ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 445 เซี่ยสามขวบรับผิดรวดเร็วยิ่ง
ตอนที่ 445 เซี่ยสามขวบรับผิดรวดเร็วยิ่ง
เซี่ยอวิ๋นจิ่นบนเตียงพลันคิดเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ เหมือนก่อนหน้านี้เขากล่อมเอาหนังสือหย่าจากเจียวเจียวมาเขียนใหม่อีกฉบับมอบให้เจียวเจียวไป นี่คงไม่ใช่เขาฝันไปกระมัง
เซี่ยอวิ๋นจิ่นจำได้ว่าพอตนเองกล่อมเอาหนังสือหย่ามาได้ก็แอบสอดไว้ในแขนเสื้อ เขาลองแอบยื่นมือเข้าไปคลำในแขนเสื้อก็พบว่าในแขนเสื้อมีกระดาษอยู่จริงด้วย
ยามนี้เซี่ยอวิ๋นจิ่นเริ่มกังวลแล้ว หากเจียวเจียวนึกถึงเรื่องนี้ได้แล้วไปตรวจสอบหนังสือหย่า พบว่าเขาแอบเล่นลูกไม้ นางจะโมโหเขาไหม ดังนั้นเขาควรจะบอกนางตามตรงหรือไม่
ลู่เจียวด้านในของเตียงจัดเสื้อผ้าตนเองเรียบร้อยก็มองเซี่ยอวิ๋นจิ่นนั่งอยู่บนเตียงท่าทางคิดไม่ตก ก็อดถามอย่างแปลกใจไม่ได้ว่า “เจ้าเป็นอันใดไป สีหน้าไม่สู้ดี”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นรีบเงยหน้ามองลู่เจียวทันที กล่าวอย่างระแวดระวังว่า “เจียวเจียว เจ้ายังจำได้ไหมว่าก่อนหน้านี้เกิดเรื่องอันใดขึ้น”
สีหน้าลู่เจียวพลันแปรเปลี่ยน หันขวับไปมองเซี่ยอวิ๋นจิ่นด้วยสีหน้าคาดเดาทันที หรือว่านางทำเรื่องเลวร้ายยิ่งกว่าสัตว์ป่ากับเซี่ยอวิ๋นจิ่น?
ลู่เจียวจ้องมองเซี่ยอวิ๋นจิ่นตั้งแต่หัวจรดเท้า พบว่าร่างกายเขาไม่ได้มีร่องรอยถูกกระทำย่ำยีอันใด ดังนั้นนางน่าจะไม่ได้ทำเรื่องเลวร้ายยิ่งกว่าสัตว์ป่ากระมัง
“ข้าน่าจะไม่ได้ทำอะไรไม่ควรทำกับเจ้ากระมัง”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นสีหน้าพลันแปรเปลี่ยน นี่เจียวเจียวลืมเรื่องที่เกิดหลังเมาสุราหรือนี่
เซี่ยอวิ๋นจิ่นมองลู่เจียวด้วยสีหน้าลำบากใจ ตอนนี้จะพูดหรือไม่พูดเรื่องหนังสือหย่าดี
ขณะที่เขากำลังสับสน ลู่เจียวกลับพยายามคิดเรื่องตอนที่ตนเองเมาสุราว่าได้ทำอันใดเขาลงไปหรือไม่
นางประเมินมองเซี่ยอวิ๋นจิ่นอีกครั้ง เห็นเสื้อผ้าเขาก็ไม่ได้หลุดลุ่ย ริมฝีปากก็ไม่ได้แดง นี่แสดงให้เห็นชัดเจนว่านางไม่ได้มีการกระทำแทะโลมเขา หรือว่านางพูดจาแทะโลมเขา
“ข้าได้พูดสิ่งที่ไม่ควรพูดไปหรือไม่”
ลู่เจียวเริ่มรู้สึกกินปูนร้อนท้อง เซี่ยอวิ๋นจิ่นรีบส่ายหน้า ในเมื่อเจียวเจียวไม่รู้เรื่องหนังสือหย่า เขาไม่พูดดีกว่า รอให้นางรับปากว่าไม่หย่าและจะอยู่ข้างกายเขาจริงๆ ก่อน เขาค่อยบอกเรื่องหนังสือหย่านี้กับนางดีกว่า
เซี่ยอวิ๋นจิ่นคิดตกแล้วก็รีบยิ้มมองลู่เจียว “เปล่า เจ้าไม่ได้ทำและไม่ได้พูดอะไรทั้งนั้น”
แต่เพราะเขาสับสนนานอยู่สักหน่อย ทำให้ลู่เจียวรู้สึกว่าตนเองน่าจะกระทำบางอย่างดับเขา เช่น กล่าววาจาแทะโลม หรือว่าแทะโลมทางกาย ส่วนที่เขาบอกว่าเปล่า ก็เพราะกลัวว่านางจะอาย
