ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 438 คนขี้ประจบเริ่มประจบ
ตอนที่ 438 คนขี้ประจบเริ่มประจบ
เซี่ยอวิ๋นจิ่นคิดบอกเรื่องชาติกำเนิดซื่อเป่ากับลู่เจียว แต่พอคิดว่าลู่เจียวรักซื่อเป่ามาก รักยิ่งกว่าลูกแท้ๆ เสียอีก หากนางรู้ว่าซื่อเป่าไม่ใช่ลูกนาง เดาว่าน่าจะเสียใจมาก อย่างไรอย่าเพิ่งพูดตอนนี้ดีกว่า วันหน้าค่อยหาเวลาเหมาะสมบอกนางก็แล้วกัน
“ไม่มีอะไร ข้าเล่าเรื่องตระกูลใหญ่ทั้งสี่ให้อ๋องเยียนฟังแล้วก็รู้สึกโมโห”
ลู่เจียวเองก็ไม่ได้สงสัยคำพูดเขา ไม่ได้คิดถึงเรื่องซื่อเป่าแม้แต่น้อย
นางปลอบใจเซี่ยอวิ๋นจิ่นว่า “เอาละ ไม่จำเป็นต้องไปโมโหคนไร้ความเป็นคนพวกนั้น ช้าเร็วสักวันหนึ่งพวกเขาก็จะโดนกรรมตามสนองเอง”
ลู่เจียวเพิ่งกล่าวจบ เซี่ยอวิ๋นจิ่นพลันยื่นมือออกไปกุมมือลู่เจียวเอาไว้ กล่าวน้ำเสียงตื่นเต้นว่า “ใช่แล้ว พวกเขาต้องได้รับผลกรรมตามสนอง”
อารมณ์ตื่นเต้นของเขาพลอยทำให้ลู่เจียวตื่นเต้นตามไปด้วย
“หมายความอย่างไร”
“อ๋องเยียนจะลงมือเอง ก่อนหน้านี้บอกกับข้าว่าจะจัดการผู้ว่าเมืองหนิงโจวเอง และจะช่วยพวกเราจัดการสี่ตระกูลใหญ่อำเภอชิงเหอไปด้วยกันเลย”
ลู่เจียวได้ฟังเซี่ยอวิ๋นจิ่น ก็นึกภาพตอนอ๋องเยียนกล่าววาจานี้ได้ว่า ท่าทางน่าจะเหมือนเป็นเรื่องง่ายดายเพียงใด
สำหรับอ๋องเยียนผู้มีสถานะเชื้อพระวงศ์ เขาย่อมไม่เห็นคนสี่ตระกูลใหญ่อำเภอชิงเหอเช่นนี้อยู่ในสายตา แต่คนพวกนั้นกลับสร้างความวุ่นวายให้พวกเขาได้มากมาย ดังนั้นต้นทุนชีวิตสูงก็มีข้อดีของต้นทุนชีวิตสูง
ลู่เจียวกล่าวอย่างรู้สึกร่วมไปด้วย “ชาติกำเนิดต่างกัน คนพวกนั้นทำร้ายพวกเราจนต้องเผชิญความยากลำบากมากมาย หากพวกเราจะจัดการเขา ก็ต้องคิดหาทางมากมาย แต่สำหรับอ๋องเยียน ก็แค่พูดเพียงคำเดียว”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นได้ฟังคำพูดลู่เจียว ในใจพลันรู้สึกหมองหม่นลงอย่างบอกไม่ถูก อารมณ์ก็ตกต่ำลงอย่างมาก
สถานะเขาต่ำต้อยเกินไป ปกป้องเจียวเจียวไม่ได้ ดังนั้นเขาจะต้องพยายามสร้างตัวขึ้นไป ไม่อาจปล่อยให้ผู้อื่นมาทำร้ายรังแกเจียวเจียวได้
เซี่ยอวิ๋นจิ่นพลันยื่นมือออกไปกุมมือลู่เจียวเอาไว้
“เจียวเจียว เจ้าเชื่อข้า ข้าจะพยายามสร้างตัวเอง วันหน้าต้องมีสักวันที่ข้าจะทำให้คนเคารพเจ้า ไม่กล้ารังแกเจ้า”
วาจานี้ลู่เจียวเชื่อ ว่าที่ใต้เท้าโส่วฝู่เช่นเซี่ยซิ่วไฉกล่าววาจานี้ย่อมไร้ข้อกังขา
รอให้เขาดำรงตำแหน่งถึงโส่วฝู่ อย่าว่าแต่คนสี่ตระกูลใหญ่อำเภอชิงเหอ แม้แต่เชื้อพระวงศ์ก็ต้องการเขาเป็นพวก
