ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 431 สุนัขกัดกันเองแล้ว
ตอนที่ 431 สุนัขกัดกันเองแล้ว
หลี่เหวินปินร้องไห้ไปก็หันหน้ามองจางปี้เยียนไป
“เหนียงจื่อเจ้าต้องช่วยข้า จะต้องช่วยข้า ข้าเป็นซิ่วไฉ ปีหน้าก็จะสอบเซียงซื่อ ปีหน้าข้าย่อมสอบเป็นจวี่เหรินได้ ถึงตอนนั้นข้าจะตอบแทนตระกูลจาง”
จางปี้เยียนแค่นหัวเราะเยียบเย็น
สีหน้านายอำเภอหูมองจางปี้เยียนอย่างไม่สู้ดีนัก พบว่าจางปี้เยียนนิ่งเงียบไม่ตอบ
นายอำเภอหูก็โล่งอก ตระกูลจางสนิทกับผู้ว่าเมืองหนิงโจว หากพวกเขาเชิญผู้ว่าเมืองหนิงโจวออกหน้า คดีนี้จะถูกส่งไปหนิงโจว ย่อมต้องตัดสินโทษสถานเบา
ตอนนี้จางปี้เยียนไม่พูด ในใจนายอำเภอหูก็เข้าใจในทันที ตระกูลจางทอดทิ้งหลี่เหวินปินแล้ว
“หลี่เหวินปิน เจ้าเป็นซิ่วไฉแคว้นต้าโจวเรา สมควรรู้รักษากฎหมาย ตอนนี้กลับรู้กฎหมายแต่ทำผิดกฎหมายเสียเอง ความผิดบวกอีกหนึ่งกระทง ตอนนี้พยานหลักฐานพร้อมมูล ตามหลักแล้วต้องโทษหนัก ข้าตัดสินให้ริบตำแหน่งซิ่วไฉเจ้าคืน เนรเทศไปชายแดนตะวันตกเฉียงเหนือใช้แรงงานสิบปี”
นายอำเภอหูกล่าวจบ หลี่เหวินปินก็หมดแรง ริบตำแหน่งซิ่วไฉคืน จะได้อย่างไร ไม่ได้ ไม่ได้
เขาร้องไห้ตะโกนดัง “ไม่เอา อย่าริบตำแหน่งซิ่วไฉข้า กว่าข้าจะสอบมาได้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ”
ท่านแม่แก่เฒ่าของเขาประหยัดกินประหยัดใช้เพื่อส่งเขาเรียนหนังสือ เขาเองก็ลำบากมาหลายปีกว่าจะสอบซิ่วไฉได้ ตอนนี้ถึงกับถูกริบตำแหน่งคืน หลี่เหวินปินรู้สึกเหมือนฟ้าถล่มดินทลาย ตะโกนดังราวกับคนเสียสติ
“อย่าริบตำแหน่งซิ่วไฉข้าไป ไม่เอา”
น่าเสียดายนายอำเภอหูไม่สนใจเขา สั่งการมือปราบจ้าว “จับเขาขังคุก ไว้ส่งตัวไปใช้แรงงานที่เขตตะวันตกเฉียงเหนือ”
“ขอรับ นายอำเภอ”
มือปราบจ้าวหันหลังจะพาตัวหลี่เหวินปินออกไป คิดว่าจะจับเขาไปขังไว้ก่อน
หลี่เหวินปินไม่รอมือปราบจ้าวเข้ามาจับตัวเขา ก็พุ่งไปทางจางปี้เยียน กอดขาจางปี้เยียนขอร้องว่า “เหนียงจื่อเจ้าต้องช่วยข้า ช่วยข้าสักครั้ง วันนี้เจ้าช่วยข้า วันหน้าข้าเป็นวัวเป็นม้ารับใช้ตอบแทนตระกูลจางเจ้า ข้าจะต้องตอบแทนตระกูลจางเจ้าอย่างแน่นอน”
จางปี้เยียนสะบัดหนี ยกเท้าเตะหลี่เหวินปินทิ้งอย่างแรง
หลี่เหวินปินเห็นนางไร้น้ำใจเช่นนี้ ก็คำรามขึ้นอย่างบ้าคลั่ง “นังชั้นต่ำ เพราะเจ้า เพราะเจ้าบงการให้ข้าไปฆ่าเซี่ยอวิ๋นจิ่น”
