ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 452 เรียนหนังสือจนโง่ไปแล้ว
ตอนที่ 452 เรียนหนังสือจนโง่ไปแล้ว
เซี่ยอวิ๋นจิ่นเอ่ยอย่างรำคาญเต็มทนว่า “หากพี่ใหญ่คิด ก็ย่อมได้”
เขาทอดทิ้งบิดามารดาก็จะไร้ความกตัญญู แพร่ออกไปจะส่งผลต่ออนาคตเขา แต่ไม่เคยมีคนว่าความสัมพันธ์กับพี่ชายไม่ดีจะส่งผลกระทบต่ออนาคต
เซี่ยเหล่าเกินได้ฟังเซี่ยอวิ๋นจิ่นก็รีบตวาดว่า “เอาละ อย่ามีเรื่องอะไรกัน”
เขากล่าวจบก็สั่งเฉินหลิ่วว่า “ยังไม่รีบพาไช่โต้วไปใส่ยาอีก”
เฉินหลิ่วสงสารบุตรชาย รีบดึงไช่โต้วออกไป ไช่โต้วส่งเสียงร้องดังอย่างไม่ยินยอม “ข้าจะเอาของเล่น ท่านแม่ ข้าจะเอาของเล่น”
เซี่ยเหล่าเกินด้านหลังมองเซี่ยอวิ๋นจิ่นพลางเอ่ยตักเตือนน้ำเสียงเคร่งเครียดว่า “พวกเจ้าเป็นพี่น้องแท้ๆ อย่างไรก็ตัดกันไม่ขาด วันหน้าอย่าได้เอ่ยเรื่องแยกกันเช่นนี้อีก”
เขากล่าวจบก็ไม่คิดอยู่ต่อ เพราะรู้สึกอึดอัดขึ้นมาแล้ว
“เอาละ พวกเรากลับกันได้แล้ว เย็นนี้ไปกินข้าวที่บ้านนะ”
ไม่ว่าอย่างไรก็ยังต้องดึงเจ้าสามเอาไว้ วันหน้าเขาเป็นขุนนางจะได้ช่วยเหลือพี่น้อง
มีบิดาอย่างเขาอยู่ เขาย่อมไม่อาจไม่สนใจพี่น้องตนเอง
เซี่ยเหล่าเกินกล่าวจบก็ลุกขึ้นเดินออกไปด้วยท่าทางราวกับผู้อาวุโสตระกูลเซี่ย
รอบๆ มีคนไม่น้อยมองเขาอย่างไร้วาจาจะกล่าว
เซี่ยเหล่าเกินพาพวกเซี่ยต้าเฉียงไปแล้ว เซี่ยอวิ๋นหวากับเซี่ยหลานไม่อยากกลับ แต่เห็นคนมากเกินไป พวกเขาอยู่ต่อก็ไม่เหมาะจะพูดจา จึงได้ตามเซี่ยเหล่าเกินกลับ อย่างไรเย็นนี้ครอบครัวเซี่ยอวิ๋นจิ่นก็ต้องไปกินข้าวที่บ้านพวกเขา
พอคนตระกูลเซี่ยกลับไป ชาวบ้านในหมู่บ้านก็คึกคักกันขึ้นมา ผู้ใหญ่บ้านเซี่ยฟู่กุ้ยเป็นคนแรกที่ออกมากล่าวปลอบใจเซี่ยอวิ๋นจิ่น
“อวิ๋นจิ่น เจ้าไม่ต้องไปสนใจท่านพ่อเจ้า เขาอายุมากแล้ว เลอะเลือนแล้ว”
“ใช่ ปีหน้าเจ้าเข้าร่วมการสอบเซียงซื่อ วันหน้าก็คงไม่ได้กลับหมู่บ้านตระกูลเซี่ยบ่อยๆ ไม่ต้องไปสนใจพวกเขา”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวยิ้มแย้มพูดคุยกับชาวบ้านในหมู่บ้านอยู่ครู่หนึ่ง ชาวบ้านในหมู่บ้านก็ค่อยๆ กลับกันไป
สุดท้ายในห้องเหลือแค่คนสองครอบครัว
ครอบครัวเซี่ยเอ้อร์จู้จึงได้มีเวลาว่างมาคุยกับเซี่ยอวิ๋นจิ่นและลู่เจียว
“น้องสาม เจ้าไม่ต้องสนใจท่านพ่อ เขาก็เป็นคนแบบนี้ เอาแต่เข้าข้างพี่ใหญ่”
เพราะเซี่ยต้าเฉียงหน้าตาเหมือนเซี่ยเหล่าเกิน ดังนั้นเซี่ยเหล่าเกินจึงลำเอียงรักแต่เซี่ยต้าเฉียง พวกเขาชินเสียแล้ว
เซี่ยอวิ๋นจิ่นพยักหน้า “ข้ารู้แล้ว ไม่พูดถึงพวกเขาแล้ว ระยะนี้พี่รองเป็นอย่างไรบ้าง สบายดีใช่ไหม”
