ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย - ตอนที่ 457 ละครตบตาฉากใหญ่
ตอนที่ 457 ละครตบตาฉากใหญ่
ณ เรือนนอนหลักตระกูลเซี่ย เซี่ยอวิ๋นจิ่นประคองเซี่ยเหล่าเกินขึ้นเตียง เซี่ยเหล่าเกินเอาแต่ดึงมือเซี่ยอวิ๋นจิ่นไว้ไม่ยอมปล่อย
“เจ้าสามเอ๊ย พ่อดีใจ คืนนี้พ่อดีใจจริงๆ วันนี้เจ้านับว่าเหมือนบุตรชายแล้ว เจ้ารู้ไหม เมื่อก่อน เจ้ามักเอาแต่ทำสีหน้าเย็นชา เจ้าว่าผู้ใดกล้าคุยกับเจ้า ตอนนี้เป็นเช่นนี้ก็ดีอย่างมาก วันหน้าก็ขอให้เป็นเช่นนี้”
“ใช่แล้ว เรื่องเมื่อก่อนก็ให้มันผ่านไป ความจริงตอนนั้นที่ขับไล่เจ้าออกไป พ่อเองก็ไม่เห็นด้วย แต่ท่านแม่เจ้าจะทำอย่างนั้นให้ได้ ข้าก็ได้แต่ทำตามนาง แต่เรื่องนี้ไม่อาจโทษพี่ใหญ่เจ้า ดังนั้นวันหน้าเจ้าอย่าได้โกรธแค้นพี่ใหญ่เจ้า เจ้ากับเขาต้องอยู่ร่วมกันให้ดีๆ”
“พวกเจ้าเป็นพี่น้องกัน กระดูกหักเส้นเอ็นก็ตัดไม่ขาด วันหน้าเจ้าเจริญรุ่งเรือง จะต้องช่วยพี่ใหญ่เจ้า ครอบครัวเขามีบุตรชายสองคน เจ้าสาม พ่อขอแค่เพียงเท่านี้ เจ้ารับปากพ่อได้หรือไม่”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นมองเซี่ยเหล่าเกิน แค่นยิ้มมองเขา กล่าวไม่ถูกว่าในใจรู้สึกเช่นไร อย่างไรเขาก็ยังคงเอนเอียงไปทางเซี่ยต้าเฉียง
แต่เซี่ยอวิ๋นจิ่นไม่สนใจเรื่องนี้ ที่เขาสนใจก็คือเขาใช่บุตรชายเซี่ยเหล่าเกินหรือไม่
“ท่านพ่อ ข้าคิดถึงท่านปู่ท่านย่า”
พอเอ่ยเรื่องนี้ขึ้นมา เซี่ยเหล่าเกินก็ยิ่งพูดมาก “ข้าเองก็คิดถึงพวกเขา น่าเสียดายพวกเขาจากไปไว”
กล่าวจบก็ร่ำไห้และเริ่มด่าทอหร่วนซื่อ “ล้วนเป็นเพราะนังชั้นต่ำ นางทำให้พวกเขาโมโหจนจากไปเร็ว ไม่เช่นนั้นพวกเขาน่าจะยังมีอายุยืนยาวได้อีกหลายปี ท่านปู่เจ้ารักเจ้ามา หากรู้ว่าต่อมาเจ้าไม่เพียงแต่สอบเป็นถงเซิงได้ ยังสอบซิ่วไฉได้ เขาจะต้องดีใจเป็นแน่”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นมองเซี่ยเหล่าเกิน ค่อยๆ กล่าวว่า “ข้าได้ยินว่า ในปีนั้นท่านย่าเป็นคนทำคลอดข้า”