สวรรค์ วันหน้านางจะไม่ดื่มสุราอีกแล้ว
ลู่เจียวแอบตัดสินใจกับตนเอง สุดท้ายได้แต่มีท่าทีเก้อเขินจนไม่กล้าอยู่ต่อ จูงมือลูกทั้งสี่คนเดินออกไปทันที “ไป แม่พาพวกเจ้าไปกินอาหารเย็น”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นด้านหลังมองตามลู่เจียว ไม่ได้คิดเรื่องตอนเมาอีก ในใจรู้สึกดีใจมาก รีบจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยอย่างว่องไวก่อนจะลงจากเตียงเดินออกไป
ตอนกินข้าว ลู่เจียวก็ยังมีท่าทางเก้อเขิน ยามสบตากับเซี่ยอวิ๋นจิ่นก็มักรู้สึกว่าตนเองกระทำบางสิ่งกับเขา แต่นางจำไม่ได้ นี่ยิ่งกว่าสัตว์ป่าไหม
พอกินอาหารเย็นเสร็จ ทั้งสองคนก็กล่อมเจ้าหนูน้อยทั้งสี่ให้ไปเข้านอน ลู่เจียวพยายามคิดมาตลอดว่าตอนเมาตนเองทำอะไรเขา
น่าเสียดายคิดไปคิดมา ก็คิดไม่ออก
เซี่ยอวิ๋นจิ่นเห็นสีหน้านางแปรเปลี่ยนไปมา ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ “เจียวเจียว สีหน้าเจ้าเหมือนไม่ค่อยดี เป็นอันใดหรือ ไม่สบายหรือเปล่า”
ลู่เจียวส่ายหน้า หันหน้าไปมองเซี่ยอวิ๋นจิ่นท่าทางหมดแรง กล่าวว่า “เจ้าบอกมาเถอะ ตอนบ่ายข้าทำอะไรเจ้าหรือไม่ ทำสิ่งที่ที่ยิ่งกว่าสัตว์ป่า หรือว่าพูดจาอันใดที่ไม่ควรพูดกัน”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นมองสีหน้าหมดแรงของลู่เจียว ในที่สุดก็เข้าใจว่าสีหน้านางแปรเปลี่ยนไปมาก็เพราะเรื่องนี้ นางเอาแต่คิดว่ากระทำสิ่งที่ไม่สมควรทำกับเขา จึงได้สับสนไปมาเช่นนี้
เซี่ยอวิ๋นจิ่นรีบตอบว่า “ไม่มี เจ้าอย่าคิดมาก เจ้าดื่มสุราเมาแล้วก็เป็นคนที่ว่านอนสอนง่ายมากคนหนึ่ง ไม่ใช่คนพูดจาเหลวไหล”
ลู่เจียวจ้องมองเขาด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ “จริงหรือ”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นพลันคิดถึงว่าลู่เจียวบอกว่าชอบคนแบบเขา แล้วก็อดทำเสียงเล็กเสียงน้อยไม่ได้ว่า “ความจริงตอนบ่ายเจ้าชมว่าข้าหน้าตาดี ยังบอกว่าชอบคนแบบข้า”
ลู่เจียวกะพริบตาปริบๆ จ้องมองเขา “ยังมีอีกไหม”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นเหลือบตามองลู่เจียว พบว่าท่าทางนางยามนี้น่ารักอย่างมาก อดมีความคิดยั่วแหย่นางไม่ได้
“เจ้ายังว่า ตัดสินใจแล้วว่าวันหน้าจะไม่ไปแล้ว จะอยู่ข้างกายข้าชั่วชีวิต”
ลู่เจียวมองเซี่ยอวิ๋นจิ่นด้วยสีหน้าตกใจ นางเมาจนเกินเยียวยาจริงๆ แม้แต่วาจาเช่นนี้ก็พูดออกมาได้
“ยังมีอีกไหม”
“เจ้ายังจุมพิตข้าด้วย”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นยิ่งแหย่ก็ยิ่งสนุก จนไม่อาจระงับตนเองได้
ลู่เจียวได้ฟังวาจาเขาก็ยกมือตบหน้าผากตนเอง “สวรรค์ ข้าดื่มสุราแล้วถึงกับแย่เช่นนี้เชียวหรือ ยังมีอีกไหมๆ”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นเล่าต่ออย่างนึกขำว่า “เจ้ายังบอกว่าจะมีบุตรสาวให้ข้า บุตรสาวที่เหมือนกับเจ้า”
