ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 437 หรือว่าเป็นสัญชาตญาณระหว่างพ่อลูก
ตอนที่ 437 หรือว่าเป็นสัญชาตญาณระหว่างพ่อลูก
ในห้องเซี่ยอวิ๋นจิ่นได้ยินคำพูดอ๋องเยียน ก็ไม่อยากคุยเรื่องเจ้าหนูน้อยทั้งสี่ รีบกล่าวว่า “คืนนี้ที่ท่านอ๋องมาก็คงด้วยเรื่องผู้ว่าเมืองหนิงโจว?”
เซียวอวี้รับคำเบาๆ “อืม”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นรีบเชิญอ๋องเยียนไปคุยกันที่ห้องโถงกลาง
ทุกคนไปห้องโถงกลางเรือนด้านหน้า เซี่ยอวิ๋นจิ่นกลัวมีคนได้ยินอะไรที่ไม่ควรได้ยิน ดังนั้นจึงสั่งหร่วนไคเฝ้าอยู่นอกประตู
เรือนด้านหลัง ลู่เจียวพาเจ้าหนูน้อยทั้งสี่ไปอาบน้ำแปรงฟัน เจ้าหนูน้อยทั้งสี่แย่งกันพูดถึงอ๋องเยียน
“อ๋องเยียนคืออะไร”
“อ๋องเยียนก็คือบุตรชายฮ่องเต้ไอย่างไรเล่า”
“บุตรชายฮ่องเต้? เก่งกาจมากไหม”
ซานเป่าถามอย่างสงสัย
ลู่เจียวพยักหน้า ยิ้มกล่าวว่า “ใช่ เก่งกาจมาก เพราะใต้หล้าเป็นของฮ่องเต้ และอ๋องเยียนก็คือโอรสฮ่องเต้ เจ้าดูพวกเราเห็นเขายังต้องทำความเคารพ เพราะพวกเราคือราษฎร เขาคือเชื้อพระวงศ์”
เจ้าหนูน้อยทั้งสี่ยังคงไม่ค่อยเข้าใจคำพูดลู่เจียว
ซื่อเป่ายื่นมือออกไปคว้ามือนางไว้พลางกล่าวว่า “ท่านแม่ เขาเก่งกาจก็ไม่เกี่ยวกับข้า ข้ามีท่านแม่ก็พอแล้ว พวกเราทั้งครอบครัวได้อยู่ด้วยกันมีความสุขก็พอแล้ว”
กล่าวจบก็ยิ้มกว้างให้ลู่เจียว ลู่เจียวคิดแล้วก็สมเหตุสมผลดี
“ใช่ เขาจะเก่งกาจเพียงใดก็ไม่เกี่ยวกับพวกเรา ขอเพียงพวกเราทั้งครอบครัวมีความสุขก็พอ”
อ๋องเยียนมาด้วยตนเอง ผู้ว่าเมืองหนิงโจวน่าจะโชคร้ายแล้ว ผู้ว่าเมืองหนิงโจวโชคร้าย คนสี่ตระกูลใหญ่จะรอดปลอดภัยหรือ รอไว้กำจัดคนเหล่านี้ได้ก่อน ครอบครัวพวกนางก็จะไม่เป็นอะไรแล้ว มีชีวิตที่มีความสุขได้แล้ว
ลู่เจียวพาเจ้าหนูน้อยทั้งสี่ไปเรือนด้านหลังอาบน้ำแปรงฟันเข้านอน
เรือนด้านหน้า เซี่ยอวิ๋นจิ่นรายงานเรื่องตระกูลใหญ่ทั้งสี่ลักลอบค้าเกลือและใบชาให้อ๋องเยียนฟัง บอกว่าผู้ว่าเมืองหนิงโจวก็เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย
อ๋องเยียนได้ฟังก็พยักหน้าเล็กน้อย “เรื่องนี้ข้ารู้แล้ว ลำดับถัดไป เจ้าไม่ต้องทำอะไร ข้าจะเข้ามาจัดการเอง”
อ๋องเยียนไปหลิวหยางมาครั้งนี้ก็เพื่อจัดการเรื่องโจรสลัด โจรสลัดเหิมเกริม ผู้ตรวจการหลิวหยางถึงกับทำอะไรโจรสลัดไม่ได้ โจรสลัดพวกนี้ไม่เพียงแต่ออกปล้นเรือชาวบ้านที่ผ่านไปมา สุดท้ายแม้แต่เรือขุนนางไม่จ่ายค่าผ่านทางก็โดนปล้น
พวกเขาถึงกับสังหารครอบครัวขุนนาง สุดท้ายบุตรสาวขุนนางหนีรอดจากปากพยัคฆ์มาได้ก็เสี่ยงตายมาร้องทุกข์ที่เมืองหลวง เรื่องนี้ทำให้เสด็จพ่อทรงกริ้ว รับสั่งให้เขามาปราบโจรสลัด