“ใช่ โชคดีย่าเจ้าเตรียมพร้อม ไม่เช่นนั้นเกรงว่าท่านแม่เจ้ากับเจ้าคงเกิดเรื่องแล้ว ตอนนั้นหมู่บ้านพวกเราคลอดบุตรล้วนให้ยายเฮ่อเป็นคนทำคลอด เดิมก็ตกลงกันดิบดีแล้ว ท่านแม่เจ้าเจ็บท้องก็เรียกหานาง ผู้ใดจะรู้ว่ายายเฮ่อจะท้องเสียหมดแรง ไม่อาจมาได้”
“แต่ท่านแม่เจ้ากลับอาละวาด ตอนนั้นทุกคนต่างร้อนใจ ไม่รู้ว่าควรทำเช่นไร สุดท้ายท่านย่าเจ้าก็ก้าวออกมาบอกว่านางทำคลอดเอง”
“ท่านแม่เจ้ายืนยันปฏิเสธ แต่สุดท้ายก็ปวดจนทนไม่ไหว ได้แต่เห็นด้วยให้ท่านย่าเจ้าทำคลอด”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นฟังวาจาเซี่ยเหล่าเกินแล้วก็ครุ่นคิด เหตุใดหมอตำแยจึงท้องเสียกะทันหันพอดี ยังให้ท่านย่ามาทำคลอด ทว่าเขายังเหมือนท่านปู่เขา เรื่องนี้มีสิ่งใดซ่อนอยู่กันแน่
เซี่ยอวิ๋นจิ่นคิดไม่ตกจึงรุกถามต่อว่า “ท่านย่าข้าก็ไม่เป็น แล้วจะทำคลอดให้ท่านแม่ข้าได้หรือ”
ยามนี้เซี่ยเหล่าเกินเริ่มเลอะเลือนแล้ว ง่วงจนไม่อยากเล่าแล้ว หลับตาลงคิดหลับ ในใจเซี่ยอวิ๋นจิ่นเริ่มร้อนใจยกมือตบใบหน้าเขาทีหนึ่ง
เขายังไม่เข้าใจว่าท่านย่าเขากระทำเรื่องตบตาทุกคนตอนนั้นได้อย่างไร
เซี่ยเหล่าเกินถูกเขาตบจนตื่น มองเซี่ยอวิ๋นจิ่นกล่าวว่า “เจ้าสาม เจ้าอย่าไป พวกเราพ่อลูกดื่มกันอีกสองจอก”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นมองเขาอย่างไม่พอใจ ถามว่า “ท่านพ่อ ตอนนั้นท่านย่าข้าทำคลอดให้ข้า นางไม่เป็นอันใดสักอย่าง จะทำคลอดให้ท่านแม่ข้าได้อย่างไร”
เซี่ยเหล่าเกินพยายามนึกแล้วนึกอีก สุดท้ายก็เล่าอย่างเลอะเลือนว่า “ท่านแม่ข้าเหมือนเตรียมการไว้แล้ว ยังเตรียมหีบใหญ่ขนาดนี้มาใบหนึ่ง ในนั้นเหมือนมีพวกมีดกับกรรไกร”
เซี่ยเหล่าเกินกล่าวจบ ก็คอตกหลับตากรนหลับไป
เซี่ยอวิ๋นจิ่นได้คำตอบที่ตนเองต้องการรู้แล้ว
เกรงว่าเขาคงจะไม่ใช่ลูกหลานตระกูลเซี่ย ในปีนั้นมารดาเขาตั้งครรภ์บุตรสาว ท่านย่าตบตาทุกคนด้วยการซ่อนเขาไว้ในหีบไม้ นำเข้าห้องท่านแม่ จากนั้นก็รอให้ท่านแม่คลอดทารกหญิงออกมา นางก็เอาเขามาสับเปลี่ยน
แต่ทำไมเขาเหมือนท่านปู่เขา นี่มันเรื่องอันใดกัน
เซี่ยอวิ๋นจิ่นคิดไม่ตก แต่เขาก็ไม่คิดเรื่องนี้ต่อ หากไปคิดอีกเรื่องหนึ่งแทน
หากคิดพิสูจน์ว่าตนเองไม่ใช่ลูกหลานตระกูลเซี่ย ก็ต้องหาตัวเด็กผู้หญิงคนนั้นให้เจอ