เขากล่าวจบก็หันไปมองนายอำเภอหู รีบกล่าวว่า “ใต้เท้านายอำเภอ เป็นนาง เป็นตระกูลจางที่บงการให้ข้าไปฆ่าเซี่ยอวิ๋นจิ่น เพราะเซี่ยอวิ๋นจิ่นช่วยนายอำเภอกำจัดรองนายอำเภอหยางกับเผิงจู่ปู้ พวกเขาแค้นใจเซี่ยอวิ๋นจิ่น ดังนั้นจึงบงการให้ข้าไปฆ่าเซี่ยอวิ๋นจิ่น”
สีหน้าจางปี้เยียนพลันแปรเปลี่ยน แต่ก็ไม่ได้ตื่นตระหนกตกใจ
แววตานายอำเภอหูนิ่งครุ่นคิด หากอาศัยมือหลี่เหวินปินกำจัดตระกูลจางได้ก็ไม่เลว
เขามองไปยังหลี่เหวินปินทันที พร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า “วาจานี้ไม่อาจกล่าวเหลวไหล สิ่งที่เจ้าพูดมาต้องรับผิดชอบ”
ตอนนี้หลี่เหวินปินอาฆาตแค้นตระกูลจางและจางปี้เยียนอย่างมาก จึงยืนยันหนักแน่น
“ตระกูลจางบงการให้ข้าทำ แม้ว่าก่อนหน้านี้ข้าเคยวางยาเซี่ยอวิ๋นจิ่น แต่ก็เพราะริษยาเขาเรียนได้ดีก็เท่านั้น การสังหารครั้งนี้เป็นตระกูลจางบงการให้ข้าทำ”
หลี่เหวินปินคิดถึงว่าครั้งที่สองที่เขาให้คนขับรถม้าตระกูลจางชนเซี่ยอวิ๋นจิ่น ต่อมาคนขับรถม้าผู้นั้นถูกเขาวางยาตายไปแล้ว ดังนั้นเมื่อไม่มีเรื่องครั้งที่สอง ครั้งนี้เขาก็โยนให้ตระกูลจางได้หมด
หลี่เหวินปินครุ่นคิดแล้วก็ร้องไห้คร่ำครวญ
“ข้าเป็นหลานเขยตระกูลจาง พวกเขาบีบข้าให้ทำเช่นนี้ หากไม่ทำ พวกเขาจะทำร้ายท่านแม่ข้า ท่านแม่ข้าลำบากเลี้ยงดูข้ามาจนโต ข้าไม่อาจทนเห็นนางเกิดเรื่องได้ จึงได้รับปากพวกเขาไปสังหารเซี่ยอวิ๋นจิ่น”
จางปี้เยียนแค่นยิ้มเยาะมองเขา สีหน้านางยังคงสงบนิ่ง ไม่ได้มีอาการลนลานแม้แต่น้อย
นายอำเภอหูรอให้หลี่เหวินปินกล่าวจบ ก็หันไปมองจางปี้เยียน “จางเหนียงจื่อ เจ้ามีอะไรจะพูดไหม หากไม่มีข้าก็จะให้คนไปเชิญนายผู้เฒ่าจางมาไต่สวนที่ที่ว่าการอำเภอ”
จางปี้เยียนโบกมือหยุดนายอำเภอหู ค่อยๆ กล่าวว่า “นายอำเภอหู เขาแก้แค้นตระกูลจางเรา แก้แค้นข้า เพราะตั้งแต่ข้าแต่งเขาเข้าตระกูลจาง ข้าก็ไม่เคยให้เขาแตะต้องตัว ในใจเขาเคียดแค้นชิงชังข้า ดังนั้นจึงได้ใส่ร้ายข้าและตระกูลจางเรา”
“ส่วนที่ว่า ตระกูลจางเราบงการให้เขาไปฆ่าคน ก็ยิ่งเหลวไหล ข้าจะให้นายอำเภอได้พบคนผู้หนึ่ง นายอำเภอได้พบแล้วก็จะเข้าใจ”
จางปี้เยียนหันไปกล่าวกับสาวใช้ด้านหลังว่า “ไปพาตัวเข้ามา”
สาวใช้พยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะรีบออกไป ครู่หนึ่งก็นำตัวชายชราร่างผอมเข้ามา