เซี่ยเอ้อร์จู้ได้ยินเขาถาม ก็รีบยิ้มกล่าวว่า “ดีมาก เจ้าวางใจได้”
เขากล่าวจบหันไปมองลู่เจียว “บ่อเลี้ยงปลิงราบรื่นดีมาก ไม่เกิดปัญหาอันใด น้องสะใภ้สามวางใจได้”
ลู่เจียวพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะถามถึงสภาพการเติบโตของจินอิ๋นฮวา[1]
พี่สะใภ้รองเห็นพวกเขาพูดคุยกันครึกครื้น ก็จะแอบพาต้ายากับเอ้อร์ยาออกไปเตรียมอาหารที่ห้องครัวด้านหลัง
ลู่เจียวเห็นพวกนางกำลังจะออกไป ก็เรียกพวกนางไว้
“พี่สะใภ้รอง ต้ายากับเอ้อร์ยา รอสักครู่”
ลู่เจียวกล่าวจบก็สั่งหร่วนจู๋ “ไปนำของที่ข้าเตรียมไว้มาหน่อย”
หร่วนจู๋ยิ้มรับคำ “เจ้าค่ะ เหนียงจื่อ”
หร่วนจู๋รีบนำของที่ลู่เจียวซื้อมอบให้บ้านสองออกมา “นี่คือเสื้อผ้าที่ข้าขอมอบให้พี่รอง พี่สะใภ้รองและต้ายากับเอ้อร์ยา ยังมีเครื่องประดับกับของกินพวกนี้อีก”
เซี่ยเอ้อร์จู้เห็นเสื้อผ้าห่อใหญ่ ในห่อยังมีกำไลเงินสามวง แค่กำไลเงินก็น่าจะเงินไม่น้อยแล้ว เซี่ยเอ้อร์จู้รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาทันที
“น้องสาม น้องสะใภ้สาม ทำพวกเจ้าเสียเงินเสียทองแล้ว นี่ต้องใช้เงินทองเท่าไรกัน”
ลู่เจียวยิ้มกล่าวว่า “ก่อนหน้านี้พี่รองช่วยบ้านเราไว้ ตอนนี้ข้ามีความสามารถซื้อของพวกนี้มามอบให้พี่รองกับพี่สะใภ้รอง ก็เป็นเรื่องสมควรแล้ว ขอพวกท่านอย่าได้ปฏิเสธ”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นพยักหน้า “ของพวกนี้เจียวเจียวซื้อเอง พี่รองกับพี่สะใภ้รองอย่าได้ทำให้นางเสียน้ำใจเลย”
เซี่ยเอ้อร์จู้ได้ยินเซี่ยอวิ๋นจิ่นก็ซาบซึ้งใจทันที มองลู่เจียวกล่าวว่า “น้องสะใภ้สามห่วงใยแล้ว”
ลู่เจียวยิ้มกล่าวว่า “ไม่เป็นไร พวกเราสองครอบครัวเป็นญาติกัน ไม่จำเป็นต้องขอบคุณกันไปมา”
เซี่ยเอ้อร์จู้รู้สึกเขินจึงหัวเราะขึ้นมาทันที “น้องสะใภ้สามกล่าวได้ถูกต้อง”
ลู่เจียวมองไปยังพี่สะใภ้รอง “พี่สะใภ้รอง พวกเราไปเตรียมอาหารกลางวันกัน”
“ข้าไปเองๆ น้องสะใภ้สาม เจ้านั่งอยู่ที่นี่”
ลู่เจียวกลับไม่นั่งต่อ พาหร่วนจู๋ไปครัวด้านหลังทำอาหารกลางวันกับพี่สะใภ้รอง พร้อมกับต้ายาและเอ้อร์ยา
เซี่ยต้ายากับเซี่ยเอ้อร์ยาแอบมองลู่เจียวกับหร่วนจู๋อยู่ตลอด รู้สึกว่าอาสะใภ้สามกับพี่สาวคนงามผู้นี้ไม่เหมือนพวกนาง
พวกนางไม่เพียงแต่หน้าตาดี ยังพูดจาน่าฟัง ทำให้คนอดอยากจะแอบมองไม่ได้
ลู่เจียวเห็นเซี่ยต้ายากับเซี่ยเอ้อร์ยาแอบมองนางกับหร่วนจู๋อยู่ตลอด อดคิดหยอกเซี่ยต้ายากับเซี่ยเอ้อร์ยาไม่ได้
“พวกเจ้าแอบมองอาสะใภ้สามทำไมกัน”
