ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 433 นี่ตาบอดหรือ
ตอนที่ 433 นี่ตาบอดหรือ
เอ้อร์เป่าโมโห “เช่นนั้นที่เขาแทงท่านพ่อข้า ถูกท่านปู่หูลงโทษไหม จะให้ดีก็แทงเขากลับสักแผล ดูว่าเขาเจ็บไหม”
ซานเป่า “ท่านพ่อ ครั้งก่อนท่านลุงรองบอกว่าปีนี้ท่านดวงไม่ดี บอกว่าท่านควรไปไหว้พระที่วัด ท่านพ่อยังไม่ได้ไปเลย รอให้ท่านพ่อหายก่อน พวกเราก็ไปกันนะ”
ซื่อเป่าพยักหน้าเต็มแรง “ใช่ ท่านพ่อ ท่านต้องอ่านตำรา ปีหน้าต้องสอบแล้ว บาดเจ็บอีกจะได้อย่างไร พวกเราไปไหว้พระกันเถอะ”
ลู่เจียวมองเจ้าหนูน้อยทั้งสี่ จากนั้นก็มองไปยังเซี่ยอวิ๋นจิ่น เห็นไหม วันหน้าทำอะไรอย่าได้หุนหันพลันแล่น
เซี่ยอวิ๋นจิ่นรีบส่งสายตาวิงวอนลู่เจียว ข้ารู้แล้ว เจียวเจียวรีบช่วยข้ากล่อมลูกๆ หน่อยนะ
ลู่เจียวมองเจ้าหนูน้อยทั้งสี่แล้วก็กล่าวน้ำเสียงนุ่มนวลว่า “รอให้ท่านพ่อหายดีก่อน พวกเราก็หาเวลาไปไหว้พระที่วัดกัน ไหว้พระแล้ว ท่านพ่อก็คงจะไม่บาดเจ็บอีกแล้ว”
เจ้าหนูน้อยทั้งสี่คิดแล้วก็รู้สึกว่าวาจานี้ถูกต้องจึงพยักหน้าเห็นด้วย
ต้าเป่ามองไปยังสามพี่น้อง “ตั้งแต่วันนี้ไป พวกเราจะรับหน้าที่ดูแลท่านพ่อ จนกระทั่งท่านพ่อหาย”
เจ้าหนูที่เหลืออีกสามคนรีบพยักหน้าเต็มแรง “ทราบแล้ว”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวมองเจ้าหนูน้อยทั้งสี่อย่างอบอุ่นใจ เด็กดีอะไรเพียงนี้
แต่เซี่ยอวิ๋นจิ่นไม่อยากให้เจ้าหนูน้อยทั้งสี่ดูแลเขา เขาต้องการให้ภรรยาเขาดูแล
“ต้าเป่า พ่อไม่ต้องให้พวกเจ้าดูแล ขอเพียงพวกเจ้าดูแลตัวเองให้ดีก็พอ พ่อมีท่านแม่ดูแลแล้ว ท่านแม่ย่อมดูแลพ่อให้หายดีได้”
ต้าเป่าหันไปมองลู่เจียว คิดแล้วก็รู้สึกว่าสมเหตุผล และเขารู้ว่าท่านพ่อเห็นท่านแม่ก็จะดีใจมากกว่าเห็นพวกเขา แม้ว่าเขาคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาแล้วแอบสะเทือนใจ แต่ท่านพ่อกับท่านแม่เบิกบานใจ เขาก็ดีใจมาก
“ก็ได้ พวกเราจะมาเป็นเพื่อนท่านพ่อตอนเช้ากับตอนเย็น เวลาที่เหลือให้ท่านแม่ดูแล”
ต้าเป่ากล่าวจบมองไปยังลู่เจียว “ท่านแม่ ท่านว่าได้หรือไม่”
ลู่เจียวจะกล่าวอันใดได้ ได้แต่เห็นด้วย
“ได้ เช่นนี้ก็จัดเวลาว่างเช้าเย็นให้พวกเจ้ามาอยู่เป็นเพื่อนพูดคุยกับท่านพ่อ เล่านิทานหรือสอนท่านพ่อท่องสูตรคูณแม่เก้า”
“ขอรับ ท่านแม่”
ลู่เจียวให้เฝิงจือจัดอาหารเช้า
แม้ว่าเซี่ยอวิ๋นจิ่นได้รับบาดเจ็บ แต่เพราะแขนที่บาดเจ็บเป็นแขนซ้าย ดังนั้นกินข้าวดื่มน้ำอะไรพวกนี้ไม่มีปัญหา ลู่เจียวประคองเขาไปกินข้าวที่โถงห้องอาหาร
ตอนกินข้าว เจ้าหนูน้อยทั้งสี่ก็ดูแลเขาเป็นพิเศษ แม้แต่ลู่เจียวก็คิดถึงเขาก่อน เลือกคีบอาหารที่เขาชอบให้เขา
สุดท้ายทั้งครอบครัวรุมล้อมเขาเอาไว้ เซี่ยอวิ๋นจิ่นมองภาพนี้แล้วก็รู้สึกถึงความสุขทะลักขึ้นมาในใจ
