ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 451 พวกเราเป็นพวกจดจำความแค้น
ตอนที่ 451 พวกเราเป็นพวกจดจำความแค้น
ขณะทุกคนกำลังคุยกันสนุกสนาน นอกประตูพลันมีเสียงร้องไห้ดังแว่วมา จากนั้นก็มีเงาร่างสองคนวิ่งเบียดกันเข้ามา
คนแรกเป็นเหมาโต้ว บุตรชายคนโตของเฉินหลิ่ว ที่ตามมาก็คือไช่โต้ว บุตรชายคนเล็ก เพียงแต่ยามนี้ไช่โต้วมีสภาพน่าอนาถมาก ไม่เพียงแต่จมูกบวมเขียวช้ำ แม้แต่ฟันหน้าก็ยังถูกต่อยร่วงไปสองซี่ โลหิตกบปาก ดูสภาพแล้วน่าอนาถมาก
ไม่รู้ว่าเพราะเจ็บหรือเสียหน้า ไช่โต้วแผดเสียงร้องไห้ดังราวกับมารดาเสีย
เฉินหลิ่วเห็นบุตรชายปวดใจเช่นนี้ก็ปรี่เข้าไปประคองบุตรชายไว้ “เป็นอะไรหรือ เกิดอะไรขึ้น”
ไช่โต้วร้องไห้พลางชี้ไปที่เจ้าหนูน้อยทั้งสี่ที่กำลังเดินเข้ามาว่า “เอ้อร์เป่าต่อยข้า เขาต่อยข้า”
ไช่โต้วเพิ่งกล่าวจบ เฉินหลิ่วก็โมโหอ้าปากด่า “เดรัจฉาน เจ้าถึงกับกล้าต่อยพี่ชายเจ้า รนหาที่ตายหรือ”
เฉินหลิ่วกล่าวจบก็ยืนขึ้นง้างมือจะตบเอ้อร์เป่า
ลู่เจียวเดิมนั่งอยู่ด้านหลัง พอเห็นท่าทางเฉินหลิ่วก็รีบลุกขึ้นเดินมาข้างกายเฉินหลิ่วพร้อมกับคว้าข้อมือนางไว้
มองเฉินหลิ่วด้วยแววตาเย็นเยียบ ดุเสียงเข้มว่า “พี่สะใภ้ใหญ่จะทำอะไร”
เฉินหลิ่วเห็นลู่เจียวคว้าข้อมือนางไว้จนนางขยับไม่ได้ นางก็โมโหใช้อีกมือชี้หน้าเอ้อร์เป่าอย่างเดือดดาล
“น้องสะใภ้สามสอนไม่เป็น ข้าก็จะช่วยเจ้าสอนเอง อายุน้อยๆ ไม่เรียนรู้สิ่งดี กล้าต่อยพี่ชายตนเองจนเป็นเช่นนี้ วันหน้าจะขนาดไหน”
ลู่เจียวแค่นยิ้มเอ่ยว่า “ข้าสอนไม่เป็น? พี่สะใภ้ใหญ่สอนเป็น เช่นนั้นก็ลองถามคนทั้งหมู่บ้านดูว่าผู้อื่นว่าอย่างไร”
ลู่เจียวกล่าวจบ ป้ากุ้ยฮวาก็ส่งเสียงขึ้นคนแรก “เจียวเจียวสิสอนลูกเป็น อย่าได้เอ่ยถึงว่าเจ้าหนูน้อยทั้งสี่รู้ความเพียงใด พวกเขาต่อยไช่โต้วย่อมต้องมีสาเหตุ พวกเขาไม่มีทางอยู่ๆ ลงมือต่อยไช่โต้ว กลับกัน เจ้าเด็กไช่โต้วนี่ซุกซนมาก เอะอะก็ต่อยผู้อื่น”
ป้ากุ้ยฮวากล่าวจบ คนโดยรอบไม่น้อยก็พากันพยักหน้าเห็นด้วย
“ใช่ ครอบครัวอวิ๋นจิ่นจะสอนลูกไม่เป็นได้อย่างไร อวิ๋นจิ่นเป็นซิ่วไฉ ภรรยาอวิ๋นจิ่นเป็นถึงอะไรนะ รองประธานสมาคม พวกเขาจะอบรมสั่งสอนลูกไม่เป็นได้อย่างไร”
“ต้องเป็นไช่โต้วพวกเจ้ารังแกเจ้าหนูน้อยทั้งสี่เป็นแน่ ปรากฏถูกพวกเขาต่อยแทน”
เฉินหลิ่วได้ยินเสียงผู้คนโดยรอบกล่าวเช่นนี้ก็โมโหตวาดดังว่า “พวกเจ้าวาจาผายลม อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าพวกเจ้าคิดอันใด ก็แค่เห็นว่าหญิงผู้นี้มีความสามารถ แต่ละคนแย่งกันเอาอกเอาใจนาง”