เซี่ยต้ายากับเซี่ยเอ้อร์ยาระยะนี้ใจกล้ามากขึ้นแล้ว ดังนั้นพอได้ยินลู่เจียวถามก็รีบตอบว่า “อาสะใภ้สามสวยจริง ไม่เหมือนท่านแม่ข้าเลยสักนิด”
พี่สะใภ้รองถลึงตาใส่บุตรสาวทันที “แม่จะไปเทียบอาสะใภ้สามเจ้าได้อย่างไร อาสะใภ้สามเจ้าเป็นคนมีความสามารถมาก”
ลู่เจียวยิ้มถามว่า “พวกเจ้าอยากเป็นได้เหมือนอาสะใภ้สามไหม”
เซี่ยต้ายากับเซี่ยเอ้อร์ยาสบตากันแล้วก็พยักหน้าเต็มแรง ลู่เจียวยิ้มกล่าวกับพวกนางว่า “งั้นตั้งแต่นี้เริ่มต้น พวกเจ้าเรียนหนังสือเป็นก่อนค่อยเรียนงานฝีมือ จากนั้นพวกเจ้าก็จะได้เป็นเหมือนอาสะใภ้สามแล้ว”
เซี่ยต้ายากับเซี่ยเอ้อร์ยาสบตากันทันที จากนั้นก็กล่าวน้ำเสียงแผ่วเบาว่า “แต่พวกเราจะไปเรียนหนังสือกับผู้ใดเล่า”
ลู่เจียวคิดแล้วก็กล่าวว่า “ตอนนี้พวกเจ้าไปเรียนกับเจ้าแฝดสี่ได้ รอพวกเรากลับไป พวกเจ้าก็จะได้สอนเด็กในหมู่บ้านเรียนหนังสือ สรุปว่าต้องพยายามหาโอกาสไปเรียนหนังสือ”
เซี่ยต้ายากับเซี่ยเอ้อร์ยาพยักหน้าเต็มแรง หันไปมองลู่เจียวกล่าวว่า “อาสะใภ้สาม เช่นนั้นพวกเราไปหาน้องๆ ถามพวกเขาว่าจะสอนหนังสือพวกเราได้ไหม”
“ได้ ไปเถอะ”
สองสาวรีบวิ่งออกไป พี่สะใภ้รองร้องเรียกอย่างร้อนใจ “พวกเจ้าสองคนกลับมานี่ก่อน ช่วยข้าเด็ดผัก”
ลู่เจียวรีบกล่าวว่า “พี่สะใภ้รอง ข้าเอง”
หร่วนจู๋ข้างๆ รีบบอกว่า “เหนียงจื่อ ข้าเด็ดผักเอง”
ลู่เจียวซื้อคนรับใช้หลังไปอยู่อำเภอชิงเหอ จึงไม่ได้ถึงขั้นอ่อนแอจนทำอันใดไม่เป็น
สามคนร่วมแรงกันทำอาหารกลางวัน
ตอนบ่าย ลู่เจียวนำของที่นำมาออกมาจัดเรียง ขอให้เซี่ยเอ้อร์จู้ช่วยนางมอบให้แต่ละครอบครัวในหมู่บ้าน
คนทั้งหมู่บ้านล้วนดีใจ บรรยากาศคึกคักราวกับปีใหม่
ทว่าคนในหมู่บ้านดีใจ แต่ทางตระกูลเซี่ยทางนี้กลับไม่ดีใจ
เซี่ยต้าเฉียงมองของขวัญที่มอบให้ครอบครัวพวกเขาแล้วก็โมโหระเบิดอารมณ์เดือดดาลอยู่ในลานบ้าน
“ท่านพ่อ ท่านว่าน้องสามเรียนหนังสือมากไปจนโง่งมหรือไม่ มอบของให้ผู้อื่น แต่ไม่รู้จักให้พี่น้องตนเอง มอบของขวัญให้แต่ละครอบครัวในหมู่บ้าน แต่พวกเราได้เหมือนผู้อื่น และครอบครัวเราตั้งใหญ่ได้มาชิ้นเดียว เขาหมายความว่าอย่างไรกันแน่ หรือว่าตอนนี้ยังแค้นใจอยู่”
“ตอนนี้ครอบครัวพวกเขามีชีวิตที่ดีเช่นนี้ ช่วยๆ พวกเราพี่น้องบ้างก็ไม่สมควรอย่างนั้นหรือ ปรากฏว่าเขายอมเอาเงินให้ผู้อื่นใช้ ก็ไม่ยอมให้เงินพวกเราใช้”
“นี่นับเป็นพี่น้องอันใดกัน ราวกับคนนอก พี่น้องเช่นนี้ข้าไม่นับแล้ว”
เซี่ยต้าเฉียงยิ่งพูดยิ่งโมโห เดินวนไปมาในลานบ้าน ร้อนใจราวกับวัวคลั่ง
สีหน้าเซี่ยเหล่าเกินดำทะมึน นั่งอยู่บนเก้าอี้หวายใต้ชายคาบ้านไม่พูดอันใดอยู่เป็นนาน
[1] จินอิ๋นฮวา คือ สายน้ำผึ้ง