ชีวิตนี้มีความสุขเสียจริง เขาไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดจากการบาดแผลแม้แต่น้อย
หลังอาหารเช้าผ่านไป เจ้าหนูน้อยทั้งสี่พูดคุยเป็นเพื่อนเซี่ยอวิ๋นจิ่นได้ครู่หนึ่งก็ไปเรียนวิชาอาจารย์พาน
ลู่เจียวประคองเซี่ยอวิ๋นจิ่นกลับไปพักผ่อนที่ห้อง
เพียงแต่เซี่ยอวิ๋นจิ่นเพิ่งเอนตัวลงนอน บรรดาเพื่อนบ้านก็พากันมาเยี่ยมเขา เรื่องที่เกิดในบ้านตระกูลเซี่ยเมื่อคืนวาน เพื่อนบ้านโดยรอบต่างได้ยิน
ท่านปู่หลิวกับท่านย่าหลิววิ่งมาถามหลูเหนียงจื่อ พอได้ฟังเหตุเมื่อคืน ตอนเช้าก็รีบนำของมาเยี่ยม
“อวิ๋นจิ่น ปีนี้เจ้าดวงไม่ค่อยดี ไว้หายแล้วก็รีบไปไหว้พระที่วัดปัดเป่าเคราะห์ร้ายสักหน่อยนะ”
“ใช่ ปีหน้าก็จะสอบเซียงซื่อแล้ว อย่าได้เกิดเรื่องอะไรขึ้นอีก”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นรีบพยักหน้ารับรู้ว่ารอไว้เขาหายดีก็จะพาทั้งครอบครัวไปไหว้พระ
นอกจากท่านปู่หลิวท่านย่าหลิว เพื่อนบ้านคนอื่นๆ ก็พากันมาเยี่ยม ทุกคนต่างเอาของมาเยี่ยม
ลู่เจียวขอบคุณพวกเขาทีละคน
ตอนบ่ายจ้าวหลิงเฟิงกับหันถงก็มา
หันถงถามเซี่ยอวิ๋นจิ่นด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ “ข้าได้ยินว่าสี่ปีกว่าก่อนหน้านี้คนที่วางยาก็คือหลี่ เหวินปิน หลายเดือนก่อนที่เจ้าถูกชนจนอัมพาตก็เป็นเขาทำ คนผู้นี้ทำไมถึงโหดเหี้ยมเพียงนี้ เจ้ามีความแค้นอันใดกับเขา ทำไมเขาจึงทำเช่นนี้”
จ้าวหลิงเฟิงมองเซี่ยอวิ๋นจิ่น “เดาว่าคงเห็นว่าเขาหน้าตาดี เรียนก็เก่ง จึงคิดอิจฉาริษยา ความคิดบัณฑิตวกวนหลายต่อมากเกินไป ไม่เหมือนพวกเราที่ร่ำเรียนตำรากันมาไม่มาก ย่อมไม่มีความคิดเช่นนี้”
จ้าวหลิงเฟิงกล่าวจบพลันคิดถึงที่หันถงพูดก่อนหน้านี้ “เจ้าว่าเมื่อสี่ปีกว่าก่อนหน้านี้ก็โดนวางยาหมายความว่าอย่างไร”
หันถงส่งสายตาจ้องใส่เขาทีหนึ่ง “เจ้ามาสนใจอะไรกัน ตอนนี้พวกเราไม่ควรห่วงใยอาการบาดเจ็บอวิ๋นจิ่นหรือ”
จ้าวหลิงเฟิงคิดแล้วก็เห็นด้วย เขาหันไปมองเซี่ยอวิ๋นจิ่นพลางถามอย่างเห็นใจว่า
“ปีนี้เจ้าดวงไม่ค่อยดีจริงๆ เอาอย่างนี้นะ รอไว้หายแล้วก็ไปวัดไหว้พระสักหน่อย อาจดีขึ้นก็ได้”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นพยักหน้า แสดงอาการรับรู้ว่าตนเองก็คิดเช่นนี้ “รอให้หายก่อน จะพาเจียวเจียวกับลูกๆ ไปไหว้พระ”
หันถงพยักหน้าเห็นด้วย
ขณะทุกคนกำลังคุยกันอยู่ในห้อง ลู่กุ้ยที่ประตูนอกห้องก็รายงานดังว่า “พี่เขย คุณหนูหกตระกูลเถียน นำของมาเยี่ยมพี่เขย”
พอได้ยินว่าคุณหนูหกตระกูลเถียนมา จ้าวหลิงเฟิงกับเซี่ยอวิ๋นจิ่นสองคนในห้องต่างมีสีหน้าว่าไม่ได้การแล้ว
จ้าวหลิงเฟิงรับมือคุณหนูหกตระกูลเถียนไม่ไหว ทุกครั้งที่เจอกันก็จะโต้คารมกัน ดังนั้นอารมณ์จึงไม่ค่อยจะดีนัก