วาจาเฉินหลิ่วทำเอาทุกคนโกรธจนสีหน้าย่ำแย่อย่างมากในทันที
ป้ากุ้ยฮวากลับไม่โกรธสักนิด หัวเราะร่ารับคำว่า “ใช่ พวกเราพอใจจะเอาใจนาง ผู้ใดอยากจะเอาใจเจ้า เจ้าก็หาคนมาเอาใจสิ ดูว่าจะมีคนสนใจเจ้าไหม”
ในห้องโถง เซี่ยเหล่าเกินเห็นสภาพไช่โต้วก็ปวดใจมาก ตำหนิเอ้อร์เป่าด้วยสีหน้าถมึงทึงว่า “เอ้อร์เป่า เจ้าต่อยพี่ชายเจ้าจนเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร”
แม้ว่าไช่โต้วซุกซนชอบรังแกผู้อื่น แต่ต่อหน้าเซี่ยเหล่าเกินก็รู้จักเสแสร้งทำตัวเป็นเด็กดี ดังนั้นเซี่ยเหล่าเกินมักจะรู้สึกว่าหลานชายตนเป็นเด็กว่านอนสอนง่าย ยามปกติก็รักและเอ็นดูเขามาก
ยามนี้มาเห็นไช่โต้วร้องไห้เจ็บปวดใจเช่นนี้ เขาย่อมเจ็บปวดใจตาม ดังนั้นแววตาที่มองเอ้อร์เป่าจึงไม่ดีอย่างมาก
เอ้อร์เป่ารีบกล่าวขึ้นว่า “เขาแย่งของข้า ข้าไม่ให้ เขาถึงกับหยิบก้อนหินจะปาใส่ข้า ข้าแย่งก้อนหินมาได้ก็ปาใส่เขา”
ยามนี้ทุกคนในห้องโถงต่างเข้าใจเรื่องราวแท้จริงแล้ว
แต่ละคนต่างว่าไช่โต้วไม่ดี เอาแต่คิดแย่งของน้องชาย เป็นพี่ชายใช้ได้ที่ไหนกัน
ไช่โต้วโมโหตะโกนดังว่า “พวกเขาเอาของที่ซื้อมาให้เด็กๆ ในหมู่บ้าน แต่ไม่ให้พวกเรา พวกเราเป็นพี่ชายเขา เขากลัลไม่มอบให้พวกเรา”
ไช่โต้วกล่าวจบ เซี่ยต้าเฉียงก็โมโหเดือดดาล “น้องสาม เจ้าสอนลูกอย่างไรกัน ซื้อของไม่ให้พี่น้องตนเอง ไปให้คนนอกได้อย่างไร ใช้ได้ที่ไหนกัน”
เซี่ยต้าเฉียงกล่าวจบ ไช่โต้วได้ยินก็แผดเสียงร้องไห้ดังลั่น “พวกเขาซื้อของเล่นเยอะแยะ แต่ไม่ให้ข้ากับพี่เหมาโต้ว ให้คนอื่นหมด พวกเขาไม่ใช่น้องชายข้า ข้าไม่รับพวกเขาเป็นน้องชายอีก”
เฉินหลิ่วกอดบุตรชาย หันไปตำหนิลู่เจียวว่า “น้องสะใภ้สาม เจ้าสอนลูกให้ซื้อของให้คนอื่นแต่ไม่ให้ญาติพี่น้องตนเองหรือ เอาแต่ให้คนนอกหมด ใช่ว่าเป็นพวกเห็นคนนอกดีกว่าพี่น้องหรือไม่”
ในความเป็นจริง ก่อนหน้านี้ลู่เจียวไม่เคยถามเจ้าหนูน้อยทั้งสี่เรื่องของขวัญ นางไม่รู้จริงๆ ว่าเจ้าหนูน้อยทั้งสี่ไม่ได้เตรียมของขวัญให้เหมาโต้วกับไช่โต้ว
แต่แม้ว่าตอนนี้รู้แล้ว นางก็ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นเรื่องใหญ่อันใด นางจะไม่สอนให้บุตรชายใช้ความดีกล่อมเกลาคนชั่ว นางเองก็ไม่ใช่คนเช่นนั้น