“ข้าเชื่อว่าเจ้าทำได้”
ลู่เจียวมั่นใจว่าในอนาคตเซี่ยอวิ๋นจิ่นต้องประสบความสำเร็จ
เซี่ยอวิ๋นจิ่นได้ยินนางกล่าวเช่นนี้ก็ตื้นตันอารมณ์ดี แววตาเต็มไปด้วยความยินดีอย่างที่สุด จนลืมเรื่องซื่อเป่าไป
……
อ๋องเยียนมาอำเภอชิงเหอเงียบๆ คนของตระกูลใหญ่ทั้งสี่ไม่รู้ว่าเขามาอำเภอชิงเหอ ยังคงขนเกลือเถื่อนส่งไปด่านชายแดน
ก่อนหน้านี้นายอำเภอหูส่งคนไปขนเกลือชุดหนึ่งมา ทำให้การค้าพวกเขาหยุดชะงัก พ่อค้าที่รับซื้อที่ด่านชายแดนรอกันจนร้อนใจ หากยังไม่ส่งสินค้าไปอีก เส้นทางเการเงินก้อนนี้ก็จะถูดตัดขาด ดังนั้นแม้คนสี่ตระกูลใหญ่รู้ว่าตอนนี้ลักลอบค้าเกลือจะเสี่ยงอันตรายมากก็ต้องทำ
แต่ในใจยังแอบดีใจ เพราะพวกเขารู้สึกว่าเหนือตนเองขึ้นไปยังมีผู้ว่าเมืองหนิงโจว ดังนั้นไม่กลัวนายอำเภอหู แม้นายอำเภอหูสืบพบว่าเรื่องนี้ ผู้ว่าเมืองหนิงโจวย่อมจัดการได้ ควรรู้ว่าที่พวกเขาลักลอบค้าเกลือเถื่อนได้ก็เพราะมีผู้ว่าเมืองหนิงโจวแอบขายให้พวกเขา
นอกจากขายให้พวกเขา ผู้ว่าเมืองหนิงโจวยังแอบขายไปยังพ่อค้าอำเภออื่นด้วย เขาทำเช่นนี้ก็เพื่อกำไรก้อนโต
เรือลักลอบค้าเกลือกับใบชาห้าลำส่งไปด่านชายแดนถูกจับได้ คนลักลอบค้าเกลือก็ถูกจับหมด
คนสี่ตระกูลใหญ่ต่างมีคนอยู่ในขบวนการนี้ด้วยไม่ขาดแม้สักคนเดียว
เพราะสี่ตระกูลใหญ่ไม่อยากรับผิดชอบตระกูลเดียว ดังนั้นทั้งสี่ตระกูลจึงตัดสินใจให้แต่ละตระกูลส่งคนรับผิดชอบออกมาคนหนึ่ง คุ้มกันเกลือและใบชาเถื่อนไปส่งด่านชายแดน
เช่นนี้จึงทำให้ถูกอ๋องเยียนจับกุมได้ครบทุกคน
อ๋องเยียนยึดเกลือและใบชาเถื่อนแล้วก็รีบให้คนสอบผู้รับผิดชอบจากสี่ตระกูลใหญ่ ทุกคนล้วนเป็นเสาหลักของสี่ตระกูลใหญ่
แต่แม้ว่าคนเหล่านี้วางอำนาจเหิมเกริมในอำเภอชิงเหอ แต่ต่อหน้าอ๋องเยียนที่เป็นเชื้อพระวงศ์สูงศักดิ์แท้จริง ปราการในใจก็พังทลายลง กอปรกับลูกน้องอ๋องเยียนลงมือเด็ดขาด คนเหล่านี้ทนไม่ไหว ยอมรับอย่างรวดเร็วว่าพวกเขาได้ร่วมมือกับผู้ว่าเมืองหนิงโจวลักลอบค้าเกลือกับใบชา
ยามฟ้าเริ่มสาง นายอำเภอหูก็พามือปราบและลูกน้องอ๋องเยียนเข้ากวาดล้างตระกูลใหญ่ทั้งสี่อย่างรวดเร็วราวสายฟ้าแล่บ พร้อมกับจับคนตระกูลใหญ่ทั้งสี่เข้าคุกทั้งหมด
พริบตาก็สะเทือนไปทั้งอำเภอชิงเหอ ทุกคนวิ่งไปมุงดูเรื่องตระกูลใหญ่ทั้งสี่ทันที
ทางตระกูลเซี่ยเองก็ตกใจ เพราะทั้งตรอกกุ้ยฮวาราวกับครึกครื้นดังไปทั้งตรอก มีเสียงพูดคุยดังมาไม่หยุด