ก่อนหน้านี้ขุนพลหวังบาดเจ็บก็เพราะต่อสู้กับโจรสลัดพวกนี้
เดิมจัดการเรื่องที่หลิวหยางเสร็จ เขาก็เตรียมจะกลับเมืองหลวง พอดีได้ข่าวจากจ้าวหลิงเฟิงที่ส่งคนนำสารมา
ดังนั้นเขาจึงอ้อมมาเมืองหนิงโจว ผู้ว่าเมืองหนิงโจวเป็นคนของน้องหก เขากำลังคิดว่าจะจัดการเขาพอดี คิดไม่ถึงว่าเซี่ยอวิ๋นจิ่นจะส่งมอบของขวัญชิ้นใหญ่นี่มาให้เขา เขาย่อมรับไว้
แต่ตอนเซียวอวี้มาถึง ก็ได้ยินจ้าวหลิงเฟิงเล่าถึงระยะนี้ที่เซี่ยอวิ๋นจิ่นโดนจัดการมาอย่างต่อเนื่องหลายครั้ง ดังนั้นเขาก็คิดจะทะนุถนอมรักษาเขาเอาไว้ จึงวางแผนรับเรื่องนี้ไปจัดการทั้งหมดด้วยตนเอง
เซี่ยอวิ๋นจิ่นพอได้ฟังเซียวอวี้ก็ดีใจมาก รีบกล่าวว่า “เช่นนั้นก็รบกวนท่านอ๋องเยียนแล้ว”
เซียวอวี้ไม่ได้เห็นเรื่องพวกนี้อยู่ในสายตา ก็แค่ผู้ว่าเมืองหนิงโจวไหม เขายิ่งไม่เห็นสี่ตระกูลใหญ่อำเภอชิงเหออะไรนั่นอยู่ในสายตา พ่อค้าเล็กๆ ถึงกับกล้าลักลอบค้าเกลือและใบชา รนหาที่ตายชัดๆ
ระยะนี้เสด็จพ่อทรงให้ความสำคัญกับเกลือและชามาก ตอนนี้คนเหล่านี้กล้าทำผิดในเรื่องนี้ รนหาที่ตายเองโดยแท้
“บอกข้าหน่อยว่าบ้านพวกเจ้าสอนเจ้าหนูน้อยทั้งสี่อย่างไร”
เซียวอวี้พลันเปลี่ยนบทสนทนา เอ่ยถึงเจ้าหนูน้อยทั้งสี่ครอบครัวเซี่ยอวิ๋นจิ่น
ในฐานะอ๋องเยียนแคว้นต้าโจว เขาดำรงสถานะสูงศักดิ์ แต่ลูกๆ ของเขาไม่ได้ใกล้ชิดและกตัญญูบิดาดังเช่นลูกๆ ของครอบครัวตระกูลเซี่ยนี้
พอคิดถึงภาพก่อนหน้านี้ที่เจ้าหนูน้อยทั้งสี่แย่งกับคีบอาหารให้ลู่เหนียงจื่อ เซียวอวี้ก็รู้สึกอิจฉา
เซี่ยอวิ๋นจิ่นได้ฟังคำพูดของเขา ในใจก็เกร็งแน่น จากนั้นก็ทำสีหน้าปกติกล่าวว่า “พวกเราครอบครัวยากจน บิดามารดาก็คือฟ้าเบื้องบนของลูกๆ พวกลูกๆ ก็คือผืนดินของพวกเรา ดีกับพวกลูกๆ หน่อย พวกลูกๆ ก็แทบจะมอบทุกอย่างให้บิดามารดา”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นไม่ยอมบอกว่าที่เจ้าหนูน้อยทั้งสี่รู้ความ รู้มารยาท มองโลกแง่ดีและแข็งแรงเพราะการอบรมสั่งสอนของลู่เจียว
ลู่เจียวแต่ไรมาไม่เคยมองข้ามการกระทำเล็กๆ น้อยๆ ของลูกๆ มักจะชมว่าพวกเขากตัญญูรู้ความ ว่าพวกเขารู้มารยาท การสอนเช่นนี้ เด็กไม่ดีอย่างไรก็ย่อมเปลี่ยนเป็นเด็กรู้ความรู้มารยาทได้
แน่นอนว่า เซี่ยอวิ๋นจิ่นไม่คิดบอกเรื่องนี้กับอ๋องเยียน
เซียวอวี้ได้ฟังเซี่ยอวิ๋นจิ่นก็มีสีหน้าผิดหวังเล็กน้อย
ที่แท้เป็นเช่นนี้ ครอบครัวยากจนจึงจะมีความสุขในแบบครอบครัวได้ คนเช่นพวกเขาไม่มีทางได้สัมผัส
ลูกๆ พวกเขาเกิดมาก็ถูกเลี้ยงดูอย่างสูงศักดิ์ ดังนั้นจึงไม่รู้จักคุณค่าเรื่องเหล่านี้ มีแต่เคารพและกลัวเกรงบิดามารดามากกว่าความผูกพัน