พอชายชราเข้ามา หลี่เหวินปินก็สีหน้าแปรเปลี่ยน เพราะชายชราผู้นี้ก็คือคนขับรถม้าตระกูลจางที่ก่อนหน้านี้เขาบงการให้ชนเซี่ยอวิ๋นจิ่น เขาไม่ได้สังหารอีกฝ่ายทิ้งไปแล้วหรือ ทำไมยังมีชีวิตอยู่อีก
จางปี้เยียนหันไปมองหลี่เหวินปิน แค่นยิ้มกล่าวว่า “เจ้าตกใจที่เขายังไม่ตายใช่หรือไม่ เพราะเขาชนเซี่ยอวิ๋นจิ่นแล้วก็รู้สึกว่าเจ้าอาจจะทำร้ายเขา ดังนั้นเขาจึงมาหาข้า ให้ข้าช่วยเขา”
หลี่เหวินปินกัดฟัน แววตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้นลึกถึงกระดูก จ้องมองจางปี้เยียนเขม็ง
จางปี้เยียนไม่สนใจเขาแม้แต่น้อย ชายชราร่างผอมสารภาพกับนายอำเภอหูเรื่องที่หลี่เหวินปินบงการให้เขาทำ
“ข้าน้อยหรงต้าเป็นคนขับรถม้าตระกูลจาง ต่อมาคุณหนูมอบหมายให้ขับรถให้หลี่ซิ่วไฉ ข้าน้อยก็ทุ่มเททำงานเต็มที่ อยู่มาวันหนึ่ง หลี่ซิ่วไฉให้ข้าน้อยชนคนผู้หนึ่ง เดิมข้าน้อยไม่ยอมทำเรื่องผิดต่อฟ้าดินเช่นนี้ ปรากฏหลี่ซิ่วไฉให้ข้าน้อยห้าสิบตำลึง”
ชายชรากล่าวถึงตรงนี้ก็ร้องไห้ “ครอบครัวข้าน้อยมีภรรยาและบุตรชาย พวกเขาลำบากมากับข้าน้อยทั้งชีวิต ไม่เคยได้เสวยสุขกันสักวัน ข้าน้อยเห็นแก่เงินห้าสิบตำลึง จึงได้ตกลง หลังชนคนเสร็จ ข้าน้อยกลัวว่า หลี่ซิ่วไฉจะทำร้ายข้าน้อย จึงไปหาคุณหนูใหญ่ ต่อมาคุณหนูใหญ่ให้ข้าน้อยนิ่งไว้ บอกว่าจะช่วยข้าน้อยสักครั้ง”
“ปรากฏหลี่ซิ่วไฉเลี้ยงสุราข้าน้อย ในสุรามียาพิษ แต่คุณหนูใหญ่ส่งคนมานำตัวข้าน้อยไปส่งโรงหมอ ถอนพิษได้ ข้าน้อยจึงได้รอดมาได้”
เรื่องถึงขั้นนี้ คดีหลี่เหวินปินฆ่าคนก็ราวกับตอกตะปูโลงแล้ว เพราะมีหรงต้าออกมาชี้ตัวเขา ความผิดเขาก็ยิ่งหนัก
“ริบตำแหน่งซิ่วไฉ ตัดสินใช้แรงงานตลอดชีวิต”
หลี่เหวินปินถึงกับมึนงง เขาเป็นบัณฑิตเอาไปใช้แรงงาน ไม่กี่ปีก็คงสิ้นชีวิตแล้ว นี่คือเส้นทางแห่งความตายสถานเดียว เขาไม่อยากตาย
หลี่เหวินปินหันหน้าไปจ้องมองจางปี้เยียน “นังชั้นต่ำ เจ้าถึงกับกล้าให้ร้ายข้า”
จางปี้เยียนแค่นยิ้มกล่าวว่า “หากเจ้าไม่คิดให้ร้ายตระกูลจางข้า ข้าไยต้องให้เขาออกมาเป็นพยานด้วย”
นางกล่าวจบมองไปยังหลี่เหวินปิน “ตั้งแต่ตอนที่เจ้าแต่งเข้าตระกูลจาง ข้าก็รู้แล้วว่าเจ้าเป็นคนเลวที่มากอุบาย เห็นกันอยู่ว่าเจ้าเป็นคนยอมแต่งเข้าตระกูลจางเอง แต่กลับแสร้งว่าถูกบังคับ ยังถึงกับวางยามารดาตนเอง บอกว่ามารดาตนเองป่วย ต้องการเงินมารักษา เพื่อเงินจึงไร้หนทาง ได้แต่แต่งเข้าเป็นเขยตระกูลจาง”