ลู่เจียวแทบอยากทุบตนเองให้ตายไปเสียตรงนั้น แม้แต่วาจาเช่นนี้ก็พูดออกมาได้ ดูท่าวันหน้านางห้ามแตะต้องสุราอีกแล้วจริงๆ
เซี่ยอวิ๋นจิ่นเห็นท่าทางนางครุ่นคิดสับสน ในที่สุดก็ทำใจเย้าแหย่นางต่อไม่ลง ยิ้มกล่าวว่า “เจ้าคงไม่ได้เชื่อจริงๆ ใช่หรือไม่”
เดิมลู่เจียวเชื่อไปแล้วจริงๆ แต่พอยามนี้ได้ฟังเซี่ยอวิ๋นจิ่นถาม นางก็อดมองเขาไม่ได้ “หมายความว่าอย่างไร”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นยื่นมือไปดึงมือลู่เจียวมากุมพร้อมกับยิ้มอธิบายว่า “ข้าล้อเจ้าเล่น นอกจากที่บอกว่าข้าหน้าตาดีแล้ว ก็ไม่ได้พูดอันใดพวกนั้นอีก ดังนั้นอย่าได้ว้าวุ่นใจไปเลย”
ลู่เจียวไม่ค่อยอยากจะเชื่อ เอียงคอจ้องมองเซี่ยอวิ๋นจิ่น “จริงหรือ”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นพยักหน้าเต็มแรงแสดงท่าทีว่าตนพูดความจริง
ลู่เจียวค้นพบปัญหาอย่างรวดเร็ว นางคิดว่านางกระทำบางสิ่งบางอย่างกับเซี่ยอวิ๋นจิ่น เพราะก่อนหน้านี้เซี่ยอวิ๋นจิ่นตื่นมามีท่าทางสับสน
ในเมื่อนางไม่ได้กระทำอันใดที่เป็นการแทะโลมเขา ไม่ได้กล่าววาจาแทะโลมเขา เช่นนั้นเขาสับสนอันใด
“อย่างนั้นก่อนหน้านี้ตอนเจ้าตื่นมามีสีหน้าท่าทางสับสน หมายความว่าอย่างไร”
หากไม่ใช่สีหน้าท่าทางของเขา นางย่อมไม่มีทางคิดมาก
พอเซี่ยอวิ๋นจิ่นได้ฟังคำลู่เจียว ก็คิดถึงเรื่องหนังสือหย่าขึ้นมา แต่ตอนนี้เขาไม่คิดบอกนางเรื่องหนังสือหย่า ดังนั้นจึงรีบปฏิเสธ
“ไม่มีอะไร ข้าเพิ่งตื่นนอน กำลังสะลึมสะลือ”
ลู่เจียวมองเขาอย่างสงสัย นางจำได้ว่าสีหน้าท่าทางสับสนก่อนหน้านี้ของเขาได้ ระหว่างนางกับเขาต้องมีเรื่องบางอย่างอย่างแน่นอน
ก่อนหน้านี้ลู่เจียวคิดว่าตนเองทำอะไรบางอย่างเซี่ยอวิ๋นจิ่น ดังนั้นเขาจึงมีสีหน้าพูดไม่ออก ในเมื่อตนเองไม่ได้ทำอะไร เช่นนั้นก็มีอีกความเป็นไปได้หนึ่ง
ไม่ใช่นางแทะโลมเซี่ยอวิ๋นจิ่น แต่เซี่ยอวิ๋นจิ่นแทะโลมนาง
“หรือว่าเจ้าทำอันใดข้า”
ลู่เจียวคิดถึงสภาพตอนตื่นนอนก่อนหน้านี้อย่างรวดเร็ว เสื้อผ้าผมเผ้าพวกนี้ก็ปกติดี ดังนั้นที่เขาทำลงไปมากที่สุดก็น่าจะจุมพิตนางหรืออะไรสักอย่าง
ลู่เจียวจ้องมองเซี่ยอวิ๋นจิ่น “บอกข้ามาดีๆ แอบจุมพิตข้าใช่หรือไม่”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นนิ่งอึ้ง ในใจครุ่นคิดว่าขอเพียงเจียวเจียวไม่สงสัยไปถึงเรื่องหนังสือหย่า จุมพิตก็จุมพิตแล้วกัน
เขารีบก้มหน้ายอมรับทันที “ข้าแอบจุมพิตเจ้า ไม่ใช่แค่ทีเดียว แต่สองที ข้ารับรองว่าวันหน้าจะไม่ฉวยโอกาสอีก”
ลู่เจียวแค่นเสียงฮึในลำคอ “จดจำวาจาตนเองเอาไว้ด้วย”
“จดจำเอาไว้แล้ว” เซี่ยสามขวบรับผิดอย่างรวดเร็ว