ท่านย่าเขาส่งเด็กผู้หญิงออกไป ย่อมต้องส่งให้ครอบครัวอื่น
เซี่ยอวิ๋นจิ่นรู้จักท่านปู่ท่านย่าเขาดี ท่านปู่เขาล้มป่วยตลอดปี ไม่ทำงานอันใด ท่านย่าเขาหน้าตาไม่สวย แต่เป็นคนอารีมีเมตตา ด้วยนิสัยของพวกเขาทั้งสองคน ไม่มีทางทำเรื่องสังหารทารกน้อยอย่างแน่นอน
เช่นนั้นมีความเป็นไปได้มากว่า ทารกหญิงที่พวกเขาส่งออกไป ได้มอบให้ครอบครัวอื่นไป ตอนนี้อยู่ที่ใด
ขณะเซี่ยอวิ๋นจิ่นกำลังตกในภวังค์ความคิดอยู่นั้น เซี่ยเอ้อร์จู้นอกประตูก็ส่งเสียงเรียก “น้องสาม พวกเรากลับกันได้แล้ว”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นได้สติลุกขึ้นเดินออกไป นอกประตูเซี่ยเอ้อร์จู้ยื่นมือมาประคองเขา “น้องสาม ข้าประคองเจ้า พวกเรากลับกันได้แล้ว”
“ได้ พี่รอง”
หน้าประตูใหญ่ตระกูลเซี่ย ลู่เจียวพาเจ้าหนูน้อยทั้งสี่มารอเซี่ยอวิ๋นจิ่นอยู่
ทุกคนพอเห็นเซี่ยอวิ๋นจิ่นออกมา ก็รีบเข้าไปรับ ลู่เจียวยื่นมือไปรับต่อจากเซี่ยเอ้อร์จู้
เจ้าหนูน้อยทั้งสี่ยืนล้อมเขาไว้ ถามว่า “ท่านพ่อดื่มจนเมาแล้วหรือ”
“ปวดหัวไหม พวกเรารับกลับไปดื่มน้ำแกงสร่างเมากันเถอะ”
“ท่านไม่ดื่มน้ำแกงสร่างเมา พรุ่งนี้ต้องปวดหัวแน่”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นเห็นท่าทางร้อนใจของเจ้าหนูน้อยทั้งสี่ก็รีบปลอบพวกเขา “พ่อไม่ได้เมา พวกเจ้าอย่าได้เป็นห่วง”
เขากล่าวจบก็หันไปมองลู่เจียว กล่าวน้ำเสียงจริงจังว่า “ข้าไม่ได้เมาจริงๆ แค่มึนหัวนิดหน่อย”
ลู่เจียวสบตาเขา พบว่าดวงตาเขาใสกระจ่าง พูดจาชัดเจน เดินก็ตรงทาง ดูท่าแล้วไม่ได้เมาจริงๆ
นางมองไปยังเจ้าหนูน้อยทั้งสี่ “ท่านพ่อเจ้าไม่ได้เมา พวกเจ้าอย่าได้เป็นห่วง พวกเรากลับกันเถอะ”
ในที่สุดเจ้าหนูน้อยทั้งสี่ก็ไม่เป็นห่วงมากเท่าไรแล้ว หันหลังเดินนำทุกคนไปยังรถม้าตระกูลเซี่ย
ลู่เจียวรั้งท้ายกระซิบถามเซี่ยอวิ๋นจิ่นว่า “อยู่ดีๆ เหตุใดเจ้าจึงได้คิดจะดื่มสุรากับท่านพ่อ เล่นอันใดกัน”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นได้ฟังคำพูดลู่เจียว ดวงตาก็เปล่งประกาย เขยิบไปใกล้กระซิบข้างหูลู่เจียวว่า “ไว้กลับถึงบ้านจะบอกเจ้า”
