ไม่มีปัญหาหรอกจ้ะ เอาล่ะ วาดมาให้ยาย
ดูซิ”
ดวงตาของย่าอันเป็นประกายเมื่อเห็นผ้าลายดอกเล็กๆ สองผืน
ในใจคิดว่าเด็กสาวสดใสอย่างอันจิ่วเม่ยสมควรได้สวมใส่เสื้อผ้าสวย
ๆ แบบนี้จริงๆ
แต่สิ่งที่ทำให้ย่าอันภูมิใจยิ่งกว่าคือ หลานสาวของเธอตอนนี้มี
ความสามารถ ไม่ต้องตรากตรำทำงานในทุ่งนาแต่ก็มีคะแนนแรงงาน
ไม่ต้องเหนื่อยยากกับงานสกปรก สมควรแล้วที่จะแต่งตัวให้สวยสง่า
“คุณย่าเก่งที่สุดเลย!” อันจิ่วเม่ยร้องอย่างดีใจ ก่อนจะกลับไป
วาดแบบด้วยความกระตือรือร้น เธอไม่ได้คิดอะไรซับซ้อน แค่วาด
ตามจินตนาการ
ชุดเดรสสบายๆ หนึ่งชุด และกระโปรงทรงกระบอก ชายกระโปรง
เปิดนิดหน่อยเพื่อความคล่องตัว ดูหรูหราแต่ไม่โอ่อ่า จับคู่กับเสื้อเชิ้ต
และรองเท้าหนังน่ารัก ๆ ให้ลุคเป็นสาวในเมือง