ในใจเซียวอวี้หม่นหมองลง แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าคำพูดเซี่ยอวิ๋นจิ่นมีอะไรผิด ใช่ เหมือนเขาตอนเด็กก็เป็นเช่นนี้ แม้แต่เสด็จแม่ก็อบรมเขาอย่างเข้มงวด ไม่เคยแสดงความรักผูกพันแม่ลูก เหมือนว่าในความทรงจำของเขา มีแต่การดำรงอยู่อย่างมีธรรมเนียมและกฎเกณฑ์
เซียวอวี้คิดอยู่ครู่หนึ่งก็ลุกขึ้นอำลาเซี่ยอวิ๋นจิ่น “เซี่ยซิ่วไฉพักรักษาตัวให้สบาย ไม่ว่าผู้ว่าเมืองหนิงโจวหรืออำเภอชิงเหอ ข้าจะช่วยเจ้าจัดการให้หมดสิ้นเอง”
ถือว่าเป็นการชดเชยให้เขาก็แล้วกัน ตอนนี้เซี่ยอวิ๋นจิ่นเป็นเพียงแค่ซิ่วไฉเล็กๆ เขาไม่มีทางมอบตำแหน่งขุนนางอะไรให้ได้ ดังนั้นช่วยเขาจัดการพ่อค้าสี่ตระกูลใหญ่อำเภอชิงเหอทิ้ง ถือเป็นการชดเชยให้อีกฝ่าย
เซี่ยอวิ๋นจิ่นดีใจลุกขึ้นขอบคุณเซียวอวี้ “ขอบพระทัยท่านอ๋องเยียน”
เซียวอวี้ลุกขึ้นพาจ้าวหลิงเฟิงกับพวกม่อเป่ยจากไป
เซี่ยอวิ๋นจิ่นรีบตามไปส่งพวกเขาทุกคนที่นอกประตูบ้านตระกูลเซี่ย ขณะเดินออกมา เซียวอวี้สั่งม่อเป่ยว่า “เตรียมของขวัญสี่ชิ้นที่เด็กๆ ชอบมอบให้เจ้าหนูน้อยทั้งสี่ตระกูลเซี่ย ข้าชอบพวกเขามาก”
อ๋องเยียนกล่าวจบก็พลันคิดถึงเด็กคนหนึ่งในบรรดาแฝดสี่ของครอบครัวเซี่ยอวิ๋นจิ่นขึ้นมา เหมือนมีเรียวตาดอกท้อ ดวงตาคล้ายเฉินอิง
เซี่ยอวิ๋นจิ่นได้ฟังคำเซียวอวี้ ในใจก็อัดแน่น อ๋องเยียนเหมือนชอบซื่อเป่ามาก นี่คือสายสัมพันธ์พ่อลูกหรือ
แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจให้อ๋องเยียนค้นพบเรื่องนี้ได้ในตอนนี้
เซี่ยอวิ๋นจิ่นกล่าวอย่างดีใจทันทีว่า “ขอบพระทัยท่านอ๋องเยียนที่มอบของขวัญให้”
ใบหน้านิ่งเรียบของเซียวอวี้เผยรอยยิ้มยินดี “ถูกชะตากับเด็กๆ ให้เด็กๆ ไว้เล่น ไม่ถือว่าเป็นของขวัญอันใด ไว้วันหน้าพวกเจ้าไปเมืองหลวง ข้าก็จะมอบของดีๆ ให้พวกเขา”
เขากล่าวจบก็หันหลังออกไป จ้าวหลิงเฟิงกับพวกม่อเป่ยก็ตามไป ทั้งสองคนสบตากัน เหมือนว่าท่านอ๋องชอบเด็กน้อยตระกูลเซี่ยมาก ดังนั้นของขวัญนี่ต้องเตรียมให้ดีสักหน่อย
เซียวอวี้นำจ้าวหลิงเฟิงกับพวกม่อเป่ยจากไปอย่างรวดเร็ว เซี่ยอวิ๋นจิ่นพิงประตูอย่างหมดแรง
เขากลัวจริงๆ ว่าตอนนี้อ๋องเยียนจะพบว่าซื่อเป่าคือลูกเขา ดังนั้นวันหน้าที่ไหนที่มีอ๋องเยียน ซื่อเป่าก็ต้องหาทางหลบให้ห่างไกล
ขณะเซี่ยอวิ๋นจิ่นกำลังคิดอยู่ ลู่เจียวก็ส่งเสียงมาทางด้านหลังอย่างเป็นห่วง
“เซี่ยอวิ๋นจิ่น เจ้าเป็นอะไรไปหรือ”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นหันกลับไป สีหน้าเขาใต้แสงโคมไฟซีดขาวเล็กน้อย ราวกับตกใจอะไรมา
ลู่เจียวรีบก้าวเข้ามาหาเซี่ยอวิ๋นจิ่นถามอย่างเป็นห่วง “อ๋องเยียนพูดเรื่องอะไรไม่ค่อยดีหรือ”
ไม่เช่นนั้นทำไมหน้าซีดขนาดนี้