เพราะหญิงผู้นี้เอาแต่ยึดครองภรรยาเขา ทำให้เซี่ยอวิ๋นจิ่นไม่พอใจนางเช่นกัน
ลู่เจียวส่งเสียงบอกลู่กุ้ยว่า “ไปเชิญคุณหนูหกตระกูลเถียนเข้ามา”
ลู่เจียวกล่าวจบ ลู่กุ้ยก็หันหลังเดินไปยังเชิญคนเข้ามา ในห้องจ้าวหลิงเฟิงรีบยืนคิดหนี “หอยายังมีงานต้องทำ ขอตัวก่อน”
หญิงเสียสติไม่อาจมีเรื่องด้วยได้ แล้วจะหลบไม่ได้หรือ
แต่ท่าทางราวกับหลบเจ้าแห่งโรคห่าของจ้าวหลิงเฟิงทำเอาลู่เจียวนึกขำ ลู่เจียวยิ้มกล่าวว่า “เจ้ากลัวฮวนฮวนหรือ พอได้ยินว่านางมาก็รีบหนี ท่าทางหวาดกลัวขนาดนี้”
จ้าวหลิงเฟิงพอได้ฟัง ก็ทำหน้าตาเคร่งขรึม กล่าวน้ำเสียงหนักแน่นว่า “ผู้ใดว่าข้าหนีนาง ข้ามีงานที่หอยาจริงๆ ข้าต้องกลัวนางด้วยหรือ”
วาจาจ้าวหลิงเฟิงเพิ่งจบลง เถียนฮวนก็เดินเข้ามา พอเข้ามาก็ค้อนใส่จ้าวหลิงเฟิง “ผู้ใดว่าเจ้ากลัวข้า ข้าสิกลัวเจ้าแล้ว ผู้ชายตัวโตสูงใหญ่วันๆ เอาแต่ว่าผู้หญิงว่าไม่ดี”
จ้าวหลิงเฟิงจ้องมองเถียนฮวนอย่างไม่พอใจ “ข้าไปว่าเจ้าตอนไหน ลู่เจียวพูดเรื่องเจ้า ส่วนข้าก็อธิบาย ไม่ได้หรืออย่างไร”
“ได้ ได้ เจ้าอธิบาย เจ้าอธิบาย ข้าฟังอยู่”
จ้าวหลิงเฟิงมองเถียนฮวนอย่างตั้งใจ “ข้ายังมีงานในหอยา ก็เลยคิดจะกลับ ลู่เจียวกลับบอกว่าข้าได้ยินว่าเจ้ามาก็กลัวเจ้า เจ้าว่าข้ากลัวเจ้าหรืออย่างไร”
จ้าวหลิงเฟิงกล่าวจบก็ทำท่าทางเป็นการเป็นงานวางมาดดูดี เดิมเขาเป็นท่านชายจวนหย่งหนิงโหว คนที่มีชาติกำเนิดจากจวนโหวก็ย่อมมีกิริยาท่าทางดูดีมีราศี เถียนฮวนมองแล้วไม่อาจปฏิเสธได้ว่าคนผู้นี้หน้าตาดีใช้ได้ ชาติกำเนิดก็ดี ท่วงท่ากิริยาก็ดูดี
เพียงแต่ชายผู้นี้เหมือนมีนิสัยดูแคลนสตรี และยิ่งดูแคลนนางที่เป็นหญิงทำการค้าไปทั่วทุกพื้นที่ ดังนั้นเถียนฮวนจึงไม่ได้รู้สึกดีกับเขาสักเท่าไร
“เหอะๆ ท่านชายจวนโหวทำไมกลัวข้าที่เป็นเพียงหญิงทำการค้า น่าจะเป็นข้ากลัวท่านถึงจะถูก”
เถียนฮวนกล่าวจบ ก็ทำทีคารวะจ้าวหลิงเฟิงอย่างมีมารยาท “คุณชายจ้าว เมื่อก่อนข้าน้อยพูดจาล่วงเกิน ไป หวังว่าคุณชายจ้าวใจกว้าง ไม่คิดเล็กคิดน้อยที่ข้าได้กล่าวหรือมีท่าทีล่วงเกินท่านไป”
จ้าวหลิงเฟิงมองเถียนฮวนคารวะด้วยท่าทางดูมีมารยาทต่อเขา ก็ไม่ได้อารมณ์ดีอะไร ท่าทางนางเป็นการเป็นงานเช่นนี้ไม่ได้มาจากใจแท้จริง
เถียนฮวนกลับไม่สนใจเขา เดินไปตรงหน้าลู่เจียว ยืนมือไปดึงมือลู่เจียวมากุมไว้พลางถามอย่างสนิทสนม
“เจียวเจียว ข้าได้ยินว่าเมื่อคืนนี้บ้านเจ้าเกิดเรื่อง เจ้าไม่เป็นอะไรใช่ไหม ได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่”
นางกล่าวจบก็มองลู่เจียวตั้วแต่หัวจรดเท้า
แววตาเซี่ยอวิ๋นจิ่นบนเตียงดำทะมึน อยากจะถามว่า เจ้าตาบอดหรือ คนบาดเจ็บนอนอยู่ตรงนี้ เจ้าอย่ามาดึงมือภรรยาข้าไปกุมไว้ได้ไหม