ลู่กุ้ยออกไปสืบมาก็รู้เรื่องนี้ เข้ามาถึงก็ร้องตะโกนอย่างดีใจทันที “พี่เจียว พี่เขย ได้ยินว่าอ๋องเยียนมีคำสั่งให้กวาดล้างคนสี่ตระกูลใหญ่และจับทุกคนเข้าคุกไปแล้ว พวกเราปลอดภัยแล้ว พวกเราไม่เป็นไรแล้ว พวกเราเป็นอิสระแล้ว”
ลู่กุ้ยตะโกนจบก็วิ่งไปเรือนด้านหลัง พุ่งเข้าไปในห้องลู่เจียวที่ก่อนหน้านี้กำลังคุยกับเซี่ยอวิ๋นจิ่นอยู่
ลู่เจียวได้ยินลู่กุ้ยก็ดีใจขึ้นมาทันที
ณ ตระกูลเซี่ย ไม่เพียงแต่เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวดีใจ แม้แต่เจ้าหนูน้อยทั้งสี่เองก็ดีใจมาก
เจ้าหนูน้อยทั้งสี่กระโดดกอดกัน
“คนเลวถูกจับแล้ว ทีนี้พวกเราก็ปลอดภัยแล้ว”
“จะไม่มีคนมาทำร้ายพวกเราอีกแล้ว พวกเราออกไปเที่ยวเล่นได้แล้ว พวกจ้าวอวี้หลัวก็มาเรียนหนังสือได้แล้ว”
มีคนมาเรียนก็ครึกครื้น ดังนั้นเจ้าหนูน้อยทั้งสี่ก็อยากให้พวกจ้าวอวี้หลัวกับหันตงเซิ่งมาเรียนหนังสือ แม้ว่ามาแล้วจะทะเลาะกัน แต่ก็ยังอยากให้พวกเขามาเรียนด้วยกัน
เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวเองก็โล่งอก เซี่ยอวิ๋นจิ่นกุมมือลู่เจียว ยิ้มกล่าวว่า “ทีนี้เจียวเจียวจะออกไปไหนก็ได้แล้ว ไม่มีคนมาทำให้เจ้าต้องลำบากใจอีกแล้ว”
ลู่เจียวพยักหน้ายิ้มตอบเซี่ยอวิ๋นจิ่น “สี่ตระกูลใหญ่ถูกกำจัด เจ้าเองก็ไม่ต้องเป็นห่วงแล้ว ตอนนี้แม้แต่คนบงการทำร้ายเจ้าก็ถูกกำจัด วันหน้าเจ้าก็อ่านตำราเตรียมสอบเซียงซื่อปีหน้าได้อย่างสบายใจแล้ว”
“ใช่”
ทั้งสองคนสบตายิ้มให้กัน
ในคุกใหญ่ที่ทำการอำเภอชิงเหอ เต็มไปด้วยเสียงร้องไห้คร่ำครวญ เสียงด่าทออย่างโมโหไม่ยินยอมดังออกมาเป็นระยะ ทั้งที่ว่าการอำเภอราวกับหม้อไฟร้อน
ณ เรือนข้างในที่ว่าการอำเภอ อ๋องเยียนเซียวอวี้นั่งอยู่ตำแหน่งประธานด้วยสีหน้าเย็นเยียบสูงศักดิ์ นายอำเภอหูนั่งรองลงมา กำลังยิ้มพูดคุยอยู่
“ท่านอ๋องลำบากแล้ว ท่านอ๋องเหน็ดเหนื่อยแล้ว แคว้นต้าโจวเรามีท่านอ๋องที่รักปวงประชาเช่นนี้ ท่านอ๋องเป็นวาสนาสุขของราษฎรเสียจริง ท่านอ๋องเหนื่อยไหม ต้องการดื่มน้ำไหม”
นายอำเภอหูพูดอย่างตื่นเต้นไม่หยุด ทำเอาเซียวอวี้มีสีหน้ารำคาญ “หุบปาก”
นายอำเภอหูรีบปิดปากแน่น แม้ว่าอ๋องเยียนมีสีหน้ารำคาญ แต่นายอำเภอหูก็ยังควบคุมความตื่นเต้นตนเองไว้ไม่ได้
นี่คืออ๋องเยียนเชียวนะ เขาคิดไม่ถึงว่าในชีวิตนี้ของตนเองจะได้พบกับท่านอ๋อง ยังได้ร่วมงานกับท่านอ๋อง
นายอำเภอหูไม่กล้าพูดอีก ได้แต่ลอบยิ้มเผยสีหน้าเซ่อซ่า
เซียวอวี้เหล่มองเขาอย่างไม่ชอบใจนัก แต่เขากลับไม่รู้ตัว เอาแต่ดีใจของตนเองไป