ลู่เจียวเห็นท่าทางเขาเหมือนจะดีใจ ดูท่าไม่ใช่เรื่องร้ายอันใด ในที่สุดก็วางใจลงได้
พอทุกคนกลับถึงบ้านตระกูลเซี่ย เซี่ยอวิ๋นจิ่นกล่าวขอตัวกับเซี่ยเอ้อร์จู้แล้วก็พาลู่เจียวกับเจ้าหนูน้อยทั้งสี่กลับไปที่พักตนเอง
เมื่อคืนเจ้าหนูน้อยทั้งสี่ไม่ได้นอนให้ดี วันนี้เหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน ก็ง่วงกันนานแล้ว เดิมลู่เจียวยังคิดทำอะไรให้พวกเขากิน ปรากฏแต่ละคนลืมตาไม่ขึ้นแล้ว
สุดท้ายเซี่ยอวิ๋นจิ่นกับลู่เจียวก็ส่งพวกเขากลับห้องไปนอน
รอจนเจ้าหนูน้อยทั้งสี่หลับแล้ว ทั้งสองคนจึงเดินไปยังเรือนกลาง
พอเข้าไปในเรือนกลาง ทั้งสองคนจึงคิดเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้
ตระกูลเซี่ยมีเพียงลานบ้านแห่งเดียว เรือนกลางสามห้อง สองข้างเป็นเรือนตะวันออกกับเรือนตะวันตก
ก่อนหน้านี้ตอนบ้านเพิ่งสร้าง ลู่เจียวก็นอนกับเจ้าหนูน้อยทั้งสี่ เซี่ยอวิ๋นจิ่นนอนห้องนอนหลัก
ตอนนี้ลู่เจียวจะกลับไปนอนกับเจ้าหนูน้อยทั้งสี่อีก ก็เกรงว่าเจ้าหนูน้อยทั้งสี่จะสงสัยอีก
ดังนั้น?
ในห้อง ทั้งสองคนสบตากัน เซี่ยอวิ๋นจิ่นมีแววตาลิงโลด แต่กลับเก็บงำท่าทีสงบนิ่ง เอ่ยวาจาราวกับสุภาพชน
“คืนนี้พวกเรานอนอย่างไร หรือว่าเจ้านอนเตียง ข้านอนพื้นก็แล้วกัน”
แม้ว่าอำเภอชิงเหออยู่ทางใต้ แต่เดือนสิบสองก็หนาวมาก ให้เขานอนพื้น ลู่เจียวจะเห็นด้วยได้อย่างไร
สุดท้ายนางตัดสินใจว่า “เรานอนเตียงเดียวกัน ผ้าห่มคนละผืนก็พอ”
เซี่ยอวิ๋นจิ่นพยักหน้าอย่างดีใจ “ได้ ทำตามที่เจียวเจียวว่า เจ้าวางใจ ข้ารับรองไม่นอนเลยไปทางเจ้า”
ก่อนหน้านี้ลู่เจียวเคยนอนร่วมเตียงกับเซี่ยอวิ๋นจิ่น เชื่อใจในคุณธรรมของเขาอยู่บ้าง
นางไม่ได้ดึงดันอันใดในเรื่องที่นอนของทั้งสองคน ที่นางสนใจตอนนี้ก็คือคืนนี้เซี่ยอวิ๋นจิ่นเล่นอุบายอันใดกัน
“เจ้าเล่ามาว่าคืนนี้เล่นอุบายอันใดดีกว่า อยู่ๆ ไปดื่มกับท่านพ่อทำไม ยังจงใจมอมสุราท่านพ่ออีก”
ผู้อื่นไม่รู้ ลู่เจียวกลับรู้ เซี่ยอวิ๋นจิ่นคิดมอมสุราเซี่ยเหล่าเกิน ก่อนหน้านี้รับปากนางแล้วว่าจะไม่ดื่มมาก ตอนนี้ดื่มสุรามากมายเช่นนี้อีก เห็นชัดว่าต้องมีเรื่องอันใด