ลู่เจียวแค่นยิ้มมองไปยังเฉินหลิ่ว “ญาติพี่น้อง? พี่สะใภ้แน่ใจว่าเป็นญาติพี่น้อง หากเป็นญาติพี่น้อง เหตุใดพวกเขายินยอมมอบให้ผู้อื่น แต่ไม่ยอมมอบให้พี่ชายตนเอง พวกพี่ไม่รู้จักทบทวนตนเอง รู้แต่กล่าวโทษผู้อื่น”
“เหมาโต้วกับไช่โต้วทำตัวอย่างไรกับเจ้าหนูน้อยทั้งสี่ ในใจพวกพี่ไม่รู้สักนิดหรือ คิดอยากให้เจ้าหนูน้อยทั้งสี่ดีกับพวกเขา แรกสุดก็ต้องทำตัวเป็นพี่ชายก่อน อย่าเอาแต่มาอ้างคำว่าญาติกันๆ”
“ญาติกันแต่ไม่ได้มีท่าทีดั่งญาติ ก็อย่าหวังว่าผู้อื่นจะเห็นพวกเขาเป็นญาติ อีกอย่างบ้านเราไม่มีคนที่โดนรังแกแล้วไม่ตอบโต้ และไม่มีคนที่เจ้าไม่ดีกับเราแล้วเราจะดีกับเจ้าเช่นกัน”
“ครอบครัวพวกเรายังจดจำความแค้นไว้อยู่มาก”
วาจาสุดท้าย ลู่เจียวทิ้งท้ายหนักแน่น
เซี่ยเหล่าเกินและเซี่ยต้าเฉียงสีหน้าแปรเปลี่ยนทันที ภรรยาเจ้าสามหมายความว่าอย่างไร ยังแค้นใจพวกเขาอยู่หรือ
เซี่ยเหล่าเกินโมโหถลึงตาใส่ลู่เจียว ลู่เจียวไม่สนใจเขาแม้แต่น้อย แต่หันไปมองเอ้อร์เป่า กวักมือเรียกให้เข้ามา “เจ้าไม่เป็นอะไรใช่ไหม”
ก่อนหน้านี้ตอนเอ้อร์เป่าต่อยไช่โต้วนั้น ในใจเขาก็กลัวเหมือนกัน เขาต่อยจนอีกฝ่ายาเลือดออก มารดาจะโมโหไหม ตอนนี้เห็นสีหน้าลู่เจียวไม่เหมือนคนกำลังโมโห เอ้อร์เป่าก็ใจชื้นขึ้นมา วิ่งเข้าไปยิ้มตอบว่า “ท่านแม่ ข้าไม่เป็นไร”
ลู่เจียวเห็นลูกไม่เป็นไรจริงๆ ก็วางใจกล่าวว่า “ครั้งหน้าอย่าได้ลงมือหนักอย่างนี้ หากทำจนถึงแก่ชีวิต ก็จะยุ่งยาก อีกอย่างห้ามรังแกคนอ่อนแอกว่า จำได้หรือยัง”
เอ้อร์เป่าหันหน้าไปหรี่ตามองไช่โต้ว ส่งเสียงดังอย่างได้ใจว่า “จำได้แล้วขอรับท่านแม่”
กล่าวจบก็วิ่งจากไปอย่างดีใจ ไปเล่นของเล่นกับเพื่อนๆ ในลานบ้านต่อ
ไช่โต้วแผดเสียงร้องไห้ดังลั่น ร้องจนแทบสิ้นลมหายใจ
เดิมเขาคิดว่าตนเองได้รับบาดเจ็บแล้วโวยวายเช่นนี้ ย่อมต้องได้ของเล่นติดไม้ติดมือบ้าง ตอนนี้บาดเจ็บแล้ว ของเล่นก็ไม่ได้ ทำเอาเจ็บปวดใจอย่างมาก
เฉินหลิ่วเห็นบุตรชายบาดเจ็บเช่นนี้ แต่ลู่เจียวกลับไม่จัดการบุตรชายตนเอง ทำเอานางโมโหจนควันออกหู
นางทำอะไรลู่เจียวไม่ได้ก็หันไปมองเซี่ยอวิ๋นจิ่นด้วยความโมโห
“น้องสาม น้องสะใภ้สามทำเกินไปแล้วนะ”
แววตาเซี่ยอวิ๋นจิ่นเย็นเยียบ มองเฉินหลิ่วกล่าวว่า “บ้านเราเพิ่งกลับมาหมู่บ้าน พวกเจ้าก็หาเรื่องไม่หยุด หากวันหน้าสองตระกูลไม่อาจอยู่ร่วมกันดีๆ ได้ ก็ไม่ต้องไปมาหาสู่กัน”
พอเซี่ยอวิ๋นจิ่นกล่าวเช่นนี้ เซี่ยต้าเฉียงก็ตวาดเสียงดังลั่นขึ้นทันที “น้องสาม เจ้าหมายความว่าอย่างไร จะตัดสัมพันธ์กับพวกเราหรือ”